เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 26

    “ที่จริงแล้ว เรื่องในครัว ข้าตั้งใจจะให้น้าเมมี่เป็นคนดูแล และรับผิดชอบทั้งหมด แต่คิดไปคิดมาแล้ว ข้าว่าทุกคนรู้วิธีใช้งานแต่ละอย่างไว้เบื้องต้นก็ดี เพราะของบางอย่างหากใช้ไม่ถูกต้องอาจเกิดอันตรายได้” ภามกล่าว ขณะเดินนำทุกคนเข้ามาในห้องครัว พลางนวดขยับเล็กน้อย เหมือนรู้สึกว่าได้ใช้พลังงานไปเป็นจำนวนมากในการอธิบายวิธีการใช้สิ่งต่างๆ“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนตอบรับ พร้อมกับเดินตามภามมาหยุดอยู่ในครัว “อย่างแรกเลย นี่เรียกว่าเตาแก๊ส ใช้จุดไฟทำอาหาร เหมือนเตาถ่านที่พวกเจ้าใช้กัน แต่สิ่งนี้ไม่ต้องใช้ถ่าน เพียงแค่เจ้าบิดปุ่มตรงหนี้ ไฟก็จะลุกติดขึ้นมา” ภามพูดพร้อมกับบิดปุ่มเปิดแก้สให้ทุกคนดู“เวทมนต์!!” ทุกคนอุทานออกมาพร้อมกับ เมื่อเห็นว่าอยู่ไฟก็ลุกติดขึ้นมาอย่างง่ายดาย“เอ่อ... ไม่ใช่ๆ ข้าไม่รู้จะอธิบายอย่างไร สิ่งนี้ไม่ใช่เวทมนต์ แต่ก็อันตรายมาก ใช้สำหรับทำอาหารเท่านั้น ห้ามเด็กๆ มาเปิดเล่นเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่”“ขอรับ/เจ้าค่ะ” อามินกับแอนเน่ตอบ หลังจากสอนวิธีปิดแก๊สเรียบร้อยแล้ว ภามก็ขยับมาด้านข้าง ตรงหน้าอ่างล้านจาน“นี่เรียกว่าอ่างล้างจาน ใช้งานเหมือนอ่างล้างหน้าในห้องน้ำที่ข้าอธิบายไปแล้ว ตรงนั้นใช้ล้างหน้า ตรงนี้ใช้ล้างจาน ส่วนนี่แม้ลักษณะจะต่างกันนิดหน่อย แต่เรียกว่าก๊อกน้ำเหมือนกัน บิดทางนี้เปิดให้น้ำไหลออกมาบิดไปอีกทางน้ำก็จะหยุดไหล”“ส่วนสิ่งนี้ เรียกว่า น้ำยาล้างจาน เอาไว้เทลงบนฟองน้ำ เช่นนี้ แล้วผสมน้ำนิดหน่อย ใช้ล้างทำความสะจานชามที่ใช้แล้ว แบบนี้” ภามอธิบายต่อ พร้อมกับหยิบจานที่ใช้แล้วเมื่อคืนมาล้างให้ดูหนึ่งใบทุกคนพยักหน้าเข้าใจ ไม่ได้มีเสียงอุทานเหมือนก่อนหน้าแล้ว แต่ความตื่นเต้นที่ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ก็ยังแสดงให้เห็นได้ในแววตา “ที่เหลือในนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นเครื่องครัวทั่วไป ของพวกนี้อาจจะทำจากวัสดุต่างจากที่พวกเจ้าเคยเห็นไปบ้าง ข้าคิดว่าพวกเจ้าน่าจะพอเดาได้ไม่ยากว่าสิ่งไหนใช้ทำอะไรได้บ้าง ทุกอย่างหยิบมาใช้ได้ตามสบาย หากสงสัยการใช้งานสิ่งใดก็ถามข้าได้”“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนตอบรับ หลังจากอธิบายโน่นนี่อยู่นาน ภามก็หันไปหยิบขวดน้ำมารินใส่แก้ว แล้วยกขึ้นดื่มดับกระหาย ก่อนจะยื่นขวดน้ำให้คนอื่นๆ เป็นเชิงถามว่าจะดื่มน้ำหรือไม่ แต่ทุกคนส่ายหัวกลับมา เขาจึงนำขวดน้ำไปเก็บที่เดิม “เอาล่ะ ออกไปที่ห้องด้านหน้ากันหน่อย ในนี้ไม่มีอะไรแล้ว” ภามกล่าวเมื่อดื่มน้ำเสร็จ และเดินนำทุกคนไปยังห้องนั่งเล่น ทั้งสี่คนเดินตามภามไปห้องด้านหน้าที่ติดกับประตูทางเข้าบ้าน ด้วยสีหน้าที่แตกต่างกัน อลันกับเมมี่ที่ตื่นตาตื่นใจกับของแปลกใหม่ในช่วงแรก ตอนนี้กลับเริ่มหนักใจ รู้สึกว่าในหัวเต็มไปด้วยข้อมูลการใช้งานสิ่งต่างๆ เต็มไปหมด จนกลัวว่าอาจจะหลงลืมสิ่งใดไป ส่วนอามินกับแอนเน่ ยังมีสีหน้าตื่นเต้น ยิ้มแย้มอยู่ไม่ขาด เหมือนไม่ได้ใส่ใจจำอะไรมากนัก แต่ตามมาดูสิ่งแปลกใหม่เพียงเท่านั้น เมื่อภามเห็นว่าทุกคนเดินตามมาครบแล้ว จึงเริ่มกล่าวต่อ“ต่อไปเป็นสิ่งที่มีอยู่ในทุกห้อง นั่นก็คือสิ่งนี้” ภามพูด พร้อมกับชี้ขึ้นไปบนเพดาน“หิ่งห้อยยักษ์!!” แอนเน่กล่าวออกมาอย่างภาคภูมิใจ เหมือนกับต้องการอวดว่าเธอรู้จักสิ่งนี้“... เอ่อ...ไม่ใช่” ภามทำสีหน้าเหมือนทั้งจะขำและจะร้องไห้ในเวลาเดียวกัน ก่อนจะปฏิเสธ“อ่าว” แอนเน่พูดน้ำเสียงงงๆ โดยคนที่เหลือก็มีสีหน้างุนงงไม่แพ้กัน“สิ่งนี้ เรียกว่าพักลมโคมไฟ ตรงกลางเป็นเป็นแสงไฟ เปิดปิดได้จากปุ่มนี้” ภามอธิบาย พร้อมกับกดสวิตซ์เปิดปิดไฟให้ทุกคนดู“โอ้!!/ว้าว!!” เสียงอุท้านด้วยคความตื่นเต้นกลับมาอีกครั้ง“เหมือนมีเวทมนต์เลยเจ้าค่ะ” แอนเน่เอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น ภามจึงมองกลับไปอย่างยิ้มๆ“ส่วนสิ่งที่กางออกมารอบโคมไฟห้าแฉกนั่น เรียกว่าพัดลม เปิดปิดได้จากปุ่มกลมนี่ เวลาหมุนเปิด ใบพัดทั้งห้าแฉกจะหมุนจนเกิดลมออกมา สามารถปรับความแรงได้ตามตัวเลขบนปุ่ม” ภามหมุนปุ่มเปิดพัดลมที่อยู่ข้างๆ สวิตซ์ไฟให้ทุกคนดู“สุดยอด! เย็นมากเลยขอรับ!!” ครั้งนี้เป็นอามินที่เอ่ยเสียงตื่นเต้นออกมา“ถูกต้อง แต่เวลาพัดลมหมุนอยู่ ห้ามเอาอะไรไปเหย่เด็ดขาดนะ” ภามตอบอามิน และเอ่ยเตือนทุกๆ คน ก่อนจะอธิบายต่อ“ในบ้านจะมีพัดลมโคมไฟนี้อยู่ทุกห้อง ยกเว้นห้องน้ำที่มีไฟเพียงอย่างเดียว ปุ่มเปิดปิดทั้งสองอย่างก็จะลักษณะแบบนี้ติดอยู่ที่ผนังในทุกห้องเช่นกัน ส่วนของอื่นๆ คิดว่าทุกคนน่าจะรู้จักกันอยู่แล้ว พวกตู้ เตียง โต๊ะ เก้าอี้ ก็ตามปกติเลย ใช้งานได้ตามสบาย มีใครสงสัยอะไรหรือไม่” ภามมองทั้งสี่คนตรงหน้าส่ายหัวไปมาเป็นการตอบ ซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจนักว่าไม่สงสัย หรือไม่เข้าใจกันแน่ แต่ในเมื่อทิ้งช่องว่างสักพักแล้วไม่มีใครถามอะไรเพิ่ม ภามก็นำทุกคนออกประตูหน้าบ้าน และพาเดินไปทางด้านข้างตัวบ้าน และขึ้นบันไดไปบนดาดฟ้า “บนนี้ปกติข้าเอาไว้นั่งกินข้าว ชมวิว พักผ่อน หากพวกเจ้าว่างก็ขึ้นมานั่งเล่นบนนี้ได้” ภามอธิบาย พร้อมกับผายมือให้ทุกคนเดินสำรวจรอบๆ ได้เต็มที่ “ว้าว บนนี้สวยมากเลยเจ้าค่ะ ท่านแม่” แอนเน่พูดพร้อมกับจับมือเมมี่เดินไปที่ริมระเบียง“จ๊ะ แม่ก็ว่าสวยมาก”“ท่านพ่อชอบหรือไม่” อามินที่เดินตามมายืนข้างๆ แอนเน่หันกลับไปถามอลัน“ชอบสิ บรรยากาศดีมากจริงๆ หากเราทำงานแล้วมีเวลาว่าง ขึ้นมานั่งพักบนนี้อย่างที่ท่านภามบอกก็ไม่เลวเลยทีเดียว” อลันตอบ พร้อมกับเดินเข้ามาลูบหัวลูกชาย ภามยืนมองครอบครัวตรงหน้าที่กำลังพูดคุยกัน บ้างก็ชี้ชวนให้มองออกไปบนท้องฟ้าบ้าง ในป่าบ้าง แล้วก็ยิ้มออกมาบางๆ ในใจคิดว่า ดีแล้วที่ตัดสินใจพาพ่อแม่ของเด็กๆ มาด้วย ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้เห็นเด็กๆ ร่าเริงได้ขนาดนี้ “เอาล่ะทุกคน ไปกันเถอะ บนนี้ไม่มีอะไรแล้ว เดี๋ยวข้าจะพาไปดูสถานที่ต่างๆ บนที่ดินผืนนี้ต่อ” ภามเรียกทุกคนกลับมารวมกันอีกครั้ง หลังจากปล่อยให้เดินเล่นบนดาดฟ้าได้สักพัก