1.30 น.
เรย์ออกจากเกมส์มาแล้ว เค้ามองนาฬิกาตีหนึ่งครึ่งแล้วเค้ารู้สึกปวดเมื่อยไปหมด เค้าอยู่ในเกมส์กว่า 6 ชั่วโมงเลยหรือนี่ มิน่าละ มันช่างยาวนานนักเค้านึกถึงตอนที่ตัวเองไปปฎิบัติภารกิจต่างๆมา
เค้าปิดเครื่องเกมส์ทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วก็ปิดไฟเข้านอน ขณะที่เค้านอนอยู่บนที่นอนนั้น อาการกระวนกระวาย คิดถึงเหตุการณ์ต่างๆภายในเกมส์เค้าคิดถึงไป๋ซวง เ้าัน้อยขี้อ้อน คิดถึงอาซือ เพื่อนที่รู้จักกันได้ไม่นาน แต่กลับรู้สึกว่าคุ้นเคยราวกับอยู่ในชีวิตจริง คิดถึงสาวสวยคนเดียวของคณะฟางลี่และนกสีขาวหางยาว รวมไปถึงเฉินกังชายชุดดำที่พูดน้อยที่เค้าก็รู้สึกได้ว่าคนคนนี้เป็คนดี ถึงปากจะไม่พูดไม่ค่อยแสดงออก แต่ก็ร่วมเดินทางไปกับพวกเขาโดยที่ไม่คิดจะแยกไปไหนเค้าดูออกว่าจริงๆแล้วเฉินกังก็รู้สึกผูนกันกับพวกเขาเช่นกันแค่ไม่แสดงออกเท่านั้น
เรย์คิดถึงเื่ราวต่างๆมากมายจนกระทั่งความง่วงเข้ามาครอบงำจนเขาหลับไป ....
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนใกล้ 7 โมง เรย์ตื่นมาพร้อมอาการงัวเงีย หลับไม่เต็มตื่น นอนไปเพียง 4-5ชั่วโมง บวกกับก่อนนอนเค้าใช้พลังในเกมส์ไปเยอะเลยตื่นมาด้วยความไม่สบายตัวเท่าไหร่นัก
เรย์ทำภารกิจยามเช้าเรียบร้อยและกลับเข้าสู่วงจรชีวิต วิถีชีวิตประจำวัน ที่เค้าต้องดำเนินไป
เช้าจรดเย็น กับภารกิจอันหนักหน่วงในสนามมนุษย์ออฟฟิศ
เรย์ลากสังขารกลับมาที่ห้องพักด้วยสภาพราวกับไปวิ่งมาราธอนมาสักร้อยกิโล เค้าเหนื่อยมากจึงไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะมากินอาหารที่แวะซื้อมาเป็เมนูข้าวขาหมูเพิ่มไข่กับโกโก้ไข่มุกนมสด พร้อมขนมอีกต่างหาก เค้าตุนเสบียงไว้เผื่อสำหรับพอออกจากเกมส์มากันหิวก่อนนอน
ขณะนี้เป็เวลา 17.50 เค้าจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วเตรียมพร้อมสำหรับการกลับเข้าไปผจญภัยและปฎิบัติภารกิจ ใกล้ถึงวันประลองแล้วเค้าจำเป็ต้องฝึกไป๋ซวงให้เก่งขึ้นและอัพเกรดตัวเค้าให้มีเลเวลที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน เรย์เช็คความเรียบร้อยอีกครั้งประตูห้อง ไฟ พัดลม มือถือ และไม่เผลอเปิดอะไรทิ้งไว้เมื่อเช็คดีแล้วเค้าก็กลับเข้าเกมส์ทันที
ไป๋เซียนเข้าเกมส์มาพร้อมตรงไปที่Land Shop เพื่อนำของที่เก็บมาไปขายและเลือกซื้ออาหารมาให้ไป๋ซวง จากนั้นก็มุ่งหน้าไป Level shop เพื่ออัพเกรดอาวุธ และอัพเกรดให้ไป๋ซวงด้วย
- อัพเกรดอาวุธ 100เหรียญ
- อัพเกรดพาหนะ 100 เหรียญ
ไป๋เซียนเดินออกจาก Shop ด้วยความตื่นเต้นและกระเป๋าแห้ง จำนวนเงินที่เค้าสะสมมาตอนนี้เหลือเพียง20เหรียญเท่านั้น เค้าเรียกไป๋ซวงออกมา พร้อมนำกระบี่วารีออกมาพออัพเกรดแล้วตอนนี้กระบี่ของเค้ามีลวดลายเป็รูปัน้ำที่บริเวณดาบกระบี่และมีรอยสลักบนเนื้อกระบี่เขียนว่า 瓦里 “วารี” ไป๋เซียนดีใจมากพอเห็นหน้าไป๋ซวง เค้าก็ยิ่งใระคนดีใจมากขึ้นไปอีก เค้าไม่ได้เจอไป๋ซวงัตัวน้อยของเค้าแค่ไม่กี่ชั่วโมง ตอนนี้มันตัวใหญ่ขึ้นมาก ยาวราว 1เมตรจากตอนเค้าออกไปมันยังตัวเท่าฝ่ามือเท่านั้นเอง พอไป๋ซวงเห็นไป๋เซียนก็ออกอาการดีใจ วนไปมารอบตัวเค้า ทำท่าอ้อนราวกับเด็กก็ไม่ปาน ไป๋เซียนหัวเราะร่า ด้วยความตลกและมีความสุข เค้าคิดว่าช่างดีจริงๆที่มีเกมส์นี้ทำให้ชีวิตที่ไร้สีสันของเค้าได้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
“นั่นๆดูเ้านั่นสิ หัวเราะดังลั่น คนรอบข้างใหมดแล้วนั่น” อาซือที่เห็นไป๋เซียนยืนหัวเราะอยู่หน้า Level Shop พูดกับฟางลี่ ที่เดินมาด้วยกันเค้าสองคนเข้าเกมส์มาสักพักแล้วและพวกเขาก็ซื้อไอเทมแจ้งเตือนเมื่อเพื่อนเข้าเกมส์มาพอเขาได้สัญญาณว่าไป๋เซียนเข้าเกมส์มาก็รีบออกตามหา จนกระทั่งมาเจอภาพเ้าคนบ้ายืนหัวเราะอยู่คนเดียว
ฟางลี่เดินเข้าไปหาไป๋เซียนก่อนเอ่ยทักทายทั้งไป๋เซียนและไป๋ซวงพอไป๋เซียนเห็นเพื่อนทั้งสองก็หยุดหัวเราะและเอ่ยทักทาย พร้อมถามหาเฉินกังที่ไม่มาด้วยกัน
“เฉินกังยังไม่เข้ามาหรอ”ไป๋เซียนถามทั้งสอง พอสิ้นเสียงก็มีสัญญาณแจ้งเตือนว่าคนที่เค้าพูดถึงเข้าเกมส์มาพอดี
“นั่นไงตายยากไหมละ ถามปุปมาปั้ป” อาซือพูดพลางประชด
“เราไปหาเฉินกังกันเถอะ” ไป๋เซียนเอ่ยชวนแล้วทั้งสามก็เดินไปทางทิศที่บอกว่าเฉินกังอยู่
เมื่อครบองค์ประชุมทั้งสี่ก็มุ่งหน้าไปสู่ ดินแดนทุ่งหญ้าเขียวขจีเพื่อเข้าสู่การคัดเลือกรอบที่1 ในการประลอง เพื่อชิงตำแหน่ง King of God โดยทั้งสี่ตกลงกันว่า หากพวกเขาต้องมาประลองกันเองก็จะไม่มีการออมมือและจะไม่โกรธหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแพ้เช่นกัน และหากใครเข้ารอบไปก็จะช่วยสนับสนุนเช่นกัน
ระหว่างทางไป๋เซียนได้เก็บของหายากมากมายจนฟางลี่เอ่ยปากแซวเค้าจึงบอกว่าไม่ได้เพราะเค้าใช้เงินในการอัพเกรดอาวุธและพาหนะหมดแล้วต้องรีบสะสมใหม่เดี๋ยวจะไม่มีเงินในการอัพเกรดรอบต่อไปเพราะเค้าไม่อยากใช้เงินจริงในการซื้อไอเทมในเกมส์
เฉินกังมองไป๋เซียนที่เอาแต่เก็บของหายากเพื่อเอาไปขายด้วยสายตาที่ยากจะเข้าใจ
ทั้งสี่เดินทางมาถึงดินแดนทุ่งหญ้าเขียวขจีเหตุที่พวกเขารู้ว่าถึงแล้วก็เพราะภาพตรงหน้าเป็ทุ่งหญ้ากว้างสุดลูกหูลูกตาเขียวขจี อบอวนไปด้วยหมู่แมลงน้อยใหญ่ ผีเสื้อหลากสีสวยงาม เต็มไปหมด
ฟางลี่ชื่นชมกับบรรยากาศตรงหน้าเธอรีบพาอันอันออกมาจากกระเป๋าแล้วให้ไปบินเล่นที่ทุ่งหญ้าแห่งนี้ทันที เช่นเดียวกับอาซือที่เรียกเ้าเถ้าซี่ออกมาเช่นเดียวกัน เว้นแต่เฉินกังที่ยืนมองอย่างเดียวไม่ได้เรียกพาหนะของเค้าออกมาแต่อย่างใด
ไป๋เซียนสังเกตเห็นว่าพาหนะของฟางลี่และอาซือก็โตขึ้นเช่นเดียวกันเค้าจึงถามทุกคนว่าพาหนะของพวกเขาโตขึ้นเหมือนกันใช่ไหม ทุกคนพยักหน้า และทั้งสี่ก็เดินตามอันอันและเถ้าซี่เข้าไปในทุ่งหญ้านั้น
ทั้งสี่ต้องข้ามทุ่งหญ้าเขียวขจีไปอีกฝั่งเพื่อไปให้ถึงหมู่บ้านพันปีก่อนค่ำ เพื่อที่จะลงชื่อเพื่อสมัครในการประลองและที่พวกเขารู้มาก็คือจะมีบททดสอบเพื่อคัดเลือกผู้ที่จะเข้าร่วมการประลองด้วย ทั้งสี่เดินไป พูดคุยแลกเปลี่ยนเื่ราว การคาดเดาว่าข้างหน้าเราจะเจออะไรกันบ้างทั้งสามคุยกันอย่างออกรา ออกชาติ เว้นแต่เฉินกังที่เป็เพียงผู้ฟังอย่างเดียวไม่ร่วมแสดงความคิดเห็นใดใด จนอาซือแอบเหน็บอยู่หลายครั้งจนไป๋เซียนต้องออกปากห้ามทัพอยู่เรื่อย
ทั้งสี่เดินมาจนสุดทางของทุ่งหญ้าเขียวขจีพวกเขาเห็นป้าย 千禧村 “หมู่บ้านพันปี” เขียนบนป้ายไม้ ตัวหนังสือสีแดง ทั้งสี่มองหน้ากันแล้วก็เดินเข้าหมู่บ้านไปพอทั้งสี่เข้าสู่เขตหมู่บ้านไป ภาพตรงหน้าคือกลุ่มคนจำนวนมาก ทั้งผู้เล่นทั้งเ้าหน้าที่ที่เป็เอไอ ราว100ชีวิต ทั้งสี่ใกับภาพตรงหน้า พวกเขารู้สึกแปลกใจ ประหลาดใจและมีคำถามเหมือนกันว่าคนพวกนี้มาทางไหนกันเพราะตลอดทางที่พวกเขาเข้ามาไม่เคยเจอผู้เล่นเลยสักคนเดียว
ทั้งสี่พากันเข้าไปติดต่อเ้าหน้าที่เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมการประลองโดยทั้งสี่ต้องลงทั้งชื่อ ธาตุประจำตัว รวมไปถึงพาหนะของตัวเองจากนั้นทุกคนก็จะได้รับภารกิจของตัวเองมา
ทั้งสี่นำภารกิจของตัวเองมาเปิดดูแต่ละคนได้รับภารกิจไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงต้องถึงเวลาที่ทั้งสี่ต้องแยกทางกันแล้วพวกเขาจะกลับมาเจอกันที่นี่หลังปฎิบัติภารกิจสำเร็จแล้ว ทุกคนอวยพรซึ่งกันและกันแล้วแยกย้ายกันไป
ไป๋เซียนเรียกไป๋ซวงออกมาเพื่อเดินทางเป็เพื่อนกันภารกิจที่ไป๋เซียนได้รับมาคือ การไปตามหาใบไม้ทองคำจากต้นไม้พันปีที่อยู่ใจกลางป่าพันปี โดยเดินทางไปทางทิศใต้ของหมู่บ้านไป๋เซียนไม่ได้เดินทางคนเดียวนานแล้วั้แ่เข้าเกมส์มาเค้าเลยรู้สึกโหว่งเหว่งภายในใจ
ไป๋เซียนเดินมาถึงชายแดนระหว่างหมู่บ้านและป่าพันปี ด้านหน้าของเค้าเป็เหมือนป่าโปร่งมีต้นไม้ห่างกันเป็ระยะระยะมองเห็นถึงด้านในของป่าไป๋เซียนคิดในใจว่าดูเหมือนจะไม่มีอันตราย แต่เค้าก็เชื่อว่าเมื่อเป็ภารกิจย่อมไม่ได้มาง่ายๆเป็แน่ แล้วเค้าก็ชวนไป๋ซวงข้ามเขตแดนเข้าไปในป่าพันปี
ไป๋เซียนเดินไปเรื่อยๆตามทิศที่เค้าคิดว่าจะไปเจอต้นไม้พันปี พอยิ่งเดินลึกเข้าไปเขาก็พบว่าความถี่ของต้นไม้เริ่มมากยิ่งขึ้นต้นไม้ก็ต้นใหญ่ขึ้น แสงสว่างที่ลอดระหว่างต้นไม้ได้ก็เริ่มลดลงไป๋เซียนเริ่มระวังตัวมากขึ้น เค้าจับกระบี่ตลอดเวลาเผื่อที่ว่าถ้ามีตัวอะไรออกมาเค้าก็จะจัดการได้ทันท่วงที
ในที่สุดไป๋เซียนก็เดินมาถึงลานกว้างที่ตรงกลางมีต้นไม้ใหญ่ตั้งตระง่านอยู่ แผ่อาณาเขตไปหลาย่คน ไป๋เซียนตกตะลึงเค้ายืนมองสำรวจไปรอบๆ เพราะเกรงว่าจะมีอะไรซ่อนอยู่เมื่อไม่เห็นมีอะไรที่ดูผิดปกติ เค้าก็เดินไปที่ต้นไม้นั้น ต้นไม้พันปีลำต้นใหญ่ราว10คนโอบแผ่กิ่งก้านสาขาไปไกลหลายร้อยเมตร ใบหน้ารูปหัวใจคล้ายใบโพธิ์และที่สำคัญทุกใบเป็สีทอง!!! ภารกิจของเค้าคือการนำใบไม้สีทองนี้กลับไปเค้าคิดในใจว่ามันจะง่ายขนาดนี้เลยหรอ แค่เดินทางมาเด็ดใบไม้กลับไปเค้ามองหน้ากับไป๋ซวงที่ตอนนี้เอาแต่วิ่งเล่นวนรอบต้นไม้พันปีอย่างสนุกสนานแล้วไป๋เซียนก็ตัดสินใจยกมือขอขมาต้นไม้ใหญ่นี้ว่าเค้าเพียงแค่ขอใบไม้ไปใบเดียวเท่านั้น อย่าได้โกรธเค้าเลยซึ่งเค้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำแบบนั้นทำไมทั้งที่ในนี้เป็เพียงแค่เกมส์เท่านั้น พอตัดสินใจเรียบร้อยแล้วเค้าก็เอื้อมมือไปเด็ดใบไม้ที่อยู่ต่ำที่สุดมาหนึ่งใบ
ขณะที่มือของเค้าััใบไม้นั้นเองต้นไม้ใหญ่ที่ดูเหมือนหลับใหลก็สั่นไหวขึ้นราวกับถูกปลุกจากการนอนหลับอย่างยาวนานไป๋เซียนชักมือกลับ และเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าว ไป๋ซวงรีบกลับมาอยู่ข้างกายเขาทันทีไป๋เซียนกำด้ามกระบี่ไว้แน่น แต่ยังไม่กล้าชักออกมา จนกระทั่งต้นไม้หยุดสั่น ก็มีร่างร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าของเค้าเป็ผู้หญิงผมดำขลับยาวถึงพื้น สวมชุดสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตปากรูปกระจับเข้ารูป รูปร่างสูงโปร่ง มีทรวดทรง เรียกได้ว่าเป็ผู้หญิงที่สวยมากนางหนึ่งเลยทีเดียว
ในมือของนางถือบางสิ่งอยู่ รูปร่างคล้ายหอยสังข์ ที่ดูเล็กกว่า
“ข้าชื่อ 欧拉 อี้เอ่อร์ เป็ผู้ดูแลรักษาต้นไม้พันปีนี้เ้ามีธุระอันใดกับต้นไม้นี้หรือ” สาวงามตรงหน้าเอ่ยขึ้นกับไป๋เซียน
“ข้าน้อยขออภัยขอรับแม่นางอี้เอ่อร์ ข้าน้อยได้รับภารกิจให้มานำใบไม้ทองคำกลับไป ข้าน้อยจึงอยากขอใบไม้นี้ไปสัก1ใบ ได้หรือไม่” ไป๋เซียนตอบอย่างสุภาพกลับไป
“ย่อมได้ แค่ใบไม้ใบเดียว ทำไมจะให้ไม่ได้เล่า....”นางไม้ผู้พิทักษ์ ตอบรับ
ไป๋เซียนยิ้มดีใจ และกล่าวขอบคุณ ด้วยความดีใจ แต่ยังไม่ทันขาดขำนางไม้คนสวยก็เอ่ยอีกว่า “ถ้าเ้าเอาชนะข้าได้นะ” แล้วฟ้าที่เคยสว่างก็มืดลงทันใด ลมพายุที่ไม่รู้มาจากไหนก็โหมกระหน่ำทำให้ต้นไม้พันปีพัดไหวอย่างรุนแรง
ัน้อยส่งเสียงขู่คำรามพร้อมเอาตัวมาปกป้องไป๋เซียนอย่างเต็มที่ไป๋เซียนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบชักกระบี่วารีออกมา วารีหลั่งไหล ไป๋เซียนเลือกกระบวนท่าที่รุนแรงน้อยที่สุดเข้าต่อสู้เพราะเกรงว่าจะไปทำร้ายต้นไม้ใหญ่เข้า กระแสธาราถาโถมเข้าไป นางไม้ผู้พิทักษ์เพียงสะบัดมือ กระแสธาราที่ไหลมาก็เหือดแห้งไปทันที
ไป๋เซียนใเค้ารีบใช้กระบวนท่าที่สองต่อทันทีแต่นางไม้ก็หลบได้ ไป๋เซียนรุกต่อ 3 4 5 กระบวนท่า ก็ยังไม่สามารถทำอะไร ไป๋เซียนถอยมาตั้งหลัก พร้อมอาการหอบเค้าคิดในใจว่า แม่นางคนนี้ช่างร้ายกาจขนาดตั้งรับอย่างเดียวโดยที่ไม่ได้โต้กลับเลย ยังไม่เป็อะไรเลยต่างกับตัวเค้าที่ใช้หมดทุกกระบวนท่าแล้ว ยังเข้าไม่ถึงแม้แต่ปลายเส้นผมเลย
“หมดแรงแล้วหรอถ้างั้น ตาข้าบ้างนะ” นางไม้ผู้พิทักษ์เอ่ย แล้วก็ขยับมือที่ถือสิ่งที่คล้ายหอยสังข์เพียงเธอยกมือขึ้น ก็มีคล้ายพลังงานที่รุนแรงวิ่งตรงมาทางเค้า ไป๋เซียนที่ตอนนี้ไม่มีทางถอยก็ยกกระบี่ขึ้นมาเตรียมตั้งรับสักพักเมื่อเค้าลืมตาขึ้นกลับพบว่าพลังงานนั้นได้หายไปแล้วแต่เบื้องหน้าเค้ากลับมีเ้าตัวสีฟ้าขวางหน้าอยู่ พร้อมขนาดตัวที่ใหญ่กว่าปกติถึง 3 เท่า
“ไป๋ซวง ...นี่เ้า” ไป๋เซียนใเพราะไม่คิดว่าัน้อยจะทำอะไรแบบนี้ได้ ในขณะที่เค้ากำลังอึ้งอยู่นั้นเ้าัที่ตอนนี้ตัวไม่น้อยก็วิ่งตรงไปยังนางไม้ผู้พิทักษ์นั้นพร้อมปล่อยพลังวารีพิฆาต เข้าตรงไปที่ต้นไม้ ไม่ใช่ที่นางไม้ ทันที อี้เอ่อร์ใมากที่เ้าันี้รู้จุดอ่อนของเธอเธอรีบเข้าไปเพื่อป้องกันแต่ก็ไม่ทัน พลังวารีพิฆาตพุ่งตรงเข้าสู่ต้นไม้พันปีทันที ภาพเบื้องหน้าคล้ายสายน้ำลูกใหญ่โหมเข้าท่วมต้นไม้พันปี
สักพักเมื่อทุกอย่างคลี่คลายลงภาพตรงหน้าของไป๋เซียนกลับมาเป็ปกติ เค้าเห็นต้นไม้พันปีในสภาพที่ไม่ต่างจากตอนที่เค้าเพิ่งมาถึงไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ เ้าัน้อยก็กลับมาขนาดตัวเท่าเดิมแล้ว
อี้เอ่อร์ยืนอยู่หน้าต้นไม้ด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้ม แล้วเธอก็ส่งใบไม้ทองคำ 1ใบให้กับไป๋ซวง ไป๋ซวงแสดงอาการดีใจแล้วรีบคาบใบไม้มาให้ไป๋เซียนที่ยังยืนอึ้งอยู่ไม่หาย ทันที
ไป๋เซียนที่ตอนนี้ดึงสติกลับมาได้แล้วกล่าวขอบคุณนางไม้ผู้พิทักษ์ และกอดเ้าไป๋ซวงด้วยความยินดีพลางพูดขอบคุณไม่หยุดปาก
“นี่ข้าไม่รู้เลยนะว่าเ้าทำอะไรแบบนี้ได้ด้วย เก่งมากๆเลย ไม่เจอกันวันเดียวเก่งขึ้นมากเลยนะเน้ยะ” ไป๋เซียนพูดกับไป๋ซวงขณะพากันเดินทางกลับเพื่อไปส่งภารกิจที่หมู่บ้านพันปี แล้วเค้าก็คิดถึงเพื่อนๆว่าจะเป็อย่างไรกันบ้าง
ไป๋เซียนเดินกลับมาจนเข้าใกล้เขตแดนของหมู่บ้านเค้าจึงเร่งฝีเท้ามากขึ้นเพื่อจะได้ไปส่งภารกิจเร็วๆและจะได้ไปเจอเพื่อนๆอีกครั้ง
“เฮ้ย เ้าหนูจะรีบไปไหน แวะคุยกันก่อนสิ” เสียงที่ฟังดูคุ้นหูดังขึ้นไม่ไกล ไป๋เซียนจึงหยุดแล้วมองไปทิศที่มาของเสียงนั้น แล้วเค้าก็พบเข้ากับ เฟยลู่ชายร่างั์คู่กรณีเก่าของเค้าที่ยืนพิงต้นไม้อยู่
ขณะที่ไป๋เซียนยืนนิ่งอยู่นั้น เฟยลู่ก็ค่อยๆเดินมาหาเค้า พร้อมดาบคู่กายในมือของเค้าและเ้าพยัคฆ์ดำพาหนะของเค้า และไม่พูดพร่ำทำเพลง เฟยลู่ออกอาวุธส่งกระบวนท่าแรกมาที่ไป๋เซียนทันที
ไป๋เซียนที่เห็นท่าไม่ดีั้แ่แรกได้ยกกระบี่ออกมาตั้งรับไว้ทัน ด้านของไป๋ซวงก็ไปต่อสู้กับพยัคฆ์ดำแล้ว ไป๋เซียนมองด้วยหางตาด้วยความเป็ห่วงเพราะพวกเขาเพิ่งจะเจอศึกหนักกันมาเอง นี่ต้องมาต่อสู่กับผู้เล่นด้วยกันอีกเค้ากลัวว่าไป๋ซวงจะรับมือไม่ไหว และตัวเค้าเองที่ตอนนี้เหลือพลังไม่ถึงครึ่งก็ไม่รู้ว่าจะรับมือได้มากขนาดไหน