เทาเที่ยกลืนนภา : ตัวข้าอมตะไร้เทียมทาน!

    บทที่ 30 โอสถนิพพานจุติขั้นต่ำสำเร็จ!

            เตาหลอมโอสถระดับสมบัติวิเศษสยบอยู่บนเปลวเพลิง อาศัยลาวาใต้ปฐพีเป็นเชื้อไฟในการหลอมโอสถ

     

            การจะหลอมโอสถนิพพานจุติขั้นต่ำต้องใช้สมุนไพรเกือบสิบห้าชนิด การหลอมรวมสิ่งวิเศษแห่งฟ้าดินสิบสามชนิดจะทำให้ได้ตัวอ่อนโอสถ แต่อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในขั้นตอนการหลอมคือบัวขาวเมฆาวารีและเม็ดบัวอัคคีโลกันตร์พลังงานที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างน้ำและไฟนี้จะประสานให้สมดุลจนโอสถสำเร็จได้อย่างไร?

     

            สิ่งที่มั่นใจได้แน่นอนคือดอกมู่หลานม่วงมีสรรพคุณในการประสานฤทธิ์โอสถทั้งสองชนิดทว่าลำพังเพียงดอกมู่หลานม่วงนั้นยังไม่เพียงพอ

     

            เฉินฉางอันไม่มีเวลาให้ครุ่นคิดนาน ตัวอ่อนโอสถและของเหลวโอสถอีกสองกลุ่มที่เหลือยังคงลอยวนเวียนอยู่ในเตาหลอม

     

            หากเขายังไม่ลงมือทำสิ่งใด เมื่อถึงเวลาผลลัพธ์ย่อมหนีไม่พ้นโอสถพินาศเตาระเบิด เขาก้าวไปข้างหน้าจ้องมองเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำอยู่ภายในเตา

     

            เฉินฉางอันขมวดคิ้วแน่น ยามนี้อุณหภูมิภายในห้องลับสูงถึงสี่ห้าร้อยองศา หากไม่ใช่เพราะมีค่ายกลคอยคุ้มครองอยู่เขาคงถูกความร้อนแผดเผาจนตายไปนานแล้ว

     

            ทว่าอุณหภูมิภายในเตาหลอมนั้นสูงกว่าหลายพันองศาและไม่มีค่ายกลคอยป้องกัน หากไม่สัมผัสกับตัวอ่อนโอสถและของเหลวในเตาก็ย่อมไม่สามารถหลอมโอสถต่อได้

     

            ต่อให้ห้าวันทะลวงห้าระดับขั้น เฉินฉางอันก็ยังคงเป็นเพียงขอบเขตสามัญระดับเจ็ด กระทั่งปราณวิญญาณแห่งฟ้าดินเขายังดูดซับไม่ได้ แล้วจะเอาอะไรไปต้านทานความร้อนแรงเพียงนี้?

     

            หลังจากพยายามหาทางออก เฉินฉางอันก็มองสำรวจไปรอบห้องลับ เมื่อหาของอย่างอื่นไม่ได้จริง ๆ เขาจึงตัดสินใจหักขาโต๊ะออกมา เขาถือขาโต๊ะที่ทำจากไม้หนานมู่ทองคำไว้ในมือ

     

            เฉินฉางอันกัดฟันแน่นก่อนจะส่งขาโต๊ะที่ยาวครึ่งจั้งนั้นเข้าไปในเตาหลอม เพื่อเริ่มเขี่ยตัวอ่อนโอสถและของเหลวที่ถูกเปลวเพลิงห่อหุ้มอยู่ ก่อนที่คุณหนูใหญ่จะจากไปนางได้หลอมรวมของเหลวจากบัวขาวเมฆาวารีเข้ากับตัวอ่อนโอสถไปแล้ว

     

            ยามนี้สิ่งที่ต้องทำคือการหลอมรวมของเหลวจากเม็ดบัวอัคคีโลกันตร์และดอกมู่หลานม่วงเข้าไป จากนั้นจึงประสานฤทธิ์โอสถและปรับสมดุลพลังงานภายในตัวอ่อนโอสถให้คงที่ก็จะถือว่าประสบความสำเร็จ ฟังดูเหมือนจะง่ายแต่ขนาดคุณหนูใหญ่ยังล้มเหลวไปหลายครั้ง

     

            ขาโต๊ะแม้จะทำจากไม้หนานมู่ทองคำที่มีราคาสูง แต่ภายใต้อุณหภูมิหลายพันองศามันก็คงทนอยู่ได้ไม่นาน เฉินฉางอันไม่มีเวลาให้ลังเล เขาเริ่มใช้ขาโต๊ะเขี่ยให้ของเหลวจากเม็ดบัวอัคคีโลกันตร์ขยับเข้าใกล้ตัวอ่อนโอสถอย่างต่อเนื่อง

     

            เขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง หากผิดพลาดเพียงนิดเดียวตัวอ่อนโอสถนี้ย่อมต้องระเบิดและเมื่อไม่มีคุณหนูใหญ่คอยคุ้มครอง เขาเกรงว่าตนเองต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย

     

            ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความตื่นเต้นหรืออุณหภูมิที่สูงลิบ ยามนี้เหงื่อไหลชุ่มโชกไปทั้งตัว ใกล้เข้าไปอีกนิด ใกล้เข้าไปอีกเพียงนิดเดียว

     

            ฟึ่บ~

     

            ตัวอ่อนโอสถถูกของเหลวโอสถห่อหุ้มไว้โดยสมบูรณ์ และเริ่มดูดซับอย่างบ้าคลั่ง เพียงชั่วพริบตา

     

            ของเหลวที่หลอมจากเม็ดบัวอัคคีโลกันตร์ก็ถูกตัวอ่อนโอสถดูดซับไปจนหมดสิ้น เฉินฉางอันยังไม่ทันได้ถอนหายใจ ภาพเหตุการณ์ที่คุ้นเคยก็บังเกิดขึ้นอีกครั้ง ตัวอ่อนโอสถที่ดูดซับทั้งบัวขาวเมฆาวารีและเม็ดบัวอัคคีโลกันตร์เข้าไปพร้อมกันสมดุลพลังงานได้ถูกทำลายลงอีกครั้ง

     

            พลังงานธาตุน้ำสีน้ำเงินจางและพลังงานธาตุไฟสีแดงฉานต่างเข้ายึดครองพื้นที่คนละครึ่งบนตัวอ่อนโอสถ และเริ่มแย่งชิงอาณาเขตกันอย่างเอาเป็นเอาตายราวกับสงครามได้เริ่มปะทุขึ้นอีกรอบ!

     

            กร๊อบ! กร๊อบ!

     

            พร้อมกับเสียงแตกสลายที่ดังขึ้น พลังงานภายในตัวอ่อนโอสถถึงจุดวิกฤตรอยร้าวดุจใยแมงมุมเริ่มกระจายไปทั่วตัวอ่อนโอสถใกล้จะระเบิดออกอย่างรุนแรง

     

            "ดอกมู่หลานม่วง! ดอกมู่หลานม่วง!"

     

            เมื่อได้ยินเสียงตัวอ่อนโอสถปริแตก เฉินฉางอันก็ไม่มีเวลาให้คิดหน้าคิดหลัง เขาฝากความหวังไว้ที่ดอกมู่หลานม่วงที่มีสรรพคุณประสานฤทธิ์โอสถเพียงอย่างเดียว ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะใช้ขาโต๊ะเขี่ยของเหลวดอกมู่หลานม่วงเข้าไป ขาโต๊ะไม้หนานมู่ทองคำในมือที่ถูกเปลวเพลิงแผดเผามานานก็ถึงจุดติดไฟ มันลุกโชนขึ้นทันทีและกลายเป็นความว่างเปล่าไปในพริบตา

     

            "บัดซบ นี่จะแกล้งกันให้ตายเลยหรือไง!"

     

            ไม่ไหม้ก่อนไหม้หลัง ดันมาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านในขณะสำคัญเช่นนี้ต้องรู้ว่าหากดอกมู่หลานม่วงเข้าแทรกแซงช้าไปเพียงอึดใจเดียว ตัวอ่อนโอสถย่อมต้องระเบิดแน่นอน

     

            เฉินฉางอันวิ่งรุดไปข้างหลังราวกับคนเสียสติ เขาหักขาโต๊ะออกมาอีกข้างหนึ่งแล้วรีบส่งเข้าไปในเตาหลอมทันที เขาเริ่มเขี่ยของเหลวดอกมู่หลานม่วงอย่างระมัดระวังเพื่อให้เข้าใกล้ตัวอ่อนโอสถที่ใกล้จะพังทลาย

     

            ทันทีที่ตัวอ่อนโอสถถูกห่อหุ้มด้วยของเหลวดอกมู่หลานม่วงมันก็ราวกับมีชีวิตมันสูบกินของเหลวเข้าไปคำใหญ่ รอยร้าวที่กระจายอยู่ทั่วตัวอ่อนโอสถค่อย ๆ สมานตัวกันด้วยความเร็วที่สังเกตได้ด้วยตาเนื้อ ไม่ถึงห้าอึดใจ รอยร้าวบนตัวอ่อนโอสถก็หายสนิท

     

            เหมือนกับครั้งก่อนหน้ากลิ่นหอมของโอสถอบอวลไปทั่วห้องลับ ทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปในทิศทางที่ดี ‘ซ่า’ ขาโต๊ะข้างที่สองถูกเผาทำลายเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน

     

            เฉินฉางอันจึงรีบหักขาโต๊ะข้างที่สามส่งเข้าไปในเตาหลอมต่อทันที เมื่อเวลาผ่านไปกลิ่นอายเต๋าที่ประหลาดสายหนึ่งสั่นสะเทือนอยู่ภายในเตาหลอม นี่คือสัญญาณของการก่อตัวเป็นโอสถอย่างสมบูรณ์ เฉินฉางอันไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย

     

            ก่อนหน้านี้ที่คุณหนูใหญ่หลอมโอสถก็มาพังทลายลงในขั้นตอนสุดท้ายนี้เอง เป็นอย่างที่คาดหลังจากตัวอ่อนโอสถสงบนิ่งได้เพียงครู่เดียว มันก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงอีกครั้ง

     

            พลังงานธาตุน้ำสีน้ำเงินจางและพลังงานธาตุไฟสีแดงฉานกลับมาตื่นตัวอีกครั้ง พวกมันเริ่มเข่นฆ่าแย่งชิงอาณาเขตบนตัวอ่อนโอสถกันอย่างดุเดือด เดี๋ยวพลังงานธาตุน้ำก็เป็นฝ่ายได้เปรียบไล่พลังงานธาตุไฟไปอยู่ที่มุมหนึ่งจนยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ได้ เดี๋ยวก็สลับกันพลังงานธาตุไฟกลับมาเป็นฝ่ายครองอำนาจแทน

     

            "ดอกมู่หลานม่วง ดอกมู่หลานม่วง!"

     

            เมื่อเห็นพลังงานทั้งสองสายเริ่มต่อสู้กันอีกครั้ง เฉินฉางอันก็รีบกวาดสายตาหาดอกมู่หลานม่วงในห้องลับตามสัญชาตญาณ นอกจากความหวังนี้เขาก็ไม่มีหนทางอื่นแล้วเพราะหากไม่ทำสิ่งใดเลยตัวอ่อนโอสถย่อมต้องพินาศแน่นอน!

     

            ยังดีที่แม้ดอกมู่หลานม่วงจะล้ำค่าแต่ไม่ถึงกับหายากนัก ที่มุมหนึ่งของห้องลับเฉินฉางอันพบดอกมู่หลานม่วงวางอยู่สองสามต้น คาดว่าเป็นเพราะคุณหนูใหญ่ได้รับบทเรียนจากครั้งก่อนจึงเตรียมสำรองไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน

     

            เฉินฉางอันคว้าดอกมู่หลานม่วงมาต้นหนึ่ง โดยไม่สนว่าอายุจะถึงเกณฑ์หรือไม่แล้วโยนเข้าเตาหลอมไปทันที ท่ามกลางเปลวเพลิงที่พวยพุ่ง ดอกมู่หลานม่วงถูกหลอมเป็นของเหลวโอสถด้วยความเร็วสูง ขาโต๊ะข้างที่สามถูกเผาทำลายเฉินฉางอันรีบหยิบขาโต๊ะข้างสุดท้ายส่งเข้าไปในเตาหลอม เขาเริ่มเขี่ยตัวอ่อนโอสถที่ใกล้จะระเบิดให้ขยับเข้าใกล้ของเหลวดอกมู่หลานม่วง

     

            เนื่องจากไม่มีพลังวิญญาณ เฉินฉางอันจึงไม่สามารถควบคุมของเหลวหรือตัวอ่อนโอสถในเตาได้เลย เขาทำได้เพียงใช้ขาโต๊ะค่อย ๆ ดันพวกมันไปทีละนิด ตัวอ่อนโอสถยังพอว่าเพราะเป็นของแข็งทว่าของเหลวโอสถนั้นเป็นดั่งหยดน้ำ ไร้รูปลักษณ์เพียงแค่สัมผัสก็พร้อมจะกระจายตัวออก

     

            หากไม่ใช่เพราะเตาหลอมโอสถมีสรรพคุณในการรวบรวมของเหลวโอสถอยู่แล้วเรื่องนี้ย่อมไม่มีทางทำสำเร็จได้เลย

     

            กระบวนการนี้อันตรายเป็นพิเศษ หากออกแรงเบาไปก็เคลื่อนย้ายไม่ได้ หากแรงไปตัวอ่อนโอสถก็พร้อมจะระเบิดทันที

     

            ทว่าเวลาที่เหลือให้เฉินฉางอันนั้นมีจำกัด ในที่สุดก่อนที่ขาโต๊ะข้างที่สี่จะถูกเผาทำลายตัวอ่อนโอสถก็ได้หลอมรวมกับของเหลวดอกมู่หลานม่วงอีกครั้ง ‘ปุด ๆ ’ ตัวอ่อนโอสถราวกับเด็กน้อยที่ยังกินไม่อิ่ม มันสูบกินของเหลวโอสถเข้าไปอย่างต่อเนื่องรอยร้าวบนตัวอ่อนโอสถสมานตัวขึ้นอีกครั้งจากการดูดซับของเหลวดอกมู่หลานม่วง

     

            เฉินฉางอันเพิ่งจะถอนหายใจออกมา ขาโต๊ะข้างสุดท้ายก็ถูกเผาทำลายลงไป พังก็พังไป อย่างไรเสียดอกมู่หลานม่วงก็กลายเป็นของเหลวโอสถแล้ว ขอเพียงโอสถนิพพานจุติขั้นต่ำนี้สำเร็จขาโต๊ะไม่กี่ข้างจะเสียไปก็ช่างมัน

     

            กร๊อบ! กร๊อบ!!

     

            เสียงแตกสลายดังขึ้นอีกครั้ง สีหน้าของเฉินฉางอันพลันแปรเปลี่ยนไปอย่างมาก ภายในเตาหลอม

     

            บนผิวของตัวอ่อนโอสถปรากฏรอยร้าวที่น่าหวาดหวั่นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ของเหลวดอกมู่หลานม่วงที่ห่อหุ้มตัวอ่อนโอสถอยู่กลับยังถูกดูดซับไม่หมด ยังเหลืออยู่อีกเกือบครึ่งนี่หมายความว่าอย่างไร?

     

            นี่หมายความว่าลำพังเพียงดอกมู่หลานม่วงไม่สามารถประสานฤทธิ์โอสถได้สมบูรณ์

     

            พลังงานธาตุน้ำและธาตุไฟรอบตัวอ่อนโอสถเริ่มเปิดศึกชิงอาณาเขตกันอีกครั้ง ในขณะที่พลังงานทั้งสองสายต่อสู้กันกลิ่นอายแห่งการทำลายล้างก็พุ่งทะยานออกมาจากเตาหลอมโอสถ… จะระเบิดแล้ว!

     

            ตัวอ่อนโอสถกำลังจะระเบิดแล้ว หนี! หากหนีตอนนี้ ยังพอมีทางรอดเพียงริบหรี่ทว่าหากไม่หนีย่อมต้องตายสถานเดียว!

     

            อีกทั้งขาโต๊ะทั้งสี่ข้างก็ถูกเผาจนหมดสิ้น ภายในห้องลับไม่หลงเหลือสิ่งใดให้ใช้ได้อีก คงไม่ถึงขั้นต้อง…

     

            ในขณะวิกฤตแห่งความเป็นความตาย เฉินฉางอันขนลุกซู่ไปทั้งตัว หัวใจเทาเที่ยในกายเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง เขาสามารถคาดเดาถึงจุดจบที่โอสถพินาศคนตายได้เลย

     

            ไม่! ข้าจะหนีไม่ได้! ข้ามีชีวิตมาสิบเก้าปี เป็นข้ารับใช้มาสิบเก้าปี ครั้งนี้… ข้าต้องหลอมโอสถนิพพานจุติขั้นต่ำนี้ให้สำเร็จ เพื่อให้คุณหนูใหญ่ต้องมองข้าใหม่ให้ได้!

     

            เมื่อสัมผัสได้ถึงหัวใจเทาเที่ยที่เต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง เฉินฉางอันก็เกิดประกายความคิดแวบขึ้นมาในหัว

     

            ในที่สุดเขาก็พบหนทางรอดนั้นแล้ว ดั่งน้ำทิพย์ชโลมขวัญ เขาตระหนักรู้ในพริบตา… เคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภา

     

            "เคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภานี่เอง ข้ามีขุมทรัพย์ล้ำค่าอยู่กับตัวแท้ ๆ กลับโง่เขลาจนเกือบจะปล่อยให้ตนเองต้องตาย!"

     

            ในเมื่อสาเหตุที่ตัวอ่อนโอสถจะระเบิดเป็นเพราะน้ำกับไฟไม่ลงรอยกัน พลังงานธาตุน้ำและธาตุไฟแก่งแย่งกันจนพลังงานไม่สมดุล

     

            การพยายามใช้ดอกมู่หลานม่วงมาปรับสมดุลนั้นเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ สู้ใช้กำลังที่เหนือกว่าสยบพวกมันลงเสียใครไม่ยอมสยบก็จงดับสูญไป

     

            ใช้พลังการสูบกลืนที่ยิ่งใหญ่ ใครแข็งแกร่งกว่าก็จงสูบมันเสีย ขอเพียงรักษาให้พลังงานทั้งสองฝ่ายเท่ากันรักษาความสมดุลของฤทธิ์โอสถจนกระทั่งตัวอ่อนโอสถกลายเป็นโอสถสมบูรณ์ เท่านี้ก็นับว่าสำเร็จแล้ว

     

            เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วอึดใจเดียว

     

            เมื่อเห็นรอยร้าวบนตัวอ่อนโอสถเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และใกล้จะระเบิด เฉินฉางอันก็กัดฟันแน่น

     

            เขาไม่สนสิ่งใดอีกต่อไป ตัดสินใจส่งมือขวาของตนเองเข้าไปในเตาหลอมโอสถโดยตรงเพื่อคว้าตัวอ่อนโอสถนั้นไว้ หากไม่สำเร็จก็ยอมสละชีพ

     

            "จีเฟิ่งเหยียน ข้าทำเพื่อท่านขนาดนี้ ถึงขั้นยอมแลกด้วยชีวิตเลยทีเดียว!"

     

            สิ้นเสียงคำราม เฉินฉางอันรีบโคจรเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาทันที

     

            หมอกสีดำพุ่งเข้าห่อหุ้มตัวอ่อนโอสถที่ใกล้จะระเบิดและเริ่มสูบกลืนพลังงานอย่างรุนแรง ยามที่พลังงานธาตุน้ำแข็งแกร่งเกินไป

     

            เขาก็สูบกลืนพลังงานธาตุน้ำ ยามที่พลังงานธาตุไฟแข็งแกร่งเกินไป เขาก็สูบกลืนพลังงานธาตุไฟ ใครแข็งแกร่งกว่าข้าจะทำลายคนนั้น

     

            ใครก่อเรื่องข้าจะสูบคนนั้น เขาเฉินฉางอันจะทำให้พลังงานทั้งสิบห้าชนิดในตัวอ่อนโอสถได้รับรู้ว่า… ในเตาหลอมโอสถแห่งนี้ เขาเฉินฉางอันคือราชันเพียงผู้เดียว!

     

            เคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาช่างฝืนลิขิตฟ้าจริง ๆ กลืนกินฟ้าดิน บรรจุหล้า ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่มันสูบกลืนไม่ได้ภายใต้การแทรกแซงอย่างรุนแรงของเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภา พลังงานธาตุน้ำและธาตุไฟรวมถึงฤทธิ์โอสถอีกสิบสามชนิดเริ่มสงบเสงี่ยมและหดตัวกลับไปอยู่ที่มุมของตนเองจนเกิดความสมดุลที่น่าอัศจรรย์ขึ้นมา

     

            เมื่อพลังงานเริ่มสมดุล ตัวอ่อนโอสถก็เริ่มดูดซับของเหลวดอกมู่หลานม่วงอีกครั้ง รอยร้าวค่อย ๆ ถูกเยียวยาทีละสาย ตัวอ่อนโอสถที่กลมมนระเบิดรัศมีเทพที่เจิดจ้าถึงขีดสุดออกมากลิ่นอายเต๋าที่น่าหวาดหวั่นบังเกิดขึ้น

     

            ในขณะที่โอสถลอยวนเวียนอยู่นั้น มันถึงขั้นสั่นพ้องไปกับฟ้าดิน ทว่าแขนขวาของเฉินฉางอันภายใต้การแผดเผาของอุณหภูมิหลายพันองศาเนื้อหนังมลายกลายเป็นเถ้าถ่านไปนานแล้ว จนหลงเหลือเพียงกระดูกขาวโพลนที่อยู่ภายใน

     

            นี่เป็นเพราะมีเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาคอยคุ้มครองเอาไว้ หากไม่มีเคล็ดวิชานี้ร่างกายเนื้อหนังนี้คงกลายเป็นเถ้าธุลีไปนานแล้ว

     

            วึ่ง วึ่ง วึ่ง~

     

            ตัวโอสถสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงสว่างจ้าบาดตาพลันลุกโชนขึ้น มหาเต๋าปรากฏขึ้น เหนือท้องฟ้าของเทือกเขาเฟิ่งหวงที่เดิมทีแจ่มใสกลับมีเมฆดำปกคลุมกะทันหัน

     

            อัสนีบาตคำรามกึกก้อง พลังงานที่น่าหวาดหวั่นบังเกิดขึ้นจากความว่างเปล่าภายในเตาหลอม

     

            โอสถนิพพานจุติขั้นต่ำ… หลอมสำเร็จแล้ว!

     

            "ใน... ในที่สุดก็สำเร็จแล้ว!"

     

            เฉินฉางอันกัดฟันเค้นพละกำลังเฮือกสุดท้าย เขาใช้แขนขวาที่ถูกแผดเผาจนเกรียมคว้าโอสถนิพพานจุติขั้นต่ำไว้แน่นแล้วดึงออกมาจากความร้อนแรงของเตาหลอม

     

            จากนั้นความอ่อนแอและเหนื่อยล้าอย่างถึงที่สุดก็พุ่งจู่โจมเขาราวกับกระแสน้ำหลาก เฉินฉางอันตาพร่ามัวร่างกายอ่อนปวกเปียกล้มฟุบลงไปบนพื้นทันที

     

            ทว่าก่อนที่ร่างกายของเขาจะร่วงหล่นถึงพื้น ความว่างเปล่าพลันปริแตก ปรากฏมือเรียวงามข้างหนึ่งยื่นออกมาโอบกอดเขาไว้ในอ้อมอกอย่างรุนแรง

     

            "คุณ... คุณหนูใหญ่ โอ... โอสถนิพพานจุติขั้นต่ำ ข้า... ข้าหลอมสำเร็จแล้ว!"

     

            สิ้นคำพูด เฉินฉางอันก็สลบไปทันที

     

            เมื่อมองดูแขนที่ถูกเผาจนไหม้เกรียม และโอสถนิพพานจุติขั้นต่ำที่ถูกกำไว้แน่นในมือของเฉินฉางอัน

     

            ในใจของจีเฟิ่งเหยียนพลันรัดแน่นขึ้นมาทันที

     

            ใบหน้าที่งดงามดุจน้ำค้างฤดูใบไม้ร่วงนั้น กลับ… กลับปรากฏความหวั่นไหวขึ้นมาอย่างหาได้ยากยิ่ง

    คล้ายกับเรื่องเทาเที่ยกลืนนภา : ตัวข้าอมตะไร้เทียมทาน! ที่คุณอ่าน

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912