เมืองไห่หงเป็เมืองที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาใหญ่ มีประตูเข้าออกเมืองสี่ทิศ ภายในกำแพงเมืองอันสูงลิ่วนี้เป็สถานที่รวบรวมที่ทำการสำคัญ ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชาวเมือง ไม่ว่าจะเป็ที่ทำการของนายอำเภอ ที่ทำการร้องทุกข์ ที่ส่งสาร ตลาด แหล่งรวมความสุขทางกาย ทางใจอย่างหอสำราญ หอโคมเขียว โรงน้ำชา และแหล่งความรู้สำหรับลูกหลานของชาวเมืองอย่างสำนักลี่ฉุนที่เปิดรับเฉพาะบุรุษ ส่วนสตรีส่วนมากทางครอบครัวจะจ้างผู้มีความรู้เข้าไปสอนในจวนแทน ทำให้เหล่าคุณหนูในเมืองนี้ต่างเป็ที่ยอมรับของผู้คนจากทั้งในเมืองและต่างเมืองว่าเป็สตรีผู้เพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและความรอบรู้
หากจวนใดได้พวกนางไปก็นับว่าเป็โชคดีของสกุลนั้น ครอบครัวใดอยากได้แม่นางเหล่านี้ไปอยู่ด้วยก็ต้องหาสินสอดมามอบให้ทางผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิงจนกว่าพวกเขาจะพอใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องแข่งขันเป็อย่างมากเช่นกัน เพราะคุณหนูผู้เพียบพร้อมนั้นมีจำนวนไม่มากนัก เมื่อเทียบกับจำนวนบุรุษที่้า
โดยเฉพาะเหล่าคุณหนูจากสี่สกุลใหญ่อย่างสกุลซู สกุลเวิน สกุลเจียง และสกุลจ้าวที่ทรงอิทธิพลในเมืองนี้ จวนของทั้งสี่สกุลจะตั้งอยู่คนละมุมของเมือง เป็การบ่งบอกว่าทั้งสี่สกุลประกอบกิจการอะไร สกุลซูมีจวนอยู่ทางทิศตะวันออก เป็ผู้นำเข้าและส่งออกข้าวและสัตว์ไปยังเมืองอื่น ๆ ที่อยู่รอบนอก
จวนสกุลเวินอยู่ทางทิศตะวันตกทำการค้าเกี่ยวกับสมุนไพรและยา
จวนสกุลเจียงจะอยู่แถบประตูทิศใต้ กิจการสำคัญของพวกเขาคือผลไม้ทั้งหลาย
และจวนสกุลจ้าวตั้งอยู่แถวประตูฝั่งทิศเหนือกิจการผ้าย้อมสีธรรมชาติ ทั้งยังมีผักและดอกไม้จำนวนมาก
บริเวณรอบนอกเมืองไห่หงเป็พื้นที่สำหรับชาวเมืองที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเป็แรงงานคนสำคัญของเมืองนี้ นอกจากชาวเมืองแล้วยังมีคนของทั้งสี่สกุลที่ออกไปดูแลพื้นที่เพราะปลูกของพวกเขาด้วย ทำให้มีหมู่บ้านเล็ก ๆ กระจายตัวอยู่เป็จำนวนมาก และทุกหมู่บ้านก็จะมีตลาดเป็ของตัวเองเพื่อเป็แหล่งรวบรวมสินค้าเพื่อให้เหล่าพ่อค้าคนกลางเดินทางมาเลือกซื้อผลิตผลของพวกเขาเข้าไปขายในตัวเมือง ทำให้ชาวบ้านที่นี่มีเงินใช้กันอย่างไม่ลำบากอะไร อีกอย่างครอบครัวไหนมีเงินมากหน่อยก็จะส่งบุตรชายของตนเข้าไปศึกษาในตัวเมืองเพื่อเป็เกียรติให้กับครอบครัว
"คุณหนูเราจะไปที่ใดกันดีเ้าคะ" หลี่ฉีถาม ขณะทั้งสี่คนกำลังเดินเข้าไปเที่ยวเล่นแถวใจกลางเมือง
"เ้ามีที่ใดอยากไปหรือไม่ ตัวข้านาน ๆ ทีถึงได้ไปที่นั่นจึงไม่รู้ว่ามีที่ใดน่าสนใจ" หญิงสาวเอียงคอตอบนาง เพราะจากความทรงจำของจ้าวลี่ถิง นางแทบไม่ค่อยได้เดินทางเข้ามาในเมืองเลย เรียกได้ว่านาน ๆ ทีถึงจะได้เข้ามา และถึงมาก็ไปเพียงไม่กี่ที่เท่านั้น
"เช่นนั้นพวกเราไปเดินเล่นแถว ๆ หน้าสำนักศึกษาลี่ฉุนดีหรือไม่เ้าคะ อีกอย่างอีกไม่นานท่านก็จะได้ไปพบอนุรองเวินด้วย" หญิงสาวมองหน้าคนเสนออย่างฮุ่ยิพลางส่ายหน้าให้ เพราะดูแล้วนางน่าจะมีเป้าหมายอื่น นอกเหนือจากไปเดินเที่ยวเล่นแน่
"เอาสิ ข้าเองก็อย่างจะรู้เหมือนกันว่าที่นั่นมีอะไรน่าสน" น่านน้ำยังไม่รู้ว่าที่นี่มีอะไรน่าสนบ้างในเมืองนี้
"เช่นนั้นก็ดีเลยเ้าค่ะ เผื่อข้าได้เจอพี่ใหญ่ด้วย" หยางฝูยิ้มดีใจให้กับทั้งสามสามเพราะั้แ่พี่ใหญ่ของนางไปเยี่ยมเมื่อสองเดือนก่อนจนตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีโอกาสได้เจอกันอีกเลย
เมื่อตกลงกันเสร็จทั้งสี่ก็พากันมุ่งหน้าไปยังหน้าสำนักศึกษาลี่ฉุนกัน ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงที่หมาย บริเวณด้านหน้าสำนักศึกษาลี่ฉุนมีแผงขายหนังสือเป็จำนวนมากสมกับเป็แหล่งรวมความรู้จริง ๆ หนังสือที่ขายกันมีทั้งหนังสือปรัชญาชีวิต หนังสือศาสตร์หลากแขนง หนังสือนวนิยาย บทกลอนต่าง ๆ และหนังสือที่เห็นจะขายดีที่สุดคือหนังสือการพิชิตใจอาจารย์ซูประจำสำนักลี่ฉุน
ขณะหญิงสาวกำลังจะยืนมือไปหยิบหนังสือนั้นขึ้นมาดูว่าเนื้อหาข้างในเขียนว่าอะไรกันแน่ ทำไมถึงได้ขึ้นป้ายว่าหนังสือขายดี และก็น่าจะขายดีจริง ๆ เพราะบนชั้นเหลือเพียงเล่มเดียวเท่านั้น แต่ยังไม่ทันจะได้หยิบ จู่ ๆ ก็มีมือคนยืนมาหยิบไปต่อหน้าต่อตา
"เถ้าแก่ ข้าเอาเล่มนี้"
"ขอโทษนะ หนังสือเล่มนี้ข้าเห็นก่อน" น่านน้ำรีบดึงข้อมือแม่นางมือไวเอาไว้ ก่อนนางจะเดินไปจ่ายเงินกับเถ้าแก่
"แล้วอย่างไร เ้าไม่ได้จะซื้อเสียหน่อยมิใช้เหรอ" หญิงสาวหน้าขาว ปากแดงหันมาถามนางอย่างไม่รู้สึกอะไร แถมยังมองตาแข็งใส่คนมาขัดการจ่ายเงินของตน
"เ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าจะไม่เอา"
"เพราะหากเ้า้าจริง คงไม่ยืนมองดูนานขนาดนั้น" อย่างนี้ก็ได้เหรอ น่านน้ำคิด การที่จะซื้อหนังสือสักเล่มอย่างน้อยก็ต้องได้ดูเนื้อหาสักหน่อยก่อนไหม เพราะหากซื้อไปแล้วเกิดไม่ถูกกับจริตหรือความ้าของตัวเอง ถึงได้ไปก็คงได้ไปนอนเฝ้าชั้นเท่านั้น
"คุณหนูมีเื่อะไรกันหรือเ้าคะ" หลี่ฉีเดินเข้ามาหา เมื่อเห็นท่าไม่ดี แต่ยังไม่ทันที่น่านน้ำจะได้ตอบคำถามอะไรนาง เสียงกรีดร้องตรงหน้าประตูสำนักศึกษาลี่ฉุนก็ดังขึ้นเสียก่อน พอมองไปทั้งสองพบว่าฮุ่ยิกับหยางฝูพากันจับมือวิ่งไปรวมกับกลุ่มสาว ๆ ที่พากันยืนกรีดใครสักคนของทางสำนักศึกษาอยู่ และแม่นางที่แย่งหนังสือไปต่อหน้าต่อตาก็ใช้จังหวะที่หญิงสาวหันไปสนใจกลุ่มคนพวกนั้นสะบัดมือออก แล้วไปจ่ายเงินเถ้าแก่ของร้านทันที ก่อนนางจะรีบวิ่งไปสมทบกับคนพวกนั้นอย่างรวดเร็ว ดูแล้วคนที่นี่ก็บ้าผู้ชายมิน้อยเลย
"กรี๊ดดดดดดด กรี๊ดดดดดด"
"พวกนางส่งเสียงกรี๊ดให้ผู้ใดกันเหรอ" น่านน้ำเอียงคอถามหลี่ฉีที่ยืนข้างกัน แต่เถ้าแก่กลับเป็คนเดินมาตอบนางแทนคนที่ถูกถามซึ่งเอาแต่ยืนเพ่งมองอย่างสนอกสนใจ กระนั้นก็ไม่กล้าปล่อยคุณหนูรองอย่างนางไว้ที่นี่ผู้เดียว
"คนเยอะขนาดนั้น จากที่ข้าอยู่ที่นี่มานาน คาดว่าน่าจะเป็อาจารย์ซูก็ได้นะขอรับ"
"เช่นนั้นเราลองเดินไปดูกันเถอะ ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าใช่อาจารย์ซูผู้นั้นหรือไม่ และหากใช่เขาหน้าตาเป็อย่างไร เหตุใดถึงได้มีการออกหนังสือคู่มือการพิชิตใจเขาได้" ไม่ว่าเปล่ หญิงสาวยังจับมือลากหลี่ฉีไปดูกับคนอื่น ๆ ตรงปลายแถว เพราะอย่างไรเขาก็ต้องเดินผ่านมาที่นี่แน่
ไม่รู้์แกล้งหรืออย่างไร เพราะพอมาถึงน่านน้ำก็ถูกแม่นางคนอื่น ๆ ที่เดินตามหลังเขามาได้เบียดเข้าจนทำให้มือเรียวหลุดจากหลี่ฉี พร้อมกันนั้นพวกนางก็ผลักร่างบ้างจนทำเอาเซตามแรงมหาชนคลั่ง ตอนนี้น่านน้ำคิดได้อย่างเดียวคือต้องพาตัวเองออกไปจากตรงนี้ให้ได้ มิเช่นนั้นตนต้องโดนเหยียบตายตรงนี้แน่นอน
ขณะกำลังพาตัวออกมาจากตรงนั้น น่านน้ำก็เจอเข้ากับแม่นางคนที่แย่งหนังสือไปจากตน และแทนที่นางจะหลบทางให้ แต่เปล่าเลย ริมฝีปากแดงราวกับเพิ่งไปกินเืมายกยิ้มขึ้นเหมือนนางร้ายที่คิดเื่ร้าย ๆ ได้ ยังไม่ทันที่น่านน้ำจะได้เอ่ยอะไร
"กรี๊ดดดดดดดด!!!!" หญิงสาวร้องขึ้นเสียงหลงด้วยความใ ขณะเดียวกันนางก็ภาวนาขอให้มีใครสักคนช่วยมารับตนก่อนจะล้มไปบนพื้นแล้วโดนแม่นางทั้งหลายที่ไม่สนอะไรเลยนอกจากบุรุษขวัญใจเหยียบเข้า อีกอย่างหากได้แผลขึ้นมาต้องซวยแน่ เมื่อวานได้เจองูมาแล้วมาวันนี้ไม่รู้ว่าจะเป็งูหรืออะไรกันแน่ แต่ที่รู้ ๆ หากเป็ไปได้ไม่ขอเจออะไรเลยจะดีกว่า
พึ่บ!! น่านน้ำถูกรับตัวเอาไว้ได้ทัน ก่อนนางจะล้มไปนอนหงายหน้ามองฟ้าอย่างอนาถ และนี่ก็ยิ่งเพิ่มเสียงกรี๊ดกร๊าดจากเหล่าสาว ๆ รอบข้างได้เป็อย่างมาก ส่วนคนที่กังวลใจจนต้องหลับตาไม่ขอเห็นหรือรับรู้อะไรก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เมื่อััได้ว่าตนกำลังซบอกของใครบางคนอยู่ และจากเสียงร้องของพวกนางที่กำลังกรี๊ดร้องราวกับอิจฉาตน ก็ให้พอจะแอบจินตนาการได้ว่าคนผู้นี้ต้องเป็ใครสักคนของสำนักศึกษาลี่ฉุนแน่ ก่อนจะเผลอหลุดคำที่น่าขายหน้าออกไป หลังลืมตามมาเจอกับเ้าของอกแกร่งที่รับตนเอาไว้
"แม่เ้า.... พระเอกในฝัน...หน้าของท่านช่างคุ้นเหลือเกินเ้าค่ะ" คนที่ได้ยินถึงกับจ้องหน้านางด้วยความไม่เข้าใจ ที่จู่ ๆ คนในอ้อมกอดกล่าวออกมาเช่นนั้น
"แม่นางเ้าว่าอะไรหรือ ข้าฟังไม่ถนัด" น้ำเสียงนิ่ง ๆ ของเขา ทำเอาหัวใจของสาวโสดมาหลานเดือนอย่างน่านน้ำเริ่มทำงานหนักอีกครั้ง ก่อนจะยกมือตบปากตัวเองที่ได้กล่าวคำไร้สาระนั้นออกไป แต่มาถึงตอนนี้หากจะโดนเหล่าทัพแม่นางแถวนี้กระทืบก็ยอม ขอแค่ได้ลองหยอดบุรุษผู้นี้ดูสักครั้งในชีวิต คิดได้เช่นนั้นหญิงสาวก็ผละตัวออกมายืนเผชิญหน้ากับเขาด้วยความประหม่า ก่อนจะยกยิ้มหวานบาดใจให้กับเขาไป
"เมื่อครู่ข้ากล่าวว่า...ใบหน้าฟ้าประทานของท่านช่างคุ้นเหลือเกินเ้าค่ะ ราวกับเราสองคนเคยเจอกันมาก่อน" ดูสิเจอประโยคนี้ของนางไปแล้วจะเป็อย่างไร น่านน้ำคิด ขณะเดียวกันก็ให้รู้สึกกดดันเช่นกันจากทั้งสายตาและน้ำเสียงไม่พอใจของแม่นางทั้งหลาย แต่ขอโทษทีเพราะคนที่ทำให้ตนมาอยู่ตรงนี้ได้ก็คือพวกนาง แต่ยอมรับว่าสายตาคมกริบที่กำลังจ้องมาที่ตนอย่างพิจารณา และแปลกใจนั้นช่างน่าหลงใหลเหลือเกิน ยอมรับจากใจเลยว่าเขาคือคนที่ตรงใจเธอเอามาก ๆ นับั้แ่คบกับผู้ชายมา หากได้เขามันคงดีมิใช่น้อย
"แต่ข้ากลับจำไม่ได้ว่าเคยเจอเ้าที่ใด" ชายหนุ่มถอนหายใจเหนื่อยหน่ายกับสตรีตรงหน้า ก่อนจะเสมองไปทางอื่น แม่นางผู้นี้ต่างจากคนอื่นโดยสิ้นเชิง นางช่างเป็คนเปิดเผยเหลือเกิน แต่สำหรับคนเช่นเขายิ่งมาเห็นคนเช่นนี้ เขากลับไม่อยากเหลียวแลให้เสียสายตาเลย ไร้ยางอายสิ้นดี
"ท่านคิดดูดี ๆ สิเ้าคะ รูปร่างบอบบางชวนทะนุถนอม ใบหน้าน่ารัก ๆ เช่นนี้ ท่านจะไม่เคยเจอได้อย่างไร" น่านน้ำว่าพลางยกมือมาทาบแก้มใสของตัวเองและเพิ่มความน่ารักด้วยการกะพริบตาปริบ ๆ ให้ด้วย ไม่น่ารัก ไม่ใจสั่นก็ให้รู้ไปสิ เพราะจ้าวลี่ถิงคนนี้นับว่าเป็หญิงสาวที่งดงาม และน่ารักเป็ที่สุดหากเทียบกับแม่นางที่ยนอยู่ตรงนี้
"ต่อให้ทำเช่นนี้ข้าก็นึกไม่ออก ในเมื่อตอนนี้เ้าก็ไม่ได้เป็อะไรแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัว" สิ้นคำไร้เยื่อไย ชายหนุ่มรูปงามขวัญใจสาว ๆ ทั้งเมืองก็หันหลังเดินออกไปจากนางด้วยความเอือมระอาใจ ผู้หญิงอะไรช่างหน้าไม่อายนัก
"ท่านพี่เื่ลูกของเราล่ะเ้าคะ!!!!" สิ้นคำะโ เพียะ!! ใบหน้าหวานของจ้าวลี่ถิงก็หันตามแรงตบของแม่นางที่ยืนข้างนางอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าฟาด พอยกมือขึ้นแตะตรงมุมปากก็พบว่ามีเืออก เพียงเท่านั้นล่ะ สายตานางก็เหลือบไปมองบนพื้นเบื้องล่างก็ต้องผวาเมื่อพบว่ารอบตัวเวลานี้เต็มไปด้วยกองทัพงูและหนอนทั้งตัวใหญ่ ตัวน้อยคลานกระดืบเข้ามาหาตัวเอง
"กรี๊ดดดดดดด!!!!!" ร่างบางกรีดร้องเสียงเสียงดังด้วยความกลัว ก่อนจะเข่าอ่อนล้มทรุดลงไปกับพื้นต่อหน้าทุกคน
"อาฝู!!!! อาฉี!!!! อาิ!!!! ช่วยข้าด้วย พวกมันมากันเต็มไปหมดเลย ช่วยข้าด้วย เอามันออกไป" นาทีนี้แม้อยากพาตัวหนีออกไปจากตรงนี้มากเพียงใดก็เห็นจะทำไม่ได้เอาเสียเลย ทางเดียวที่น่านน้ำคิดได้คือการร้องเรียกให้คนสนิททั้งสามมาช่วยพานางออกไปจากตรงนี้
ทั้งสามที่ได้ยินเสียงะโร้องผ่านฝูงชนออกมาก็ให้ใจไม่ดี รีบพากันแทรกตัวเข้ามากลางวงล้อมอย่างรวด แต่กว่าจะผ่านมาได้ก็ใช้เวลาพอสมควร ชายหนุ่มที่ตอนแรกคิดว่านางเล่นละครเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขาอย่างที่แม่นางหลายคนเคยใช้กับเขามาแล้วก็ให้รีบเปลี่ยนความคิดเดินกลับเข้าไปหาร่างบางที่เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้จบตัวสั่นเทา กระนั้นก็ยังพยายามะโเรียกหาคนสนิทของตัวเองให้มาช่วย
"แม่นาง เ้าเป็อะไร" ร่างสูงถามออกไปด้วยความเป็ห่วง ดูจากสภาพตอนนี้ของนางน่าจะกลัวจริง ๆ
"พี่หญิง!!! คุณหนู!!!" ทั้งสามสาวที่เดินแทรกเข้ามาได้ก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที
"อาฝูงูกับหนอนเต็มไปหมดเลย เอาพวกมันออกไปจากข้าที" น่านน้ำพยายามบอกกับคนที่ตนไว้ใจมากที่สุดในตอนนี้ นางทั้งเกลียดและกลัวสัตว์เลื้อยคลานเป็ที่สุด แค่เห็นแต่ไกลก็ทำเอานางขนลุกแล้ว
"พี่หญิงมันไม่มีเ้าค่ะ ท่านเงยหน้าขึ้นมาดูก่อน" หยางฝูพยายามเรียกสติพี่สาวของตน เมื่อเห็นว่านางตกอยู่ในภวังค์ความกลัวเหมือนเมื่อเย็นวานอีกครั้ง
"คุณชายท่านช่วยอุ้มพานางออกไปจากตรงนี้ได้หรือไม่เ้าคะ ดูแล้วคงไม่หายง่าย ๆ แน่ เมื่อวานกว่าจะทำให้หายได้ก็ใช้เวลามิน้อยเ้าค่ะ" สิ้นคำของหยางฝู ชายหนุ่มก็รับช้อนร่างบางอุ้มเดินพาออกไปจากตรงนี้ทันที ส่วนแม่นางทั้งหลายก็รีบพากันแหวกทางให้อย่างรู้งาน
ส่วนคนกลัวเมื่อรับรู้ว่าตอนนี้ตัวเองถูกอุ้มก็รีบยกมือโอบรอบคอและเอาหน้ามุดซอกคออุ่นอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่รู้เลยว่าการกระทำเช่นนี้ของนางได้ทำเอาร่างสูงแอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความอยากลำบาก หัวใจที่ไม่เคยทำงานหนักเช่นนี้มาก่อนก็เต้นรัวใหญ่
"ให้พาไปที่ใด"
"โรงเตี๊ยมเฟิ่งหลงเ้าค่ะ"
หลังจากเดินมาส่งหยิงสาวถึงห้องส่วนตัวของพวกนาง ชายหนุ่มก็รีบขอตัวกลับทันที แม้อยากถาวว่าที่นางเป็เช่นนี้เพราะอะไร แต่ก็ไม่สามารถทนอยู่ที่นี่ได้ ด้วยตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองมีอาการไม่ปกติเอามาก ๆ มันรู้สึกเหมือนกำลังวุ่นวายใจอย่างไรบอกไม่ถูก เมื่อเป็เช่นนี้ชายหนุ่มจึงคิดว่าเขาต้องออกไปหาที่เงียบ ๆ เพื่อสงบจิตใจของตัวเองที่กำลังฟุ้งซ่านโดยเร็ว.....
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
หากชอบก็ขอหัวใจเป็กำลังใจให้น้องด้วยน๊าาาา