พลอยดาวถึงกับพูดอะไรไม่ออกเธอเห็นแค่แผ่นหลังกว้างที่ก้มๆ เงยๆ อยู่ที่ตู้แสดงหนังสือหายากเธอพูดประโยคนั้นด้วยความเคยชิน ไม่คิดว่าพอเขาหันกลับมาจะกลายเป็ ‘กวิวัชร์’ เ้านายหน้านิ่งของพราวมุก
“พราวมุก?ไม่ใช่สิ คุณไม่ใช่...” เป็พราวมุกไม่ได้อย่างแน่นอน เวลานี้เลขาของเขาอยู่ที่บริษัทแน่ๆ กวิวัชร์ขมวดคิ้วอย่างงุนงง มีคนหน้าตาคล้ายเอ่อ ไม่สิต้องเรียกว่าเหมือน...เหมือนกันมาก
ด้วยสัญชาตญาณทำให้พลอยดาวถอยหลังหนีแต่แผ่นหลังไปชิดกับชั้นหนังสือ เธอใหลุดอุทานออกมาหนังสือเล่มบนเหนือศีรษะทำท่าจะใใส่เธอยกมือขึ้นกุมศีรษะทันทีแต่หนังสือเล่มหนาอยู่ในมือของชายหนุ่มแล้ว
มีแต่คนทำผิดที่ร้อนรนขนาดนี้
กวิวัชร์บอกตัวเองในใจแต่เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนนี้มาก่อน ไม่มีเหตุผลให้เธอต้องหวาดกลัวเขาขนาดนี้ เพราะไม่ชอบทำอะไรค้างคาใจ เขาคิดจะอ้าปากถามแต่หางตารับรู้การเคลื่อนไหว เห็นเงาร่างของปภาวดีเดินเข้ามาในห้องสมุด ด้วย้าหลบไม่ให้ปภาวดีเห็นตัวเขาจึงดันร่างเล็กไปในซอกระหว่างตู้หนังสือหญิงสาวอ้าปากเหมือนจะส่งเสียงร้องแต่เขายกมือปิดปากเธอไว้ก่อน
“ชู่ว์” เขาทำเสียงบอกให้เธอเงียบก่อนพลอยดาวแทบกลั้นหายใจเมื่อร่างกายใหญ่โตของเขาแนบชิดกับร่างของเธอเธอไม่เคยเข้าใกล้ชิดผู้ชายคนไหนแบบนี้มาก่อน ดวงตากลมเบิกกว้างและเห็นว่าเขาเหลือบมองด้านข้างตลอดเวลาจนกระทั่งเหมือนใครบางคนก้าวไปพ้นสายตาแล้ว เขาจึงยอมยกมือออกแล้วถอยห่างออกมา
“ขอโทษ ผมแค่จะหลบคน” เขาถอยออกมาเล็กน้อยแต่ไม่ยอมให้เธอเดินหนีไปได้
“ค่ะ” เธอพูดได้แค่นั้น แต่เห็นเขายืนนิ่งเป็ตุ๊กตาหินก็ทำหน้าตึงใส่ “ช่วยหลบด้วยค่ะ”
“เดี๋ยวสิครับ” เห็นเธอเบี่ยงตัวไปทางซ้ายเขาก็ใช้ตัวเองบังไม่ให้เธอเดินออกมาได้ พอเธอขยับไปทางขวาเขาก็ทำเหมือนเดิมคราวนี้เธอคงโกรธแล้วแพราะเห็นแววตาที่จ้องเขม็งแบบจะเอาเื่ ทั้งที่ตัวเธอเล็กนิดเดียว และดูยังไงก็สู้แรงเขาไม่ได้
แต่เขากลับชอบท่าทีเหมือนแมวน้อยขู่จนขนพองแบบนี้
“นี่คุณจะเอายังไง”
“แค่อยากคุยด้วย”
“ฉันไม่รู้จักคุณเราไม่มีเื่อะไรให้คุยกัน” เธอเชิดหน้าพูดทั้งที่ใจสั่น กลัวว่าเขาจะจับได้ว่าเธอไปทำงานแทนพราวมุกน้องหวังใจจะได้ทำงานที่นี่มากเธอไม่อยากเป็ต้นเหตุให้น้องต้องหางานใหม่ทั้งที่ทำงานไม่ถึงสามเดือน
“แต่เมื่อกี้คุณมาคุยกับผมก่อน”
พลอยดาวอ้าปากค้างทำไมตอนเขาอยู่บริษัทไม่ใช่คนเซ้าซี้ขนาดนี้นะ“นั้นเพราะว่าฉันคิดว่าคุณ้าความช่วยเหลือ”
“คุณเป็เ้าหน้าที่ห้องสมุดเหรอ”เขาถามแล้วดูหนังสือเล่มหนาในมือที่หยิบไว้ได้ทันก่อนมันจะหล่นใส่ศีรษะของเธอ
“เปล่าค่ะ ฉันแค่มาทำงานที่นี่บ่อยๆ” เธอฉวยหนังสือในมือเขา ออกแรงผลักเขาให้พ้นทางเขายอมเบี่ยงตัวให้เธอเดินออกมาได้แต่หญิงสาวแค่จะเอาหนังสือไปเสียบใส่ชั้นหนังสือตามเดิมพลอยดาวลองเขย่งปลายเท้าขึ้นแต่ความสูงก็ยังไม่พอจะเก็บหนังสือเข้าชั้นตามเดิมเธอเหลียวมองหาบันไดสำหรับปีนขึ้นไปหยิบหนังสือชั้นบนแต่มือใหญ่ข้างนั้นหยิบหนังสือเล่มเดิมไปเสียบในชั้นหนังสือตามเดิม
“ตรงนี้ใช่ไหม”
“ค่ะ” ผู้ชายคนนี้สูงเท่าไรกันนะ คราวก่อนเธอไม่ได้ยืนใกล้เขาขนาดนี้
“เรียบร้อย” กวิวัชร์พูดแล้วก้มมองคนตัวเล็ก“คำขอบคุณล่ะ”
“ขอบคุณอะไรคะเป็ฉันที่ควรได้ยินคำขอบคุณจากปากคุณมากกว่า”
คราวนี้กวิวัชร์เลิกคิ้ว “เื่อะไรครับ”
“ก็เมื่อกี้คุณหลบคนไม่ใช่เหรอ”เธอขมวดคิ้วแล้วยกมือขึ้นกอดอก “และคุณควรขอโทษที่ทำให้ฉันใด้วยค่ะ”
ท่าทางเรียบร้อยแต่ต่อปากต่อคำเก่ง ทำให้เขาเผลอยิ้มออกมา
“ได้”
พลอยดาวเห็นเขาตอบรับง่ายๆ ก็แปลกใจ แต่จู่ๆเขาก็คว้าข้อมือเธอไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไป
“คุณจะทำอะไร”
“จะพาคุณไปกินข้าวเลี้ยงข้าวไถ่โทษที่ทำให้คุณใและขอบคุณที่คุณช่วยผม”
“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้” เธอขืนตัวดึงมือตัวเองกลับแต่เขากลับกระตุกเบาๆร่างเล็กก็เซถลาเข้าไปในอ้อมอกของเขาอย่างง่ายดาย
“ไม่ได้ ผมเป็พวกบุญคุณต้องทดแทนหนี้แค้นต้องชำระ”
ทำไมเขาต้องเน้นคำว่าแค้นด้วยล่ะเธอไม่ได้มีความแค้นอะไรเสียหน่อย
ทว่าปลายนิ้วของเขาไล้ใบหูขวาของเธอเบาๆแต่ทำให้เธอใยกมือขึ้นแตะใบหูตัวเอง
“ใช่จริงๆด้วย”
“คุณจะเอาอะไรกันแน่ นี่ห้องสมุดนะ” พลอยดาวเสียงสั่นอย่างไม่รู้ตัว
“ก็คุณคือคนที่อยู่ห้องทำงานผมวันเสาร์ไงล่ะ”
“คุณ...คุณรู้ได้ยังไง” พลอยดาวอ้าปากค้างน้อยคนที่จะแยกเธอกับพราวมุกได้ในเวลาเพียงแวบเดียว
“คุณมีไฝเม็ดเล็กๆ ที่หูขวาแต่เลขาของผมไม่มี” เขายิ้มแบบคนที่เหนือกว่า และกลายเป็รอยยิ้มที่น่ากลัว“พวกคุณคิดจะทำอะไรกันแน่ มาขโมยความลับของบริษัทผมหรือไง”
“ไม่ใช่!” พลอยดาวส่ายหน้าไปมาเร็วๆ
“มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ หนูพลอยดาว” บรรณารักษ์สาวเดินผ่านมาเห็นเข้าจึงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“ไม่มีอะไรคะคุณแอนนา” พลอยดาวรีบตอบ “พอดีพลอยเจอคนรู้จักค่ะ”
“อ่อ...”
“พลอยกำลังจะกลับแล้วค่ะสัปดาห์หน้าพลอยจะมาใหม่นะคะ”
“ยินดีต้อนรับเสมอจ๊ะหนูพลอย”
พลอยดาวฉีกยิ้มกว้าง รอจนบรรณารักษ์เดินออกไปแล้วจึงหุบยิ้มแล้วหันมาขึงตาใส่ผู้ชายตัวโต
“พลอยดาว?” กวิวัชร์เลิกคิ้ว “พราวมุก?”
“ใช่ฉันชื่อพลอยดาวเป็พี่สาวฝาแฝดของพราวมุกเลขาของคุณ” พลอยดาวดันแว่นตาขึ้นชิดใบหน้าด้วยความเคยชิน“วันเสาร์ฉันไปทำงานแทนพราวมุก เพราะน้องสาวติดธุระจำเป็”
“แค่ติดธุระก็ลางานได้”เขาไม่เชื่อในสิ่งที่เธอพูดนัก
“ก็พราวมุกทำงานยังไม่ครบสามเดือน ถ้าลาหยุดงานก็กลัวจะไม่ผ่าน่ทดลองงานคุณไม่เคยได้ยินสินะ เก้าสิบวันอันตรายทำงานยังไงให้ผ่านโปร”
คราวนี้เป็กวิวัชร์ที่อึ้งไปเื่พวกนี้เป็หน้าที่ของ HR หรือฝ่ายคัดเลือกบุคลากรแต่เท่าที่ทำงานร่วมกับพราวมุกมาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเว้นแต่ว่าเธอเพิ่งมาทำงานใหม่ ถ้าลาหยุดไม่มีเหตุผลก็ส่งผลต่อการประเมินเข้าทำงาน
“คุณเข้าใจแล้วใช่ไหมคะ” คราวนี้เสียงพลอยดาวอ่อนลง“ยัยมุกมีความจำเป็จริงๆค่ะ เราไม่ได้เป็สายลับให้บริษัทไหนเลย คุณดูสิฉันทำงานแปลเอกสารเขียนบทความ วันๆ ก็คลุกอยู่กับหนังสือพวกนี้ไม่มีทางขโมยข้อมูลของบริษัทคุณแน่นอน”
“ผมจะเชื่อคุณได้ยังไง”
พลอยดาวสูดลมหายใจลึก“ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงให้คุณเชื่อนี่คะ”
กวิวัชร์กวาดตามองหญิงสาวอีกครั้งมุมปากยกยิ้มร้ายๆ ทำให้พลอยดาวใจสั่นไหว
“ดินเนอร์”
“คะ?”
“ดินเนอร์กับผมให้ผมพิจารณาก่อนว่าคุณพูดจริงแค่ไหน” เขายิ้มกริ่มแบบคนเอาแต่ใจ ไม่ได้รู้สึกสนุกแบบนี้มานานแล้ว
“อะไรนะคะ”
“แค่กินข้าวเย็น” เขาไหวไหล่ “เดี๋ยวผมให้เลขาผมนัดคุณก็แล้วกัน”
เลขาคุณก็น้องสาวฉันนี่!
พลอยดาวโมโหจนอยากกระทืบเท้าเร่าๆเป็เด็ก แต่ทำได้แต่กัดริมฝีปากแน่นด้วยความโกรธ ผู้ชายตัวสูงยิ้มเ้าเล่ห์แล้วหมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้เธอยืนโมโหอยู่คนเดียว.