แสงแดดจากดวงอาทิตย์อันร้อนแรงของฤดูร้อนในประเทศไทยนั้นโหดร้ายนัก มันมักจะทำให้คนที่อยู่กลางแดดนานๆนั้นรู้สึกวิงเวียนคลับคล้ายจะเป็ลมเสียให้ได้ เสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์หลากหลายชนิดส่งเสียงร้องระงมราวกับสัตว์ประหลาด ณ ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งไม่ไกลจากตัวเมืองเท่าไหร่นัก สี่บัณฑิตจบใหม่ ประกอบไปด้วย เมษญา สิลิล หยาดพิรุณ และคาเอเดะ นั่งดื่มเครื่องดื่มเย็นๆอยู่อย่างสบายอารมณ์ ทั้งสี่ กำลังนั่งคุยถึงอณาคตกันอย่างออกรถชาติ พลางทานเค้กชิ้นโปรดไปพลาง จนกระทั้งเกือบเย็น
"ฉันคงต้อง หางานที่เงินเดือนเยอะหน่อยเพื่อช่วยแม่ใช้หนี้...ว่าแต่พวกแกพอรู้ไหมว่าทำงานอะไรดี" เมษญานิ่วหน้าครุ่นคิด ด้วยฐานะทางบ้านของเธอนั้นยากจนมาก ลำพังในแต่ละเดือนก็แทบจะไม่พอกินเธอจึงอยากทำงานที่มีรายได้มากพอที่จะเลี้ยงชีพสมาชิกในบ้านให้อยู่อย่างสบายได้
"มาทำงานกับฉันไหมล่ะพวกแก..ฉันขอคุณแม่ให้...อีกอย่างฉันจะได้มีเพื่อน" หยาดพิรุณยื่นข้อเสนอ พลางส่งสายตากลมโตนั้นเว้าวอนเพื่อนๆ
"ขอปฏิเสธย่ะ...นี่!!!ยัยฝน...แกจะให้พวกฉันโดนคุณหญิงย่าของแกบูลลี่อีกหรือไงห๊ะ!!! ทุกวันนี้แค่รู้ว่ายัยเมย์บ้านอยู่สลัมรู้ว่าฉันเป็หลานหมอผีรู้ว่ายัยแบ๊วนี่เป็เด็กกำพร้าแค่นี้คุณหญิงย่าของแกก็แทบจะขี้เดียดกันและนะเว้ย!!!" สิลิลที่กำลังละเมียดละไมเค้กชิ้นโปรดตรงรีบหันมาปฏิเสธทันควัน
"ไม่เอาน่ายัยลิลแกจะเ้าคิดเ้าแค้นอะไรเขานักหนาจะถือสาอะไรกะคนแก่วะ...แกอย่าหงอยไปเลยยัยฝนแกก็รู้ว่ายัยลิลหน่ะฮอโมนมันมีปัญหา!!!" คาเอเดะปลอบเพื่อนสาวไฮโซของตนก่อนจะแอบจิกกัดเพื่อนสาวเ้าอารมณ์อีกคนที่เอาแต่ยัดทะนานเค้กเข้าปากอย่างไม่หยุด เมษญาได้ยินดังนั้นจึงหัวเราะคิงคักกันออกมา ภาพของสี่สาวที่งดงามราวกับภาพในชุดนักศึกษาที่พึ่งเรียนจบหมาดๆทั้งสี่คนนั้นสร้างความ จรรโลงใจแก่ผู้คนที่ได้เห็นเป็อย่างมาก ทุกคนที่ได้เห็นภาพๆนี้ถึงกับเอ่ยฉายา "เ้าหญิงสี่ฤดู"ออกมาทันที ด้วยคนแรกกคือสิลิล หรือว่าลิล สาวงามที่ราวกับเ้าหญิงหิมะ ผิวของเธอขาวผ่องราวหิมะตัดกับผมสีดำขลับน่าหลงไหล อีกทั้งเรียวปากรูปกระจับสีแดงได้รูปนั้น ทุกคนต่างพูดได้เลยว่าเธอนั้นคือสโนว์ไวท์ตัวจริงเสียงจริงเป็แน่ คนต่อมาคือ เมษญา สาวงามตาคมผิวพม่านัยตาแขก เส้นผมสีน้ำตาลออกแดงธรรมชาติดูนุ่มลื่นราวใยไหมที่ถักเปียเก็บไว้รอบหัวนั้นยิ่งทำให้เธอดูเหมือนเ้าหญิงจัสมินไม่มีผิดเพี้ยน อีกคนคือ หยาดพิรุณ ไฮโซสาวหน้าหวานหยดราวกับน้ำผึ้งดวงตากลมโตรับกับจมูกนิดปากหน่อยราวกับภาพวาดนางในฝัน ร่างบอบบางของเธอดูน่าถนุถนอมราวกับองค์หญิงตัวน้อยๆก็มิปาน ไม่ว่าเธอจะก้าวย่างไปทางใดผู้คนที่ได้พบเจอเธอนั้นก็อยากจะเข้าไปปกป้องเธอกันเสียทุกคน ส่วนน้องนุชสุดท้องสาวน้อยลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่ณ ผู้อาภัพที่หน้าตาเหมือนตุ๊กตาตัวน้อย หน้ามลแก้มป่องๆเรียวปากได้รูป ทว่าสาวงามนางนี้กลับต้องมากำพร้าพ่อแม่ั้แ่เด็ก อาศัยอยู่กับแม่ชีที่วัดไกล้ๆเพื่อประทังชีวิตและเอาชีวิตรอดจนเติบใหญ่ดั่งเช่นทุกวันนี้
ตะวันเริ่มลับขอบฟ้าไปทีละน้อยละน้อยจวบจนดวงดาวที่พราวแสงประดำผืนฟ้าสีกำมะหยี่โผล่ขึ้นมา ในเมืองหลวงที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนยังคงไม่หลับไม่นอนแต่ยังดำเนินชีวิตต่อไปจวบจนถึงเช้า เมืองใหญ่ที่มีตึกรามบ้านช่องขึ้นสูงเสียดฟ้า ฝุ่นควันหนาที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศนั้นทำเอารู้สึกอึดอัด ทว่าผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงที่อายุนับร้อยๆปีนี้ก็ยังคง ดำเนินชีวิตต่อไปโดยไม่สนใจสิ่งใด ใน ชุมชนอันแออัดและเล็กๆเช่นชุมชนสราญสุขนี่ก็เช่นกัน เสียงเอะอะมะเทิ่ง และเสียงตบตีกันก็ยังคงดังสนั่นหวั่นไหวเกือบๆทุกชั่วโมง บ่งบอกว่าชุมชนแห่งนี้นั้นประสพปัญหาหลากหลายด้าน ทั้งครอบครัวแตกแยก ทั้งยาเสพติดหรือแม้แต่ค้าประเวณี บ้านเช่าหลังน้อย ของเมษญาก็เช่นกัน พ่อของเธอในวันนี้ก้ยังทำตัวมีปัญหาอันหน้าปวดหัวเช่นเดิมไม่มีลดลาวาศอกแต่อย่างใด เสียงมือกระทบแก้มดังฉาดสนั่นตามด้วยเสียงข้าวของถูกรื้อกระจัดกระจาย เสียงกรีดร้องอันแสนทรมานและเ็ปของหญิงวัยกลางคน
"พี่...ฉันไม่มีเงินให้แล้วเงินก้อนนี้ฉันจะเก็บไว้ให้ไอ้เมฆมันเรียน..." เสียงสั่นเครือของนางนั้นอ้อนวอนขอทั้งน้ำตาและใบหน้าอันบวมฉึ่งจากแรงตบจากมือหนา
"หุบปากไป!!!อีสม...มึงมีหน้าที่หาเงินให้กูก็หาไปไอ้เด็กเวรนั่นมึงก็ให้มันไปหาเอาเองดิวะ!!!" เสียงผลุสวาทอันหยาบขายดังออกมาจากปากของชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็สามี แต่นางสมสุขก็ยังใช้แรงอันน้อยนิดเกาะขาหนาของชายขี้เมาตรงหน้าไว้สุดแรงเพื่อกันไม่ให้ เขาไปยังกระเป๋าคาดเอวเก่าๆที่เธอวางเอาไว้ข้างๆทีวี ในกระเป๋านั้นมีเงินอยู่เพียงจำนวนไม่มากนักก็จริงอยู่ แต่ก็เป็เงินที่นางสมสุขเก็บเอาไว้เพื่อจ่ายค่าเทอมที่นางติดทางโรงเรียนไว้มาหลายเดือนแล้วจนทางโรงเรียนทวงถามมา
"มึงจะลองดีกับกูใช่ไหม!!!" สิ้นเสียงสบทของเขาทั้งฝ่ามือและหน้าแข้งก็ถูกประเคนใส่ทั้งหน้าและลำตัวของสมสุขอย่างหน้าอนาจใจ
" แม่!!!!" เสียงเรียกอย่างใของสองพี่น้องที่พึ่งกลับมาจากโรงเรียนร้องเรียกขึ้นอย่างใจหายเมื่อเห็นภาพพ่อของตนกำลังแตะแม่ของตนอยู่ประดุจหนึ่งว่านางเป็กระสอบทรายไร้ชีวิตจิตใจ เมษญาทั้งโกรธแค้นและใจหายรีบปรี่ไปขวางฝ่ามือหนาจนมันกระทบเข้ากับแก้มนวลของเธออย่างจัง จนเธอล้มลงไปกองอยู่ข้างๆมารดาที่นอนหายใจรวยรินในอ้อมกอดของน้องชาย
"มึงมาก็ดีแล้ว!!!อีเมย์...มึงใช่ไหมที่เอาเงินกูไปอีสารเลว!!" พูดจบฝ่ามือหนาก็ถูกง้างขึ้นแหวกอากาศมาหมายจะฟาดเข้าข้างใบหน้าของนางอีกครั้งให้หายโมโหแต่จู่ๆก็มีฝ่าเท้าคู่หนึ่งลอยแหวกอากาศมาถีบยอดอกของเขาจนล้มลงกระแทกเข้ากับฝาบ้านจนสลบไป ร่างกำยำของชายชุดดำยืนจังก้าขวางเอาไว้และเป็เ้าของรอยถีบที่ยอดอกของแมงดาผู้นั้น หยาดพิรุณรีบวิ่งมาหาเพื่อนรักด้วยน้ำตานองหน้า
"ยัยเมย์...ยัยเมย์..เเกโอเคไหม...แก..." หยาดพิรุณรีบวิ่งเข้ามาประคองร่างบางของเพื่อนสาวที่ตอนนี้ใบหน้าด้านหนึ่งนั้นปูดบวมเป็รอยแดงเพราะแรงตบ
"ไม่เป็ไรแก..ขอบใจแกนะที่ช่วย...นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเจอแบบนี้กันหรอก..."
"แม่!!!...พี่เมย์...แม่สลบไปแล้ว!!!" เสียงของเมฆร้องเรียกทำเอาใจของเมษญานั้นหายวาบหญิงสาวรีบถลาไปหาร่างอันอ่อนปวกเปียกของมารดาที่กระอักเืออกมาคำโตก่อนจะสลบไป จริงอย่างที่เธอบอกกับหยาดพิรุณไว้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเคยเจอเหตุการณ์อันโหดร้ายแบบนี้ ตลอดเวลาั้แ่เด็กเธอก็เจอเหตุการณ์แบบนี้อยู่บ่อยครั้งและแทบจะทุกวันเลยด้วยซ้ำ แต่ครั้งนี้ดูจะสาหัสมากเนื่องจาก แม่ของเธออวัยวะภายในบอบซ้ำหลายแห่งมาก ซี่โครงก็หัก สันจมูกก็หัก เบ้าตาแตก หัวแตก เรียกได้ว่านางสมสุข นั้นต้องนอนโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาลเป็แรมเดือน ซึ่งมันก็ทำให้ค่าใช้จ่ายนั้นสูงมาก จนทำเอาสองพี่น้องนั้นเคร่งเครียด จนกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยทีเดียว
" แก...เอ้านี่...ฉันขอมะม๊ากับปะป๊าแล้วว่าจะช่วยแกในเื่ค่ารักษาพยาบาลจนกว่าแม่แกจะฟื้นนะ" หยาดพิรุณยื่นใบเสร็จรับเงินที่บอกราคาค่ารักษาอันแสนแพงให้กับเพื่อนรักของเธอ อย่างมีเมตตา
"ยัยฝน!!!!ทำไมแกทำแบบนี้!!!เงินตั้งขนาดนี้...ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกนะ"
"รับไว้เถอะแก...ว่าแต่แกจะเอายังไงกับพ่อแก" หยาดพิรุณตัดบทเปลี่ยนประเด็น
"ฉันคงไม่ปล่อยไว้แล้วแหล่ะแก...แม่เกือบตายเลยนะ...มันต้องชดใช้ต่อกรรมของมันต่อในคุกแหล่ะ" เมษญาหน้าคล้ำลงด้วยความแค้นเคือง แต่ทว่าที่ผ่านมาเธอก้ไม่อาจจะทำอะไรได้เนื่องด้วยเขานั้นก็เป็พ่อบังเกิดเกล้า และแม่เธอก็ขอร้องเธออีกแรงเช่นกัน
"แต่...เงินจำนวนนี้ฉันรับไว้ไม่ได้จริงๆนะแก...มันมากเกินไปถึงมะม๊ากับปะป๊าของแกจะยอมช่วยแต่คุณหญิงย่าแกสิจะมาแหกอกฉันเอา" เมษยาทำสีหน้าเป็กังวล
"ถ้างั้นแกก็ค่อยหามาคืนฉันก็ได้...ฉันไม่รีบหรอก" หยาดพิรุณยอมแพ้ แต่เธอก็ยังใจดีให้เมษญาช่วยผ่อนผันหนี้ให้ ทั้งสองสวมกอดกันก่อนจากลา เมษญายืนมองเพื่อนสาวที่เดินเคียงคู่กับบอดี้การ์ดร่างใหญ่เดินจากไปจนลับสายตา ถึงเธอจะโชคร้ายที่ต้องเกิดมาเป็เด็กมีปัญหาแต่เธอก็โชคดีที่ได้พบกับเพื่อนๆที่รักเธอทุกคน หากวันนี้หยาดพิรุณไม่ได้มาส่งเธอและน้องชายกลับมาบ้านเธอเองก็คงต้องนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยอีกคนเป็แน่ นึกๆไปก็ไม่อยากจะคิดเลย