“วิ่งไปซิ วิ่งหนีเข้าไปหลินเฟย หลังจากเ้าตาย ข้าจะช่วยดูแล หวัง ลี่ ให้เ้าเอง ฮ่าๆๆๆ”
“บัดซบ หลินิเ้ากับข้าเป็เพื่อนกันมาั้แ่เด็กเหตุใดเ้าต้องทำเช่นนี้เ้าไม่กลัวเลยรึว่าทางตระกูลจะลงโทษเ้าเช่นไร”
“ฮ่าๆๆเ้าลืมไปแล้วรึไงว่าที่แห่งนี้คือที่ใด เส้นทางแห่งราชันย์นั้นเป็สถานที่ที่อันตรายทุกคนที่เข้ามาสามารถตายได้ทุกเมื่อไม่แปลกถ้าเ้าจะตายอยู่ที่นี่”
สิ้นเสียงสนทนาปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งเข้าใส่เด็กหนุ่มที่กำลังวิ่งหนีอย่างจังร่างของเด็กหนุ่มกระเด็นปลิวไปตายแรงกระแทกพริบตานั้นเกิดเสียงะเิดังสนั่นจากบริเวณที่ร่างเด็กหนุ่มตกลงไปคลื่นกระแทกจากการะเิรุนแรงถึงขนาดที่ทำให้ผู้ที่กำลังไล่ตามมาปลิวไปตามแรงกระแทก
เด็กหนุ่มที่ไล่ตามมาเสื้อผ้าขาดหลุดรุ่ยกระอักเืออกมาคำโตนี่อยู่ห่างจากจุดะเิถึงขนาดนี้แรงะเิยังส่งผลให้เขาาเ็ถึงขนาดนี้ไม่ต้องพูดถึงเด็กหนุ่มอีกคนที่ตกลงไป ณ บริเวณที่เกิดะเิขึ้นคงไม่เหลือแม้แต่ซากศพ
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นที่แห่งนี้อันตรายสมคำล่ำลือ ยิ่งเข้าใกล้บริเวณใจกลางอันตรายยิ่งมากขึ้นโชคดีที่ข้าไม่ได้ไล่ตามมันไปในทันทีไม่เช่นนั้นข้าคงไม่เหลือแม้แต่ซกเช่นเดียวกับมันเสียดายที่ข้าไม่ได้สังหารมันกับมือแต่คนที่ไร้พลังปราณแบบมันถึงโชคดีขนาดไหนรอดไปได้จากแรงะเินั่นคงอยู่ได้อีกไม่นานข้าคงได้เวลากลับแล้ว”
เด็กหลุ่มหันหลังพุ่งทยานกลับในทันทีหลังจากรู้ว่าผู้ที่เขาไล่ตามมาคงไม่รอดแล้วเป็แน่แท้
ณ ป่าโลหิต์ ผู้าุโจากสำนักต่างๆต่างมาเฝ้ารอเหล่าลูกศิษย์ของตนเองที่ได้เข้าไปยังเส้นทางแห่งราชันย์ แต่ทันใดนั้นเด็กหนุ่มผู้หนึ่งพุ่งทยานกลับออกมาอย่างรวดเร็วด้วยสภาพที่าเ็อย่างมากเด็กหนุ่มคนนั้นคือหลินินั่นเอง
“เกิดอะไรขึ้น ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนทำไมเ้าถึงกลับออกมาก่อนกำหนด”
ผู้สาวุโสจากสำนักเพลิงเทวะกล่าวถามเด็กหนุ่ม ผู้สาวุโสคนนี้คือผู้าุโจากสำนักของเด็กหนุ่มนั่นเองชายชราเห็นเด็กหนุ่มกลับมาเพียงลำพังจึงรีบเอ่ยปากถามเพราะไม่เห็นลูกศิษย์ของตนกลับมาด้วย
“ผู้าุโข้า หลินเฟย ตายแล้ว”
“ข้าและหลินเฟยไม่ทันระวังจึงหลาดท่าโดนค่ายกลประหลาดเข้า หลินเฟยโดนะเิเข้าไปเต็มๆแม้แต่ซากศพก็ไม่เหลือส่วนข้ายังโชคดีที่อยู่ห่างไปไกลจึงโดนแค่เพียงคลื่นกระแทกจากการะเิแต่เพียงแค่คลื่นกระแทกข้าก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอด”
ได้ฟังเช่นนั้นท่างทีของชายขราก็ทรุดลงเพียงเพราะข่าวที่เขาได้รับฟังนั่นเป็ข่าวการตายของศิษย์เพียงคนเดียวของตนชายชราแทบจะไม่เชื่อสิ่งที่ตนเองได้ยิน
เพียงครู่เดียวก็มีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งตามกลับออกมาพร้อมกับสภาพย่ำแย่ คนพวกนี้เป็ถึงผู้มีพร์ที่ถูกเลือกเข้าไปในเส้นทางแห่งราชันย์เหตุใดจึงกลับออกมาทั้งๆที่ยังไม่ถึงเวลาเช่นนี้หญิงสาวหนึ่งในผู้ที่กลับออกมาจึงได้เล่าเหตุการที่เกิดขึ้นว่า
“เกิดเหตุผิดปกติขึ้นข้างในหลังจากพวกข้าได้ยินเสียงะเิดังขึ้นอยู่ๆเขตุแดนที่แยกส่วนนอกและส่วนในออกจากกันได้หายไปอย่างประหลาดมีสัตว์อสูรที่แข่งแกร่งมากมายโผล่ออกมาอสูรส่วนใหญ่ที่โผล่ออกมาพลังของพวกมันแข็งแกร่งอย่างมากอย่างน้อยๆระดับคงพอๆกับพวกอันดับต้นๆที่เข้าไปแต่ว่าพวกข้ายังััได้ถึงพลังที่แข่งแกร่งและน่ากลัวอย่างมากจากด้านในข้าเดาว่าอสูรที่อยู่ด้านในน่าจะมีพลังเทียบเท่ากับเหล่าผู้าุโพวกข้าจึงรีบหนีกันออกมาผู้คนส่วนใหญ่รีบหนีกลับออกมากันแล้วอีกซักพักคงมาถึงกันแล้ว”
เหล่าผู้าุโจากหลายสำนักได้ยินเช่นนั้นจึงเกิดเป็กังวลขึ้นทันทีเส้นทางแห่งราชันย์รอบนี้ผิดปกติเกินไปเหตุใดเขตแดนที่อยู่ด้านในจึงมาหายไปในเวลานี้
หลังจากนั้นเป็เวลา 7วันผู้ที่เข้าไปได้กลับออกมาเกือบทั้งหมดแล้วคาดว่าผู้ที่ยังไม่กลับออกมานั้นได้ตายไปหมดแล้วเพราะััไม่ได้ถึงร่องรอยจากสัญญาลักษณ์ของผู้ที่ที่เลือกให้เข้าไปที่ด้านในอีกเลยแน่นอนว่าหลินเฟยก็เป็ 1ในผู้ที่ไม่ได้กลับออกมาเช่นกัน ผู้าุโส่วนใหญ่ใช้เวลา7วันในการวิเคราะห์สถานะการจึงได้พบว่า กฎเกณฑ์ที่ปิดกั้นให้เฉพาะผู้ที่ถูกเลือกเท่านั้นที่เข้าได้หายไปแล้วแต่ยังคงป้องกันไม่ให้สัตว์อสูรออกมาและยังคงเปิดทุกๆ 6 ปีเช่นเดิม
“เมื่อเป็เช่นนี้ ในอีก 6ปีข้างหน้าพวกเราจะเข้าไปสำรวจด้านในกัน พวกเ้าว่ายังไง”ผู้าุโจากสำนักวิหคฟ้าได้กล่าวกับผู้าุโคนอื่นๆผู้าุโคนอื่นๆต่างไม่ปฏิเสธเพราะว่าเมื่อสามารถเข้าไปด้านในได้แสดงว่าย่อมต้องมีของวิเศษอยู่ในนั้นแต่ต้นจะพลาดโอกาสเหล่านี้ไปได้อย่างไร
ข่าวการสำรวจในอีก 6ปีข้างหน้ากระจายไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงข่าวการตายของอัฉริยะของสำนักเพลิงเทวะ “หลินเฟยด้วย”
ณ สถานที่ไหนซักแห่งในค่ำคืนที่มืดมิดอยู่ๆเกิดแสงสว่างวูบขึ้นมีร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งร่างกายเต็มไปด้วยาแร่วงหล่นลงมากองอยู่กับพื้น
“นี่ข้ายังไม่ตาย ? แล้วที่นี่มันคือที่ไหน”
ถึงาแจะมากมายแต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงนักเด็กหนุ่มค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นยิ้มเจือนๆแล้วพึมพำกับตัวเอง
“หลินิเ้ากล้าทรยศข้าอีกทั้งยังขโมยรากฐานปราณอัคคีพิโรธของข้าไป”
จากนั้นเด็กหนุ่มจึงเริ่มเดินสำรวจบริเวณโดยรอบหลังจากสำรวจได้ซักระยะหนึ่งก็เริ่มทำท่าทางครุ่นคิด
“แปลกมากเงียบเกินไปที่นี่อยู่ในป่าแท้ๆแต่ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของสิ่งมีชีวิต”
หลังจากเดินสำรวจต่อไปอีกระยะหนึ่งเด็กหนุ่มก็ได้พบกับถ้าถ้าหนึ่ง จึงตัดสินใจเดินเข้าไปดูใจกลางถ้ำมีดาบเล่มหนึ่งปักอยู่ส่องแสงอ่อนๆเผยให้เห็นบริเวณโดยรอบนอกจากตัวดาบแล้วยังมีตำราอีกจำนวนหนึ่งวางอยู่ตรงมุมถ้ำ ผนังถ้ำมีอักษรสลักไว้หลังจากอ่านข้อความไปพักหนึ่งเด็กหนุ่มพลันเข้าใจได้ทันทีว่าที่แห่งนี้คือมิติเฉพาะที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเหตุผลบางอย่างแต่ก็น่าแปลกที่แห่งนี้น่าจะถูกสร้างขึ้นมานานมากแล้วอีกทั้งมีทางเข้าออกอย่างชัดเจนแต่ทำไมจนถึงตอนนี้กลับไม่มีผู้ใดเข้ามาที่นี้เลยกลับเป็ตัวเด็กหนุ่มเองที่เป็คนแรกที่เข้ามาได้
จากบันทึกที่แห่งนี้ถูกป้องกันด้วย ผนึกไร้ขอบเขต มีเพียงผู้ที่ทำตามเงื่อนไขหรือผู้ที่มีพลังเหนื่อกว่า ผู้ที่สร้างมันขึ้นมาจึงสามารถเข้ามายังที่แห่งนี้ได้เด็กหนุ่มจึงเข้าใจทันทีว่าเหตุใดจึงไม่มีใครเข้ามายังที่แห่งนี้มาก่อนเพราะทางเข้าอยู่ในเส้นทางแห่งราชันย์ เส้นทางแห่งราชันย์นั้นจะเปิดขึ้นในทุก 6ปีโดยจะต้องเป็ผู้ที่ถูกคัดเลือกเท่านั้นจึงจะสามารถเข้ามาได้คงไม่มีผู้ที่ไร้พลังปราณคนไหนถูกเลือกเข้ามายังที่แห่งนี้ถึงจะเข้ามาได้จริงแต่ที่ที่อันตรายเช่นนี้ การที่ไร้ซึ่งพลังเลยคงไม่สามารถรอดมาจนถึงทางเข้าได้
หลังจากนั้นก็พบกับเม็ดยาบางส่วนเด็กหนุ่มเห็นดังนั้นจึงรีบหายารักษาาแแล้วทำการกลืนลงไปทันทีเสร็จแล้วจึงลุกขึ้นค้นที่เก็บของวิเศษก็พบกับของวิเศษจำนวนหนึ่ง หนึ่งในนั้นคือ “เสื้อคลุมภูติราตรี” ตามตำราบอกไว้ว่าความสามารถของมันคือสามารถใช้พลางตัวไปกับพื้นที่โดยรอบลบล่องรอยของผู้ใช้อีกทั้งยังสามารถลบกลิ่นอายของผู้ใช้ออกไปเหมือนกับที่ตรงนั้นไม่มีอะไรอยู่ อันต่อมาเป็แหวนวงเล็กๆสีดำสนิท ชื่อของมันคือ “แหวนกลืนปราณ” สามราถดูดปราณกักเก็บไว้แล้วใช้ออกได้เหมือนดั่งปราณของตัวเองแต่ตัวผู้ใช้ก็จะโดดดูดปราณไปด้วย ความสามราถเหมือนจะดีแต่ก็ไม่ดี
“แหวนบ้านี่ไร้สระชัดใครจะบ้าใส่ใครมันดูดกลืนปราณตัวเองกันเล่า”
จากนั้นเด็กหนุ่มจึงมองดูของชิ้นต่อไปหลังจากอ่านรายละเอียดเด็กหนุ่มก็มองด้วยแววตาลุกวาวราวกับเจอสมบัติที่แท้จริงหลังจากเจอแต่ของไร้สาระแบบแหวนบ้าบอนั่น
“เส้นชีพจรนพเก้า”เป็เส้นชีพจรของเทพน้ำแข็งจากโบราณผู้ประหนึ่งได้ธาตุวารีทั้งโลกไว้สามารถใช้ออกควบคุมได้ตามใจนึก อีกทั้งการใช้งานเพียงแค่ทำลายเส้นชีพจรเดิมแล้วหลอมรวมมันเข้าไปแทนที่ของเดิมก็สามรถได้รับพลังอันสุดอัศจรรย์นี้
“นี่ซิถึงเป็ของที่ควรค่าแก่การเป็ของวิเศษที่แท้จริง”หลังจากพูดจบเด็กหนุ่มก็ไม่รีรอรีบทำการหลอมผสานเส้นชีพจรนพเก้าทันที
“ฮ่าๆๆหลินิเ้าแย่งชิงเส้นชีพจรของข้าไป แต่ตอนนี้ข้าได้รับเส้นชีพจรใหม่ระดับเทวในตำนานมาแล้วเมื่อตอนนั้นข้าคิดว่าข้าคงไม่สามารถกลับไปแก้แค้นเ้าได้แล้วแต่ตอนนี้มันไม่ใช่อีกต่อไปเมื่อข้าได้พลังนี้มาเมื่อใดที่ข้ากลับไปได้นั่นคือจุดจบของเ้า ฮ่าๆๆ ”เด็กหนุ่มหัวเราะอย่างยินดี แต่ครู่ต่อมาความยินดีนั้นกลับหายไปไม่เหลือแม้แต่นิดใบหน้าเด็กหนุ่มกลับบิดเบี้ยว
“บ้าน่าทำไมข้าพยายามอยู่นานแล้วแต่กลับหลอมรวมมันเข้ากับร่างกายข้าไม่ได้ตามตำรากล่าวไว้ว่า มีคนเพียงแค่1ในพันล้านล้านเท่านั้นที่ไม่สามรถหลอมผสานเส้นชีพจรนี้ได้เพราะร่างกายคนเหล่านั่นไม่สามรถหลอมรวมกับเส้นชีพจรใดๆได้เลยมีเพียงใช้เส้นชีพจรที่ติดตัวมาแต่กำเนิดเท่านั้น บัดซบทำไมข้าต้องมาโชคร้ายแบบนี้ ข้าคงไม่ใช่ 1 ในพันล้านล้านนั่นหรอกนะ”
ชายหนุ่มพยายามหลอมรวมต่อไปแต่สุดท้ายไม่ว่าจะพยายามยังไงก็ไม่สามรถหลอมรวมได้สีหน้าชายหนุ่มพลันซีดลงทันทีใบหน้าเต็มได้ด้วยความสิ้นหวัง
“บัดซบ ถ้าหากข้าไม่สามรถใช้พลังปราณได้อย่าว่าแต่ล้างแค้นเลย แค่ออกไปจากที่นี้ข้าคงโดนสัตว์อสูรลุมกินจนเหลือแค่กระดูก”