หน้าแท่นบัลลังก์
ชายหนุ่มผมยาวในชุดคลุมสีดำสนิท ชุดที่เขาสวมใส่ทำให้เหวินอวี้มองตาค้างเพราะมันเหมือนชุดในซีรีส์ย้อนยุคที่เขาเคยดู
ชายหนุ่มรูปที่นั่งอยู่บนแท่นบัลลังก์ สวมใส่นั้นเป็อาภรณ์ที่ทอจากไหม์ประดับลวดลายอักขระโบราณสีเงิน ชายแขนเสื้อขลิบด้วยดิ้นเงินที่มีรัศมีของพลังบางอย่างเส้นผมยาวดำขลับถูกรวบขึ้นไว้ด้วยปิ่นหยกสีครามสลักลายเมฆาชุดคลุมชั้นในเป็สีน้ำเงินเข้มบางเบา เขาสวมปลอกแขนเงินแกะสลักลายัเลื้อยพันขับให้ข้อมือเรียวยาวดูทรงพลัง ผ้าคลุมบางเบาสีดำโปร่งแสงทอดตัวอยู่เื้ัเมื่อเขาขยับตัว ผืนผ้าก็สะบัดตามการเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวล
บุคลิกของเขาสง่างามราวเทพเซียนผู้ไร้ตัวตนบนโลกมนุษย์ ดวงตาคมสีฟ้าครามใบหน้าหล่อเหลาเอาการนั่งอยู่บนแท่นบัลลังก์ มองลงมายังผู้มาใหม่ทำเอาเหวินอวี้มองคนตรงหน้าอย่างไม่วางตา
บนโลกนี้ยังจะมีคนที่หล่อได้ขนาดนี้จริงๆหรือนี่!เหวินอวี้ เผลอมองคนตรงหน้าจนตาค้าง
“ท่านจื่อหลันข้าพาผู้ที่สิ้นอายุขัยในวันนี้ มาเข้ารับทราบสถานะ ขอรับ” ชายชุดขาวคารวะผู้ที่นั่งอยู่บนแท่นบัลลังก์ “ทำความเคารพท่านจื่อหลันเทพยมบาลแห่งยมโลกพร้อมกับแนะนำตัวเ้า” ชายชุดขาว หันมาหาเหวินอวี้
“สวัสดีครับ ท่านจื่อหลัน ผมเหวินอวี้ยินดีที่ได้พบท่านครับ” เหวินอวี้ กล่าวสวัสดีเสมือนทักทายคนบนโลกของเขาพร้อมกับสิ่งที่คิดใน (มิน่า ... เขาไม่คนนี่เอง!)
“เหวินอวี้ รึ?”จื่อหลันเทพยมบาลยิ้มอย่างสบายๆ “เ้าพูดถูก ข้าไม่ใช่คนข้าถึงได้หล่อเหลาเช่นนี้ไง” จื่อหลัน ไม่ได้ถ่อมตนแม้แต่น้อยเพราะเขารู้ตัวว่าเทพอย่างเขามีใบหน้าที่ดูดีแค่ไหน แม้แต่เทพทุกองค์ที่เขารู้จักก็ชอบบอกเขาอย่างนั้นรวมถึงิญญาทุกดวงที่พบเจอเขาก็มองเขาด้วยสายตาเช่นเดียวกับที่เหวินอวี้มอง
สายตาเหวินอวี้ดูใเล็กน้อยแต่ก็ไม่แปลกใจมากนัก “ก็ท่านเป็เทพ ยอมต้องรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่แล้ว”
“เอ๋!ทำไมประวัติเ้ายังไม่ถูกส่งมา?” ใบหน้าของเทพยมบาลจื่อหลัน มีท่าทางสงสัยมองไปยังเหวินอวี้สลับกับก้มหน้าเหมือนกำลังดูอะไรบางอย่างด้านล่างที่มีแท่นบัลลังก์ปิดบังสายตาอยู่
“ชิงหานตามฝ่ายทะเบียนที่รับผิดชอบเื่นี้มาด่วน! ขอข้อมูลของชายผู้นี้มาด้วย!” เสียงของท่านเทพยมบาลดูมีความกังวลเล็กน้อย “ขอรับท่านเทพ”ชิงหานรับคำสั่ง เขาหายวับไปในทันที ทิ้งเหวินอวี้ไว้กับเทพยมบาลเพียงลำพัง
“เ้ารอสักครู ประเดี๋ยวเราให้ชิงหานผู้ช่วยเราตามฝ่ายทะเบียนที่รับผิดชอบอายุขัยของเ้ามา”จากนั้นท่านเทพยมบาลก็ก้มหน้าก้มตา ดูอะไรสักอย่าง แต่ไม่นานท่านเทพก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับร่างของชิงหานและชายสูงอายุก็โผล่มายืนข้างๆ เหวินอวี้
“คารวะท่านเทพ ข้าน้อย หลิงจี๋ลู่ปู้ฝ่ายบันทึกิญญาขอรับ” ชายสูงอายุที่แต่งกายด้วยชุดจีนโบราณสีขาวผมขาวถูกเกล้าขึ้นและมัดรวมเป็จุกกลางหัว ผูกด้วยผ้าสีขาวดูเหมือนนักปราชญ์หรือผู้คงแก่เรียน พร้อมด้วย หนวดและเคลาสีขาว ยาวกลางลำคอ
“เ้าตรวจสอบชะตาของชายผู้นี้ดูอีกที”จื่อหลันเทพยมบาลกล่าวขึ้น “ขอรับท่านเทพ” หลิงจี๋ลู่ปู้ หันมาทางเหวินอวี้เขาผายมือ จากนั้นหนังสือเล่มเล็กสีน้ำเงินก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ เข้าเปิดมันออกแต่ภายในเป็หน้ากระดาษที่ว่างเปล่า หลิงจี๋ลู่ปู้ เงยหน้าขึ้นจากสมุด “เ้าจงบอกชื่อแซ่ของเ้าแก่ข้า”
“ผม เหวินอวี้ครับ” สิ้นเสียงของการขานรับตัวอักษรก็เริ่มปรากฏทีละตัวบนแผ่นกระดาษ มันถูกเขียนเป็ชื่อของเหวินอวี้เองพร้อมกับตัวเลขที่กำกับเอาไว้ด้านหลัง เขามองมัน แต่เหวินอวี้ไม่รู้ถึงความหมายของเลขเ่าั้เพราะมันดันมีจำนวนตัวเลขที่ไม่รู้ว่าจะอ่านออกมาได้อย่างไร ...
9,999,999,999,999…...