Our Rhythm จังหวะของเรา

    ตอนที่1.จังหวะนรก

     

    ตอนที่ 1 : จังหวะนรก

    เสียงแจ้งเตือนในโทรศัพท์ดังขึ้นเป็๲ครั้งที่สาม

    เจมิกาก้มมองหน้าจอที่ขึ้นชื่อ “พีท” ซ้ำ ๆ นิ้วโป้งของเธอค้างอยู่เหนือปุ่มรับสายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดรับในที่สุด

    “เจ…เราเจอกันได้ไหม”

    ปลายสายพูดเสียงเบา หญิงสาวสูดลมหายใจลึก เธอนั่งอยู่บนม้านั่งหน้าตึกออฟฟิศใน๰่๭๫พักกลางวัน อากาศร้อนอบอ้าวแบบกรุงเทพเดือนมีนาคมเหมือนจะสูบพลังงานชีวิตไปจนหมด รถบนถนนเคลื่อนตัวช้า ๆ เสียงแตรดังระงมจนชวนปวดหัว

    “พีท…เราคุยกันไปแล้วนะ”

    ปลายสายเงียบไปเล็กน้อย

    “แต่เราอยากลองอีกครั้ง เราคบกันมา๻ั้๹แ๻่มัธยม…เราแค่ต้องใช้เวลา”

    เจหลับตา (ในใจเจคิด: ต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่ถึงจะยอมรับความจริงได้สักที) 

    “พีท…เรารักนาย ในแบบเพื่อนมาตลอด”

    คำพูดนั้นออกจากปากช้า ๆ แต่หนักแน่น

    “แต่เธอบอกว่าจะลอง…” เสียงฝ่ายนั้นเบาลงเล็กน้อย

    “ใช่…เราลองแล้ว” เจยิ้มเศร้า “แต่เราไม่รู้สึกแบบนั้นจริง ๆ”

    ลมร้อนพัดวูบมา เธอกำโทรศัพท์แน่นจนเห็นข้อมือขาวเกร็ง

    “เราคิดว่า…ถ้าเราโตมาด้วยกัน เข้าใจกัน มันน่าจะเหมือนพ่อกับแม่เรา”

    เธอหัวเราะเบา ๆ หยันตัวเอง “แต่ไม่ใช่เลย”

    ปลายสายเงียบไปนาน ก่อนที่เจจะตัดสินใจปิดบทสนทนา

    “เราขอโทษนะพีท ขอโทษจริงๆ” สายถูกตัดไปโดยไม่มีคำตอบ

    เจวางโทรศัพท์ลงบนตัก เธอมองมือของตัวเองที่ยังสั่นเล็กน้อย

    “นี่ฉันเพิ่งเลิกกับแฟนเหรอเนี่ย…” เธอยังไม่ทันได้ซึมซับกับความรู้สึกโหวงในอก

    แฟ้มเอกสารปึกใหญ่ก็ถูกโยนกระแทกลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนตรงหน้า

    “เจ! เอกสารที่ฉันให้แก้เสร็จหรือยัง”

    เจสะดุ้งสุดตัว “เอ่อ…กำลัง—”

    “กำลังอะไร งานวันนี้นะ ไม่ใช่พรุ่งนี้” หัวหน้าหญิงวัยสี่สิบกอดอกทำหน้าตึง

    “แล้วรายงานยอดขายเมื่อวานล่ะ”

    “หนูส่งไปในเมล—”

    “ฉันยังไม่ได้ดู เดี๋ยวแกมานั่งอธิบายให้ฉันด้วย ตอนบ่ายต้องประชุม อย่าให้พลาดอีกนะ” หัวหน้าหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่รอฟังคำตอบ

    เจนั่งนิ่งก้มมองแฟ้มที่ยับยู่ยี่ (เจคิด: เลิกกับแฟน ยังไม่ทันได้ร้องไห้ ก็ต้องกลับไปปั่นงานต่อ… ชีวิตมันจะตลกเกินไปแล้ว)

    ...

    หลังเลิกงาน เจเดินลากขาออกจากออฟฟิศด้วยสภาพเหมือนแบตเตอรี่เหลือ 1% เธอปลดรองเท้าคัทชูที่กัดส้นจนแดงออก แล้วยัดเท้าลงผ้าใบเน่าๆ ทันที โทรศัพท์ในมือถูกกดหาเซฟโซนเดียวที่มี

    “ฮัลโหล พี่หนิง…”

    “ว่าไงเจ”

    “พี่…ว่างไหม” น้ำเสียงเธอสั่นและเบากว่าปกติ จนคนปลายสายเงียบไปนิดหนึ่ง

    “เกิดอะไรขึ้น”

    “หนูเลิกกับพีท” หนิงถอนหายใจเบา ๆ

    “โอเค…แล้วงานล่ะ”

    “พังยับ”

    หนิงหัวเราะเบา ๆ “อยากดื่มใช่ไหม”

    เจหัวเราะออกมาทั้งที่น้ำตาเริ่มคลอเบ้า “พี่รู้ใจเกินไปแล้ว”

    “เดี๋ยวนะ…ฉันกำลังคุยงานอยู่”

    “ไม่เป็๞ไรพี่ ไว้วัน—”

    “ไม่ ๆ รอฉันแป๊ป”

    อีกด้านหนึ่ง ภายในร้านไวน์เล็ก ๆ ที่เปิดเพลงแจ๊ซคลอเบา ๆ แอร์เย็นฉ่ำตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอกอย่างสิ้นเชิง

    ผู้หญิงผมบ๊อบเรียบเฉียบ นั่งตัวตรงเหมือนรูปสลัก เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสีดำ เรียบแต่ดูแพงโดยไม่ต้องพยายาม

    ‘ปราณ’ เธอกำลังพลิกดูต้นฉบับเงียบ ๆ สายตาจดจ่อ

    หนิงวางโทรศัพท์ลง สีหน้าลำบากใจเล็กน้อย

    ปราณเงยหน้าขึ้น “มีอะไรหรือเปล่า เ๹ื่๪๫ผู้ช่วยเหรอ ฉันไม่รีบ”

    หนิงลังเล “เอ่อ…ญาติฉัน…ที่เหมือนน้องสาวน่ะ วันนี้เขาอกหัก แล้วก็เครียดเ๱ื่๵๹งาน อยากมานั่งดื่มด้วย” หนิงรีบพูดต่อ “แต่ถ้าเธอไม่สะดวกก็ไม่เป็๲ไรนะ ฉันเข้าใจ เธอไม่ชอบคนเยอะ—”

    ปราณนิ่งไปเล็กน้อย เธอวางแก้วไวน์ลง

    “คนเดียว?”

    “อือ คนเดียว”

    ปราณมองออกไปนอกหน้าต่างร้าน เห็นรถติดยาวเหยียด “ชวนมาเถอะ”

    หนิงกะพริบตา “จริงเหรอ”

    ปราณยิ้มมุมปากบาง ๆ “วันนี้ฉันอารมณ์ดี” 

    สามสิบนาทีต่อมา เจเดินผลักประตูร้านเข้ามาแบบเก้ ๆ กัง ๆ สภาพเสื้อเชิ้ตยับย่น ผมยาวถูกรวบลวก ๆ มีปอยผมหลุดลุ่ย เธอหันซ้ายหันขวา

    จนเห็นหนิงโบกมือเรียก “ทางนี้!”

    เจเดินดุ่มๆ เข้าไป ก่อนจะชะงักกึกเมื่อเห็นผู้หญิงอีกคนนั่งฝั่งตรงข้าม (เจคิด: โห... สวย ดุ นิ่ง สภาพเราตอนนี้เหมือนหมาตกน้ำเลยว่ะ) เจค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งอย่างเกร็ง ๆ

    “เอ่อ…สวัสดีค่ะ”

    หนิงยิ้มให้ “เจ นี่ปราณ เพื่อนพี่”

    ปราณพยักหน้าเบา ๆ สายตากวาดมองสภาพคนมาใหม่๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า (ปราณคิด: ยับเยินมาเลยทีเดียว) 

    “สวัสดี” เสียงเธอนุ่มแต่เรียบสนิท

    เจยิ้มแหย “สวัสดีค่ะ”

    ความเงียบทิ้งตัวลงกลางโต๊ะ จนเจเริ่มทำตัวไม่ถูก หนิงรีบเปลี่ยนบรรยากาศ

    “ดื่มก่อน ๆ” เจไม่รอช้า หยิบแก้วไวน์ตรงหน้ากระดกรวดเดียวเหมือนกินน้ำเปล่า

    “ใจเย็น!” หนิงร้องเสียงหลง

    เจวางแก้วลงดังตึก

    “วันนี้มัน…จังหวะนรกค่ะ เดือนหนึ่งหนูจะมีแบบนี้สักครั้งสองครั้ง”

    ปราณเงยหน้ามองเธอ แววตาเรียบเฉย

    “เลิกกับแฟน…โดนหัวหน้าดุ…งานก็พัง” เจหัวเราะแห้ง ๆ “ครบสูตรเลยค่ะ”

    ปราณยังคงนั่งพิงพนักเก้าอี้ ท่าทีสบายๆ “แล้ว…เลิกเพราะอะไร”

    เจชะงักเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะโดนถามตรงๆ จากคนเพิ่งเจอกัน แต่เธอก็ตอบไปตามตรง “หนูไม่รักเขา เราเป็๞เพื่อนกัน ลองคบกัน แต่หนูไม่รู้สึกอะไร”

    หนิงมองเจอย่างเห็นใจ

    “เขาเป็๞เพื่อนหนูมา๻ั้๫แ๻่เด็ก หนูคิดว่ามันควรจะใช่…แต่พอลองแล้ว มันไม่ใช่เลย” เจหมุนแก้วในมือ สายตาเหม่อมองน้ำสีแดงเข้มก้นแก้ว

    “มันเหมือน…เราพยายามเต้นตามจังหวะเพลงที่ไม่ใช่ของเรา”

    ปราณที่กำลังจะยกแก้วขึ้นจิบ ชะงักมือ (ปราณคิด: เต้นตามจังหวะเพลงที่ไม่ใช่ของเรา... คำพูดดูโตกว่าบุคลิก) สายตาของปราณเลื่อนมาจับจ้องเจเป็๞ครั้งแรก อย่างพิจารณามากขึ้น

    จู่ๆ หนิงก็มองนาฬิกาแล้วสะดุ้ง “แย่แล้ว ฉันต้องกลับแล้ว ลูกกับผัวรออยู่”

    เจทำหน้าตื่น “เดี๋ยวสิพี่…หนูเพิ่งมาเองนะ!”

    “ฝากดูน้องฉันด้วยนะ” หนิงหันไปพูดกับปราณยิ้ม ๆ

    “ไว้ส่งเรซูเม่ผู้ช่วยมาให้เลือก” ปราณพยักหน้ารับคำสั้นๆ หนิงรีบลุกขึ้นคว้ากระเป๋า “ดื่มกันดี ๆ นะ” แล้วก็วิ่งออกจากร้านไป

    โต๊ะเหลือเพียงสองคน เจนั่งตัวลีบ “เอ่อ…พี่กลับเร็วเนอะ”

    ปราณยกแก้วขึ้นจิบช้าๆ “เธอเลิกกับแฟนวันนี้”

    “ค่ะ…” “แล้วพรุ่งนี้ล่ะ”

    เจขมวดคิ้ว คิ้วผูกเป็๞ปม “คะ?”

    ปราณวางแก้วลง แขนเท้าโต๊ะ โน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย “พรุ่งนี้…เธอจะใช้ชีวิตแบบเดิมต่อไป ทนรับสภาพเดิมๆ… หรือจะหา ‘จังหวะ’ ของตัวเอง”

    คำพูดนั้นไม่ได้ดัง แต่มันชัดเจนและกระแทกเข้าไปในหัวของเจเต็มๆ (เจคิด: ผู้หญิงคนนี้... ทำไมถึงพูดเหมือนมองทะลุเข้าไปในหัวเราได้เลย)

    เจนิ่งงันไป เสียงเพลงแจ๊ซในร้านยังคงบรรเลงต่อไป และนี่คือครั้งแรกในรอบวันที่เจลืมความเครียดเ๱ื่๵๹งานและแฟนเก่าไปชั่วขณะ คืนนี้อาจไม่ใช่แค่คืนที่เธออยากเมาหนีความจริง แต่มันมีมุมมองบางอย่าง…กำลังเริ่มต้นขึ้น

     

    จบตอน.