"แล้วฝ่าาเล่าเพคะจะไม่สงสัยหรือ"
นางหน้าพระพักตร์แสดงสีหน้ากล้าๆ กลัวๆ
"ก่อนหน้านั้น เราก็ใช่ว่าจะไม่เคยทำกับนางแบบนั้น เ้ากลัวไปไยอี้หลัว ฝ่าา เชื่อฟังข้ากว่าใครและไม่มีทางมาสนใจเื่เล็กน้อยที่ข้ากระทำหรอกนางงูพิษนั่นควรตายไปเสียั้แ่ตอนนั้น”เฉวียนหยียิ้มเย็น
อี้หลัวกลับรู้สึกว่าเื่ที่เฉวียนหยีทำร้ายแรงยิ่งนักบังคับให้สนมฉู่ทำร้ายเืเนื้อเชื้อไขของฝ่าา แล้วยังส่งสนมฉู่ไปยังตำหนักเย็นอย่างหน้าด้านๆ และที่สำคัญฝ่าาไม่มีทางได้รู้ด้วยซ้ำว่า สนมฉู่ตั้งครรภ์เืเนื้อเชื้อไขของหยางลู่ฟง รู้เพียงว่าสนมฉู่ทนอ้างว้างโดดเดี่ยวไม่ไหวแอบลักลอบคบหากับองครักษ์ชั้นต่ำ
คุกหลวง
"นำตัวสนมฉู่ ยังลานโบย โบยนางร้อยไม้ และนี่คือน้ำเกลือจากทะเลชิงไห่ที่ฮองเฮาทรงประทานมา"
ขันทีอัญเชิญเกลือจากทะเลชิงไห่ออกคำสั่งกับหัวหน้าผู้คุม
ถังโหลวยิ้มเศร้าๆ
โบยร้อยไม้เท่ากับตายไปแล้ว. ใครจะช่วยได้ ใครจะหยุดเื่นี้ได้ ก่อนหน้านั้นทำเื่ใดกันฮองเฮาจึงสั่งให้โบยถังโหลวถึงร้อยไม้
ร่างอ้อนแอ้นของใครบางคนส่งก้อนเงินให้ผู้คุม
"ข้าขอเวลาคุยกับพระสนมเพียงครู่"
ผู้คุมพยักหน้าก่อนจะถอยไปยืนคุมเชิงไว้
"ข้ามานี่เพราะได้ยินว่าท่านจะถูกโบย แล้วก็ยกข้าวมาให้ท่านกินเพราะคิดว่าท่านยังคงไม่ได้กินข้าวเย็นแน่ๆ แล้วนี่"ดึงเอาแผ่นหนังวัวแผ่นใหญ่ออกมา
"หันหลังมาข้ายัดไว้ที่แผ่นหลังท่าน"
ถังโหลวยอมหันหลังโดยดี มือก็พุ้ยข้าวใส่ปาก
“ไม่มียาพิษแน่ใช่ไหม”เสี่ยวจือยิ้ม
“ไม่เ้าค่ะ ข้าจะกล้าทำร้ายท่านหรือ ครั้งนั้นมารดาข้าป่วยปางตายท่านจัดเทียบยาให้ไม่นานก็หาย อีกทั้งยังไม่เรียกรับเงินทองจากข้า มาครั้งนี้ข้าได้ยินว่าท่านลำบากจึงตั้งใจมาช่วย โบยร้อยไม้โเี้เกินไปหวังว่าท่านจะทนให้ได้ แผ่นหนังนี่ช่วยผ่อนหนักเป็เบา”ถังโหลวยิ้มทั้งสีหน้าและดวงตาซึ้งใจกับน้ำใจของนางกำนัลที่ชื่อเสี่ยวจือยิ่งนัก
“อย่างไรเสียข้าก็ต้องหาทางออก เพียงแต่ตอนนี้ข้าคิดไม่ออก ขอบใจเ้าที่เอาข้าวมาให้ข้าจะได้พอคิดหาทางเอาตัวรอดได้บ้าง”
“ข้าคิดว่าคนดีอย่างพระสนมจะต้องรอดปลอดภัย ข้ามีเวลาไม่นานข้าไปก่อน”ขยับแผ่นหนังที่รองหลังของถังโหลวให้เข้าที่ก่อนจะผูกเชือกที่สายรัดเอว
“หวังว่า ครั้งหน้าข้าจะพบพระสนมอีกทั้งจะไม่ตายก่อนใช่ไหม”เสี่ยวจือพูดยิ้มๆ
“แน่นอน ขอบคุณเ้า ไปเถิดเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”เสี่ยวจือรีบเร้นกายออกไป
เสียงกุญแจห้องขังดังสะท้าน
“ใต้เท้านี่ก็เวลาค่ำแล้วยังจะโบยสนมฉู่ได้หรือ ไม่รอให้สว่างก่อนหรือไร”มือโบยเอ่ยปากถามหัวหน้าผู้คุม
“ฮองเฮาให้โบยนางทันทีเดี๋ยวนี้”
คำพูดบาดลึก ผู้คุมเข้าลากตัวถังโหลวออกจากห้องขัง
ไปยังลานโบยซึ่งเต็มไปด้วยคราบเืและหยาดน้ำตาปะปน
"สนมฉู่ผู้น่าสงสาร เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเหลือเกินอยู่ไม่สู้ตายคราวนี้ข้าเห็นควรว่า ท่านควรจะกัดลิ้นดิ้นตายไปเสียเพื่อจะได้ไม่ต้องรับบาปเคราะห์อีก หากท่านยังอยุ่จะต้องทนรับโทษทัณฑ์อีกกี่ครั้งกัน"
ผู้คุมเอ่ยปาก แสดงความเห็นใจว่าถังโหลวควรจะชิงตายไปเสียก่อนจึงดี
“เริ่มโบย”เสียงผู้คุมก้องกังวาน ถังโหลวก็แค่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ
“ใครๆ ก็ต่างรู้ว่าตระกูลฉู่มีความสามารถด้านการปรุงยา ท่านควรจะปรุงยา ที่ทำให้ตัวท่านเองตายได้แบบไม่ต้องเ็ปอีกต่อไป อืมมแต่ก็นะสนมฉู่ผู้ไร้ความทรงจำคงลืมไปแล้วว่าจะต้องปรุงยาอย่างไร ”ถังโหลวยิ้มดวงตาเป็ประกาย
ล้วงเข้าไปในอกเสื้อหยิบบางอย่างออกมากำไว้ในมือ
“ผลั๊วะ”
มือโบยร่างใหญ่กำไม้ท่อนฟาดลงไป บนแผ่นหลังของฉู่ถังโหลวที่ทำทีสะดุ้งเฮือก กัดฟันแน่น แต่ไม่ได้เ็ปเท่าที่ควร
“หนึ่งไม้”
“สองไม้”
“สามไม้”
“สี่ไม้”
เร่งจังหวะให้การนับผ่านไปถึงอันดับสี่ก่อนจะกลั้นใจสะบัดมือที่กำผงยาไว้ให้ฟุ้งกระจายไปทั่ว หัวหน้าผู้คุมและมือโบยไม่ทันได้ระวังตัวสูดดมยาผงเข้าไปเต็มเปา ยาชนิดนี้มีฤิทธิ์ทำให้ผู้ที่สูดดมเขาไปเคลิบเคลิ้ม และทำตามคำสั่งง่ายดาย อีกทั้งจะภักดีกับถังโหลวจนกว่าพิษจะสลายไปในสามเดือนให้หลัง ถังโหลวใช้มันกับเฉว่หยาและนำติดตัวมาด้วย กับม้าที่มีน้ำหนักตัวมากจึงต้องใช้ในปริมาณมากแต่กับคนพวกนี้เพียงน้อยนิดก็ออกฤิทธิ์ในทันที คนสองคนทั้งหัวหน้าผู้คุมและมือโบย ที่อยู่ในรัศมีของยาผงนิ่งงัน ก่อนจะสะบัดศีรษะไปมาเบาๆ ไล่ความมึนงง
“หนึ่งร้อย ครบร้อยไม้แล้วใช่ไหมหัวหน้าผู้คุม ข้าไปได้แล้วใช่ไหม”ถังโหลวชี้นำ หัวหน้าผู้คุมสะดุ้งสุดตัว
“คะคะครบแล้ว ท่านไปได้แล้ว”ถังโหลวยิ้มพยุงตัวลุกขึ้นจากแท่นโบย
“ข้าจะกลับตำหนักเย็นแล้ว พวกท่านก็ไปเสียเถิด”
ถังโหลวลุกขึ้นจัดแจงอาภรณ์
“แต่ พระสนมท่านถูกคุมขังก็จะต้องกลับไปที่คุกหลวง”
“หืมมม ข้าถูกโบยถึงร้อยไม่อาการปางตายเ็ปไปทั่วร่างควรจะกลับไปรักษาอาการาเ็ที่ตำหนักเย็น หัวหน้าผู้คุมท่านคิดว่าข้าพูดถูกไหม โบยร้อยไม้ก็ถือว่าโทษร้ายแรงยิ่งแล้วข้าก็ควรรักษาอาการาเ็ให้หายดีก่อนแล้วค่อยคุมตัวข้ามาจองจำอีกครั้ง อย่างไรเสียตอนนี้ข้าก็าเ็ไปมีทางจะหนีหายไปไหนจริงอย่างที่ข้าพูดไหม”
หัวหน้าผู้คุมพยักหน้าขึ้นลง ถังโหลวยิ้มบางๆ ยาชนิดนี้ได้ผลดียิ่งนักชี้นกเป็ไม้ได้ง่ายดาย
“ขอบคุณใต้เท้า”
ถังโหลวรีบก้าวเดินกลับไปยังตำหนักเย็นเช่นเดิม เสียงจิ้งหรีดร้องระงมเมื่อฟ้ามืดลง ราวกับว่าพวกมันเลี้ยงสังสรรค์ และร่วมยินดีกับชัยชนะของถังโหลวที่แม้จะเจ็บแผ่นหลังที่ถูกโบยไปสี่ไม้แต่ก็รอดตายมาได้ ตระกูลฉู่เชี่ยวชาญด้านการปรุงยาแต่ไม่อาจปรุงยาที่ฟื้นความทรงจำของถังโหลวได้ วันนี้เช้าค่ำถังโหลวพยายามที่จะปรุงยาที่สามารถฟื้นความจำก่อนหน้านั้นแต่มีบางอยากบอกถังโหลวว่าไม่ควรปรุงมันขึ้นมาหรือว่าความทรงจำก่อนหน้านั้นเ็ปเกินกว่าจะจดจำ
ตำหนักใหญ่ของหยางลู่ฟง
“กงกง สนมฉู่คนนั้น”บางอย่างที่สะดุดใจของหยางลู่ฟงเกิดจากสนมหน้าตาสดใสน่ารักสนมฉู่
“สนมฉู่คือสนมที่ทำผิดกฎร้ายแรงของวังหลวง ฝ่าาทรงมีบัญชาเมื่อหลายเดือนก่อนให้คุมตัวนางยังตำหนักเย็น”
“ข้าเคยเรียกนางเข้ามาปรนนิบัติหรือไม่”
“เคยครั้งหนึ่งเพฮะ หลังจากนั้นก็ไม่เคยอีกเลย จนนางถูกกักตัวที่ตำหนักเย็น ”ฉีกงกงหลบตา
“หากเคยแล้วข้าทำไมจำนางไม่ได้”หยางลู่ฟงมีท่าทีครุ่นคิด
“สนมฉู่ไม่ได้มีสิ่งใดตรึงใจฝ่าา ก็เหมือนสนมคนอื่นๆ และนางทำผิดร้ายแรงฮองเฮาเองทรงเมตตาสนมฉู่จึงละเว้นโทษตายและฝ่าาได้มีบัญชาให้นางจองจำที่ตำหนักเย็นจนตาย”หยางลู่ฟงพยักหน้า
"บัญชาให้ปล่อยนางกลับไปที่ตำหนักเย็นตามเดิมไม่ต้องคุมขังนาง"ฉีกงกง ยิ้มมุมปาก
ฉู่ถังโหลวหลายเดือนมานี้ฉีกงกงมักได้ยินนางในและขันทีเอ่ยถึงนางเื่ความมีน้ำใจปรุงยาแจกจ่าย และยังเสียงเล่าอ้างเื่ยาของนางได้ผลดียิ่งกว่าเทียบยาของหมอหลวง
“ฝ่าา”
ฉีกงกงประสานมือออกจากห้องไปเมื่อฮองเฮาเฉวียนหยีเข้าในห้องบรรทม
หยางลู่ฟง ดึงมือเล็กไปยังแท่นบรรทมจุมพิตที่หน้าผากเบาๆ
"ฮองเฮา เ้าควบม้าเป็หรือไม่"
"ควบม้า หรือคะ"
"ควบม้า ข้าอยากให้เ้าควบม้าบนตัวข้า"เฉวียนหยียิ้มเอียงอาย
ตำหนักเย็น
ด้านหน้าเป็ลานกว้างร่มรื่นสะอาดสะอ้านมีชั้นไม้ไผ่ที่วางตะแกรงสำหรับตากสมุนไพรชนิดต่างๆ ถัดมาเป็แท่นบดยา กลิ่นสมุนไพรตากแห้งหอมหวนไปทั่วบริเวณ เฉว่หยาเล็มหญ้าที่ลานกว้าง
ถังโหลวจิบยาที่ปรุงขึ้นเพื่อช่วยรักษาอาการบอบช้ำจากการถูกโบย
"ดีแล้ว ไม่เป็อะไรมาก ลุงกลัวว่าจะโดนโบยตายไปเสียอีก ไหว้วานท่านแม่ทัพ ให้ช่วยดูแลเ้า"ลุงจงพูดขึ้นด้วยความห่วงใย
ถังโหลวขยับตัวไปมาด้วยยังปวดแสบที่แผ่นหลัง
"ถังโหลวขอบคุณท่านลุง ข้าเองก่อนนั้นาเ็และยังถูกส่งตัวมาที่ตำหนักเย็นแห่งนี้แม้แต่ผ้าห่มสักผืนก็ยังไม่มี ก็ได้ท่านลุงที่เมตตา จนตอนนี้ถังโหลวพอจะยืนด้วยลำแข้งตัวเองได้แล้ว"
"เฮ้อ ข้าละอิจฉาเ้าเสียจริงฉู่ถังโหลวผู้ไม่เคยทุกข์ร้อน มีเงินทองใช้จ่ายสบายยิ่งกว่าข้า ตำหนักเย็นไม่เคยเงียบเหงาผู้คนแวะเวียนทั้งชาวบ้านร้านตลาดและผู้คนในวังหลวง เปลี่ยนตำหนักเย็นเป็ร้านขายยา ทั้งยังช่วยชาวบ้านที่ไร้หมอไร้ยาไม่ต้องจ่ายค่ายาแพงๆ "ถังโหลวยิ้มสดใสเมื่อคิดถึงข้อนี้
"ไม่ได้เงินทองมากมายก็จริงแต่ถังโหลวก็ได้น้ำใจตอบกลับทั้งข้าวปลาอาหารทั้งไก่ทั้งปลา ส่วนเงินที่พวกเขาให้มาถังโหลวก็นำมาให้ชาวบ้านและขันทีนางในหยิบยืมยามขัดสนอย่างน้อยก็ทำให้เื่เล็กหรือใหญ่ก็มีคนคอยกระซิบบอก"
"ฉู่ถังโหลวเ้าไม่ควรมาอยู่ที่นี่หมอยาดีดีเช่นเ้าควรจะสบายกว่านี้"
"สิ่งเดียวที่ถังโหลวจำได้แม่นยำคือสูตรยาชนิดต่างๆ นอกนั่นความทรงจำล้วนเลอะเลือนหายไปหลายเดือนที่ผ่านมาชีวิตล้วนสงบสุขและสนุกสนานจนกระทั่งวันนี้…."
ลุงจงถอนหายใจรู้ดีว่าเื่วุ่นๆ กำลังจะตามมาอีกมากกลัวว่าถังโหลวจะรับมือได้ยากยิ่ง