ตอนที่ 4
เวลาอาหารค่ำ ราชินี และมนต์ดำ
· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·
ฉันย้ำคิดกับตัวเอง ฉันไม่ได้้าที่นอนนุ่ม เตียงใหญ่ ที่นอนคนเดียว ฉันคิดถึงที่นอนแข็ง ๆ และการนอนเบียดกัน ป่านนี้พี่อันดากับมีนาจะเป็ยังไงบ้างก็ไม่รู้ คุณอารัญไม่บอกอะไรฉันเลย และฉันก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะไปคะยั้นคะยอถามได้ ฉันซุกตัวลึกลงไปบนที่นอน น้ำตารินไหลลงมาอาบแก้ม ยกผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้า แล้วก็หลับไป
……..
“ตื่นได้แล้วค่ะคุณหนูเอวา”
ฉันตื่นขึ้นมาแบบงง ๆ เพราะเสียงป้าแพม “เอ๊ะ วาไม่ได้เรียกป้าแพมใช่มั้ยคะ” ใช่สิ เพราะฉันเก็บกระดิ่งไปแล้ว ในส่วนที่ลึกที่สุดของลิ้นชักโต๊ะหัวเตียง
“ป้ามาปลุกคุณหนูตามหน้าที่ค่ะ”
“หมายความว่า ป้าแพมจะมาปลุกวาทุกเช้าเลยเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ” ป้าแพมยิ้มกว้าง “คุณหนูเอวาไปล้างหน้าล้างตาแล้วมาแต่งตัวนะคะ คุณท่านสั่งไว้ว่าวันนี้ให้ป้าพาคุณหนูออกไปข้างนอก”
“แต่… วายังไม่อยากไปไหนค่ะป้าแพม วาขอไม่ไปได้ไหมคะ?” ฉันเพิ่งถูกจับมา ใครจะมีอารมณ์ไปเที่ยว
ป้าแพมคิ้วขมวดเล็กน้อย แต่รอยยิ้มก็ตามมา “ได้สิคะ”
ฉันออกมาจากห้องน้ำ ป้าแพมเตรียมชุดไว้ให้อีกเช่นเคย วันนี้เป็เดรสซาตินยาวแนบตัวสีเขียวมรกต กับสร้อยทองสลับพลอยเส้นยาว ป้าแพมถักเปียเก็บรอบศีรษะ แล้วติดด้วยโบว์ที่ทำจากลูกไม้ ส่วนเวทมนตร์แต่งหน้าที่ป้าแพมเสกไว้เมื่อวานก็ดูเหมือนจะยังอยู่ดี ป้าแพมเลยไม่ได้ทำอะไรบนใบหน้า
“ขอบคุณมากนะคะ”
“คุณหนูเอวาของป้า นายท่านสั่งให้ป้าดูแลคุณหนู คุณหนูต้องไปขอบคุณนายท่านนะคะ”
ฉันได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ เขาพรากฉันมาจากโลกของฉัน จากครอบครัวของฉัน แล้วฉันจะต้องไปขอบคุณเขาเพื่ออะไร
เช้านี้ป้าแพมพาฉันมาทานอาหารเช้าในสวน อากาศเย็นสบาย แสงแดดอ่อนๆ และกลิ่นหอมของดอกไม้โชยมาเป็ระยะ สวนที่นี่น่าทึ่งมาก กุหลาบ ทิวลิป มอนิ่งกลอรี่ โกเด้นรอด โบตั๋น และอื่นๆ อีกมากมาย ต่างพาอวดความสวยงาม สดใส จนแทบจะเรืองแสงออกมา
อาหารเช้าสุดประประณีตมาเสิร์ฟ พร้อมชาหอมๆ วาฟเฟิลราดน้ำผึ้ง ลูกฟิกส์สด โยเกิร์ส ข้าวโอ้ต สลัดผัก ผลไม้สดและเบอร์รี่หลากสี ไข่ดาว ไส้กรอกโฮมเมด และครัวซองต์
“ที่นี่คือที่ไหนคะป้า” ฉันถามป้าแพมระหว่างที่ป้ากำลังรินน้ำชาให้ฉัน จากกาพอสเลนลายสวย ลงในแก้วที่เข้าชุดกัน
“คุณหนูรู้แค่ว่าที่นี่ปลอดภัยก็พอแล้วค่ะ” ป้าแพมรินชาเสร็จแล้ว วางกาน้ำชาลงบนถาด
“คนที่นี่รู้สึกยังไงกับมนุษย์คะ” คำว่า มนุษย์ชั้นต่ำ สกปรก ไร้ค่า จากปากภาคิน ยังคงก้องอยู่ในหัว
“คนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นมนุษย์หรอกค่ะ แต่ป้าขอโทษที่ต้องบอกว่า การเหยียดมนุษย์ก็ยังมีอยู่ ถึงแม้ว่าคนที่นี่บางกลุ่มจะไม่ชอบคุณหนูเพียงเพราะว่าคุณหนูเป็มนุษย์ แต่ตราบใดที่คุณหนูอยู่ในความดูแลของนายท่าน จะไม่มีใครทำอะไรคุณหนูเป็อันขาดค่ะ ทุกคนรักและเคารพนายท่าน ถ้านายท่านยินดีที่จะดูแลคุณหนูทุกคนก็ยินดีค่ะ”
คงเพราะสีหน้าของฉันแสดงความไม่สบายใจออกมา ป้าแพมจึงเอามือมาลูบหัวฉัน ราวกับว่าฉันเป็เด็กน้อย “ทานอาหารเช้าให้อร่อยเถอะค่ะ อย่าคิดมากเลย”
ฉันพยักหน้ารับ แล้วก็ก้มหน้าก้มตากินอาหารเช้า แล้วป้าแพมก็เดินออกไปเงียบๆ ให้เวลาฉันได้อยู่เป็ส่วนตัว
“สวัสดีตอนเช้า...” เสียงทุ้มนุ่มลึกแว่วมา
ฉันสะดุ้งเล็กน้อย เพราะเสียงมาจากข้างหลัง
คุณอารัญ… เขายืนอยู่ในชุดสูทหรู ที่ตัดได้พอดีตัว โชว์โทนของกล้ามเนื้อที่ดูไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เขามาดแมน สูงโปร่ง สวยงาม สว่างไสว ไม่ต่างจากดอกไม้ในสวนของเขาเลย ผมยาวสีอ่อนของเขา มัดรวบไว้ด้านหลัง เผยให้เห็นใบหน้าที่ได้รูปอย่างชัดเจน
“สวัสดีตอนเช้าค่ะ” ฉันลุกขึ้นยืนเป็มารยาท
“ป้าแพมบอกผมว่า วันนี้คุณยังไม่อยากออกไปข้างนอก?”
การอยู่ใกล้เขาทำให้ฉันกระอักกระอ่วน “ค่ะ…”
เขาเดินเข้ามาใกล้ มันใกล้ซะจนเขาเองก็ยังรู้สึก และต้องถอยกลับไปครึ่งก้าว ส่วนฉันนั้นแทบจะหยุดหายใจเพราะความประหม่า
“งั้นก็ดี… พรุ่งนี้ผมว่าง เดี๋ยวผมพาคุณไปเปิดหูเปิดตาเอง”
“ไม่เป็ไรค่ะ ขอบคุณมาก” ฉันรีบปฏิเสธทันควัน และพยายามทำเสียงให้เหมือนกับว่าฉันรู้สึกขอบคุณจริงๆ
รอยยิ้มตรงมุมปาก และสายตาที่บ่งบอกว่าเขาไม่ชินกับการโดนปฏิเสธ “ผมไม่ได้จะฆ่าจะแกงคุณนะ เอวา”
ฉันก้มหน้า หลบหลบตา ใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ
“เจอกันตอนอาหารค่ำ” แล้วเขาก็เดินจากไป
……..
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนโกหก ในทุกวันของฉันหมดไปอย่างน่าเบื่อ วันๆ ฉันแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย ได้แต่นั่งๆ นอนๆ แล้วตกเย็นก็กินอาหารค่ำกับคุณอารัญและภาคิน ภาคินที่หยิ่งผยอง และไม่เคยเป็มิตร ฉันจึงใช้เวลาบนโต๊ะอาหารน้อยมาก รีบกินแล้วก็รีบขอตัวออกมาก่อนตลอด
และวันนี้ก็เฉกเช่นทุกวัน....
ที่โต๊ะอาหาร คุณอารัญจะนั่งประจำอยู่ที่หัวโต๊ะ ด้านซ้ายของเขาคือที่ของฉัน และด้านขวาคือที่ของภาคิน
“วันนี้ภาคินรับปากผมแล้วว่าจะดีกับคุณ” คุณอารัญปรายตาไปที่ภาคิน
แต่ฉันเฉย ไม่สนใจ ไม่มอง ก้มหน้าก้มตาอยู่กับอาหารของตัวเอง
“จะไม่หันมามองกันหน่อยเหรอ รับรองว่า ฉันหล่อกว่ามนุษย์ผู้ชายทุกคนที่เธอเคยเห็นมาก่อนแน่ๆ” เขาดูเหมือนจะขี้เล่นนะ แต่กวนประสาทมากกว่า
ฉันเงยหน้าขึ้นมาโต้ตอบ “เสียใจด้วยนะ แต่แฟนฉันหล่อกว่านายเยอะ” ฉันพูดใส่ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว ความหล่อของกันต์สู้ภาคินไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ
“เขาเป็ใคร?” คุณอารัญถามแทรกขึ้นมา
คิ้วสองข้างของฉันไหลเข้ามาชนกัน “ช่างเถอะค่ะ ฉันอยู่ที่นี่ ทุกอย่างมันจบแล้ว” ฉันตอบห้วน ๆ
“หึ” ภาคินหัวเราะในลำคอ มุมปากยกขึ้น ยิ้มเยาะ และแววตาที่เห็นแล้วอยากจะควักลูกตาออกมาสับเป็ชิ้นๆ “อย่าหลงรักฉันเข้าก็แล้วกัน” เขาเหลือบมองคุณอารัญ
ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่ฉันเหลือบมองคุญอารัญตามภาคิน แล้วใจฉันก็วูบไปแวบหนึ่ง เมื่อเห็นสายตาเป็ประกายของเขา ฉันตั้งสติและหันไปตอกกลับภาคิน “ฉันไม่แคร์ว่านายจะหล่อแค่ไหน และฉันก็ไม่มีวันหลงรักนาย!” ภาคินหยาบคายกับฉันมาตลอดทุกวัน แล้วอยู่ดี ๆ วันนี้จะมาคุยกับฉันเนี่ยนะ ไม่มีวันซะหรอก “ฉันอิ่มแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ” ฉันบอกกับคุณอารัญ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วรีบเดินออกมาจากห้องอาหารให้เร็วที่สุด ภาคินหัวเราะเสียงดังไล่หลังมา
……..
หลังอาบน้ำก่อนเข้านอน บนเก้าอี้หน้ากระจก ป้าแพมกำลังหวีผมให้ฉัน
“วาขอถามได้ไหมคะว่าป้าแพมอายุเท่าไหร่”
“ปีนี้ป้าก็เข้าปีที่สองร้อยสี่สิบพอดีค่ะ”
“โอ้โห” ในสายตาฉันป้าแพมดูเหมือนแค่ห้าสิบปลายๆ “แล้วคุณอารัญกับภาคินล่ะคะ”
“นายท่านอายุหนึ่งร้อยสามปี ส่วนคุณชายภาคิน อายุเจ็ดสิบแปดปีค่ะ ่วัยเด็กการเติบโตของพวกเราจะเหมือนมนุษย์ แต่พออายุครบยี่สิบปี การเติบโตของพวกเราจะช้าลงค่ะ” ป้าแพมหยุด วางแปรงผมลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วอธิบายต่อ “อายุเฉลี่ยของพวกเราจะอยู่ที่สามร้อยถึงสี่ร้อยปี แต่ถ้าเป็ผู้วิเศษชั้นสูงจะอยู่ได้ถึงห้าร้อยถึงหกร้อยปีเลยค่ะ”
“ถ้าพวกเขาอายุแค่นี้... แล้วพ่อแม่ของพวกเขาอยู่ที่ไหนเหรอคะ”
ป้าแพมนิ่ง สีหน้าเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด “พ่อแม่ของทั้งสองคนจากไปเมื่อห้าสิบปีที่แล้วค่ะ นายท่านอารัญเลยต้องปกครองอาณาจักรต่อ ทั้งๆ ที่อายุยังน้อย”
“เกิดอะไรขึ้นคะ”
“พวกท่านถูกสังหารค่ะ”
ฉันมองป้าแพมผ่านกระจก มันมีทั้งความโกรธและเสียใจปะปนอยู่บนใบหน้าของป้าแพม
ป้าแพมถอนหายใจ “แต่ก่อน ในทุก ๆ สิบปีเ้าอาณาจักรทั้งห้าจะมาประชุม พบปะสังสรรค์ เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีกัน โดยจะผลัดกันเป็เ้าภาพ เมื่อห้าสิบปีที่แล้ว อาณาจักรโกเมนเป็เ้าภาพ ราชินี ซึ่งเป็ภริยาเ้าอาณาจักรโกเมนในขณะนั้น ไม่มีใครรู้ว่าเธอแอบฝักใฝ่มนต์ดำอย่างลับๆ มาช้านาน เธอวางแผนสังหารเ้าอาณาจักรทั้งห้า เธอฆ่าแม้แต่สามีของตัวเอง และสาปทุกคนที่แข็งข้อกับเธอ เธอใช้มนต์ดำและกองทัพปีศาจยึดครองทุกอาณาจักร ตั้งตนเป็ราชินี และปกครองมาจนถึงบัดนี้ค่ะ”
ฉันขนลุกซู่ “มนต์ดำอย่างนั้นเหรอคะ?”
“ค่ะ หลังาเมื่อแปดพันปีก่อน มนต์ดำได้ถูกทำลายไปจนหมดสิ้น ไม่มีใครคาดคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นได้เลยค่ะ” ป้าแพมหยุดแล้วพูดต่อ “มิติของเรามีห้าอาณาจักร อาณาจักรนี้เป็อาณาจักรเดียวที่อยู่รอดปลอดภัยจากมนต์ดำ ต้องขอบคุณบารมีนายท่านอารัญ ที่มีอำนาจต่อรองกับราชินี ทำให้พวกเราอยู่รอดปลอดภัยตลอดมาค่ะ”
“มนต์ดำที่ว่า มันจะลามไปถึงโลกมนุษย์ได้มั้ยคะ”
“ได้ค่ะ ถ้าราชินี้า แต่ถือเป็โชคดีของมนุษย์นะคะ เพราะราชินีไม่เคยสนใจโลกมนุษย์” ป้าแพมมองฉันที่กำลังจมอยู่กับความคิด “แต่คุณหนูสบายใจได้นะคะ ตราบใดที่มีนายท่านพวกเราก็จะสงบสุขค่ะ”
“ขอบคุณนะคะที่เล่าให้ฟัง”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ ทุกคนที่นี่รู้เื่นี้กันหมด มันไม่ใช่ความลับอะไร” ป้าแพมยิ้ม มองฉันผ่านกระจก ลูบไหล่สองข้างของฉันด้วยสองมือ “เข้านอนเถอะค่ะ ดึกมากแล้ว”
· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·