บทที่24 ทะลวงอย่างต่อเนื่อง
ภายในร่างกายของกุนไท่นั้นมีแหล่งกำเนิดลมปราณอยู่มันมีลักษณะเป็จุดแสงดาวขนาดเท่ารูเข็ม ภายใต้การดูดซับหินจิติญญานั้นพลันทำให้มันส่องสว่างมากขึ้นการสร้างจุดแสงดาวได้นั้นถือเป็การบ่งบอกว่าคนผู้นั้นทะลวงมาระดับสร้างรากฐานแล้วแต่กุนไท่กลับยังไม่ทะลวง แม้เขาจะสร้างจุดแสงดาวขึ้นมาได้แล้วก็ตามถึงเขาจะสงสัยแต่ก็โยนความคิดนี้ทิ้งไปพร้อมกับตั้งใจดูดซับหินจิตอย่างต่อเนื่อง 1 ก้อน 2 ก้อน 3 ก้อน....
พอมาถึงก้อนที่ 10จุดแสงดาวนั้นก็มีขนาดเท่าลูกบอลจากนั้นภายในร่างกายของกุนไท่ก็เกิดเสียงปังดังขึ้นพลังงานในร่างกายหมุนวนอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับะเิพลังปราณและยากที่ควบคุมกลิ่นอายไม่ให้ออกมาได้
กลิ่นอายที่พิเศษที่หาใดเปรียบนั้นฟุ้งกระจายภายในห้องหากไม่ได้ค่ายกลปิดกั้นในห้องนี้นั้น ปานนี้คงทำให้ผู้คนที่อยู่โดยรอบได้หลับกลางวันแล้วเป็แน่!
กุนไท่เปิดเปลือกตาพร้อมกับดวงตาที่กระจ่างใสและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ในที่สุดก็ทะลวงเข้าสู่ระดับสร้างรากฐานแล้วแม้จะอยู่เพียงขั้นร่างกายแต่กลับสามารถต่อสู้กับขั้นิญญาได้อย่างสูสีแม้จะเอาชนะไม่ได้ แต่หากเป็ขั้นจิตใจนั้นสามารถเอาชนะได้โดยง่าย!”
คนทั่วไปนั้นจุดแสงดาวจะเท่ารูเข็มแต่กุนไท่นั้นเท่าลูกบอลแล้ว ซึ่งมีขนาดพอๆกับขั้นิญญาแล้วหากเขามาถึงขั้นิญญาล่ะ มันจะขนาดไหนกัน!
กุนไท่รีบเก็บกลิ่นอายก่อนจะกลับมาอยู่ในสภาพที่ดูเหมือนคนทั่วไปอย่างรวดเร็วจากนั้นก็เอาลูกแก้วผสานจิตราชันออกมา ตอนนี้เขาอยู่ขั้น 3 จุดสูงสุดของพลังจิตเขาไม่รอช้ารีบดูดซับมันอย่างรวดเร็ว พลังจิตของเขาค่อยๆเพิ่มสูงขึ้น
ภายในหัวของเขานั้นเริ่มรู้สึกหนัก และปวดออกมาแต่หลังจากนั้นพลังจิตก็มาถึง ขั้น 4! แต่มันไม่หยุดอยู่แค่นั้นมันได้ขึ้นชื่อว่าเป็ลูกแก้วผสานจิตราชัน!มันมีพลังมากกว่าลูกแก้วธรรมดาถึง 10 เท่า! พลังจิตของกุนไท่ยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆจากความรู้สึกที่ปวดและหนักที่ส่วนหัวนั้นกลับกลายเป็ความรู้สึกที่สบายและปลอดโปร่งอย่างบอกไม่ถูกในที่สุดพลังจิตก็มาถึงขั้น 5 และยังอยู่จุดสูงสุดอีกด้วยอีกเพียงก้าวเดียวพลังจิตจะวิวัฒนาการแล้ว!
กุนไท่ลืมตาขึ้นพร้อมกับความรู้สึกสดชื่นก่อนจะออกมาจากห้องที่เขาบ่มเพาะเพื่อออกมารับลมเขาปิดตัวบ่มเพาะไปประมาณ 10 วันได้ั้แ่ออกเดินทาง ตอนนี้ก็ยังอยู่ใน่ของการเดินทางทัศนียภาพโดยรอบนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเนื่องจากความเร็วของรถลากสัตว์อสูร
เขาคิดว่าจะไปหาเจียวเหม่ยที่ห้องของนางเสียหน่อยแต่กลับพบว่านางก็กำลังปิดตัวบ่มเพาะเพื่อทะลวงระดับอยู่ หากนางทะลวงได้ละก็นั้นหมายความว่า นางจะเป็อัจฉริยะอายุน้อยเพียง 17 ปี ที่อยู่ในระดับสร้างรากฐานได้! ตำแหน่งในสำนักของนางนั้นจะสูงมากขึ้นไปอีก แต่หากมาเทียบกับกุนไท่นั้นมันเทียบไม่ได้เลย! แต่สำหรับผู้อื่นแล้วนั้นยังไงนางก็เป็อัจฉริยะของ์อยู่ดี
1 เดือนผ่านไปในที่สุดก็มาถึงเขตของเมืองใหญ่แล้ว กุนไท่มองออกไปทางหน้าต่างก็เห็นกำแพงที่ใหญ่โตสูงถึง10 กว่าเมตร บนกำแพงมีทหารที่รักษาการอยู่ตามตำแหน่งต่างๆมองดูแล้วยังกับอยู่ใน่ของา เพราะมันดูเข้มงวดเป็อย่างมาก หน้าประตูใหญ่นั้นมีขบวนคนเดินทางมากมายที่ต่าง้าจะเข้าเมืองพวกเขาต่างถูกทหารยามที่หน้าประตูหลาย 10 คนนั้นตรวจสอบอย่างละเอียดทำให้การเข้าเมืองอย่างเชื่องช้าเป็อย่างมาก เมืองใหญ่นี้ช่างสมเป็เมืองใหญ่เพราะแค่ทหารยามกลับมีระดับถึงสร้างรากฐานขั้นิญญาที่มีพลังเทียบเท่าผู้าุโระดับสูงในตระกูลเจียวซึ่งเป็ตระกูลใหญ่! ผู้าุโชงแสดงป้ายว่าเป็ขบวนจากหอประมูล ทำให้ทหารยามทำความเคารพและปล่อยให้ผ่านไปได้อย่างง่ายดาย ผู้าุโปรากฏตัวข้างๆกุนไท่ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า
“เมืองนี้มีชื่อว่าเมือง ‘ต้าหวาง’ ในอดีตนั้นผู้สร้างเมืองนี้นั้นเป็ตัวตนของเซียนเลยก็ว่าได้เขาสามารถไปถึงระดับที่มนุษย์จำนวนนับไม่ถ้วนไม่สามารถไปถึงได้และเมืองนี้เป็เมืองที่ปกครองจักรวรรดิิเวยซึ่งเป็แผ่นดินใหญ่นี้อยู่มันสมแล้วที่ได้ชื่อว่าเมืองต้าหวาง (เมืองแห่งมหาาา)ผู้ที่ปกครองเมืองนี้นั้นเป็ลูกหลานของผู้สร้างเมืองนี้ขึ้นมาสืบทอดต่อๆกันมาหลายหมื่นปีแล้ว การดำรงของพวกเขานั้นเป็ราวกับเทพเ้าคนในจักรวรรดิต่างเรียกขานพวกเขาว่า ราชวงศ์หย่ง”
กุนไท่รีบจดจำข้อมูลทั้งหมดเพื่อประโยชน์ต่อตัวเขาเองทันใดนั้นห้องของเจียวเหม่ยก็เปิดออกพร้อมกับร่างของเจียวเหม่ยนางนั้นได้ทะลวงเรียบร้อยแล้ว!
“ยินดีกับพี่เหม่ยด้วยที่สามารถทะลวงได้!”
กุนไท่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เ้าก็เหมือนกัน”
สิ้นเสียงของเจียวเหม่ยกุนไท่รู้สึกใและประหลาดใจ! เหตุใดนางถึงได้มองออกกัน! เขาอุตส่าห์ปกปิดไว้ผู้าุโชงก็ใอย่างมากที่เจียวเหม่ยทะลวงมาได้แล้วแต่เขาตะลึงกับกุนไท่เสียมากกว่า เพราะกุนไท่เพียง 15 ปีเท่านั้น ตอนแรกเขาไม่ได้สังเกตุเพราะไม่ได้ใส่ใจใครจะไปคิดว่าเวลาเพียงแค่เดือนเดียวจะสามารถทะลวงมาได้เขารู้สึกว่าการบ่มเพาะของเขาต้องมีปัญหาเป็แน่เพราะกว่าเขาจะไปถึงระดับสร้างรากฐานในตอนนั้นได้ ก็ปาไปอายุ 30 แล้ว แต่เด็กน้อยสองคนตรงหน้าของเขานั้นเป็สัตว์ประหลาดประเภทใดกันแน่!
“เ้าหนู หากเ้าไม่มีที่พัก มาพักที่โรงประมูลของข้าได้นะ” ผู้าุโชงหันไปหากุนไท่พร้อมกับกล่าวขึ้น
“ไม่เป็ไรผู้าุโ ข้าสามารถหาเองได้” กุนไท่ตอบกลับพลางส่ายหัวเขาวางแผนไว้แล้วว่าหลังจากที่มาถึงที่นี่แล้วเขาจะทำสิ่งใดต่อ
กุนไท่และเจียวเหม่ยได้แยกตัวออกมาเจียวเหม่ยนั้นต้องกลับสำนักของนางแล้ว กุนไท่ได้ไปพักที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งเขาเดินไปทางตะวันตกของเมืองใกล้ๆเมืองนั้นมีเทือกเขาอยู่มันถูกเรียกว่า เทือกเขาไม้ป่าสงบที่แห่งนี้นั้นไม่มีอันตรายสัตว์อสูรในพื้นที่แห่งนี้แม้จะแข็งแกร่ง แต่กลับไม่ได้ดุร้าย ทำให้พื้นที่แห่งนี้ไม่มีผู้ใดนิยมมาฝึกฝนมากนักแต่ที่กุนไท่มาที่นี่นั้นเพราะเขา้าที่เงียบสงบและสิ่งแวดล้อมที่ดี เขาถึงจะสามารถปลุกอาวุธคู่กายขึ้นมาได้!