เครื่องบินลำั์ของสายการบินไทยร่อนลงจอดบนรันเวย์ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างนุ่มนวล พร้อมกับเสียงประกาศต้อนรับกลับสู่ประเทศไทยของหัวหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ดังผ่านลำโพงของห้องโดยสาร
ผมบิดี้เีเบาๆ บนเบาะที่นั่งชั้นธุรกิจอันแสนกว้างขวางพลางหันไปส่งยิ้มหวานให้พี่ไมค์ ร่างสูงใหญ่ข้างกายบัดนี้กำลังเอื้อมมือมาปลดเข็มขัดนิรภัยให้ผมอย่างแสนใส่ใจ ก่อนจะหันมาบีบจมูกผมเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
"ถึงเมืองไทยแล้วครับกระต่ายดื้อของพี่... พร้อมจะย้ายเข้าบ้านใหม่ของเราหรือยังครับ?"
พี่ไมค์ถามน้ำเสียงทุ้มหวานอบอุ่น แววตาคมกริบสีเทาเข้มสะท้อนความรักมั่นคงฉายชัด
"พร้อมตั้งนานแล้วครับพี่ไมค์ อยากเห็นเพนต์เฮาส์ที่สุขุมวิทจะแย่แล้วล่ะครับ"
ผมตอบพลางเกาะแขนแกร่งของเขาแน่น สองหัวใจเต้นระรัวตื่นเต้นกับอนาคตบทใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็ก้าวออกจากประตูผู้โดยสารขาเข้า ก็พบกับป๊าม้าของผมและป๊าของพี่ไมค์ที่มายืนรอต้อนรับด้วยรอยยิ้มกว้างขวางอบอุ่น ม้าโผเข้ามากอดผมแน่นด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ ส่วนป๊าพี่ไมค์ก็เข้ามาตบบ่าลูกชายตัวโตด้วยความภาคภูมิใจ
"เป็ยังไงบ้างลูกคลื่น? พี่ไมค์ดูแลดีใช่ไหมลูก? โดนรังแกอะไรบ้างหรือเปล่า?"
ม้าเอ่ยถามพลางลูบแก้มผมเบาๆ สายตามองแหวนเพชรบนนิ้วนางข้างซ้ายของผมแล้วลอบยิ้มมีเลศนัย
"ดะ... ดูแลดีมากเลยครับม้า แต่พี่ไมค์น่ะ... ร้ายกาจที่สุดเลยล่ะครับ"
ผมตอบหน้าแดงซ่านหันไปค้อนขวับใส่คนตัวโตที่ยืนยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะอยู่ข้างป๊าของเขา
"ฮ่าๆๆ ร้ายน่ะดีแล้วลูกคลื่น จะได้ปราบเด็กดื้ออย่างเราได้อยู่หมัดไงล่ะ"
ป๊าของผมหัวเราะร่าเริงอย่างชอบใจพลางเดินมาโอบไหล่ผม
พวกเราพูดคุยทักทายกันอย่างอบอุ่นอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ป๊ากับม้าจะอนุญาตให้พวกเราสองคนแยกย้ายเดินทางตรงไปยังเพนต์เฮาส์ที่สุขุมวิทโดยมีรถตู้หรูของบริษัทป๊าพี่ไมค์ช่วยขนสัมภาระทั้งหมดไปส่ง
เมื่อรถตู้เคลื่อนตัวผ่านการจราจรที่หนาแน่นของกรุงเทพมหานครมาจอดลงหน้าโครงการคอนโดมิเนียมหรูระดับซูเปอร์ลักชัวรีใจกลางสุขุมวิท ผมถึงกับอ้าปากค้างเมื่อมองตึกสูงตระหง่านฟ้าที่ออกแบบอย่างทันสมัยและสง่างาม พนักงานต้อนรับรีบก้าวเข้ามาช่วยยกกระเป๋าเดินทางขนาดั์ของเรานำขึ้นไปยังห้องพักชั้นสูงสุด
เมื่อประตูกระจกบานใหญ่ของห้องเพนต์เฮาส์เปิดออกช้าๆ ผมก็ต้องร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นตาตื่นใจวิ่งดิ่งเข้าไปัับรรยากาศภายในทันที
ห้องเพนต์เฮาส์กว้างขวางโอ่โถงตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกหรูหราคุมโทนสีขาว เทา และน้ำเงินเข้ม ผนังกระจกใสบานใหญ่ตระหง่านตากว้างั้แ่พื้นจรดเพดานเผยให้เห็นทัศนียภาพเส้นขอบฟ้าและตึกระฟ้าของกรุงเทพมหานครแบบพาโนรามาสวยสะกดสายตา บนชั้นลอยมีห้องทำงานและมุมหนังสือส่วนตัวที่จัดเตรียมไว้เป็ระเบียบเรียบร้อย
"ชอบไหมครับคนดี? พี่เป็คนเลือกโทนสีและการตกแต่งทั้งหมดตามที่หนูชอบเลยนะ"
พี่ไมค์ก้าวตามเข้ามาสวมกอดเอวบางของผมจากด้านหลัง โน้มใบหน้าลงมากระซิบกระซาบข้างหูนิ่มกดจูบขมับเบาๆ มอบไออุ่นแสนรัก
"ชอบมากที่สุดเลยครับพี่ไมค์... สวยงามประหนึ่งความฝันเลยครับ"
ผมเอ่ยตอบเสียงหวานซบแก้มใสลงบนลาดไหล่กว้างกริบของเขาอย่างแสนรักเกี่ยวกระชับอ้อมกอดอุ่นแ่า
"ที่นี่คือรังรักของเราสองคนครับ จะไม่มีใครมารบกวนหนูและพี่ได้อีกแล้วนะคนดี"
ร่างสูงใหญ่กอดกระชับเอวผมแน่นขึ้น พรมจูบแก้มใสฟอดใหญ่จนผมหน้าร้อนผ่าว
พวกเราช่วยกันจัดเก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวเข้าตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่โตภายในห้องนอนหรูหรา เตียงนอนหลังใหญ่หนานุ่มปูด้วยผ้าปูที่นอนสีเทาเข้มเนื้อดีตั้งตระหง่านรอคอยการพักผ่อน บนโต๊ะข้างเตียงมีรูปถ่ายคู่ของเราสองคนที่ถ่ายที่ปราสาทนอยชวานสไตน์ใส่กรอบรูปเงินแท้วางตั้งอยู่อย่างสวยงาม
ค่ำคืนแรกในบ้านหลังใหม่ผ่านพ้นไปด้วยความอบอุ่นแสนหวาน พวกเรานอนกอดก่ายกันบนเตียงนุ่ม ทอดตามองดูแสงไฟสีสันระยิบระยับของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนผ่านกระจกใสบานกว้างชวนฝัน รสจูบหวานซึ้งและไออุ่นรักลึกซึ้งจากพี่เลี้ยงตัวั์ทำให้ผมหลับสนิทอย่างมีความสุขที่สุดในโลก
หลายวันต่อมา... วันเปิดภาคเรียนวันแรกในฐานะนักศึกษามหาวิทยาลัยปีที่หนึ่งก็มาถึง
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาในห้องนอนอบอุ่น ผมตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกตื่นเต้นระคนประหม่ากังวล รีบอาบน้ำแต่งตัวสวมชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยม เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาจับคู่กับกางเกงสแล็กสีดำและเข็มขัดมหาวิทยาลัยตราสัญลักษณ์โลหะขัดเงาเรียบร้อย
"พี่ไมค์ครับ... คลื่นแต่งตัวเรียบร้อยหรือยังครับ? ดูดีไหมครับ?"
ผมถามแววตาสั่นระริกหมุนตัวไปมาหน้ากระจกเงาบานใหญ่
พี่ไมค์ที่แต่งกายด้วยชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ กางเกงขายาวสีเทาดูหล่อเหลาสมาร์ท ก้าวเดินเข้ามาหาผมยิ้มๆ มือหนาเอื้อมมาช่วยปรับเนคไทและปกเชิ้ตของผมให้เข้าที่อย่างเนี้ยบกริบช้าๆ ก่อนจะโอบยึดเอวบางดึงเข้ามาชิดอกแกร่งอุ่นๆ สบตากลมอุ่นของผม
"หล่อมากครับคุณแฟนคนเก่งของพี่... วันแรกของการเป็นิสิตใหม่ต้องมีความสุขมากๆ นะครับ ห้ามดื้อห้ามซนและห้ามแอบมองคนอื่นด้วยรู้ไหมครับ?"
พี่ไมค์คาดโทษแกมหยอก แววตาสั่นระริกหวงของชัดเจน
"งะ... คลื่นไม่มองใครหรอกน่า คลื่นมีพี่เลี้ยงสุดหล่อร่างั์สูงตั้งร้อยเก้าสิบห้าเซนเมตรคอยคุมความประพฤติยี่สิบสี่ชั่วโมงขนาดนี้ ใครจะกล้าเหล่ล่ะครับ"
ผมเถียงเสียงเขียวแก้มป่องใบหน้าหวานแดงระเรื่อพ่ายแพ้สายตาเสน่หาของคนรัก
"หึๆ ดีมากครับคนดี... ถ้าพี่จับได้ว่าหนูแอบส่งยิ้มหวานให้ใครละก็ พอกลับถึงเพนต์เฮาส์พี่จะลงโทษให้หนักหน่วงตัวสั่นคาเตียงทั้งคืนเลยคอยดูสิครับ"
พี่ไมค์กระซิบพร่าข้างใบหูสั่นระริกขู่เสียงต่ำเร้าใจจนผมหน้าร้อนวูบวาบหัวใจเต้นโครมคราม
"พี่ไมค์คนบ้า พูดอะไรแต่เช้าเนี่ยครับ รีบไปส่งคลื่นเรียนได้แล้วครับเดี๋ยวสายนะ"
ผมทุบอกแกร่งบ่นงุบงิบแก้เขิน ดึงแขนหนาให้ก้าวตามออกจากห้อง
พี่ไมค์หัวเราะทุ้มต่ำอบอุ่นแสนรักใคร่ ยอมก้าวตามผมไปขึ้นรถสปอร์ตปอร์เช่คู่ใจเพื่อเดินทางตรงไปยังมหาวิทยาลัย รถสปอร์ตเคลื่อนตัวแล่นแหวกการจราจรยามเช้าอย่างคล่องแคล่ว ท่ามกลางเสียงเพลงสากลจังหวะหวานชื่นที่ลอยอวลในห้องโดยสาร
เมื่อรถจอดลงหน้าอาคารเรียนคณะบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัยชื่อดัง ผมหันไปกุมมือหนาของพี่ไมค์แน่น รู้สึกประหม่านิดๆ กับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสังคมใหม่
"ตั้งใจเรียนนะครับคนดีของพี่... ตอนเย็นพี่จะมารอรับที่เดิมตรงนี้นะครับ รักหนูนะครับลูกคลื่น"
พี่ไมค์กดจูบลงบนหน้าผากมนของผมแ่เบามั่นคง
"รักพี่ไมค์เหมือนกันครับ... คลื่นจะตั้งใจเรียนเป็เด็กดีของพี่ไมค์ครับ"
ผมพึมพำยิ้มละมุนหน้าร้อนซ่าน ก่อนจะเปิดประตูรถก้าวลงไปเดินตรงเข้าตึกเรียนท่ามกลางสายตาชื่นชมระคนอิจฉาของนักศึกษารอบข้างที่มองรถสปอร์ตหรูและคนรักสุดหล่อเหลาที่มาส่ง
ตลอดวันแรกของการเรียนผ่านพ้นไปด้วยดี ผมสามารถปรับตัวและทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ได้รวดเร็ว ทว่าในหัวใจของผมกลับพร่ำคิดถึงแต่ใบหน้าหล่อเหลาและอ้อมกอดอุ่นของพี่เลี้ยงตัวั์อยู่ตลอดเวลา อยากให้ถึงเวลาเลิกเรียนไวๆ เพื่อจะได้กลับบ้านไปสู่อ้อมแขนของเขา
เมื่อเวลาเย็นมาถึง ผมรีบก้าวเท้าเดินออกจากตึกเรียนตรงไปยังจุดนัดพบทันที ก็พบกับร่างสูงใหญ่ของพี่ไมค์ยืนพิงท้ายรถสปอร์ตปอร์เช่รอคอยอยู่ท่ามกลางแสงตะวันรอนสีส้มเหลืองอบอุ่น แววตาคมกริบสีเทาเข้มหันมาสบตากับผมพราวเสน่หาดึงดูดสายตาคนรอบข้างให้เหลียวมองกรี๊ดกร๊าดเบาๆ
"พี่ไมค์"
ผมร้องเรียกวิ่งดิ่งเข้าไปสวมกอดร่างสูงใหญ่แ่าอย่างไม่แคร์สายตาใคร พี่ไมค์กอดตอบโอบอุ้มร่างผมลอยเหนือพื้นหมุนตัวเบาๆ พลางหัวเราะร่าชอบใจ
"คิดถึงพี่ขนาดนี้เลยเหรอครับคนดี? วันแรกเรียนเหนื่อยไหมครับ?"
พี่ไมค์ถามเสียงนุ่มลูบผมผมเบาๆ
"คิดถึงที่สุดในโลกเลยครับเรียนก็ไม่เหนื่อยหรอกครับ แต่คิดถึงพี่ไมค์มากกว่า"
ผมตอบเสียงอ้อนซุกหน้ากับอกอุ่น
"หึๆ ปากหวานจังเลยครับกระต่ายน้อย... แบบนี้ขากลับต้องได้รางวัลรักกอดใหญ่ชดเชยที่เพนต์เฮาส์แล้วล่ะครับคนดี"
พี่ไมค์กระซิบข้างขมับส่งสายตาเย้าอบอุ่น
พวกเราขึ้นรถขับเคลื่อนมุ่งหน้าตรงกลับสู่รังรักเพนต์เฮาส์สุขุมวิท ในขณะที่ค่ำคืนนี้กำลังผ่านพ้นไป ผมยืนพิงขอบกระจกใสบานกว้างกุมมือหนาของพี่ไมค์แน่น มองดูแสงสีและท้องฟ้ายามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครที่สวยงามตระการตา
เื่ราวทั้งหมดนับแต่วันแรกที่ป๊าม้าหนีไปต่างประเทศและจ้างพี่เลี้ยงร่างั์คนนี้มาคุมความประพฤติ... มันช่างเหมือนโชคชะตาที่เล่นตลกพาให้เด็กดื้อดึงจอมปากเก่งอย่างผมมาพ่ายแพ้ให้กับความอบอุ่นอ่อนโยนและเล่ห์เหลี่ยมร้ายกาจของพี่เลี้ยงคนนี้จนตกเป็ของเขาหมดทั้งกายและใจ
ตอนนี้... พี่เลี้ยงจอมร้ายกาจคนนั้นได้กลายเป็คู่ชีวิตและคนรักแสนดีที่จะอยู่เคียงข้างคอยดูแล โอบอุ้ม และสร้างความสุขให้ผมตราบนานเท่านาน ชีวิตใหม่ที่เปี่ยมสุขอบอุ่นปลอดภัยอย่างที่สุดกำลังเริ่มต้นขึ้น และผมสัญญาว่าจะรักและดูแลพี่ไมค์ ชายผู้เป็เเสงสว่างและหัวใจของผมนานเท่านานโดยไม่มีวันเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอนที่สุดเลยครับ คุณสามีพี่เลี้ยงจอมร้ายคนดีของคลื่นตลอดไป