ยาซีนจำมันได้เป็อย่างดีเพราะมันเป็หนึ่งในงานอันมากมายของเขา แม้ว่ามันจะพรางตัวด้วยการติดหนวดเคราและมีผ้าโพกศีรษะอย่างชาวซิกข์ก็ตามที
เขาลอบสังเกตเห็นว่า อาบูซาลุกขึ้นจากที่นั่งด้วยท่าทีล่อกแล่ก มันมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องน้ำด้วยท่าทางมีพิรุธ ยาซีนมองตามไปอย่างใคร่รู้ จนเมื่ออาบูซาหายลับเข้าไปในห้องน้ำแล้ว เขาจึงตัดสินใจลุกขึ้นจากที่นั่งบ้างแล้วเดินเลียบๆ เคียงๆ ไปที่ประตูบานนั้นพร้อมกับแนบหูลงไป
หูของเขาได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังมาจากภายในนั้น แต่ไม่ชัดนัก เพราะมีเสียงเปิดน้ำก๊อกทิ้งไว้ราวกับว่า อาบูซากำลังใช้มันกลบเกลื่อนเสียงอะไรบางอย่าง ยาซีนจึงใช้มือผลักประตูเบาๆ ซึ่งก็มีผลทำให้เสียงน้ำจากก๊อกนั้นหยุดลงชั่วคราว และก็ไม่มีเสียงอะไรดังออกมาอีกเลยนานหลายนาที นอกจากเสียงหวานใสของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งดังมาจากด้านหลังของเขา
“ขอโทษค่ะท่าน”
ยาซีนหันไปมองก็พบว่าเธอคือแอร์โฮสเตสคนนั้นนั่นเอง เมื่อพิศมองในระยะใกล้เช่นนี้ก็ทำให้เขารู้ว่า เธอมีใบหน้าที่สวยสะดุดตาเอามากๆ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็ใบหน้าที่คุ้นตาของเขามากเช่นเดียวกัน ทว่านึกเท่าไรเขาก็ไม่สามารถคิดออกว่าเคยพบเจอใบหน้าที่งดงามแบบนี้ที่ไหนมาก่อน
ดวงตากลมโตของเธอล้อมไปด้วยแพขนตางามงอน ใบหน้าเรียวรูปไข่นั้นเกลี้ยงเกลาและอุดมไปด้วยผิวเนื้อเนียนละเอียด ดูเปล่งปลั่งอย่างคนสุขภาพดี อีกทั้งยังมีรอยยิ้มที่หวานละไมราวกับมีน้ำผึ้งชโลมอยู่บนริมฝีปากนั้น ทุกองค์ประกอบของเธอทำเอาเขาอดที่จะเผลอมองจ้องอย่างลืมตัวไม่ได้เลยทีเดียว จนกระทั่ง...
“ห้องนี้มีผู้โดยสารท่านอื่นกำลังใช้อยู่ค่ะ ขอความกรุณาให้ท่านใช้อีกห้องถัดไปดีกว่านะคะ”
ยาซีนกระแอมก่อนจะตอบเสียงเครียด “ครับ” แต่ก็ไม่ได้ใช้ห้องน้ำอีกห้องตามคำแนะนำของเธอ เขาค้อมศีรษะให้เธอก่อนจะเดินกลับไปนั่งประจำที่เดิมโดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ประตูห้องน้ำนั้นอย่างไม่วางตา ทว่าบางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปยังแอร์โฮสเตสสาวสวยคนนั้น ซึ่งหันกลับไปให้บริการผู้โดยสารคนอื่นด้วยเครื่องดื่มร้อนๆ ในมือ
เธอมีรอยยิ้มที่งดงามตรึงใจของเขาเหลือเกิน ทุกครั้งที่ลอบมองเธอ เขามีอันจะต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอๆ ให้ผินหน้ากลับไปยังประตูห้องน้ำซึ่งมีผู้ก่อการร้ายตัวยงแฝงอยู่ภายใน
นี่เป็ครั้งแรกที่มีผู้หญิงมาทำให้เขาว่อกแว่กกับงานที่เคยทำอยู่เป็ประจำ เขาไม่รู้ว่ามันคือรักแรกพบหรือเปล่า แต่ทุกๆ ครั้งที่เขารู้สึกตัว ใบหน้าของเธอก็มีอันต้องมาประทับอยู่ในสายตาของเขา จนต้องเตือนตัวเองให้หันไปมองประตูห้องน้ำอีกครั้งอย่างนึกอยากจะเขกกบาลตัวเองเสียเหลือเกิน
และแล้วดวงตาของยาซีนก็ต้องเบิกกว้างขึ้น เมื่อเขาเห็นแอร์โฮสเตสสาวสวยคนนั้นเดินถือกาน้ำร้อนผ่านไปที่ห้องน้ำน่าสงสัยก่อนที่ประตูห้องนั้นจะถูกเปิดออก สีหน้าของเธอซีดเผือดไปในวินาทีนั้น เขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะบานประตูสามารถปกปิดทัศนวิสัยของเขาเอาไว้ได้เสียหมด ไม่นานสาวสวยก็ก้าวเท้าเข้าไปในห้องนั้นพร้อมๆ กับที่ประตูปิดลง ทั้งๆ ที่อาบูซายังไม่ได้ออกมาเลยด้วยซ้ำ
“คะ...คุณ...จะทำอะไรน่ะ” หญิงสาวร้องถามละล่ำละลักออกไปเป็ภาษาอังกฤษ ดวงตาของเธอเหลือบมองใบหน้าเหี้ยมเกรียมของชายชาวซิกข์ตรงหน้าสลับกับมีดพกในมือของเขา ซึ่งเธอไม่รู้ว่ามันสามารถเล็ดลอดการตรวจหาอาวุธอันเข้มข้นขึ้นมาถึงบนฟ้าเช่นนี้ได้อย่างไรกัน
เขากวัดแกว่งมีดไปมา ก่อนจะใช้มันจิ้มลงบนป้ายชื่อของเธอ “มิสณพิชญา สุธาสิโนบล” ชายคนนั้นอ่านชื่อของเธออย่างคล่องแคล่วจนน่าแปลกใจ เพราะมีชาวต่างชาติน้อยคนนักที่จะอ่านชื่อและนามสกุลยาวๆ ของเธอได้ในครั้งแรกที่เห็น มันทำให้เธอคิดว่าเขาอาจมีพื้นฐานความรู้ภาษาไทยอยู่ไม่มากก็น้อย
หรือไม่ก็ตั้งใจท่องจำชื่อของเธอมาเพื่ออะไรบางอย่าง
“ฉันมีเื่อยากจะให้เธอช่วยหน่อย”
“ระ...เื่อะไร” ณพิชญาร้องถามด้วยเสียงสั่นเครือ
เขาแลบลิ้นเลียใบมีดก่อนจะแสยะยิ้มออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว “ก็แค่ยืนอยู่เฉยๆ ที่เหลือฉันจะจัดการเอง”