กลุ่มผู้ฝึกปราณขั้นรวบรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์!
นี่ก็หมายความว่า องค์รักษ์สวี่เจิน..
เซี่ยจิ่งหลินกัดฟันฝืนแรงกายอันอ่อนล้า รีบพุ่งทะยานเข้าไปในหมอกหนาทึบกลุ่มนั้นด้วยแรงเฮือกสุดท้าย
ชายชุดดำด้านหน้าเห็นท่าไม่ดีจึงหยิบศรธนูสีดำจากกล่องอีกมือตั้งคันธนูสีดำมะเมื่อมดุจเคียวของพยามัจจุราช
การเคลื่อนไหวอันรวดเร็ว ไหลลื่นมิมีติดขัด
ครืดดด
เสียงเอ็นของสายธนูถูกง้างจนตึง
ฟุ่บ!
ก่อนที่เด็กชายจะพุ่งเข้าไปในหมอกได้สำเร็จศรสีดำดุจพญามัจจุราชพุ่งเข้ามาที่ตำแหน่งหัวใจของตน!
เจตนาหวังอาศัยพลังอันท่วมท้นยิงศรดอกเดียวได้นกถึงสองตัว!
แม้สายตาจะมองเห็น
แต่ร่างกายกลับไม่สามารถตอบสนองได้ทันตามความคิด..
เซี่ยจิ่งหลินทำได้เพียงย้ายเด็กสาวมาไว้ที่อ้อมแขนถีบตัวะโลงหน้าผาสิ้นสุดแห่งนั้น
ฉึก!
ศรปักกลางอกซ้ายพร้อมกับร่างกายที่ร่วงสู่ก้นเหวที่ปกคลุมไปด้วยไอหมอกแน่นขนัด
ฟิ้วว
เสียงสายลมพัดผ่านร่างกายที่กำลังร่วงหล่น...
“นี่คือจุดจบของข้างั้นรึ..”เด็กชายไม่อาจยอมรับความตายที่กำลังย่างกลายเข้ามาหาได้
ทันใดนั้นเอง
สายลมสีทองอันแปลกประหลาดพัดผ่านโอบล้อมเด็กน้อยทั้งสอง เหมือนกำลังตรวจสอบทุกอณูในร่างกายและจิติญญา
[ในที่สุด..ก็พบเป้าหมาย]
[ตรวจสอบและยืนยันพบเป้าหมายแล้ว]
[ยืนยัน พบเป้าหมายแล้ว..]
เซี่ยจิ่งหลินได้ยินเสียงอู้อี้บางอย่างดังขึ้นข้างหู
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสนใจเสียงลมแว่วประหลาดนี่
เพราะพวกเขากำลังจะตาย!
“ไม่! ข้าจะยอมตายเช่นนี้ไม่ได้ หากข้ายอมแพ้ตอนนี้แล้วน้องสาวข้าจะเป็เช่นไร!?”
เจตจำนงค์แห่งความอยู่รอดถูกจุดขึ้นมาอย่างแรงกล้าเซี่ยจิ่งหลินกวาดมือกวาดเท้าสุดชีวิตตะเกียกตะกาย
แขนข้างหนึ่งโอบกอดน้องสาวแน่น
แขนอีกข้างหนึ่งพยายามคว้าเกี่ยวผนังผา หาจุดยึดเกาะ!
ครืดด แคร่ก!
เสียงมือกวาดลากผนังหินสุดแรง เล็บฉีกแตกเืแดงขุ่นสาดกระเซ็นถูกเสียงลมในช่องผากลบมิดกลืนหายไป
ชั่วขณะนั้นเอง
วิ้งง วู้มม
เด็กน้อยรู้สึกรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดบางอย่างเหนี่ยวรั้งอย่างรุนแรงจากกลุ่มแสงสีเขียวครามจากก้นหุบเหว
เป็แรงดึงดูดที่ต่างจากก่อนหน้านี้ลมพายุลูกนี้มีสีเขียวครามแผ่กลิ่นอายพิสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์อันน่าประหลาดออกมา
ภาพบัวเขียวแห่ง์และปฐีอันวิจิตรงดงามปรากฏขึ้นในครรลองสายตา
ลมเขียวครามนี้เห็นได้ชัดว่าพัดออกมาจากแหล่งกำเนิดรูปดอกบัวนั้น
เมื่อสายลมพัดมาถึงพวกเขา เื่ไม่คาดคิดพลันเกิดขึ้น
ลมพายุแปลงเป็เส้นเชือกสีเขียวครามขนาดใหญ่ หากมองให้ชัดเจนจะเห็นว่าแต่ละเส้นใยของเชือกนับล้านเส้นล้วนทักทอมาจากบัวเขียวแห่ง์!
เชือกเส้นนี้กำลังห่อหุ้มร่างกายของเซี่ยอวี้เฟยดุจไยไหมทอรังหอบม้วนเด็กสาวที่หลับใหลออกจากอ้อมแขนของผู้เป็พี่ชายแล้วหายลับไปในกลุ่มแสงนั้น
“ไม่… อย่าเอานางไป!”
น้ำเสียงแหบพร่า! ดวงตาแดงก่ำ!
เด็กชายะโด้วยความสิ้นหวังแต่เขายังไม่ทันได้ตอบสนองต่อเหตุการณ์ตรงหน้า
ขณะนั้นเองเปลวเพลิงสีทองอร่ามอีกกลุ่มหนึ่งหอบม้วนรุนแรงดุจพายุบุแคม ดึงเซี่ยจิ่งหลินเข้าไปยังวังวนที่มีเพลิงสีทองอร่ามห้อมล้อม
รวดเร็วเสียยิ่งกว่าลมเขียวครามก่อนหน้าเสียอีก!
พูดมาแล้วเหมือนช้าแต่ความเป็จริงกลับเกิดขึ้นในชั่วพริบตา
วู้มมม ว้ามมม ฟึ่บ!
ช่องผาของหุบเหวกลายเป็เงียบงัน..ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่มิเคยเกิดขึ้นมาก่อน
…
ตุบ!
เด็กชายถูกดึงเข้ามาในวังวนสีทอง ที่เกาะกุมตัวของเขาราวกับว่าแสงสีทองเ่าั้กำลังสำรวจร่างกายและสภาวะจิตของเขา
ใช้เวลาไม่นานนัก ร่างของเด็กชายก็ได้ร่วงลงสู่พื้นหินแข็งก้นกระแทกพื้นเสียงดัง
แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก
เสียงลมหายใจหอบหนักของเซี่ยจิ่งหลินดังขึ้น เด็กชายนอนหงายหอบหายใจแผ่หลาเหมือนลูกหมาหมดแรง
เล็บที่ฉีกขาดประกอบกับเืที่ไหลซึมออกมาจากอกเสื้อคาดว่าหัวใจคงเป็รูและซี่โครงคงหักห้าหกซี่กระมัง
“ข้าโดนยิงทะลุอก แต่เหตุใดยังไม่ตาย”
“แล้วเฟยเอ๋อร์..”
ลมหายใจของเด็กหนุ่มค่อยๆรวยริน หยาดน้ำตารินไหล..
อั่ก!
“ข้าจะหลับไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงมิอาจตื่นได้ตลอดกาล”
“ข้าต้องช่วยนาง น้องข้า…”
เด็กชายพึมพำได้ไม่กี่คำ ก่อนจะสลบไป
……
อีกด้านหนึ่ง บริเวณรอบนอกบนหน้าผาเพลิงโลกันต์
หนึ่งชั่วยามหลังจากที่เด็กทั้งสองตกลงไป
ชายวัยกลางคนท่าทางสุภาพอ่อนโยนฟังการรายงานจากคนของตน
“เรียนท่านรองเ้าสำนัก ข้าฆ่าเด็กชายตามที่ท่านมอบหมายเรียบร้อยขอรับโชคร้ายที่มิอาจนำศพมาให้ท่านได้ขอรับ”
กลุ่มข้ารับใช้ชุดดำรายงานผลของภารกิจ
“พวกเ้าทำได้ดีมากฝากทักทายเ้าเด็กนั่นในโลกหน้าด้วยล่ะ”
ฉั่ว! ฉึก!
แค่เพียงการวาดกระบี่สองครั้งเท่านั้นปราณกระบี่ปกคลุมรอบกายของชายชุดขาวพุ่งทะยานฟาดฟันไปยังเหล่าชายชุดดำที่เป็ลูกน้องของตน
ศีรษะลอยละลิ่ว ร่างล้มลงพื้น ของเหลวสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วห้อง
“พวกเ้าอย่าได้โทษว่าข้าใจร้ายเลยนะความลับนี้ใหญ่หลวงนัก มีพียงคนตายเท่านั้นที่มิอาจแพร่งพรายมันออกไปได้”
กว้านหลงเ้าครุ่นคิดพร้อมกับทอดสายตามองลึกเข้าไปในหมอกหนา