กวางตัวใหญ่เสี่ยวเอ้อร์นำไปชั่งน้ำหนักได้ถึง 500 ชั่ง พร้อมกับนำเขาที่ตัดออกมาส่งให้กับเว่ยเจี้ยนป๋อ กวาง 500 ชั่งที่ลูกสาวแสนบอบบางแบกออกมาจากป่า เว่ยเจี้ยนป๋อคิดแล้วให้เ็ปนักเขาเองก็รักลูกสาวมาก เหตุใดลูกสาวเขาถึงทำงานหนักขนาดนี้ คิดแล้ว่ปวดใจนัก
“นี่ขอรับเขากวางของพวกท่านส่วนนี่เป็เงิน 500 ตำลึงเงิน เป็ตั๋วแลกเงินใบละ100 ตำลึง 5 ใบ พวกท่านตรวจดูก่อน”
“ขอบใจเ้ามาก เช่นนั้นข้าสองคนลานะขอรับหลงจู๊”
“อืม อย่าลืมนะหากมีของดีอย่าลืมนึกถึงเหลาของข้า”
“ขอรับพวกเราไม่ลืมท่านแน่ๆขอรับ” เหลียนอี้ปิงรับคำหนักแน่น
“พี่ใหญ่เรารีบเอาเขากวางนี่ไปขายก่อนเถอะขอรับ จะได้รีบกลับบ้านประเดี๋ยวจะมืดค่ำไปเสียก่อน”
“ตกลง”
ทั้งสองคนนำเขากวางมาขายให้กับโรงหมอตามคำแนะนำของหลงจู๊ เขากวางที่พวกเขานำมาเป็เขากวางอ่อนที่ที่โรงหมอ้ามานาน เขากวางอ่อนสามารถนำมาเพิ่มในเทียบยาได้หลายขนานและเขากวางอ่อนหายากไม่ใช่ว่าใครก็จะสามารถหาเขาที่ไม่อ่อนเกินไปและแก่เกินไป เขากวางที่ทั้งสองคนนำมานับว่าเหมาะสมมาก
“เขากวางอ่อนนี้มีขนาดใหญ่สมบูรณ์ดีมาก อีกทั้งยังหายากมากพวกเ้าช่างโชคดีจริงๆที่สามารถหาเขากวางที่มีอายุพอเหมาะแก่การทำยาอีกทั้งเขาใหญ่และยาวขนาดนี้ โรงหมอของเราเองก็โชคดีเช่นกันที่พวกเ้านำเขากวางนี้มาขายให้เรา ต่อไปจะได้มียาดีๆเอาไว้รักษาผู้คน”
“ขอรับเราเองก็โชคดีเช่นเดียวกันขอรับ” เว่ยเจี้ยนป๋อ
“เช่นนั้นเขากวางทั้งสองข้างนี้ ข้าให้ข้างละ 5 ตำลึงทอง เจา้จะตกลงขายหรือไม่”
“ข้ายินดีขายขอรับ”
“เช่นนั้นรอสักครู่ ข้าจะไปเอาเงินที่ห้องบัญชีมาให้ เ้าจะรับเป็ก้อนเงินหรือตั๋วเงินดีล่ะ”
“ขอเป็ตั๋วแลกเงินขอรับ”
“ได้ เ้ารอสักครู่”
หลังจากได้รับเงินค่าเขากวางแล้ว ทั้งสองคนไม่รอช้ารีบบังตับเกวียนมุ่งหน้ากลับบ้านทันที เงิน 20 ตำลึงทองยังนอนร้อนอยู่ในอกเสื้อของเว่ยเจี้ยนป๋อ เขาไม่คิดว่าภายในวันเดียวกันนี้ลูกสาวของเขาจะสามารถทำเงินได้มากมายขนาดนี้ เงินที่ได้จากการขายปลาเมื่อเช้านี้ 10 ตำลึง และเงินที่ได้จากการขายไก่ป่าและกระต่ายป่าอีก 1 ตำลึง
“เร่งฝีเท่าหน่อยขอรับพี่ใหญ่ ข้าใจคอไม่ดี”
“ได้ ข้าเองก็ไม่ต่างจากเ้าเช่นเดียวกัน”
เมื่อทั้งสองคนเดินทางกลับมาถึงหมู่บ้านถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นพวกเขาบังคับเกวียนไปที่บ้านของเว่ยจื้อโหยวทันที
“อาโหยว พ่อกลับมาแล้ว”
“ท่านพ่อ ท่านลุง มาเหนื่อยๆมานั่งกินน้ำก่อนเ้าค่ะ ข้าจะไปยกน้ำมาให้”
“ขอบใจเ้ามาก ”
ทั้งสองคนนั่งรออยู่ที่โต๊ะใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน ใช้เวลาไม่นานเว่ยจื้อโหยวก็ยกน้ำที่นางแอบผสมน้ำแร่เอาไว้ออกมาให้ท่านพ่อและท่านลุงของนางดื่ม
“เป็เช่นไรเ้าคะท่านพ่อ ท่านลุง ขายได้ราคาดีหรือไม่เ้าค่ะ”
“ได้ราคาดีมากเลยล่ะอาโหยว อีกทั้งพวกเรายังเอาเขากวางไปขายที่โรงหมอด้วยล่ะ ได้ราคาดีมากเลยล่ะ”
“จริงหรือเ้าคะท่านพ่อ เช่นนั้นก็ดีมากเ้าค่ะเอาไว้ข้าจะไปล่ามาอีก”
“เ้ายังจะเข้าป่าไปอีกหรือ ลุงว่าเอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ลุงกับพ่อของหลานจะรีบเอาปลาไปส่งแต่เช้ามืด จากนั้นกลับมาค่อยเข้าป่าเป็เพื่อนเ้า ในระหว่างที่เ้ารอปลุกผักที่สวน งานที่แปลงนาก็ไม่มีอะไรแล้วท่านป้าสะใภ้กับท่านแม่ของเ้าสามารถดูแลไหว ทั้งยังมีน้องๆของเ้าอีก”
“เอาเช่นนั้นก็ได้เ้าค่ะ”
“นี่เป็เงินที่ขายได้ทั้งหมดของวันนี้ 10 ตำลึงค่าปลา 2 ตำลึงค่าไก่และกระต่ายของเ้า 5ตำลึงทองสำหรับกวาง และนี่อีก 10 ตำลึงทองที่ได้จากการขายเขากวาง” เว่ยเจี้ยนป๋อ ทำการแจกแจงถึงที่มาของรายได้วันนี้
“เช่นนั้นก็ คนละ 5 ตำลึงทอง กับอีก… ”เว่ยจื้อโหยวยังพูดไม่จบเหลียนอี้ปิงก็เอ่ยปากขัดหลานสาว
“เ้าจะแบ่งเงินค่าขายกวางให้พวกเราไม่ได้ เ้าเป็คนล่ามา”
“ไม่ได้นะเ้าคะท่านลุง เราตกลงกันแล้วว่าจะแบ่งออกเป็3 ส่วน หากเป็เช่นนี้ครั้งหน้าข้าไม่กล้ารบกวนท่านพ่อกับท่านลุงแล้ว”
“เ้าพูดอะไรจะรบกวนได้ยังไง พวกเราเป็ครอบครัวเดียวกันนี่ก็พ่อของเ้า ลุงเองก็เป็ลุงแท้ๆของเ้าหากเราแบ่งกันเช่นนี้ไม่ใช่ว่าข้าสองคนเอาเปรียบเ้าหรือ”
“ไม่ ไม่เ้าค่ะ ข้าเต็มใจ เพราะเราเป็ครอบครัวเดียวกันต่อไปนี้พวกเราจะอยู่ดีกินดี มีอนาคตที่ดีไปด้วยกัน ท่านลุงกับท่านพ่อเก็บเงินเอาไว้เถอะนะเ้าคะ จะได้มีเงินซื้อที่ดินเพิ่มต่อไปเราจะปลูกผักผลไม้และข้าวจะได้ไม่ต้องซื้อกิน หน้าหนาวเราจะได้ไม่ขาดแคลนอาหาร ข้าอยากให้ท่านพ่อส่งน้องชายทั้งสองเรียนหนังสือด้วยเ้าค่ะ ส่วนข้าจะให้อาซวนไปเรียนด้วยเช่นเดียวกัน”
“เช่นนั้นก็ตกลงตามที่อาโหยวว่าเถอะขอรับพี่ใหญ่ หลานมีใจกตัญญูท่านก็รับเอาไว้เถอะ ”
“เช่นนั้นลุงจะรับเอาไว้ก็ได้ ขอบใจเ้ามากนะอาโหยว”
“ข้าเต็มใจเ้าค่ะ ต่อไปพวกเราจะอยู่ดีกินดี ท่านพ่อกับท่านลุงรู้ราคาหมูป่าดำหรือไม่เ้าคะ”
“พ่อไม่รู้ว่าราคาเท่าไหร่ แต่แพงกว่าเนื้อกวางเพราะหมูป่าดำดุร้ายมากและพวกมันอาศัยอยู่แต่ในป่าลึก ไม่เคยมีใครล่าได้นานแล้ว”
“นี่อาโหยวที่เ้าถามมานี่ หรือว่าเ้าคิดจะเข้าไปล่าหมูป่าดำหรือ”
“ใช่แล้วเข้าค่ะท่านลุง วันนี้ข้าลองไปดูมาแล้ว พรุ่งนี้เราจะไปล่ามันกันเ้าค่ะ ท่านลุงเชื่อมือข้าได้เลย”
“เ้าแน่ใจหรือลูก ว่าจะไหว”
“เ้าค่ะท่านพ่อ ท่านพ่อวางใจได้เลยเ้าค่ะ ข้าสัญญาว่าหากเรามีเงินซื้อที่ดินและเงินปลูกบ้านแล้วข้าจะเข้าป่าให้น้อยลงเ้าค่ะ”
“ได้ตกลง พ่อจะไปกับเ้า อีกไม่นานก็จะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว”
“นั้นสิ เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 5เดือนเท่านั้น”
“ท่านพ่อ เช่นนั้น เงินก็แบ่งกันคนละ 5ตำลึงทองกับ 4ตำลึงเงินนะเ้าคะ”
“ตกลงตามเ้าว่าก็แล้วกัน ขอบใจลูกมาก เช่นนั้นพ่อกับลุงของเ้ากลับบ้านก่อน เ้าจะไปรับน้องสองคนเลยหรือไม่หากไปก็ไปพร้อมกันเสียทีเดียวจะได้ไม่ต้องเดิน”
“ไปเ้าค่ะท่านพ่อ ข้าปิดบ้านสักครู่เ้าค่ะ”
เว่ยเจี้ยนป๋อบังคับเกวียนกลับบ้านแม่ยายโดยมีลูกสาวนั่งไปด้วย เพืท่อรับน้องชายน้องสาวสามีกลับบ้านเด็กทั้งสองคนเป็เด็กดีและรู้ความมาก ตลอดเวลาที่อยู่ที่บ้านตระกูลเหลียนทั้งสองคนไปช่วยถอนหญ้าในนาข้าวด้วยเช่นกัน
ยายเหลียนที่เห็นลูกชายกับลูกเชยขับเกวียนเข้ามาโดยมีหลานสาวนั่งมาด้วยนางจึงถามลูกชายว่าเหตุใดวันนี้ถึงกลับบ้านมาช้านัก ด้วยยายเหลียนกลัวว่าจะเกิดเื่ขึ้น
“อี้ปิง เหตุใดวันนี้ถึงกลับมาช้านัก ขายของไม่ได้หรือ แล้วนี่อาโหยวมารับน้องๆหรือลูก”
“เ้าค่ะท่านยาย”
“พอดีว่าพวกข้าเข้าเมืองไปสองรอบขอรับท่านแม่ เลยกลับมาช้า”
“อ่อเช่นนั้นรึ แม่เองก็อดเป็ห่วงไม่ได้ ตอนนี้พวกเ้าออกจากบ้านก็ระวังตัวเอาไว้บ้าง แม่ได้ข่าวว่าคนจากหมู่บ้านเจียงสุ่ยโดนดักปล้นตอนขากลับจากเมือง”
“ขอรับท่านแม่พวกข้าจะระวังตัวขอรับ”
“ไปๆ เอาเกวียนเข้าไปเก็บหาน้ำหาหญ้าให้เ้าสองตัวนี่กินเสียด้วยล่ะ ดูท่าคงจะหิวมากแล้ว”
“ขอรับท่านแม่” อี้ปิงรับคำมารดาแล้วก็แยกย้ายกันไป เ้าล่อทั้งสองตัวนี้หลานชายทั้งสองตั้งชื่อให้มันว่าต้าเฟย กับต้าฟง
“ท่านยาย น้องทั้งสองไป ที่ใดแล้วเ้าคะ”
“อ่อ ไปช่วยแม่เ้าถอนหญ้าออกจากแปลงนาประเดี๋ยวก็กลับมาแล้วล่ะ”
“เ้าค่ะท่านยาย ประเดี๋ยวข้าเดินไปหาท่านแม่ที่แปลงนาเ้าค่ะ แล้วท่านตาเล่าเ้าคะ”
“เหอะตาของเ้าั้แ่มีพ่อกับแม่ของเ้าและน้องๆมาช่วยงาน วันๆก็กลายเป็ตาแก่ว่างงานป่านนี้คงจะเดินไปโขกหมากรุกกับสหายในหมู่บ้านแล้วน่ะสิ”
“เ้าค่ะ เช่นนั้นข้าไปหาท่านแม่กับป้าสะใภ้ก่อนนะเ้าคะ”
“ไปเถอะๆ”
ความจริงแล้วเว่ยจื้อโหยวใช้ข้ออ้างนี้เพื่อนำน้ำแร่แอบไปเติมในโอ่งน้ำดื่มในบ้านและโอ่งน้ำทุกใบที่มีอยู่ในบ้านของท่านยายนางแอบนำน้ำแร่ลงไปผสมทั้งหมด จากนั้นจึงมุ่งหน้าเดินไปยังแปลงนาของครอบครัว
ในตอนที่เดินมาถึงแปลงนาของครอบครัว ท่านแม่และทุกคนกำลังขึ้นจากแปลงนาเพื่อที่จะกลับบ้านเพราะวันนี้มีเด็กทั้งสองคนมาช่วยงานทำให้งานถอนหญ้าออกจากแปลงนาที่เหลืออยู่เสร็จเรียบร้อยพอดี พรุ่งนี้ก็จะเป็วันว่างเพราะงานในแปลงนาไม่มีอะไรให้ทำแล้ว
“ท่านแม่ ท่านป้าจะกลับแล้วหรือเ้าคะ”
“อาโหยวมาได้เช่นไรลูก”
“ข้ามารับน้องๆเ้าค่ะ เลยถือโอกาสเดินมาหาท่านแม่กับท่านป้าด้วย”
“ต้องขอบใจน้องทั้งสองของเ้าวันนี้ช่วยงานแม่กับป้าของเ้าได้มาก ทำให้งานถอนหญ้านี้เสร็จแล้วล่ะ พรุ่งนี้ก็ไม่มีอะไรทำแล้ว”
“เช่นนั้นพรุ่งนี้ ท่านแม่กับท่านป้า อยู่บ้านช่วยทำเสื้อผ้าใหม่ให้กับทุกคนได้หรือไม่เ้าคะ รวมถึงของข้าและของอาซวนกับอาเฟยด้วย ข้าจะให้ท่านพ่อซื้อผ้ากลับมาด้วยพรุ่งนี้”
“ได้สิแม่จะทำให้เต็มที่ ขอบใจเ้าด้วยนะอาโยวลูก”
“นั่นสิป้าเองก็ขอบใจเ้าด้วยนะอาโหยว”
“ขอบใจทำไมกันเล่าเ้าคะ พวกเราล้วนเป็ครอบครัวเดียวกัน ข้าจะให้ท่านพ่อส่ง น้องรองกับน้องเล็ก เข้าโรงเรียนด้วยรวมถึงอาซวนก็ต้องไปเรียนด้วยเช่นเดียวกัน ถ้าหากอาเฟยอยากเรียนเราค่อยหาว่าที่ไหนรับนักเรียนหญิงบ้าง”
“จริงหรือขอรับพี่ใหญ่ ที่พวกเราจะได้เรียนหนังสือกันแล้ว ” เว่ยหย่งิ
“จริงสิพี่ใหญ่เคยโกหกเ้าหรือ ”
“เย้ๆ ข้าดีใจที่สุดเลย จะได้เรียนหนังสือแล้ว”
“พี่สะใภ้ข้าค่อยเรียนจากน้องๆเอาก็ได้เ้าค่ะ หากข้าไปเรียนแล้วใครจะช่วยงานท่าน”
“ข้าทำได้งานที่บ้านมีอะไรให้ทำกัน หากอยากเรียนก็ไปเรียน ไม่ต้องห่วงเื่ทางบ้านหรอก”
“เ้าค่ะ ข้าขอบบคุณพี่สะใภ้มากเ้าค่ะ”
“ไปๆ ไม่ต้องขอบคุณแล้วมันเป็หน้าที่ของข้า ที่จะต้องทำอยู่แล้ว ตอนนี้พวกเรากลับบ้านกันเถอะ ท่านแม่ ท่านป้า ข้าพาน้องๆกลับบ้านก่อนนะเ้าคะ ”
“ไปเถอะลูก ค่อยๆเดินล่ะ”
เว่ยจื้อโหยงพาน้องชายน้องสาวเดินกลับบ้านด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข นางคิดว่าต่อไปนี้ครอบครัวกำลังจะดีขึ้นอีกไม่นานนางจะต้องสร้างบ้านหลังใหม่ให้เสร็จก่อนหน้าหนาวที่จะถึงนี้แน่ๆ
พรุ่งนี้ตอนเข้าป่านางจะหาดูว่าในป่าพอจะมีต้นงิ้วหรือไม่ หากมีนางจะเก็บเอาฝักงิ้วมาแกะเอานุ่นไว้ทำหมอน ผ้าห่ม ฟูกนอน คงนอนสบายขึ้นกว่านี้
ระหว่างเดินกลับบ้าน ทั้งสามคนเดินคุยกันมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เว่ยจื้อโหยวที่กำลังอารมณ์ดีกลับมาต้องอารมณ์เสียเพราะ ตอนนี้มีคนมาดักหน้าของนางสามพี่น้อง
“เ้าเป็ใคร แล้ว้าอะไรถึงต้องมาขวางทางข้า ”