"หูเยาเยา?" หลินฉางชิงทวนคำ
ปีศาจจิ้งจอกหนอ... ปีศาจจิ้งจอก ช่างเป็ชื่อที่เรียบง่ายและตรงตัวยิ่งนัก
หลินฉางชิงรู้สึกได้ว่าเหตุผลที่เหยียนเฉินตั้งชื่อเช่นนี้ ก็เพื่อเป็การต่อต้านตัวตนในอดีตของตนเองและสำนักชูซาน
"ต่อให้เป็ปีศาจก็ต้องสามารถเติบโตต่อไปได้ในสำนักชูซาน ข้าคิดว่าผู้าุโเหยียนเฉินในตอนนั้น คงคิดเช่นนี้อย่างแน่นอน" หลินฉางชิงกล่าวออกมาอย่างช้า ๆ
สำหรับคำพูดของเขา หูเชียนเชียนไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ นางเพียงแต่มองไปยังเ้าตัวเล็กในอ้อมกอดของหลินฉางชิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน ประกายแห่งความเป็แม่แผ่ซ่านออกมาจากตัวนางอย่างต่อเนื่อง
ทว่าในวินาทีต่อมา...
"พรวด!"
เืคำโตถูกพ่นออกมา
ในยามที่หูเชียนเชียนสลายพลังปีศาจออกไป อาการาเ็ภายในร่างกายในที่สุดก็ไม่อาจทนทานได้อีกต่อไป
บางทีในยามที่เหยียนเฉินสิ้นใจ นางก็ไม่ได้คิดที่จะมีชีวิตอยู่เพียงลำพัง เพียงแต่ติดที่ลูกของนางยังเล็กนัก
หากเป็เมื่อก่อน ต่อให้ต้องใช้พลังทั้งหมดที่มี หูเชียนเชียนคงจะฝืนประคองม่านพลังไว้จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต แต่ตอนนี้นางได้พบกับหลินฉางชิง เมื่อไม่มีสิ่งที่ต้องกังวลอีกต่อไป นางจึงสามารถจากไปตามรอยเท้าของคนรักได้
"ผู้าุโ!"
หลินฉางชิงเอ่ยขึ้นมาด้วยความใ
เขาอุ้มหูเยาเยาไว้ในอ้อมอกพร้อมกับย่อตัวลงเข้าใกล้กรงขัง หมายจะตรวจสอบอาการของหูเชียนเชียน ทว่านางกลับโบกมือห้าม
"ไม่เป็ไร... แค่ก แค่ก แค่ก!!!" สิ้นคำพูด เสียงไออย่างรุนแรงก็ดังขึ้นต่อเนื่อง
หูเชียนเชียนใช้มือข้างหนึ่งปิดปาก ใบหน้าซีดเผือด ร่างทั้งร่างคู้ลง เืไหลซึมผ่านง่ามนิ้ว ย้อมแขนท่อนล่างจนกลายเป็สีแดง
หลินฉางชิงมองเห็นว่าในนั้นถึงกับมีเศษชิ้นส่วนของอวัยวะภายในปนออกมาด้วย...
อาการาเ็ระดับนี้เพียงพอที่จะทำให้เสียชีวิตได้ อีกทั้งพลังของหูเชียนเชียนเองก็เหือดแห้งไปจนหมดสิ้น ในยามนี้เกรงว่าคงไม่อาจยื้อชีวิตไว้ได้แล้ว
"ฉางชิง..."
อาการไอของหูเชียนเชียนดูเหมือนจะทุเลาลงเล็กน้อย นางจึงเงยหน้าขึ้นมองหลินฉางชิง
"ลูกของข้ากับเขา ฝากเ้าด้วยนะ… ในฐานะแม่ ข้าไม่อาจอยู่ดูนางเติบโตได้ ทำได้เพียงรบกวนให้เ้าช่วยข้า… ต้อง... ให้นางเติบโตอย่างแข็งแรง อย่าให้นางต้องเดินตามรอยเดิมของพวกเราเด็ดขาด… เด็ดขาด..." หูเชียนเชียนพึมพำ
แม้จะฝากฝังไว้กับหลินฉางชิงแล้วแต่สำหรับนาง หูเยาเยาดูเหมือนจะกลายเป็ความยึดติดอย่างหนึ่ง เป็ความยึดติดต่ออดีตของตนเอง และเป็ความยึดติดต่ออนาคตของนางด้วย
หูเชียนเชียนพูดไปพลางยื่นมือออกไป ใช้แรงเฮือกสุดท้ายของร่างกายคลานมาทางหลินฉางชิง
ในยามนี้ เืไหลซึมออกมาจากทวารทั้งเจ็ดอย่างช้า ๆ ย้อมพื้นดินใต้ร่างจนกลายเป็สีแดง
หลินฉางชิงเข้าใจความหมายของนาง
"ผู้าุโ" เขาเอ่ยเสียงเบา พร้อมกับอุ้มหูเยาเยาในอ้อมอกให้ยื่นไปข้างหน้า
ในฐานะแม่ หูเชียนเชียน้าััลูกของตนเป็ครั้งสุดท้าย
สิ่งที่น่ายินดีคือเนื่องจากสูญเสียพลังปีศาจไปทั้งหมด กลิ่นอายของหูเชียนเชียนจึงไม่สามารถกระตุ้นกลไกป้องกันของหอคอยผนึกมารได้ แขนสีแดงฉานของนางที่สามารถทะลุผ่านพันธนาการของกรงขัง จากนั้นจึงวางลงบนตัวของหูเยาเยา
"อื้อ!"
ดูเหมือนการััอย่างกะทันหันจะทำให้เ้าตัวเล็กไม่สบายตัว นางส่งเสียงร้องเบา ๆ ก่อนจะขยับร่างกายสองสามครั้งแต่ก็กลับมาเป็ปกติในทันที
"ลูก... รัก..."
ในปากของหูเชียนเชียน พึมพำคำสองคำนี้ซ้ำไปซ้ำมา มือของนางทิ้งรอยสีแดงสุดท้ายไว้บนขนสีขาวราวหิมะของหูเยาเยา
หลังจากได้ััลูกของตน หลินฉางชิงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าประกายในดวงตาของหูเชียนเชียนดับวูบลง ราวกับว่าได้บรรลุความปรารถนาสุดท้าย มุมปากของนางยกยิ้มบาง ๆ จากนั้นร่างทั้งร่างก็ล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง แขนที่ยื่นออกมาทิ้งตัวลงอย่างไร้เรี่ยวแรง
เพราะััที่แผ่นหลังหายไปกะทันหัน หูเยาเยาจึงใอีกครั้ง และครั้งนี้ดูเหมือนนางจะรับรู้ถึงบางสิ่งได้ ทั้งที่ยังหลับใหลอยู่ แต่ที่หางตาของนางกลับมีน้ำตาไหลรินออกมาสองสาย......
"ผู้าุโเหยียนและฮูหยิน ขอให้ท่านทั้งสองเดินทางโดยสวัสดิภาพ" หลินฉางชิงลุกขึ้นยืนและกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
เมื่อหูเชียนเชียนสิ้นใจ วิธีการคงรูปมนุษย์ก็หายไป กลายเป็จิ้งจอกสีขาวที่โชกไปด้วยเืนอนอยู่ในกรงขัง
เนื่องจากััได้ถึงการดับสูญของปีศาจ กรงขังเบื้องหน้าจึงค่อย ๆ สลายตัว กลายเป็แสงสีทองหายไปในหอคอยผนึกมาร
หลินฉางชิงแบกศพของทั้งสองออกไป หาตำแหน่งที่เหมาะสมข้างกระท่อมของเหยียนเฉินบนยอดเขาเพื่อฝังร่างของทั้งคู่
"แม้ว่าสุดท้ายพวกเขาจะไม่ได้จากูเาด้านหลังแห่งนี้ไป แต่พันธนาการที่รัดรึงพวกเขาไว้ ในที่สุดก็หายไปเสียที..."
เมื่อมองไปยังกองดินเบื้องหน้า หลินฉางชิงยืนนิ่งอยู่เป็เวลานานก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
...
ในขณะเดียวกัน
ณ ป่าเขาแห่งหนึ่งที่ห่างจากสำนักชูซานนับหมื่นลี้
บนแท่นนั่งที่ขัดเกลาจากหยก สตรีผู้มีรูปลักษณ์สง่างามซึ่งกำลังนั่งสมาธิอยู่พลันลืมตาขึ้น
"ความรู้สึกใจคอไม่ดีนี้มาจากที่ใดกัน?!" สตรีผู้นั้นขมวดคิ้วมุ่น พลางพึมพำเสียงเบา
นางซึ่งควรจะอยู่ในการบำเพ็ญเพียรกลับรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกนั้นราวกับว่าสิ่งสำคัญบางอย่างของตนเองได้หายไป...
ยังไม่ทันที่สตรีผู้นั้นจะทันตั้งตัวว่าเกิดอะไรขึ้น
เพล้ง!
เสียงแตกหักดังขึ้น
ด้านหลังของนาง เดิมทีเป็ป้ายศิลาจารึกรูปจิ้งจอกขนาดใหญ่ซึ่งมีป้ายหยกแขวนอยู่มากมาย ทว่ามีป้ายหนึ่ง กลับแตกสลายในเวลานี้!
สตรีผู้นั้นหันไปมอง เมื่อเห็นตำแหน่งของป้ายหยก นางก็ยืนตะลึงอยู่กับที่
"เชียนเชียน!" สตรีผู้นั้นอุทานออกมาด้วยความใ
เื่ของหูเชียนเชียน นางย่อมทราบดี
สตรีผู้นี้คือผู้นำของเผ่าจิ้งจอกชิงชิวในปัจจุบันนามว่าหูหรง เป็อาจารย์และเป็มารดาผู้ให้กำเนิดของหูเชียนเชียน
แม้จะอยากช่วยหูเชียนเชียนออกมาเพียงใด แต่พลังของเผ่าจิ้งจอกชิงชิวในยามนี้เสื่อมถอยลง อีกทั้งอีกฝ่ายยังเป็สำนักชูซานที่มีอิทธิพลมหาศาล ต่อให้เป็ลูกสาวของตนเอง หูหรงก็ไม่อาจทำใจให้คนในเผ่าต้องไปตายต่อหน้าต่อตาได้
นางทุ่มเทบำเพ็ญเพียรเพื่อเพิ่มระดับพลัง โดยหวังว่าวันหนึ่งจะสามารถต่อกรกับสำนักชูซานและช่วยลูกสาวออกมา แต่ดูเหมือนว่าในที่สุดนางก็รอจนถึงวันนั้นไม่ทัน
ป้ายหยกเ่าั้ที่อยู่ด้านหลังคือป้ายิญญาของเผ่าจิ้งจอกชิงชิว แต่ละป้ายเป็ตัวแทนชีวิตของคนในเผ่าหนึ่งคน
เมื่อป้ายหยกแตกสลาย ย่อมหมายถึงการตายของคนในเผ่า
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น?! ทำไมป้ายิญญาของเชียนเชียนถึงแตกสลายกะทันหัน ทำไมกัน!!!" หูหรงแผดเสียงคำรามด้วยความไม่ยินยอม
นางเกือบจะทะลวงเข้าสู่ขั้นกำเนิดิญญาระดับชั้นฟ้าที่ห้าอยู่แล้ว โอกาสอยู่ตรงหน้าเพียงเอื้อมมือ แต่กลับช้าไปก้าวหนึ่ง!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ น้ำตาของหูหรงก็ไหลออกมาอย่างไม่อาจควบคุม ทว่าในขณะนั้นเอง
วูบ!
ป้ายศิลาจารึกรูปจิ้งจอกขนาดใหญ่นั้นกลับส่งเสียงสั่นะเืออกมา จากนั้นที่ช่องว่างตรงปากของป้ายศิลาจารึก มีป้ายหยกแผ่นใหม่ร่วงหล่นลงมา
หูหรงเดินเข้าไปข้างหน้า ฝืนความโศกเศร้าหยิบป้ายหยกแผ่นนั้นขึ้นมา
บนนั้นสลักตัวอักษรสามคำ
"หูเยาเยา"