ตอนที่ 1 เด็กหนุ่มผู้คลั่งเมด
ค.ศ.3xxx ณ ประเทศเวียดนาม ใจกลางกรุงฮานาย
ยามที่ไร้ซึ่งแสงแดดแต่เต็มไปด้วยแสงจากหลอดไฟหลากสีทั่วทั้งเมืองหลวง
“เหอะ!เมื่อไหร่งานมันจะเสร็จเนี่ย อยากกลับบ้านแล้ว”
“มึงก็อย่าเอาแต่บ่นรีบๆทำให้มันเสร็จๆ เราจะได้กลับบ้านสักที”
ชายหนุ่มสองคนโต้เถียงกันอย่างเบื่อหน่ายภายในร้านไก่ทอดชื่อดังแห่งหนึ่ง
ทั้งคู่เป็พนักงานของร้านและกำลังเก็บกวาดทำความสะอาดร้านอยู่
“ขอโทษด้วยนะคะร้านปิดแล้วคะ”
พนักงานอีกคนกำลังบอกลูกค้าที่กำลังเข้ามายังร้านที่ปิดแล้ว
ถึงเวลาปิดร้านแล้ว เหลือพนักงานแค่ 3คนที่กำลังเคลียร์ของและทำความสะอาด
พนักงานที่บ่นคนแรกนั้นมีอายุประมาณ 20ต้นๆ ชื่อคิว
ส่วนพนักงานอีกคนนั้นเป็เด็กชายที่พึ่งจบมัธยมต้น แต่ก็ไม่ได้เรียนต่อแล้วชื่อ กอน
ส่วนพนักงานคนสุดท้ายชื่อ พอลล่า
.
..
...
“เสร็จสักทีโว้ย”
“เอองั้นผมขอตัวกลับเลยละกัน”
คิวและกอนหลังจากทำงานเสร็จพวกเขาก็เตรียมตัวกลับทันที
“นี่!พวกเธอไม่คิดจะรอสาวน้อยแสนเปราะบางอย่างชั้นหน่อยเหรอ”
พอลล่า พูดขึ้นทักคิวและกอน
“โอ้ย! เจ๊พอลใครมันจะกล้ามาหาเื่สาวน้อย? แบบเจ๊กัน ขนหน้าแข้งดกขนาดนั้น”
“ห่ะ! เมื่อกี้ใครว่าอะไรนะ”
พอลล่าเืขึ้นด้วยความโกรธหันมาจ้องคิวและกอน...ความจริงแล้วพอลล่านั้นไม่ใช่สาวแท้และสิ่งที่พอลล่าเกลียดที่สุดคือการถูกเรียกด้วยชื่อจริงว่า ‘พอล’ นั้นเอง
“ไอกอนเป็คนพูดครับเจ๊”
“อ้าว! เห้ย...โบ้ยกูสะงั้น”
กอนถึงกับซวยโดยไม่รู้ตัวเพราะการโบ้ยความผิดของคิว
“เอ่อ...พอดีผมจำได้ว่ามีธุระด่วนผมขอตัวก่อนนะไปละ”
“...ผมด้วย”
คิวและกอนแผ่นแนบทันทีโดยมีพอลล่าถือกระบองไล่หวดอย่างเดือดดาล
.
..
...
“เหนื่อยเป็บ้าเลยวะ”
“เพราะมึงไปหาเื่เจ้แกไม่ใช้เหรอวะแถมลากกูมาซวยด้วยอีก”
“ฮ่าฮาๆมึงอย่าโกรธไปเลยเดี่ยวพรุ่งนี้เจ้แกก็ลืมแล้ว”
“ลืมก็บ้าแล้ว มีหวังได้โดนกระบองทุบหัวก่อนเข้างานอีกแน่…แล้วก็อีกอย่าง ทำไมมึงถึงไม่กลับไปห้องตัวเองวะ”
กอนและคิวนั้นเช่าห้องอยู่ข้างๆกันแม้อายุจะห่างกัน แต่ทั้งคู่ก็เป็เพื่อนที่สนิทและเป็กันเองพอสมควร
“มึงลืมไปแล้วเหรอวันนี้เรามีนัดมาเล่นเกมด้วยกันไง”
“กูไปนัดมึงตอนไหน อย่ามาตีเนียนไม่กลับห้องเดี่ยวแฟนมึงก็ตามมาด่าถึงที่อีก...”
“หายห่วง วันนี้แฟนกูมีธุระ กว่าจะกลับมาก็โคตรดึก...อีกอย่างเล่นเกมกับมึงโคตรสนุก”
“มึงแค่อยากเล่นเกมฟรีเท่านั้นแหละ...อยากเล่นทำไมไม่ไปซื้อเองละฟะ”
เครื่องเกมรุ่นใหม่นั้นราคาค่อนข้างสูงสำหรับพนักงานไก่ทอดธรรมดาๆคนหนึ่งทำให้การจะซื้อของที่สุรุ่ยสุร่ายนั้นจำเป็ที่จะต้องคิดให้มากขึ้น
กอนนั้นไม่มีปัญหาในการที่จะซื้อเครื่องเกมเลยนั้นก็เพราะเขาเตรียมตัวและเก็บเงินมานานั้แ่วันประกาศเปิดตัวเครื่องเกม...แต่สำหรับคิวที่ต่อให้เก็บเงินยังไงก็ไม่มีทางได้ซื้อเนื่องจากแฟนสาวของเขาไม่อนุญาตนั่นเอง...
นั่นทำให้คิวมักจะมาเล่นเกมฟรีในห้องของกอนเป็ประจำโดยไม่ต้องเสียค่าไฟและค่าซื้อเกมใหม่มาเล่นเลยแม้แต่บาทเดียว
“ว่าแต่...ไอกอนกูมาห้องมึงที่ไรก็ไม่เคยชินสักที กับไอเื่ความโรคจิตคลั่งเมดของมึงเนี่ย”
คิวกำลังพูดถึงสภาพห้องของกอนที่เต็มไปด้วยรูปภาพและโปสเตอร์ของเหล่าสาวงามในชุดเมด
ไม่ใช่แค่รูปภาพและโปสเตอร์ที่ติดอยู่เต็มพนังห้องเท่านั้นยังมีฟิกเกอร์ของเล่นและของสะสมอีกเพียบ
...นั้นก็เพราะ กอนเป็พวกคลั่งไคล้เหล่าเมดสาวเข้าขั้นอาการหนัก
กอนไม่สนใจคำพูดของคิวเขายอมรับว่าเขาเป็พวกคลั่งไคล้เมดจริง ไม่เคยคิดที่จะปิดบังและไม่สนใจคำพูดของใครด้วย
“ฮ่าฮาๆ กูไม่ได้ด่าว่าอะไรมึงสักหน่อย...เรามาเล่นเกมต่อกันดีกว่า”
คิวััได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยเลยพูดขึ้นเพื่อเปลี่ยนเื่
.
..
...
ทั้งคู่เล่นด้วยกันจนถึง ตี 1่เวลาพอดิบพอดีกับที่แฟนของคิวกลับมา คิวจึงขอตัวกลับไปยังห้องของตัวเอง
ส่วนกอนก็ถึงเวลานอนหลับพักผ่อนในคืนนี้ของเขาแล้วเพื่อที่จะได้ตื่นไปทำงานในวันพรุ่งนี้ แม้ว่าวันพรุ่งนี้เขาจะเข้าทำงานกะเที้ยงก็ตามแต่ก็เพื่อการนอนหลับที่เต็มอิ่มและความสดชื่อหลังจากการตื่น
การนอนของกอนแตกต่างจากคิว เพราะหากคิวเข้าทำงานกะเที้ยงเขาจะนอน 5 โมงเช้า
...
“จะรับอะไรก่อนนอนไหมคะ”
เสียงอันแสนไพเราะดังขึ้น พร้อมกับสาวงามในชุดเมดปรากฏตัวออกมาต่อหน้าของกอนโดยแทบจะทันควัน
จู่ๆก็มาปรากฏตัวตรงหน้าโดยไม่บอกกล่าวยิ่งกว่าฉากจั้มสแกร์(เทคนิคที่ทำให้ใกลัว)ในหนังสยองขวัญ หากเป็คนปกติอาจจะเกิดอาการใจนถึงขั้นสลบไปเลยก็ได้แต่สำหรับกอน ดูเหมือนจะชินกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนเป็เื่ปกติไปเสียแล้ว
อีกอย่างสาวงามในชุดเมดตรงหน้าแม้ว่าจะมีรูปร่างที่งดงาม ผิวที่ขาวงามใสและทรงผมบ๊อบสั้นสีน้ำตาลในลุ๊คที่สุดแสนจะน่ารักแต่กลับใส่หน้ากากรูปร่างประหลาดสีขาวเรียบเนียน ไม่มีช่องของปาก ไม่มีช่องของจมูกและไม่มีมีช่องของดวงตา มันดูเป็หน้ากากสีขาวที่ดูเรียบแบนไปทั้งใบหน้าจนดูหลอนหน่อยๆ
“ไม่ละ ชั้นจะนอนเลย...แล้วก็ ชั้นบอกเธอกี่ครั้งแล้วหะเลิกทำนิสัยผลุบๆโผล่ๆแบบนี้สักที”
“ทราบแล้วคะนายท่าน”
เมดสาวตรงหน้าโค้งรับคำพูดของกอนด้วยท่าทางที่งดงาม
ก่อนจะหายตัวไปต่อหน้าต่อตาของกอน
--- ‘พูดไม่ทันขาดคำ’
กอนได้แต่ถอนหายใจ ก่อนที่จะปิดไฟ ปิดตาหลับใหลในยามค่ำคืน
... ... ...
เวลา 9 โมงเช้า กอนลืมตาตื่นขึ้นอย่างสดชื่นกลิ่มหอมของอาหารล่องลอยเข้าจมูก ชวนให้อยากตื่นขึ้นมาลิ้มลองรสชาติของมัน
“อรุณสวัสดิ์คะนายท่านชั้นเตรียมอาหารเช้าเอาไว้เรียบร้อยแล้วคะ”
เมดสาวทักทายเ้านายด้วยท่าทางที่น่ารักสดใส
“ขอบคุณมากนะ”
กอนรู้สึกโชคดีจริงๆมันไม่ใช่แค่ในจินตนาการของเขาเท่านั้น แต่มันคือเื่จริงที่เขามีเมดสาวคอยรับใช้อยู่
เธอคอยทำความสะอาดและทำอาหารให้กอนอยู่เสมอ มันทำให้การใช้ชีวิตในแต่ละวันของกอนง่ายดายยิ่งขึ้น
... ... ...
การเดินทางไปทำงานอย่างปกติสุข เรื่อยๆไม่จำเป็ต้องรีบร้อนดื่มดำกับบรรยากาศข้างทาง
อันที่จริงวันนี้คิวเองก็เข้ากะเที้ยงเช่นกัน กอนทำนายอนาคตได้เลยว่า ‘ไอคิวยังไม่ตื่นแน่นอน’
...
“ [ ทางนี้ไปไม่ได้โปรดใช้เส้นทางอื่น ] ”
ทางตรงหน้ามีพนักงานและเ้าหน้าที่คอยโบกให้ใช้เส้นทางอื่นอยู่
กอนไม่มีปัญหากับเหตุการ์ณไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นตรงหน้าไม่ต้องห่วงว่าจะเข้างานสาย เนื่องจากเขาเตรียมเวลาเผื่อไว้เรียบร้อยแล้วก่อนจะขับมอเตอร์ไซค์คู่ใจเบี่ยงไปใช้อีกเส้นทางแบบชิลๆ
.
..
...
“สวัสดีครับ”
“หวัดดี เป็ไงสบายดีไหม”
กอนมาถึงที่ทำงานเขาเริ่มทักทายพนักงานกะเช้า
“ป๊อคค!!!”
“โอ๊ย!!! เจ็บ”
ไม้กระบองหวดเข้ากลางศรีษะของกอนอย่างจังจนต้องร้องเสียงดังลั่นออกมา พลางเอามือลูบหัวเบาๆที่ปูดโนออกมา
“หวะ หวัดดีครับ เจ๊พอลล่า”
ไม่ใช่ใครที่ไหนคนที่หวดกอนคือเจ๊พอลลล่านั่นเอง...ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยสีหน้าที่บูดบึ้ง
พนักงานคนอื่นๆต่างก็หัวเราะชอบใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“หึ!--เดี่ยวเถอะ ยังมีไอคิวอีกคน...ว่าแต่ มันยังไม่มาทำงานอีกเหรอ! คอยดูเถอะ...ไอตัวนี้ต้องเอาให้หนัก”
เจ๊พอลล่าพูดขึ้นอย่างเดือดดาล
... ... ...
ยังเหลือเวลาอยู่อีก 5 นาทีก่อนเริ่มงาน…คิวก็ยังไม่มา
กอนควักสมาร์ทโฟนออกมา เพื่อหาข่าวบางอย่างที่เขาพึ่งเจอมาระหว่างเดินทางมาทำงาน…
และมันก็ใช้อย่างที่เขาคิดไว้จริงๆ เส้นทางที่เ้าหน้าที่กั้นไม่ให้ไปนั้นเนื่องจากมีรูหนอนปรากฏขึ้นมาบริเวณนั้นพอดี
...
[ รูหนอนมิติ(DimensionalWormhole) เรียกสั้นๆว่า รูหนอน
มันคือประตูมิติ ที่เชื่อมต่อไปยังมิติอื่นมีลักษณะเป็รูโพรงเหมือนถ้ำจำเป็ต้องใช้เวลาในการเดินทางในรูโพรงจากมิติหนึ่งเพื่อไปโผล่ในอีกมิติหนึ่ง มนุษย์บางกลุ่มเรียกมันว่าดันเจี้ยนมีแกนกลางระหว่างมิติอยู่ใจกลางโพรง
มันปรากฏขึ้นมาครั้งแรกเมื่อราวๆ 500ปีที่แล้ว ]
มนุษย์ต่างตื่นเต้นในการปรากฏขึ้นมาของรูหนอนจากการสำรวจพบว่า ภายในโพรงนั้นมีแร่ ทรัพยากรและพลังงานใหม่ๆที่มีค่าอยู่มากมายไม่ใช่แค่ภายในโพรงเท่านั้น โลกที่อยู่อีกมิติก็มีสิ่งที่แปลกตามากหมายเหนือจินตนาการอยู่เช่นกัน...
แต่แล้ว มนุษย์ก็ตื่นเต้นดีใจอยู่ได้ไม่นานไม่ใช่แค่มนุษย์เท่านั้นที่สามารถเดินทางเข้าออกรูหนอนได้...สิ่งมีชีวิตจากอีกโลกก็สามารถทำได้เช่นกัน
มันคงเป็เื่ที่ดีหากมันมาอย่างเป็มิตร...แต่ความหวังเ่าั้ก็พังทลายลงสิ่งมีชีวิตจากต่างโลกบุกเข้ามาโจมตีมนุษย์ ด้วยความสามารถและพลังที่เหนือจินตนาการ จนมนุษย์ยากที่จะต่อกร
โล่และเกราะของพวกมันบางตัวอาวุธนิวเคลียร์ก็ไม่อาจทำอะไรมันได้
...
เป็เวลานาน กว่าที่มนุษย์จะหาทางออกเจอ
นั้นคือการทำลายแกนกลางของรูหนอนที่อยู่ภายในโพรงและเมื่อทำลายแกนกลางของมันได้สำเร็จ รูหนอนก็จะถูกทำลายหายไปทันทีและสิ่งใดก็ตามที่อยู่ภายในโพรงของรูหนอนนั้นจะถูกส่งกลับไปยังโลกภายในมิติของตัวมันเอง
...
เหตุการณ์ในครั้งนั้นถูกนับว่าเป็เหตุการณ์ที่สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์
หลายประเทศพังทลาย ผู้คนล้มตายไปมากกว่า30 เปอร์เซ็นต์
เคราะห์ซ้ำกำซ้อน เหตุการณ์ในครั้งนั้น ไม่ใช่ครั้งเดียวที่รูหนอนปรากฏขึ้นมาเพราะว่าหลังจากนั้น รูหนอนก็ปรากฏขึ้นมาอีกเรื่อยๆ
...
ในความโชคร้าย ก็มีความโชคดีอยู่มนุษย์ประมาณ 5 เปอร์เซ็น ได้รับการกลายพันธุ์
มนุษย์กลายพันธุ์เ่าั้มีสิ่งที่เรียกว่ามานาอยู่ในตัวพวกเขาเ่าั้สามารถใช้ความสามารถพิเศษที่คล้ายๆกับสิ่งมีชิวิตจากต่างโลกได้...
ภายหลังมนุษย์กลายพันธุ์ ถูกเรียกว่า ‘เกรทเทอร์’
[‘เกรทเทอร์’มนุษย์ที่ผ่านการกลายพันธุ์ มี ‘มานา’ อยู่ภายในร่างกายและเปลี่ยนมานา เป็ความสามารถพิเศษที่เรียกว่า ‘สกิล’
เกรทเทอร์ จะมีสมรรถภาพทางกาย และประสาทััที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปมาก ซึ่งต่อมาความสามาถด้านกายภาพและประสาทััของเกรทเทอร์ ถูกเรียกว่า ‘กามาย’
เกรทเทอร์บางคนนั้นมีมานาที่ต่ำและใช้สกิลได้ไม่เก่ง จึงเลือกที่จะฝึกฝนร่างกาย จิตใจ จิติญญาและประสาทัั เพื่อที่จะพัฒนา ‘กามาย’ ของตัวเอง แทนการพัฒนาด้าน ‘สกิล’ ]
...
เมื่อมีเกรทเทอร์ถือกำเนิด มนุษย์ไม่ใช่ผู้ถูกล่าอยู่ฝ่ายเดียวแล้ว
จากเป้าหมายเดิมที่ต้องทำลายรูหนอนเท่านั้น...ถูกเปลี่ยนเป็เก็บทรัพยากรให้ได้มากที่สุดแทน
จะทำลายรูหนอนทิ้งก็ต่อเมื่อพบว่ารูหนอนแห่งนั้นเชื่อมต่อไปยังมิติที่อันตรายเกินไป
รูหนอนแต่ละที่นั้นเชื่อมต่อไปยังมิติที่แตกต่างกันไม่อาจรู้ได้หากไม่ผ่านการสำรวจ
...
...
...
กอนเริ่มทำงานผ่านไป 30 นาทีแล้วแต่คิวก็ยังไม่มา
“ไอคิวมันหายหัวไปไหนของมันเนี่ย ไม่บอกไม่กล่าวเดี่ยวจะลงโทษมันให้เข็ดเลยคอยดู”
เจ๊พอลล่าบ่นด้วยความโกรธเคือง...
-------ทันใดนั้นเอง
ประตูหลังร้านก็เปิดออก
“หวัดดีครับทุกคน”
คิวเดินเข้ามาด้วยอาการที่เหนื่อยหอบพร้อมกล่าวทักทาย
เจ๊พอลล่าไม่รอช้ากระโจนเข้าใส่พร้อมง้างกระบองคู่ใจเตรียมฟาดหัวของคิว
----แต่เจ๊พอลล่าก็ต้องหยุดชงัก
คิวส่งสัญญาณมือห้ามเจ๊เอาไว้ด้วยสีหน้าที่จริงจังเข้มขรึม
“หยุดก่อนเลยเจ๊ ที่ผมมาสาย เป็เพราะทางถูกกั้นไม่ให้ผ่านเนื่องจากมีรูหนอนเกิดขึ้นบริเวณนั้นพอดี”
คิวพูดพลางพยักหน้ามั่นใจในความถูกต้องของตัวเองพร้อมเปิดมือถือโชว์ภาพหลักฐาน
“อ่อ! เป็อย่างงี้นี่เอง...เข้าใจละ!”
เจ๊พอลล่าพูดพลางเปลี่ยนสีหน้าเป็ยิ้มแยม
คิวที่เห็นอย่างงั้นก็โล่งใจไปด้วย
-----ก่อนที่เจ๊พอลล่าจะเปลี่ยนสีหน้ามาเป็ดั่งปีศาจอีกครั้งพลางง้างไม้กระบองหวด
“ด~ด~เดี่ยวสิเจ๊ ไม่เห็นเหรอว่าปมไม~”
“ป๊อคค!!!”
“โอ๊ยยยยย!”
ไม้กระบองหวดเข้ากลางกระบาลของคิวอย่างจังซึ่งแรงกว่าที่กอนโดนหลายเท่า จนคิวถึงกับต้องนอนลงไปกอง
“มันไม่เกี่ยวกับเื่ที่แกมาสายโว๊ยอย่ามาทำเป็ลืมเื่ที่แกกวนทีนชั้นเมื่อวาน”
...
‘หึ แค่นี้ไม่เท่าไหล่หลอกเจ๊พอล คอยดูเถอะคืนนี้จะทำอีกก๊ากๆๆๆ’
คิวคิดในใจอย่างชั่วร้ายขณะที่นอนโก้งโค้งมือกุมหัวที่ปูดโนอยู่
“อ่อ~แล้วก็ชั้นจะหักเงินเดือนแกด้วยข้อหามาสาย...แล้วก็ไม่ต้องมาอ้างว่าทางถูกปิดเพราะต่อให้ใช้อีกเส้นทางก็ไม่น่าเกิน 15 นาที...แต่แกดันเกินไปตั้ง 30 นาทีมันหมายความว่ายังไงหะ แล้วมันหลายรอบแล้วด้วย”
“ไม่นะเจ๊อย่าหักเงินเดือนผมเลยเหรอ...ไม่นะม๊ายยยยยยย!!!”
เจ๊พอลล่าไม่คิดจะสนใจคิวเลยแม้แต่น้อย
ส่วนคิวนั้นการที่โดนกระบองหวดมันไม่รู้สึกเจ็บเลยเมื่อเทียบกับการถูกหักเงินเดือน
“เฮ่อ!!!”
กอนทำได้เพียงแค่ส่ายหัวพลางถอนหายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า
.
..
...
4 โมงเย็นของวัน
การทำงานของกอนในวันนี้ผ่านไปได้อย่างราบรื่น
----จนกระทั้ง
.
.
“เห้ย!!!ร้านนี้เหรอวะ มันจะไปมีอะไรน่ากินได้ไง แมร่งร้านอย่างกับรูหนอน”
ลูกค้ากลุ่มหนึ่งเข้ามาในร้านพร้อมกับคำพูดที่สุดแสนจะหยาบคาย
คนที่สบถถ้อยคำวาจาออกมาคือชายผมเงินหน้าตาดีดูมีฐานะ แต่งตัวแฟชั่นทันสมัยด้วยแบรนด์สินค้าชื่อดังราคาสูง
พวกเขาเข้าไปในนั่งที่โต๊ะๆหนึ่งพร้อมกับเอาเท้าตั้งพาดไว้บนโตะโดยไม่สนใจเื่มารยาทเลยแม้แต่น้อย
“เห้ย!...เอาเหล้าเบียร์มาที่นึงดิ”
“ขออภัยคะ ร้านเราขายอาหารฟาสต์ฟู้ดเมนูหลักเป็ไก่ทอด หากลูกค้าสนใจเครื่องดื่มสามารถรับเป็โคล่าได้คะ”
แม้ว่าลูกค้าชายตรงหน้าจะมีกริยาไม่สุภาพแบบขั้นสุดแต่เจ๊พอลล่าก็ยังต้อนรับอย่างดี
“สมแล้วจริงๆที่เป็ร้านขยะขายแต่อาหารขยะ...เห็นไหมละ ชั้นบอกแล้วไปกินร้านอื่นดีกว่า”
ชายผมเงินหันไปพูดกับเพื่อนของเขาที่มาด้วยกันเป็ชายหนึ่งคน และหญิงอีกสองคน
เพื่อนของชายผมเงินส่วนใหญ่นิ่งไม่ตอบกลับหรือแสดงปฏิกิริยาใดๆกับคำพูดของชายผมเงิน
มีหญิงสาวเพียงคนเดียวเท่านั้นในกลุ่มเพื่อนของชายผมเงินที่แสดงกริยาไม่พอใจอย่างมากออกมา
“อะไร!เธอมีปัญหาเหรอ…ไม่ใช่เป็เพราะเธอเหรอที่แนะนำร้านชั้นต่ำแบบนี้”
คำพูดของชายผมเงินดั่งคลื่นลมพายุโหมกระหน่ำในท้องทะเลทำให้เพื่อนสาวที่มาด้วยกันสุดจะกลั้นอารมณ์ความรู้สึก
“ชั้นสุดจะทนกับแกแล้วนะ...แล้วแกจะตามมาแต่แรกทำไมชั้นแค่อยากกินไก่ทอดร้านโปรด”
“อวดดีนักนะ ชั้นละอย่างชอบเลยวะ อยากสู้กับเธอมานานแล้วชอบทำตัวแบบเดียวกับ ‘พวกมนุษย์ชั้นต่ำ’ ชั้นละเกลียดที่สุด”
ชายผมเงินยิ้มชอบใจพร้อมกับเลียริมฝีปาก
...
ทั้งคู่ลุกขึ้นจ้องหน้ากันด้วยความโกรธ
พวกเขาทั้งคู่ไม่แคร์สิ่งรอบข้างใดๆทั้งสิ้นโดยเฉพาะเพื่อนที่มาด้วยกันอีกสองคนทำตัวปกติไม่ห้ามไม่สนใจเหมือนเป็เื่ธรรมดาของพวกเขา
แตกต่างจากพนักงานทุกคนในร้าน และลูกค้าธรรมดาคนอื่นๆ
----นั้นก็เป็เพราะว่า
ตอนนี้โต๊ะที่ทั้งคู่นั่งอยู่นั้นสั่นไหวไปมา
พร้อมกับตอนนี้ที่ชายผมเงินแผ่ออร่าสีแดงออกมาแล้วแปรเปลี่ยนมันให้กลายเป็ตรีศูลคู่สองแฉก รูปทรงงดงามแปลกตา
ทางด้านหญิงสาวอีกฝั่งก็ไม่แพ้กันเธอแผ่ออร่าสีน้ำเงินออกมา พร้อมกับแปรเปลี่ยนมันให้กลายเป็ลูกบอลเพลิง
----อันที่จริงแล้วทั้งคู่นั้นมีประเด็นกันมาก่อนหน้านี้แล้ว
พวกเขานั้นเป็ทีมที่ทำหน้าที่สำรวจรูหนอนที่พึ่งเกิดใหม่ในครั้งนี้
แต่พวกเขาก็ทำงานผิดพลาดจนต้องเปลี่ยนไปให้อีกทีมทำแทน
และความผิดพลาดในครั้งนี้ชายผมเงินก็โทษว่ามันเป็ความผิดของผู้หญิงตรงหน้าของเขา
...
-----เป็ไปอย่างที่หลายคนคิด แม้จะไม่อยากให้เกิดขึ้นพวกเขาเ่าั้เป็มนุษย์กลายพันธุ์ที่ถูกเรียกว่า ‘เกรทเทอร์’
... ... ...
อย่างที่รู้กันว่าการฝึกฝนของเกรทเทอร์หลักๆแล้วจะแบ่งได้ 2 สาย ‘สายสกิล’ และ ‘สายกามาย’
สายกามายนั้น เน้นฝึกฝนร่างกาย จิตใจจิติญญา และประสาทััเป็หลัก
ส่วนสายสกิลนั้น เน้นฝึกฝนควบคุมและเพิ่มพูนมานา ศึกษาและเรียนรู้การใช้สกิลทั้งหลายที่มีอยู่มากมาย
---เป็เื่ที่ยากมากสำหรับเกรทเทอร์ที่จะฝึกฝนสองสายไปพร้อมๆกันเพราะการทำเช่นนั้นจะส่งผลภาระหนักอย่างใหญ่หลวงให้กับร่างกายและจิตใจ...
เกรทเทอร์ส่วนใหญ่จึงเน้นฝึกฝนเฉพาะด้านที่ตัวเองถนัด
[ มานาในร่างกายของเกรทเทอร์นั้นมีอยู่4 ประเภท แต่ละประเภทจะสามารถใช้งาน ‘สกิล’ ได้แตกต่างกัน
โดยแยกตามสี
มานาสีน้ำเงิน - ใช้งานสกิลประเภทร่ายเช่น ไฟล์บอล สกิลสร้างลูกไฟ, ไอซ์สเปียร์สกิลสร้างศรน้ำแข็ง
สกิลประเภทนี้ถูกเรียกว่า ‘สเปล’
มานาสีแดง -ใช้งานสกิลประเภทเรียกหรือสร้างอาวุธ ชุดเกาะและไอเทมออกมา
สกิลประเภทนี้ถูกเรียกว่า ‘เวป่อน’
มานาสีเหลือง -ใช้งานสกิลประเภทแปรเปลี่ยนร่างกายส่วนต่างๆ หรือทุกส่วน เช่นเปลี่ยนร่างกลายเป็เหล็กหรือเปลี่ยนร่างกลายเป็สิ่งอื่นที่แตกต่างจากร่างกายเดิม
สกิลประเภทนี้ถูกเรียกว่า ‘อีโวล’
มานาสีเขียว – ใช้งานสกิลประเภทเรียกลูกสมุนหรือสร้างลูกสมุนออกมา หรือความสามารถในการควบคุมสิ่งมีชีวิตอื่นมาเป็ลูกสมุน
สกิลประเภทนี้ถูกเรียกว่า ‘มินเนี่ยน’ ]
ระดับมานาเป็ส่วนหนึ่งในการใช้วัดความสามารถ
แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะยิ่งฝึกฝนยิ่งเติบโตระดับมานาก็ยิ่งสูงขึ้นตาม
ยังมีสกิลใหม่ๆที่ยังไม่ได้รับการค้นพบจากรูหนอนและต่างโลกรอให้เกรทเทอร์ได้ฝึกฝนเพิ่มขีดจำกัดความสามารถอีกมากมาย
เกรทเทอร์ส่วนใหญ่จะมีมานากันคนละประเภท...มีส่วนน้อยเท่านั้นที่มีมานาหลายประเภทอยู่ภายในคนๆเดียว
พวกเขาเ่าั้ถูกนับว่าเป็ ‘อัจฉริยะอย่างแท้จริงโดยกำเนิด’
----เพราะจะมีเพียงพวกเขาเท่านั้น
ที่จะสามารถใช้งานสกิลหลากหลายประเภทได้ภายในคนๆเดียว
.
..
...
เจ๊พอลล่าสั่นกลัวจนขาอ่อนแทบจะหมดแรงไม่กล้าแม้เพียงจะพูดห้ามลูกค้าทั้งคู่ ที่เป็ ‘เกรทเทอร์’ และกำลังจะเปิดฉากห้ำหั่นกันตรงหน้า
บรรยากาศภายในร้านเริ่มเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ
ลูกค้าบางคนรีบหนีออกจากร้านเพราะกลัวถูกลูกหลงแต่ก็มีลูกค้าบางคนกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
ในใจของพวกเขาพลันสาปแช่งพวกเกรทเทอร์ทั้งหลายให้หายสิ้นไปจากโลกให้หมด
“คุณลูกค้าครับทะเลาะกันในร้านไม่ได้นะครับ”
เสียงพูดของชายคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้ชายผมเงินหันไปจ้องมองยังเ้าของเสียงด้วยความขุ่นเคือง
‘ไุ์ชั้นต่ำคนไหนมันกล้าอาจหาญมาพูดจากับเขาทั้งที่เป็เพียงแค่หนอนแมลงแท้ๆ’
...แต่คนที่ชายผมเงินเห็นกลับเป็เพียงแค่ เด็กชายผมสั้นสีดำ รูปร่างหน้าตาสุดแสนจะธรรมดาที่อายุประมาณ 14 ถึง15 ปีเท่านั้น
“หุบปากเน่าๆของมึงสะ ไุ์ชั้นต่ำมีสิทธิ์อะไรมาสั่งกู”
...
กอนทำได้เพียงแค่ยิ้มให้กับคำพูดของชายผมเงินตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัวท่ามกลางความอึ้งของคนในร้าน กับความกล้าของเขา
----แต่ก็มีบางคนที่กระซิบกันว่า
“ไอหมอนี่ ท่าจะรอดยาก...ไปหาเื่กับเกรทเทอร์”
...
...
...