“นี่คือคือวิถีแห่งดาบ เ้าจงจำความรู้สึกนี้ไว้ให้ดี เ้าจงจับจุดสำคัญและปลดปล่อยมันออกมา ยิ่งเ้าชำนาญมากเท่าไหร่ พลังของมันก็จะรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น!” เฒ่าหวงอธิบายให้แก่เฟิ่งหยูฟัง
เฟิ่งหยู สงบใจลงใคร่ครวญและพบว่าวันนี้สิ่งที่ ท่านปู่หวงสอนเขา ลึกซึ้งเป็อย่างยิ่ง เฟิ่งหยูเรียนวิชายุทธ์ กับเฒ่าหวง เป็ครั้งแรกที่เฟิ่งหยูได้ร่ำเรียนวิชายุทธ์โดยที่มีคนชี้แนะอย่างใกล้ชิด เขาจึงไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับวิชายุทธ์แต่เฟิ่งหยูก็เริ่มฝึกฝนอย่างหนักั้แ่เช้าจรดเย็นเขาฝึกซ้ำไปซ้ำมา กลางคืนกลับไปพักในเจดีย์ฟ้า์ เขาก็ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
เดือนต่อมา..........
เฟิงหยูฝึกเพลงดาบอยู่ที่ลานกว้างของหมู่บ้าน วันนี้เฟิ่งหยูฝึกเหมือนเช่นเคย เขากวัดแกว่งดาบพร้อมกับชักนำเปลวเพลิง ผสมผสานร่วมกันจนกลายเป็ัสีฟ้าสวยสดงดงามผงาดกลางลานกว้างของหมู่บ้าน ัสีฟ้าสดใสพุ่งทะยานไปบนท้องฟ้า ส่งเสียงร้องดังลั่นไปทั่วหุบเขาทมิฬแห่งนี้
“โฮกกกก”
“เ้าหนู ทำได้แล้วในที่สุดเขาก็เข้าใจเพลงดาบจนสามารถสร้างเพลงดาบของตัวเองขึ้นมาได้แล้ว” เฒ่าหวงะโขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“พร์ของเขาไม่เลวที่เดียวเลย พวกเราต้องตั้งชื่อให้เพลงดาบของเขา” ผู้าุโใหญ่กล่าวขึ้นมา
ทุกคนนิ่งคิดครู่ใหญ่
“เพลงดาบัเพลิงเป็ไง” ยายฮวาเอ่ยขึ้นมา
“ก็ดีเหมือนกันนะ งั้นพวกเราตกลงเอาชื่อตามนี้ก็แล้วกัน” ผู้าุโใหญ่พลันกล่าวสนับสนุนยายฮวา
เฒ่าหวงเรียกเฟิ่งหยูมาพร้อมกับบอกว่าพวกเขาเหล่าผู้าุโเห็นเพลงดาบของเ้าแล้วและตั้งชื่อให้เรียบร้อยแล้ว
“เ้าถือว่าได้สำเร็จเพลงดาบของข้าแล้ว ต่อไปเ้าก็เรียกเพลงดาบนี้ว่า เพลงดาบัเพลิงก็แล้วกัน” เฒ่าหวงเป็คนบอกกับเฟิ่งหยู
“ในเมื่อเ้าสามารถเรียนเพลงดาบของตาเฒ่าหวงได้แล้ว ต่อไปเ้าก็ต้องมาเรียนกับข้า”ฮุ้ยหลงพลันกล่าวขึ้นมา
“เ้าต้องมาเรียนรู้การปรุงโอสถกับข้า”
“หลอมกลั่นโอสถ ข้านั้นมีพื้นฐานมาบ้างแล้ว ส่วนมากที่ข้าได้เรียนมาเป็พื้นฐานต่าง ๆ ของสมุนไพรแต่ละชนิด และวิธีหลอมกลั่นโอสถของข้าก็ฝึกฝนมาโดยตลอดท่านปู่ ข้าขอให้ท่านชี้แนะการหลอมโอสถให้ข้าได้หรือไม่” เฟิ่งหยูกล่าว
“เ้าเคยเรียนมาแล้วอย่างนั้นหรืองั้นก็เป็เื่ง่ายสำหรับเ้าแล้ว เดี๋ยวข้าค่อย ๆ สอนเ้าไปก็แล้วกัน เ้าไปเรียนกับคนอื่นก่อนก็แล้วกัน เ้ามีพื้นฐานการปรุงโอสถอยู่แล้วใช้เวลาว่างในการฝึกหลอมกลั่นโอสถ ให้มีประสบการณ์มากเท่าไหร่ เ้าก็จะสามารถหลอมกลั่นโอสถได้ดียิ่งขึ้น”
“ได้ครับท่านปู่หลง”เฟิ่งหยูกล่าวด้วยความจริงใจ เขาอยากเรียนรู้การหลอมกลั่นโอสถเพราะเขาเองไม่มีประสบการณ์ในการหลอมกลั่นเลย
“งั้นเ้าก็มาเรียนกับข้าก่อนก็แล้วกัน เ้ามาเรียนค่ายกลกับข้าก่อน ข้าจะสอนเ้าจนหมดไส้หมดพุงเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เฒ่าซือกล่าว
“ครับ ท่านปู่ซือ ข้าจะเรียนค่ายกลกับท่านก่อนก็ได้” เฟิ่งหยูตอบด้วยรอยยิ้ม
“ดี งั้นไปที่บ้านข้า ข้าจะเริ่มสอนเ้าเอง”
ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังบ้านพักของตาเฒ่าซือ เมื่อมาถึงเฟิ่งหยูถึงกับตกตะลึงเพราะมีสิ่งของมากมายวางเรียงรายกันอยู่อย่างเนืองแน่นเต็มพื้นที่ไปหมด เฒ่าซือหยิบตำรามาเล่มหนึ่ง
“เ้าลองศึกษาและจดจำค่ายกลต่าง ๆ ให้แม่นยำพอเ้าจดจำทั้งหมดแล้วข้าจะอธิบายให้เ้าเป็ส่วน ๆ ไป จะได้ง่ายยิ่งขึ้น ”
เฟิ่งหยูหยิบตำราขึ้นมาศึกษาเขาค่อย ๆ จดจำไปที่ละหน้าทีละหน้าจน เขาใช้เวลาในการจดจำตำราเล่มหนาทั้งเล่มทั้งหมดสามวันเต็ม จึงจดจำทุกรายละเอียดได้อย่างชัดเจน
“เ้าจดทำทั้งหมดแล้วใช่ไหม” เฒ่าซือเอ่ย
“ครับท่านปู่ซือ ข้าจดจำทั้งหมดแล้ว”
“ดีแล้ว เอาละข้าจะอธิบายั้แ่ต้นให้เ้าฟังก็แล้วกัน เริ่มแรกค่ายกลที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันพื้นที่เป็ส่วนใหญ่ ไม่สามารถที่จะเคลื่อนย้ายได้ แต่ก็ได้มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามแิของผู้คนที่คิดค้นกันมาอย่างยาวนาน ค่ายกลแบ่งออกเป็สองชนิด ชนิดแรกเรียกว่าค่ายกลตายตัว ส่วนอีกชนิดหนึ่งเรียกว่าค่ายกลเปลี่ยนแปลง”
“ค่ายกลตายตัวคือ การวางจุดค่ายกลให้แต่ละจุดมีหน้าที่แตกต่างกัน โดยผู้วางจะส่งพลังปราณอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ค่ายกลทำงาน การใช้ลมปราณเชื่อมเข้าหาแต่ละจุด จนครบทุกจุดค่ายกลจึงจะสามารถทำงานได้ ยกตัวอย่างเช่นค่ายกลป้องกันเมืองของแต่ละเมือง”
“ส่วนค่ายกลเปลี่ยนแปลงคือค่ายกลที่ผู้วางถ่ายทอดพลังปราณเก็บไว้ภายในแต่ละจุดให้เพียงพอต่อการใช้งานของจุดนั้น ๆ ได้ ขึ้นอยู่กับการสั่งการของแต่ละค่ายกลว่าจะเป็ค่ายกลใหญ่หรือค่ายกลเล็ก โดยสามารถวางค่ายกลไว้หลาย ๆ จุด เพียงแค่ใส่พลังปราณให้เพียงพอก็สามารถใช้งานค่ายกลได้แล้ว.......................”
ผู้าุโซือ อธิบายให้เฟิ่งหยูั้แ่ต้นจนถึงรายละเอียดปลีกย่อยของค่ายกลในแต่ละค่ายกล วิธีการสร้าง วิธีการแก้ไขค่ายกล วิธีเปลี่ยนแปลงค่ายกล ทุกอย่างที่เขารู้เขาสอนเฟิ่งหยูจนหมด เฟิ่งหยูใช้เวลาในการศึกษาค่ายกลอย่างละเอียดถึงหนึ่งเดือนเต็ม เขาจึงสามารถสร้างค่ายกลออกมาได้อย่างไม่มีที่ติ หลังจากเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากผู้าุโเพิ่งหยูมักจะกลับมาทบทวนสิ่งต่าง ๆที่เรียนรู้ในเจดีย์ฟ้า์อย่างไม่หยุดหย่อน
“ท่านยาย ในหุบเขาทมิฬนี้มีสัตว์อสูรระดับใดบ้าง?”เฟิ่งหยูเอ่ยถามยายฮวา
“ส่วนมาจะเป็สัตว์อสูรระดับเจ็ดขึ้นไป ส่วนกลางจะเป็ระดับห้าและระดับหก เ้าถามไปทำไมหรือ?”
“พอดีข้าอยากออกไปข้างนอกบ้าง ข้าอยากจะฝึกฝนให้แข็งแกร่งยิ่งกว่านี้”
“มันอันตรายเป็อย่างมากหากเ้าออกไปผจญกับสัตว์อสูรระดับสูงเช่นนี้ หากเ้า้าฝึกฝนจริง ๆ ข้าจะขอร้องให้ผู้าุโใหญ่ให้พาเ้าไปเอง”
“ขอบคุณท่านยาย” เฟิ่งหยูเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
เขาอยากจะแข็งแกร่งโดยเร็วเพราะอยากกลับไปหาบิดามารดาของเขา ตอนนี้บิดามารดาของเขาคงเป็ห่วงหรือคิดว่าเขาตายไปแล้วั้แ่สัตว์อสูรบุกมาครั้งก่อน
หากไม่ได้เหล่าผู้าุโทั้งหลายช่วยเฟิ่งหยูคงไม่มีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้จริง ๆ เขาคงถูกสัตว์อสูรกินเป็อาหารไปเรียบร้อยแล้ว ถือเป็ความโชคดีอย่างยิ่งที่ยายฮวาไปพบเขาก่อนและนำตัวเขามารักษาจนหายเป็ปกติ
ตอนเย็นวันนั้น...................
“ผู้าุโใหญ่ เฟิ่งหยูอยากจะไปหาประสบการณ์ข้างนอก ข้าอยากให้ท่านช่วยพาเขาไปหน่อยจะได้ไหม” ยายฮวากล่าวกับผู้าุโใหญ่
“พวกเ้านับวันยิ่งโอ๋เฟิ่งหยูเหมือนลูกเหมือนหลานกันจริง ๆ แล้ว ได้สิ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว และข้าก็อยากให้เ้าบอกเ้าหนูนั่นให้ด้วย ก่อนไปและเหล่าตาเฒ่าทั้งหลายจะรับเฟิ่งหยูเป็หลานบุญธรรมเ้าจะว่าอย่างไรจะขัดข้องหรือไม่?”
หลังจากที่ผู้าุโใหญ่และเหล่าตาเฒ่าทั้งหลายได้เห็นพฤติกรรมของเฟิ่งหยูทำให้พวกเขาได้คุยและตกลงกันเป็ที่เรียบร้อยว่าจะรับเฟิ่งหยูเป็หลานบุญธรรม โดยพวกเขาคิดจะทำให้ยายเฒ่าคนนี้ใเล่นๆ ตามประสาคนแก่
“ดี ข้ายินดีอย่างยิ่ง ขอบคุณผู้าุโใหญ่” ยายฮวาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่น ด้วยความดีใจ
ยายฮวาเคยมีลูกชายอยู่คนหนึ่ง แต่ลูกชายของนางถูกสามีของนางที่ไปมีภรรยาใหม่กล่าวร้ายและกลั่นแกล้งจนลูกชายของนางต้องจากไป จากนั้นนางไม่จึงจึงหนีออกมาจากตระกูลของฝั่งสามีของนาง นางคิดจะฆ่าตัวตายแต่ก็ถูกช่วยไว้โดยผู้าุโใหญ่
หลังจากนั้นนางก็ไม่เคยมีรอยยิ้มอีกเลย จวบจนวันที่ยายฮวาไปพบเฟิ่งหยูและช่วยเหลือเขามาจากแม่น้ำ ทุกคนต่างทราบเื่ของยายฮวาดีจึงไม่มีใครกล้าขัด และด้วยพฤติกรรมของเฟิ่งหยูที่พวกเขาสังเกตมาตลอดหลายเดือนมานี้ เฟิ่งหยูทำตัวว่านอนสอนง่าย แถมยังมีความกตัญญูรู้คุณคนอีกต่างหาก หมั่นศึกษาเล่าเรียนโดยไม่เกียจคร้านเลยแม้แต่น้อย การงานทุกอย่างที่เฟิ่งหยูทำได้เขาจะทำหมด โดยไม่ปริปากบ่นแม้แต่คำเดียวจึงทำให้เหล่าตาเฒ่าทั้งหลายแอบปรึกษากันว่าจะรับเฟิ่งหยูเป็หลานบุญธรรม
เพราะพวกเขาแต่ละคนล้วนมีปมในใจ ต่างคนต่างเหตุการณ์ ต่างเหตุผล ทุกคนประสบกับความอยุติธรรมต่าง ๆ จนเป็สาเหตุที่ทำให้พวกเขามาอยู่รวมกันตรงนี้ ตรงที่ตัดขาดจากโลกภายนอก ตรงที่ไม่มีใครมารบกวนได้