ร่างสูงของท่านหมออู๋ประคองม่อชิงฉือเข้าไปในห้องพักด้านในของร้านเฉี่ยนซือ มือปราบหนุ่มยังคงไอไม่หยุด
“คุณชายรอง มือปราบม่อถูกพิษอันใดขอรับ?”
“พิษควันอาคเนย์ รีบไปเอาผงสลายพิษมาผสมน้ำก่อน”
หลงจู๊จี้ไปหยิบเอาขวดยาที่อู๋หยางสั่งมาละลายในอ่างน้ำเล็กๆ ใช้ไม้พายกวนจนละลายแล้วก็ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้กับม่อชิงฉือ
“อ๊าก!”
ความเ็ปรวดร้าวในกระบอกตาทำให้ม่อชิงฉือร้องลั่น สองมือของเขาขยุ้มฟูกนอนจนยู่ยี่ ส่ายหน้าคล้ายจะหลบความเจ็บไปให้พ้น
“เ้าอดทนหน่อย น้ำยานี้จะช่วยขับพิษออกจากดวงตาของเ้า หากปล่อยเอาไว้นานกว่านี้เ้าอาจจะตาบอดได้”
ม่อชิงฉือพยายามกล้ำกลืนความเ็ป อู๋หยางเห็นเขากำลังจะไอออกมาจึงได้ยื่นผ้าเช็ดหน้าไปรอแล้วประคองร่างให้ม่อชิงฉือไอเอาเืเป็พิษออกมา
“พี่ชิงฉือ ท่านไอเป็เืด้วย!” ม่อเสี่ยวฉงยืนอยู่ข้างเตียงถึงกับตกตะลึง นางคุกเข่าลงมองดูพี่ชายด้วยความกังวล
“หลงจู๊จี้ น้ำชาเล่า?”
ผู้ดูแลร้านยาที่ละลายยาสลายพิษลงในถ้วยชารีบยื่นให้ อู๋หยางถือไว้แล้วหันไปพยักหน้าให้ม่อเสี่ยวถงช่วยกันประคองให้ม่อชิงฉือลุกขึ้นนั่ง
“เ้าอดทนดื่มยานี้เข้าไปก่อน จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอและอาการไอได้” ท่านหมอหนุ่มประคองใบหน้าของม่อชิงฉือไว้ แล้วจ่อถ้วยชาให้เขาค่อยๆ ดื่ม
เมื่อกลั้นใจดื่มชาไปหมดถ้วย ม่อชิงฉือก็ถูกประคองให้นอนลง ชายหนุ่มค่อยๆ หลับใหล
“ท่านหมออู๋จากนี้ท่านจะรักษาท่านพี่ของข้าอย่างไรเ้าคะ?”
“เดี๋ยวข้าจะเขียนเทียบยาให้หลงจู๊จี้ไปต้ม รอให้เขาตื่นขึ้นมาอีกครึ่ง ชั่วยามก็จะต้องดื่ม คงต้องใช้เวลารักษาสักสองสามวัน ดีที่ในร้านนี้มีตัวยาอยู่ จึงไม่ต้องห่วง ขอเพียงเ้าอย่าเพิ่งบอกกล่าวม่อฮูหยินก็พอ ข้าเกรงว่านางจะใ”
“ข้าลืมไปเสียสนิท ท่านแม่ให้ข้าเอาเสื้อคลุมมาส่งท่านพี่ เมื่อครู่ข้าซ่อนเอาไว้นอกเ้าค่ะ”
หญิงสาวจึงรีบวิ่งออกไปข้างนอกร้าน พอดีกับมือปราบกลุ่มใหญ่ออกมาลาดตระเวน เฉินซื่อฝานมองเห็นม่อเสี่ยวถงก็ร้องเรียก
“เสี่ยวถง เหตุใดดึกดื่นแล้วเ้ายังไม่กลับบ้าน?”
“มือปราบเฉิน พวกนี้คือคนร้ายที่มาลอบฆ่าท่านหมออู๋กับพี่ชายข้า”
เฉินซื่อฝานบอกให้สหายมือปราบช่วยกันลากเอาคนร้ายที่นอนเจ็บล้มตายระเนระนาดขึ้นรถเข็นไปยังสำนักมือปราบ
“พี่ชายเ้ายามนี้อยู่ที่ใด?”
“ท่านหมออู๋กำลังรักษาอยู่ข้างในร้าน พี่ชิงฉือถูกพิษอาคเนย์เสี่ยงกับการตาบอดและไอเป็เืจนตาย”
ม่อเสี่ยวถงหอบเอาเสื้อคลุมนำหน้ามือปราบทั้งหลายเข้าไปข้างใน เฉินซื่อฝานเห็นสภาพของม่อชิงฉือก็หน้าซีดเผือด
“ข้าจะรีบไปแจ้งหัวหน้ากู้”
“มือปราบเฉิน บอกกู้เจิ้งจีว่าพรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยม คืนนี้ข้าคงต้องดูแลอาการของมือปราบม่อทั้งคืน ขอเพียงพวกเ้าช่วยข้าเฝ้าหน้าประตูร้านที ป้องกันคนร้ายบุกเข้ามาอีก”
อู๋หยางบอกกับม่อเสี่ยวถงว่าใน่ที่พิษกำเริบ่แรก ม่อชิงฉือจะเกิดอาการหนาวภายในอย่างรุนแรงและเขาจะเป็คนดูอาการอย่างใกล้ชิด
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะช่วยท่านดูแลท่านพี่เอง”
“ไม่ต้องหรอก เ้าเป็สตรีคงไม่ค่อยสะดวก เ้าไปดูในห้องต้มยาทีว่ายาที่ข้าสั่งต้มเสร็จไปถึงไหนแล้ว?”
“เ้าค่ะ”
ม่อเสี่ยวถงไหว้วานให้มือปราบเฉินช่วยไปบอกท่านแม่ที่บ้านนางว่านางอยู่ทำงานช่วยพี่ชายที่คฤหาสน์สกุลอู๋หนึ่งคืน พรุ่งนี้จึงจะกลับ
อู๋หยางมองดูม่อชิงฉือที่ยังมีอาการไอเป็บางครั้งด้วยความกังวล แม้เขาจะเคยรักษาพิษอาคเนย์มาก่อน แต่ร่างกายของม่อชิงฉือผอมบางเกรงจะรับการไอรุนแรงและหนาวเย็นภายในไม่ไหว
“ยาต้มมาแล้วเ้าค่ะ” ม่อเสี่ยวถงประคองถ้วยยาเข้ามาอย่างเร่งร้อน
“เขาตื่นพอดี เอามาให้เขาดื่มเร็ว”
ม่อชิงฉือถูกประคองให้ลุกขึ้นนั่ง เขารู้สึกเจ็บหน้าอกและลำคอ คราวนี้เริ่มหนาวเหน็บไปทั่วร่าง มือปราบหนุ่มดื่มยาเสร็จก็ยกสองมือขึ้นกอดตนเองพร้อมทั้งบ่นพึมพำออกมา
“หนาว ข้าหนาวมาก”
“ข้ารู้ นี่เป็อาการของพิษอาคเนย์ รออีกครึ่งชั่วยามดื่มยาอีกถ้วยอาการนี้ก็จะดีขึ้น” อู๋หยางพูดพลางดึงเอาผ้าห่มนวมมาห่มให้กับม่อชิงฉือ “เป็อย่างไร? ดีขึ้นหรือไม่?”
ชายหนุ่มส่ายหน้าช้าๆ ทั้งที่ยังหลับตา “ไม่ ยังหนาวมาก”
“ท่านหมออู๋ทำอย่างไรดี? ท่านพี่ของข้าดูเหมือนจะหนาวมากทีเดียวเ้าค่ะ” ม่อเสี่ยวถงรีบลุกขึ้นไปคิดจะกอดพี่ชาย ทว่าอู๋หยางกลับรีบบอก “ข้าตัวใหญ่กว่าเ้า ให้ข้ากอดเขาดีกว่าจะได้อุ่นขึ้นอีกหน่อย”
ท่านหมอหนุ่มรีบโอบกอดม่อชิงฉือที่ถูกห่ออยู่ในผ้าห่มนวม ร่างกายของม่อชิงฉือสั่นสะท้าน อู๋หยางก้มลงจะจูบที่หน้าผากของม่อชิงฉือ แต่พลันนึกขึ้นได้ว่ามีน้องสาวของมือปราบหนุ่มยืนดูอยู่ใกล้ๆ
“นี่ท่านคิดจะ....”
“ก็อย่างที่เ้าเห็น ข้าอยากจะจูบพี่ของเ้า”
“ท่านรับปากข้าแล้วว่าจะไม่ข่มเหงพี่ชายข้า ตอนนี้เขายังไม่ได้สติ ท่านจะทำเช่นนี้ไม่ได้”
“แต่ข้าอยากจูบเขา เ้าจะให้ข้าทำเช่นไร?”
ม่อเสี่ยวถงยืนกัดริมฝีปากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง
“ก็ได้ ข้าเอาเท่าเสี่ยวตี้ก็แล้วกัน”
อู๋หยางยกยิ้มมุมปาก รีบใช้มือหนึ่งควักเอาก้อนเงินสองตำลึงออกมาส่งให้ ม่อเสี่ยวถงทำตาโต
“ถือว่าข้าให้เ้าเอาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ม่อฮูหยินด้วยก็แล้วกัน”
หญิงสาวรีบเก็บเงินเข้าในสาบเสื้อ แล้วยกมือขึ้นปิดตาสองข้าง
“ถ้าอย่างนั้น ในราคานี้ ข้าแถมแก้มท่านพี่ให้ท่านด้วยก็แล้วกัน”
คนจ่ายเงินหัวเราะหึๆ แล้วก้มลงประทับริมฝีปากที่หน้าผากและแก้มของคนที่กำลังหนาวสั่น
“เห็นทีแค่นี้คงไม่พอแล้ว อีกสักครู่เขาน่าจะหนาวถึงกระดูก ร่างกายของพี่เ้าผอมเกินไป อาจจะต้านทานอาการหนาวในกระดูกไม่ไหว ข้าเหลือเพียงวิธีบรรเทาอาการวิธีสุดท้ายแล้ว”
ม่อเสี่ยวถงลืมตาขึ้น มองร่างของพี่ชายที่ซบซอกคอของท่านหมอรูปงามด้วยความหนักใจ
“วิธีใดหรือเ้าคะ?”
“อาการเช่นนี้ มีเพียงต้องเปลือยกายกอด เพราะอุ่นไอของคนเท่านั้นที่จะทำให้พี่ชายเ้าอุ่นที่สุดได้”
ม่อเสี่ยวถงตกตะลึง “หากพี่ข้าฟื้นขึ้นมาแล้วรู้ว่าท่านกับเขาแนบชิดกันโดยไร้อาภรณ์ติดกาย เขาคงจะเอากระบี่ไล่แทงท่านแน่”
“นี่ข้ารักษาชีวิตของเขานะ เขาคงไม่คิดเนรคุณข้าหรอกกระมัง?”
“แต่ความบริสุทธิ์ของพี่ข้าต้องถูกท่านทำลายนะเ้าคะ”
“รักษาชีวิตเขาไว้ก่อนเถิด หรือเ้าจะให้เขาทนทรมานกับอาการหนาวภายในอย่างนี้จนตายเล่า?”
ม่อเสี่ยวถงอึกอักลังเล แต่เมื่อเห็นพี่ชายของนางร่างสั่นสะท้านและร้องครางว่าหนาวซ้ำๆ หญิงสาวก็พลันหน้าเสีย
“ข้ารับรอง ข้าจะรับผิดชอบพี่ชายของเ้าอย่างถึงที่สุด”
“เอาเถิดเ้าค่ะ ท่านจะทำอย่างไรก็ทำ ขอเพียงช่วยพี่ชิงฉือได้ ท่านดูสิ พี่ชายข้าหน้าซีดไปหมดแล้ว”
ม่อเสี่ยวถงออกไปรอที่ห้องด้านนอกกับหลงจู๊จี้ บ่าวรับใช้อีกสองคนถูกเรียกมาช่วยเฝ้าหม้อต้มยา
ภายในห้องพักชั่วคราวของร้านสมุนไพรเฉี่ยนซือ อู๋หยางปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนและม่อชิงฉือออก ม่อชิงฉือแม้จะผอมแต่ก็มีกล้ามเนื้อแถวแผงอกอยู่พอสมควร ต่างกับตัวของท่านหมอหนุ่มที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างสมบูรณ์
คนตัวใหญ่ค่อยๆ ประคองคนถูกพิษที่หน้าซีดปากแทบจะไร้สีเข้ามาใกล้ จัดแจงท่านอนให้เหมาะสม มือสองข้างของมือปราบหนุ่มถูกจับให้ทาบที่หน้าอกกว้าง ร่างถูกกอดให้แนบชิดไปเสียแทบทุกส่วน ความอบอุ่นค่อยๆ แผ่กระจายอยู่ภายใต้ผ้านวมหนา
ท่านหมออู๋แนบริมฝีปากเข้ากับแก้มเย็นชืดของคนที่นอนสั่น เสียงครางของม่อชิงฉือชวนให้อู๋หยางปวดใจนัก
มือปราบหนุ่มครึ่งหลับครึ่งตื่น เขารู้เพียงว่าตอนนี้อาการหนาวจัดเริ่มคลายลงบ้างแล้ว และสิ่งที่ห่อหุ้มตนเองยามนี้ช่างนุ่มและอุ่นเหลือเกิน
“เ้าอดทนหน่อยนะ อีกหนึ่งชั่วยามก็จะดีขึ้น”
“ข้า...หนาว...หนาวมากเหลือเกิน” ม่อชิงฉือที่หลับตาอยู่ ครวญเบาๆ เขาได้ยินเสียงแว่วๆ ของอู๋หยางดังมาจากที่ไกลแสนไกล
******************

