ตอนที่ 8: บริการลับหลังม่านแกลลีย์
ความเงียบสงัดภายในห้องครัวส่วนหน้า (Forward Galley) ของชั้นเฟิรสต์คลาสถูกคั่นด้วยเสียงหึ่งๆ ทุ้มต่ำของเครื่องยนต์เจ็ตคู่ขนาดั์ที่กำลังพาโบอิ้ง 777-300ER แล่นผ่านชั้นบรรยากาศเหนือน่านฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวพราวระยับ ม่านกั้นหนาสีน้ำเงินเข้มถูกรูดปิดลงอย่างมิดชิดเพื่อกั้นพื้นที่เตรียมอาหารออกจากสายตาของผู้โดยสารในเคบิน ทว่าอุณหภูมิภายในแกลลีย์แคบๆ นี้กลับไม่ได้เย็นสบายตามระบบปรับอากาศเลยแม้แต่น้อย เมื่อหัวใจของฉันยังคงเต้นตูมตามด้วยความตื่นเต้นระทึกขวัญ
ฉันยืนพิงเคาน์เตอร์สแตนเลสขัดมัน สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ที่กำลังเตลิดเปิดเปิง ในมือถือขวดไวน์แดงบอร์โดซ์ (Bordeaux Grand Cru) ชั้นเลิศปี 2015 ที่เตรียมไว้สำหรับเสิร์ฟผู้โดยสารชั้นหนึ่ง การ์ดภาพสเก็ตช์และที่อยู่ในปารีสของฌอง-ปิแอร์ยังคงนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าผ้ากันเปื้อน ััอุ่นร้อนจากปลายนิ้วของเขาที่ทิ้งไว้เมื่อครู่ยังคงทำให้ผิวเนื้อตรงหน้าท้องของฉันสะท้านวาบไม่หาย
*‘ยัยเดมี่... เธอชักจะใจกล้าและบ้าบิ่นเกินไปแล้วนะ!’* ฉันแอบตำหนิตัวเองในใจเบาๆ แต่รอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ผุดขึ้นบนริมฝีปากอิ่มสีแดงสดกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด ฉันไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวหรือกังวลเลยสักนิด... ตรงกันข้าม เืในกายของฉันมันกำลังสูบฉีดด้วยความเร้าใจในเกมเสี่ยงตายเหนือน่านฟ้านี้ต่างหาก การเดินทางข้ามทวีปครั้งแรกในชีวิตกำลังจะกลายเป็เวทีสะสมแต้มและยกระดับประสบการณ์รักอันล้ำค่าที่หาไม่ได้จากตำราเล่มไหน ยิ่งบินไกลเท่าไร ประสบการณ์และความช่ำชองของฉันก็ยิ่งเติบโตขึ้นอย่างก้าวะโ
*ฟึ่บ...*
เสียงแหวกม่านกั้นแกลลีย์ดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ร่างสูงสง่าของฌอง-ปิแอร์จะก้าวแทรกตัวเข้ามาด้านในอย่างเงียบเชียบ เขารูดม่านหนาปิดสนิทตามหลังทันที ตัดขาดเราสองคนออกจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบ แสงไฟสีขาวนวลในแกลลีย์ส่องกระทบใบหน้าหล่อเหลาคมคายของช่างภาพหนุ่มชาวปารีส ดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ไม่อาจซ่อนเร้น
"คุณฌอง-ปิแอร์..." ฉันแกล้งอุทานเสียงแ่เบา ยกมือขึ้นทาบอกด้วยความใปนยั่วยวน "เข้ามาในพื้นที่ปฏิบัติงานของลูกเรือแบบนี้ไม่ได้นะคะ ถ้าหัวหน้าลูกเรือมาเห็นเข้า เดมี่จะโดนทำโทษและถูกสั่งพักงานเอานะคะ"
"ถ้าอย่างนั้น... ผมก็พร้อมจะรับผิดชอบและรับโทษแทนคุณทุกอย่างครับเดมี่" ฌอง-ปิแอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำสำเนียงฝรั่งเศสอันแสนเซ็กซี่ชวนละลาย "ผมเห็นคุณถือขวดไวน์บอร์โดซ์อยู่... เลยอยากจะขอเข้ามาเรียนรู้รสชาติของมันกับคุณอย่างใกล้ชิดน่ะครับ"
เขาหยิบแก้วไวน์คริสตัลขึ้นมา รินไวน์แดงสีทับทิมเข้มลงไปเล็กน้อย ก่อนจะแกว่งแก้ววนเบาๆ ให้กลิ่นหอมของผลเชอร์รี่ดำ ไม้โอ๊ก และวานิลลากระจายตัว ฌอง-ปิแอร์ยกแก้วขึ้นจิบนิดหนึ่ง แล้วโน้มตัวส่งแก้วมาจรดริมฝีปากของฉัน
"ลองชิมดูสิครับเดมี่... ไวน์ฝรั่งเศสขวดนี้มีกลิ่นหอมหวานซ่อนเปรี้ยว เหมือนกับกลิ่นกายและเสน่ห์อันเย้ายวนของคุณไม่มีผิด"
ฉันเผยอริมฝีปากขึ้นจิบไวน์จากแก้วเดียวกัน รสััฝาดละมุนและอบอุ่นของแอลกอฮอล์แล่นซ่านไปทั่วลำคอ สายตาของเราสบประสานกันอย่างมีความหมายลึกซึ้งผ่านประกายแก้วคริสตัล
ฌอง-ปิแอร์วางแก้วไวน์ลงบนเคาน์เตอร์ ก่อนจะสาวเท้าก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันทันที กลิ่นโคโลญจน์หรูหราผสมผสานกับกลิ่นไวน์และกลิ่นอายบุรุษเพศโชยมาปะทะจมูก ชายหนุ่มชาวฝรั่งเศสดันร่างของฉันให้ถอยหลังจนสะโพกกลมกลึงแนบชิดกับขอบเคาน์เตอร์สแตนเลส มือหนาทั้งสองข้างของเขายกขึ้นวางทาบลงบนเคาน์เตอร์ กักขังฉันไว้ในอ้อมแขนแกร่งอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่นจนไม่มีทางหนี
"ผมทนรอจนถึงปารีสไม่ไหวจริงๆ ครับเดมี่..." ฌอง-ปิแอร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน "ภาพของคุณ... ทรวดทรงของคุณ... และกลิ่นหอมหวานจากตัวคุณ มันวนเวียนอยู่ในหัวของผมจนแทบคลั่ง ผม้าััและชื่นชมคุณเดี๋ยวนี้"
"คุณช่างภาพใจร้อนจังเลยนะคะ..." ฉันช้อนสายตาหวานเชื่อมขึ้นสบตากับเขา แกล้งยกมือเรียวขึ้นลูบไล้ไปตามแนวคอเสื้อเชิ้ตของเขาอย่างแ่เบา ััถึงกล้ามเนื้อแผ่นอกที่ตึงแน่น "เดมี่เป็แค่แอร์โฮสเตสตัวเล็กๆ เองนะคะ จะมีอะไรให้คุณช่างภาพระดับโลกชื่นชมกันเชียว"
"ทุกตารางนิ้วบนเรือนร่างของคุณ... คือความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นมาครับเดมี่"
สิ้นคำพูดหวานหยดย้อย ฌอง-ปิแอร์ก็โน้มตัวลงมาประกบริมฝีปากของเขากับริมฝีปากอิ่มของฉันทันที! รสจูบของหนุ่มฝรั่งเศสช่างนุ่มนวล ดื่มด่ำ และเปี่ยมไปด้วยศิลปะแห่งความโรแมนติกอย่างแท้จริง เรียวลิ้นร้อนชื้นของเขาสอดแทรกเข้ามาอย่างละเมียดละไม ค่อยๆ กวาดชิมความหวานปนรสไวน์ในโพรงปากของฉันอย่างช้าๆ ก่อนจะทวีความเร่าร้อนและดูดดื่มขึ้นตามแรงปรารถนา ฉันครางแ่ในลำคอยกสองแขนขึ้นโอบรอบคอแกร่งของเขา ยอมเปิดรับััสวาทอย่างเต็มใจ
มือหนาของฌอง-ปิแอร์เริ่มเลื่อนลงมาโอบรัดเอวคอดกิ่วของฉัน ก่อนจะลูบไล้ผ่านสะโพกงอนงาม 35 นิ้วใต้กระโปรงยูนิฟอร์มรัดรูป เขาบีบเคล้นสะโพกกลมกลึงของฉันอย่างหนักมือจนเนื้อผ้าแนบสนิทไปกับสัดส่วน ดึงร่างของฉันให้ยกขึ้นเบียดชิดกับหน้าขาของเขา ความแข็งขึงใหญ่โตและอุ่นร้อนของแก่นกายภายใต้กางเกงสแล็กของเขาดุนดันอยู่ตรงร่องรักของฉันอย่างชัดเจนผ่านเนื้อผ้า
"โอ้ว... เดมี่ รูปร่างของคุณมันช่างสมบูรณ์แบบเหลือเกิน ผิวของคุณเนียนนุ่มราวกับผ้าแพรไหมชั้นดี" ฌอง-ปิแอร์ละริมฝีปากออกมากระซิบเสียงแหบพร่า ซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องของฉัน ขบเม้มติ่งหูและลำคอระหงจนฉันเสียวสะท้านจนต้องแอ่นอกรับ
ฉันที่ผ่านการฝึกฝนเก็บแต้มมาแล้วสองสมรภูมิ เริ่มงัดทักษะความแซ่บออกมาใช้ ฉันแกล้งขยับสะโพกเบียดบดร่องรักเข้าหาความแข็งขึงของเขาช้าๆ เป็จังหวะเย้ายวนใจ ปั่นประสาทให้ชายหนุ่มตรงหน้าแทบคลั่ง ยิ่งเขาพยายามควบคุมตัวเอง ฉันก็ยิ่งแอ่นตัวบดเบียดเนื้อแนบเนื้อหนักหน่วงขึ้น ปลายมือหนาของเขาเริ่มปลดกระดุมเสื้อยูนิฟอร์มสีแดงของฉันออกทีละเม็ด เผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนและร่องอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจ
ทว่า... ในจังหวะที่มือหนาของเขากำลังจะสอดแทรกเข้ามาใต้บราเซียเพื่อััยอดปทุมถัน เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยของลูกเรือท่านอื่นก็ดังขึ้นจากนอกม่านแกลลีย์!
*ตึก... ตึก... ตึก...*
"เดมี่จ๊ะ อยู่ในแกลลีย์หรือเปล่า? เช็กลิสต์อาหารมื้อเช้าเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วใช่ไหมจ๊ะ? ขนมปังครัวซองต์กับเนยฝรั่งเศสอบเสร็จหรือยังเอ่ย? ผู้โดยสารเริ่มตื่นกันแล้วนะ" เสียงพี่ก้อยดังขึ้นห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
หัวใจของฉันกับฌอง-ปิแอร์แทบจะหยุดเต้นไปพร้อมกัน! เราสองคนเบิกตากว้างและหยุดชะงักทุกการเคลื่อนไหวในเสี้ยววินาที ฌอง-ปิแอร์กดร่างของฉันแนบชิดกับตัวเขาแน่นเพื่อซ่อนตัวอยู่หลังตู้เก็บอาหาร ฉันรีบเอามือปิดปากตัวเองไว้แน่นเพื่อไม่ให้เสียงหอบหายใจหลุดรอดออกไป
ฉันพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็ปกติที่สุดก่อนจะะโตอบออกไปผ่านม่านหนา "เรียบร้อยแล้วค่ะพี่ก้อย! กำลังจัดจานเนยและขนมปังอยู่ค่ะ อีกสักครู่เดมี่จะยกออกไปให้นะคะ ขอเวลาจัดความเรียบร้อยอีกสองนาทีค่ะ!"
"จ้ะๆ รีบหน่อยนะจ๊ะ เดี๋ยวจะเตรียมตัวแลนดิ้งไม่ทัน" พี่ก้อยตอบก่อนที่เสียงฝีเท้าจะค่อยๆ เดินห่างออกไป
ฉันถอนหายใจยาวเหยียดอย่างโล่งอก เหงื่อเม็ดเล็กซึมตามไรผมด้วยความตื่นเต้นสุดขีด ฌอง-ปิแอร์มองสบตากับฉัน แววตาสีฟ้าครามของเขาเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความ้าที่ไม่อาจดับลงได้อีกต่อไป
"ตรงนี้อันตรายเกินไปครับเดมี่..." ฌอง-ปิแอร์กระซิบเสียงสั่นพร่าพลางกุมมือฉันไว้แน่น "ตามผมมาเดี๋ยวนี้เลยครับ... ห้องน้ำเฟิรสต์คลาสตรงนั้นกว้างขวางและหรูหรามาก มีกระจกบานใหญ่และล็อกประตูได้สนิท และผมจะไม่ยอมหยุดจนกว่าจะได้และสร้างสรรค์ผลงานศิลปะบนเรือนร่างคุณทั้งตัว!"
เขารูดม่านแกลลีย์เปิดออกเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าทางเดินในเคบินปลอดโปร่งและผู้โดยสารส่วนใหญ่ยังคงหลับอยู่ ฌอง-ปิแอร์ก็จูงมือฉันก้าวเดินอย่างรวดเร็วตรงไปยังห้องน้ำระดับเฟิรสต์คลาสขนาดใหญ่ด้านหน้า ผลักฉันเข้าไปด้านในก่อนจะแทรกตัวตามเข้ามาและกดล็อกกลอนประตูดัง 'คลิก'
ห้องน้ำเฟิรสต์คลาสลำนี้ตกแต่งด้วยแผงไม้วอลนัทหรูหรา กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศอโรม่าระดับพรีเมียม และกระจกเงาบานใหญ่ที่ทอแสงไฟนวลตา สะท้อนภาพเราสองคนที่ยืนเบียดชิดกันอย่างแแ่ ร่างกายของฉันที่ถูกปลดกระดุมเสื้อกั๊กออกจนเผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนตัดกับชุดสูทลำลองสุดเนี้ยบของเขา ช่างเป็ภาพสะท้อนที่เย้ายวนใจเกินกว่าจะห้ามใจไหว
"ในที่สุด... เราก็ได้อยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของเราจริงๆ เสียทีนะครับมิวส์คนสวยของผม" ฌอง-ปิแอร์กระซิบพลางยกมือขึ้นลูบไล้กรอบหน้าหวานของฉันอย่างหลงใหล แววตาสีฟ้าครามของเขาฉายประกายแห่งความกระสันอยากที่พร้อมจะแผดเผาทุกกฎเกณฑ์บนเครื่องบินลำนี้ให้มอดไหม้ไปกับบทรักของเรา
ความตื่นเต้นที่ต้องแอบทำเื่ต้องห้ามในห้องน้ำเฟิรสต์คลาสทำให้เืในกายของฉันสูบฉีดแรงจนแทบควบคุมไม่อยู่ หัวใจของแอร์สาวป้ายแดงเต้นรัวระทึกพร้อมรับมือกับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้
เอาล่ะสิเดมี่... ประตูห้องน้ำล็อกสนิทแล้ว คราวนี้หนุ่มปารีสสุดร้อนแรงจะจัดหนักบทเรียนศิลปะแห่งราคะให้เธอแบบไหนกันแน่!
---