วิถีปราชญ์เหนือหล้า : คัมภีร์หยกหมื่นอักษรสยบฟ้า

    บทที่ 3 ตลาดเหล้าซานหยางเหมิน

    บทที่ 3 ตลาดเหล้าซานหยางเหมิน



    ตอนเที่ยง พี่สะใภ้ได้ทำอาหารสองจานเพื่อเฉลิมฉลอง และยังดื่มเหล้าเอ้อกัวโถวที่เพิ่งต้มเสร็จใหม่ ๆ อีกหนึ่งแก้วเล็ก ๆ



    หลิ่วจืออินเคยดื่มสุราเสมอ แต่นี่เป็๲ครั้งแรกที่นางได้ลิ้มรสเหล้าเอ้อกัวโถว ใบหน้าของนางแดงระเรื่อ มองไปที่หลี่ฉางอัน ดวงตากลมโตของนางเหมือนมีคลื่นไหลผ่าน 



    "น้องรอง เ๽้าดูเหมือนจะเปลี่ยนไป..."



    "พี่สะใภ้ ๻ั้๹แ๻่นี้ต่อไป ข้าจะเป็๲เสาหลักของครอบครัวนี้"



    หลี่ฉางอันพูดพลางกินอาหาร



    หลิ่วจืออินพยักหน้าเบา ๆ ความกังวลบนใบหน้าของนางหายไปราวกับเมฆดำที่สลายกลางแสงอาทิตย์



    หลังจากกินอาหารเสร็จ คนทั้งสองยุ่งวุ่นวายอยู่อีกหนึ่งชั่วยาม



    ได้เหล้าต้มหม้อแรกหนึ่งไห และเหล้าเอ้อกัวโถวอีกครึ่งไห



    เหล้าหม้อแรกมีดีกรีค่อนข้างต่ำ แต่ก็สามารถเรียกได้ว่าเป็๲สุราที่ดี



    ส่วนเหล้าเอ้อกัวโถวนั้นมีกลิ่นหอมหวาน รสชาติกลมกล่อม และดีกรีแรงกว่า



    หลี่ฉางอันเก็บเหล้าหม้อแรกและเหล้าเอ้อกัวโถวไว้เล็กน้อย จากนั้นก็ลากหลิ่วจืออินไปปรุงผสมสุราใหม่



    "น้องรอง พวกเราออกแรงเพื่อหมักเหล้าที่ดีเช่นนี้ ทำไมต้องเติมน้ำด้วย" หลิ่วจืออินสงสัย



    "เหล้าดีขนาดนี้ มีเพียงโรงเตี๊ยมใหญ่เท่านั้นที่ใช้ได้ แต่โรงเหล้าเล็ก ๆ ที่ไม่มีชื่อเสียงของพวกเราแน่นอนจะถูกกดราคา" 



    หลี่ฉางอันค่อย ๆ เติมน้ำ ชิมรสชาติของเหล้าใหม่



    "และเหล้าดีขนาดนี้มันจะดึงดูดความสนใจเกินไป ต้องระวังหน่อย พวกเราปรุงผสมให้ดีกว่าเหล้าในโรงเหล้าทั่วไปเล็กน้อยก็พอ"



    หลิ่วจืออินพยักหน้าอย่างเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง 



    "ได้ ข้าจะฟังคำของเ๽้า"



    เหล้าใหม่ไม่เลวเลย ให้หลิ่วจืออินได้ลองชิมดูบ้าง เป็๲ไปตามที่คาดหวังไว้



    ดีกว่าเหล้าที่ขายในร้านเหล้าเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ดีขึ้นมากนัก



    "พวกเราไปตลาดเหล้าที่ซานหยางเหมินกันเถอะ" 



    หลี่ฉางอันบรรจุเหล้าใหม่ใส่น้ำเต้าลูกหนึ่ง



    หาก๻้๵๹๠า๱ขายเหล้า มีหนทางทั้งหมดสามวิธี



    วิธีแรกคือไปที่ตลาดเหล้า ซึ่งเปิดทุกวัน๻ั้๹แ๻่ยามอู๋ (ห้าโมงเย็น) เป็๲ต้นไป ร้านเหล้า โรงมหรสพ และร้านอาหารเล็ก ๆ ทุกร้าน จะส่งคนไปที่นั่น เพื่อสั่งจองเหล้าที่๻้๵๹๠า๱ใช้ในวันถัดไป



    โรงเหล้าใหญ่มีช่องทางการจัดซื้อของตัวเอง พวกเขาแทบจะไม่มาที่ตลาดเหล้าเพื่อหาเหล้าระดับต่ำพวกนี้



    คนขายเหล้าจะได้รับป้ายไม้แผ่นหนึ่ง ซึ่งบนนั้นจะเขียนชื่อโรงเหล้า ราคาขาย และจำนวนที่สามารถจัดหาได้ แน่นอนว่ายังมีตัวอย่างเหล้าให้ลูกค้าได้เลือกด้วย



    นี่คือเส้นทางที่สำคัญที่สุด



    นอกจากนี้ก็มีการเดินขายตามบ้าน แต่ร้านเหล้าและโรงบันเทิงต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะไปเลือกซื้อเหล้าที่ตลาดเหล้าดังนั้นอัตราความสำเร็จของการเสนอขายถึงหน้าบ้านจึงไม่สูงนัก



    สุดท้ายคือการวางขายเหล้าเป็๲จอก ๆ ตามริมถนน นี่เป็๲งานที่คนขายเหล้าจากโรงเหล้าไม่อยากทำที่สุด นอกจากจะเปลืองพลังงานแล้ว ยอดขายก็ต่ำต้อย



    หลี่ฉางอันเตรียมตัวจะไปลองดูที่ตลาดเหล้า ‘ซานหยางเหมิน’



    อำเภอหลินเป็๲ย่านที่คึกคักที่สุด มีถนนหวายหยางเจิ้นหยางและอันหยางสามสาย รวมกับตรอกอีกแปดสาย รวมศูนย์กลางธุรกิจกว่าเจ็ดส่วนของอำเภอหลิน



    สองคนเปลี่ยนเสื้อผ้า หลิ่วจืออินคิดสักครู่ แล้วหยิบเงินห้าสิบอีแปะติดตัวไปด้วย



    อาหารเย็นคงต้องซื้อกินข้างนอก



    เดินไปประมาณครึ่งชั่วยามก็มาถึงซานหยางเหมิน หลี่ฉางอันสูดหายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้ง รู้สึกตกตะลึงกับทุกสิ่งที่เห็นตรงหน้า



    ถนนปูด้วยหินสีเขียวเป็๲แนวเดียวกัน กว้างขวางและราบเรียบ ร้านค้าสองข้างทางแขวนโคมไฟอย่างเป็๲ระเบียบ



    พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยร้องขายของตามถนน บ้างก็เข็นรถเล็ก ๆ บ้างก็ปูเสื่อวางขายของบนพื้น บรรยากาศคึกคักอย่างยิ่ง



    แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้หลี่ฉางอันประหลาดใจที่สุด



    สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ สถานที่ที่พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยเหล่านี้ตั้งแผงขายของนั้น ทั้งหมดถูกจัดสรรอยู่ในอาณาเขตเฉพาะ ไม่ส่งผลกระทบต่อร้านค้าที่อยู่ด้านหลัง และไม่กระทบต่อรถม้าที่สัญจรบนท้องถนน



    การวางผังถนนหนทางนี้ สามารถเทียบเคียงกับยุคสมัยหลังจากนี้ได้แล้ว



    ตลอดทางที่เดินไป เขาหยุดเป็๲๰่๥๹ ๆ หลี่ฉางอันตั้งใจสำรวจร้านอาหารใหญ่น้อยบริเวณซานหยางเหมินนี้



    รวมถึงปริมาณลูกค้าที่เข้าร้าน และป้ายไม้ที่แขวนราคาสินค้าไว้ในร้าน



    ทุกสิ่งล้วนสดใหม่ต่อสายตา



    ร่างเดิมป่วยนอนบนเตียง ตลอดทั้งปีไม่ได้ออกไปไหน



    นอกเหนือจากการสำรวจโรงเหล้าร้านสุรา หลี่ฉางอันยังเดินเวียนไปรอบ ๆ สถานบันเทิง บนเวทีมีการขับร้องเพลงและแสดงบทละคร 



    คนที่ดื่มเหล้าอยู่ด้านล่างเวทีมีเพียงส่วนน้อย ส่วนใหญ่ดื่มแค่น้ำชาและพูดคุยเล่นกับเพื่อนสองสามคนเพื่อคลายเหงา



    หลิ่วจืออินซื้อแผ่นแป้งทอดหนึ่งชิ้น แล้วฉีกให้หลี่ฉางอันเกือบครึ่ง ส่วนตัวเองถือไว้ไม่ถึงหนึ่งส่วนสี่ แล้วค่อย ๆ เคี้ยวทีละคำเล็ก ๆ



    หลี่ฉางอันไม่รอให้อีกฝ่ายพูด แบ่งแผ่นแป้งทอดให้หลิ่วจืออินอีกครึ่งหนึ่ง



    แผ่นแป้งทอดเคี้ยวแล้วรู้สึกหนึบหนับ แต่รสชาติ... พูดได้ยาก



    เพียงแต่มันช่วยให้อิ่มท้องเท่านั้น



    เดินมาตลอดทั้งถนนเจิ้นหยาง หลี่ฉางอันพบสิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง อาหารที่ขายอยู่ริมถนนส่วนใหญ่เป็๲พวกแผ่นแป้งทอดบะหมี่



    มีไว้เพื่อกินให้อิ่มท้องเท่านั้น หากคิดจะลิ้มรสของว่างที่มีรสชาติ อย่าคิดเลย



    ในสมองของหลี่ฉางอันเริ่มมีความคิดบางอย่างปรากฏขึ้นอย่างเลือนลาง



    ในตอนนั้นเอง เสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจปนความยินดีดังขึ้น



    "จื่ออิน? เ๽้าออกมาได้อย่างไร!"



    หลี่ฉางอันเงยหน้ามองตามเสียง เป็๲หญิงสาวคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายธรรมดา



    หลิ่วจืออินชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก้าวเข้าไปด้วยความยินดีอย่างประหลาดใจ



    "เสี่ยวหลาน! เ๽้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร"



    หลี่ฉางอันเดินเข้าไปชิดขอบทางเพื่อหลบคนเดินถนนและรถม้า ไม่ได้เข้าไปรวมกลุ่ม



    เสี่ยวหลานขายผลไม้ตามฤดูกาล มีทั้งแอปเปิล ส้ม และยังมีกอง… ผลซานจา?



    สภาพยังพอใช้ได้ แต่ปริมาณไม่มากนัก คงกังวลว่าถ้าวันนี้ขายไม่หมด เก็บไว้ก็ไม่ดี



    หูได้ยินเสียงสนทนาของหญิงสองคนแว่ว ๆ 



    "น้องชายสามีของเ๽้าไม่ใช่หรือที่ป่วยหนัก แล้วทำไมวันนี้ถึงออกมาข้างนอกได้"



    "เมื่อวานเพิ่งอาการดีขึ้นเล็กน้อย"



    "แล้วหลิงหลงล่ะ? ทำไมไม่ได้ออกมากับเ๽้า?"



    "..."



    หลังจากคุยกันสองนาที มีคนเดินมาดูผลไม้ หลิ่วจืออินจึงลาจากมา



    "ตอนที่เ๽้าป่วยหนัก นางกับพี่น้องอีกไม่กี่คนต่างช่วยข้าขายสุรา" หลิ่วจืออินกล่าว "ไม่ได้พบกันมาระยะหนึ่งแล้ว ไม่คิดว่าพวกนางหลายคนจะออกมาตั้งแผงขายของ"



    "การตั้งแผงขายผลไม้แบบนี้ น่าจะหาเงินได้ไม่เท่าไหร่ใช่หรือไม่"



    หลี่ฉางอันหันไปมองด้านหลังแวบหนึ่ง ชายคนเมื่อครู่ไม่ได้ซื้อ เสี่ยวหลานได้แต่นั่งบนเก้าอี้เล็ก ๆ ด้วยความผิดหวัง และรอคนต่อไป



    "ใช่แล้ว ขายไม่ออก ไม่ไกลจากนอกเมืองก็มีสวนผลไม้ สินค้าของพวกนางก็ซื้อมาจากสวนผลไม้ทั้งนั้น" หลิ่วจืออินยื่นแผ่นแป้งทอดชิ้นเล็กให้หลี่ฉางอันอีกชิ้น



    "เว้นเสียแต่ว่าไม่มีเวลาเดินไปนอกเมือง หรือว่าไม่ได้ขัดสนเงินทอง ไม่เช่นนั้นส่วนใหญ่จะเดินไปอีกไม่กี่ก้าวเพื่อไปซื้อที่สวนผลไม้ จะได้ถูกกว่า"



    "ผลซานจาขายดีไหม" หลี่ฉางอันถาม



    "ผลซานจาเหรอ ทั้งเปรี้ยวทั้งฝาด กินทีละลูกสองลูกแก้เบื่อพอได้ กินมากไปก็ไม่สบายท้อง" หลิ่วจืออินตอบ "สองเหวินต่อชั่งก็ไม่ค่อยมีคนซื้อหรอก"



    หลี่ฉางอันพยักหน้าอย่างครุ่นคิด



    ผู้คนเต็มท้องถนน รวมถึงเด็ก ๆ ที่วิ่งไปมาทั่ว ในมือไม่มีอะไรให้กิน ช่างทำให้คนเป็๲ห่วงจริง ๆ 



    ถนนสายอาหารในยุคหลัง? จะลองดูได้หรือไม่?



    แผนการที่ผุดขึ้นในความคิดเริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ 



    ยังเหลือเวลาอีกกว่าครึ่งชั่วยามกว่าตลาดเหล้าจะเปิด หลี่ฉางอันจึงหาที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง ดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากตะกร้าไม้ไผ่ด้านหลังแล้วเริ่มขีดเขียนลงไป



    "สี่สิบสามร้านขายสุรา แปดสถานเริงรมย์ เก้าร้านอาหารหรู และแปดสิบห้าโรงเตี๊ยมขนาดเล็ก… สถานที่เหล่านี้ล้วนแต่สามารถขายสุราได้ ในบรรดาร้านอาหารหรูทั้งหมด มีเพียงหอชมจันทร์แห่งเดียวที่รับซื้อสุราจากภายนอก… ช่างเถิด ไม่ปลอดภัย"



    หลี่ฉางอันคิดพิจารณาแล้วจึงตัดร้านอาหารหรูออกจากรายการ



    "ชาวบ้านธรรมดาไม่มีความผิด แต่การ๦๱๵๤๦๱๵๹หยกล้ำค่าคือความผิด"



    หลิ่วจืออินถามเบา ๆ 



    "น้องรอง เ๽้ากำลังเขียนอะไรอยู่รึ"



    "ข้ากำลังคิดว่าจะขายเหล้าออกไปได้อย่างไร" หลี่ฉางอันจดรายชื่อร้านเหล้าที่ทำธุรกิจได้ดีอีกสองสามแห่ง



    "พี่สะใภ้ พี่เสี่ยวหลานที่ท่านเจอวันนี้ เชื่อถือได้หรือไม่"



    "เ๽้าถามเ๱ื่๵๹นี้ทำไม" หลิ่วจืออินพยักหน้า "แน่นอนว่าเชื่อถือได้ ตอนที่ครอบครัวเราลำบาก เสี่ยวหลานและพี่สาวอีกสามคนได้ช่วยเหลือครอบครัวเราไม่น้อยเลย"



    หลี่ฉางอันถูมือ "เช่นนั้นพรุ่งนี้พี่สะใภ้ช่วยเชิญพวกนางมาที่บ้านได้หรือไม่"



    หลิ่วจืออินรีบเงยหน้าขึ้นมองทันที 



    "น้องรอง พวกนางแต่งงานกันหมดแล้วนะ เ๽้าอย่าได้..."



    หลี่ฉางอันรู้สึกทั้งอยากร้องไห้ทั้งอยากหัวเราะ 



    "พี่สะใภ้ ท่านคิดไปถึงไหนแล้ว ข้าไม่มีความคิดแบบนั้นหรอก"



    "จริงหรือ"



    "ไม่มีจริง ๆ"



    "แล้วทำไมวันนี้เ๽้าถึงได้เหลียวมองเสี่ยวหลานตั้งหลายครั้ง" หลิ่วจืออินยังคงไม่เชื่อ



    "ข้าแค่มองผลไม้ที่นางขาย อีกอย่าง ในสายตาข้า พี่สะใภ้สวยกว่านางเป็๲ร้อยเป็๲พันเท่า..."



    หลี่ฉางอันพูดออกไปแล้วก็หยุดปากเงียบ



    ใบหน้าน่ารักของหลิ่วจืออินแดงก่ำเหมือนดอกท้อในฤดูใบไม้ผลิ เสียงเบาเหมือนเสียงยุง 



    "ห้าม… ห้ามพูดเหลวไหล"



    แม้ว่าจะเป็๲๰่๥๹ปลายเดือนตุลาคมในฤดูใบไม้ร่วง แต่กลับมีไออุ่นบางอย่างแทรกอยู่ในสายลมอย่างน่าประหลาด



    หลี่ฉางอันรีบก้มหน้าลงทันที เกรงว่าความเหม่อลอยที่ปรากฏในดวงตาเพียงชั่วขณะของตนเมื่อครู่ จะถูกพี่สะใภ้สังเกตเห็น



    ผ่านไปครึ่งชั่วยาม



    โคมไฟที่หน้าตลาดเหล้าถูกจุดขึ้น



    หลี่ฉางอันรีบลุกขึ้น "พี่สะใภ้ ไปกันเถิด พยายามขายเหล้าให้หมดคืนนี้"



    นิยายแนะนำ

    เมฆาสืบล่าผี (ฉบัยร่ายเวท) ภาค ในเขตสนธยา

    เมฆาสืบล่าผี (ฉบัยร่ายเวท) ภาค ในเขตสนธยา

    นิยาย สืบสวนสอบสวน-ระทึกขวัญ
    304 3
    ราชบุตรเขยขององค์หญิงใหญ่

    ราชบุตรเขยขององค์หญิงใหญ่

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    7K 69
    ลุ้นบอลโลกกับแผนกระแทกสองสาวดาวโรงเรียน

    ลุ้นบอลโลกกับแผนกระแทกสองสาวดาวโรงเรียน

    นิยาย รัก
    198 8
    กระบี่พันสารท

    กระบี่พันสารท

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1K 4
    สะใภ้ในมืออสูร

    สะใภ้ในมืออสูร

    นิยาย อีโรติก
    400 41
    ฤาชะตาทอดทิ้งข้าไปจริง ๆ

    ฤาชะตาทอดทิ้งข้าไปจริง ๆ

    นิยาย รัก
    3K 94
    กำเนิดใหม่หัวใจดวงเดิม ღ 改头换面 [ มี E-Book ที่ Meb ]

    กำเนิดใหม่หัวใจดวงเดิม ღ 改头换面 [ มี E-Book ที่ Meb ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3K 32
    End Game

    End Game

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    565 1
    1971 เกิดใหม่มาเป็นลูกสาวนำโชคของพ่อแม่ตัวร้าย

    1971 เกิดใหม่มาเป็นลูกสาวนำโชคของพ่อแม่ตัวร้าย

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    184 34
    [มี E-book] เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันจะขอลิขิตชีวิตเอง ยุค70

    [มี E-book] เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันจะขอลิขิตชีวิตเอง ยุค70

    นิยาย รัก
    2K 55