ความวุ่นวาย ความโกลาหล เสียงกรีดร้องดังกึกก้องไปทั่วทุกหย่อมหญ้าภายในลานประลอง ล่ามไปถึงในเมือง สัตว์อสูรฟ้าดินทั้งสองประเภทปรากฏกายขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย และอาละวาดทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า พร้อมกับทำร้ายผู้คนที่มันพบ
เ้าสิ่งมีชีวิตที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินมีนามว่า หนอนทมิฬั์มรณะ เป็สัตว์อสูรฟ้าดินดุร้าย ชั้นปฐีระดับ สูง มันมีทั้งความว่องไว และมีผิวกายอันแข็งแกร่ง แถมยังมีความสามารถพิเศษในการพ่นพิษกัดกร่อนที่สามารถหลอมละลายได้แม้กระทั่งเหล็กกล้าหนา ๆ โดยปรกติแล้วเ้าพวก หนอนทมิฬั์มรณะจะอาศัยอยู่ใต้ดิน หรือในเหมืองลึก ไม่ชอบขึ้นมาบนพื้นดินสักเท่าไหร่เพราะเ้าพวกนี้ไม่ชอบความร้อนจากดวงอาทิตย์
ยกเว้นในกรณีเดียวคือพวกมัน ถูกจับมาเลี้ยงั้แ่ตัวเล็ก ๆ ก่อนจะโดนฝึกฝนแบบพิเศษ ให้เชื่อฟังคำสั่ง มีความดุร้ายขึ้น และทนทานต่อความร้อนจากแสงแดด จนสามารถนำมาใช้งานได้เฉกเช่นในยามนี้ ซึ่งพวกที่ฝึกมันก็มิใช่ใครอื่น พรรคหมื่นมาร ที่ชั่วร้ายนั้นเอง…
นอกจากเ้าหมอนทมิฬั์มรณะที่กำลังอาละวาดอยู่บนพื้นดิน กลางอากาศในเวลานี้ก็ยังมี สัตว์อสูรฟ้าดินอีกชนิดกำลังบินก่อกวน สร้างความวุ่นวายอยู่ พวกมันคือ แมลงวันกาฬหายนะ เป็สัตว์อสูรฟ้าดินดุร้าย ชั้นปฐีระดับ ต้น รูปร่างใหญ่กว่าแมลงวันปรกตินิดหน่อย มีพลังโจมตี กับ พลังป้องกันต่ำ แต่มีความเร็วสูงมาก ว่ากันว่ามัน ว่องไวขนาดนักสู้ ชั้นนภาระดับกลางบางคนก็ยังมิอาจไล่ตามได้ทัน แต่ความอันตราย และความสามารถพิเศษของเ้าพวกนี้ก็คือ มันมักจะจู่โจมเป้าหมายกันเป็ฝูง แถมยังปล่อยละอองพิษออกมาจากร่างกายได้อีก
โดยปรกติหากเหยื่อได้รับพิษของพวกมันเข้าไปในร่างกายเป็จำนวนมาก คนผู้นั้นก็จะเกิดความเจ็บป่วย ทุกข์ทรมานด้วยโรคต่าง ๆ แต่ทว่า…..เนื่องจากฝูงแมลงวันกาฬหายนะที่กำลังบินเล่นงานผู้คนในเมืองอยู่ยามนี้ เป็สายพันธุ์พิเศษที่พรรคหมื่นมารเลี้ยงขึ้น พิษในร่างกายของพวกมันจะรุนแรงขึ้นมากกว่าเดิมอีกหลายเท่า และมิหนำซ้ำ ทุกคนก็ยังไม่รู้ด้วยว่าเป็พิษแบบไหน…
และเลิกคิด เื่ที่จะสังหารพวกมัน แล้วดูดกลืนจิตปราณ หรือรับสิ่งของล้ำค่าได้เลย ในร่างของเ้าพวกนี้มีแต่ จิตปราณทมิฬ ซึ่งส่งผลเสียกับร่างกายอย่างร้ายแรงหากดูดกลืนเข้าไป ยกเว้นผู้ที่้าจะก้าวเข้าสู่ การฝึกฝนชั้น มาร หรือ อยู่ในชั้นมารไปแล้วเท่านั้น จิตปราณเหล่านี้ถึงจะมีประโยชน์สำหรับพวกมัน…
***
"เ้าพวกนี้มันโผล่มาได้อย่างไร..? เอายังไงดีห่าวหราน" จางิ่เอ่ยออกมาด้วยท่าทางตื่นใ ห่าวหรานเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ยามนี้ผู้คนมากมายรอบตัวพวกมันต่างล้วนวิ่งหนีเอาตัวรอดกันอย่างไม่คิดชีวิต ส่วนสำนักปราณพิทักษ์ฟ้า วู่เทียนหลาง บัญชาการให้ศิษย์บางส่วนแยกกันไปคุ้มครองคนปรกติที่ไร้วรยุทธ์ในสนาม บางส่วนไปคุ้มครองพวกขุนนางเพื่อหลบยังที่ปลอดภัย และบางส่วนให้กระจายไปทั่วเมืองเพื่อช่วยเหลือ และปกป้องผู้คนที่กำลังโดนเล่นงาน
"ช่วยคนอ่อนแอก่อนจางิ่..! แม้พวกเรา…พวกเราจะไร้วรยุทธ์ แต่ก็มีกำลังกายมากพอจะสู้กับพวกมันได้" ห่าวหรานเอ่ยขึ้นด้วยแววตามุ่งมั่น แข็งขัน ซึ่งน้องชายร่วมสาบานของมันก็พยักหน้ารับ ก่อนที่คนทั้งสองจะแยกย้ายกันไปช่วยคน
"เฮอะ..เ้าสองคนนั้นคิดจะเล่นเป็วีรบุรุษอีกแล้วช่างไม่เจียมกะลาหัวเอาซะได้ แล้วพวกเราจะเอายังไงดีขอรับคุณชาย ข้าคิดว่าพวกเราควรไปหาที่ปลอดภัยดีหรือไม่…." เ้าอาฟงที่อยู่อีกด้านของลานประลองมองมายังห่าวหราน กับจางิ่ได้เอ่ยขึ้น ก่อนที่จะหันไปประจบสอพลอเฟยฮุ่นอีกครั้ง มันมีความคิดในหัวว่า อยากจะพาคุณชายของมันไปหาที่ปลอดภัยเพื่อหลบจนกว่าเื่ทุกอย่างจะสงบ ทว่า…เฟยฮุ่น กลับไม่คิดแบบมัน
สายตาของเฟยฮุนจับจ้องไป ลู่ หวังลี่บุตรสาวของรองแม่ทัพลู่ ตงหยาง อย่างไม่ละวาง มันนิ่งเงียบไปตอบเ้าอาฟงในทีแรกที่ได้ยิน แต่พอผ่านไปชั่วครู่จึงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเ็าว่า "เ้าอยากไปมุดหัวหาที่ซ่อนที่ไหนก็ไป พาหนิงอวี่ไปด้วยก็ได้ แต่ข้ามีเื่อื่นที่สำคัญต้องทำก่อน.." เมื่อกล่าวจบมันจึงพลันพุ่งทะยานขึ้นไปกลางอากาศ และตรงไปยังทิศที่ ลู่ หวังลี่กำลังหาทางหลบหนีอยู่
เ้าอาฟงรู้สึกในิดหน่อยที่เห็นเช่นนั้น แต่ก็เข้าใจเจตนาของนายมันดี มันจึงคิดที่จะหันมาหา หนิงอวี่เพื่อช่วยนางไปหาที่หลบซ่อน แต่พอเหลียวหน้ามา หนิงอวี่ก็ไม่อยู่แล้ว ด้วยความที่นางเองเป็สตรีที่มีคุณธรรม กความกล้าหาญ บวกกับการมีวรยุทธ์เก่งกาจพอตัว หนิ่งอวี่จึงเลือกที่ช่วยเหลือผู้คนมากกว่า การหาที่ซ่อนเพื่อเอาตัวรอด
ส่วนพวกผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายคนอื่น ๆ ที่ยังไม่ทันได้ประลองฝีมือ บางคนก็มีความคิดไม่ต่างจากเ้าอาฟง นั้นคือเลือกที่จะหนี และหาหลบภัย ด้วยเกรงว่าขั้นการฝึกฝนของพวกมันมิอาจเทียบกับ เ้าสัตว์อสูรฟ้าดินทั้งสองชนิดได้หากต่อสู้คงจะาเ็ หรือเสียชีวิตได้ จะเหลือก็เพียงแค่ผู้ผ่านเข้ารอบไม่ถึงสามสิบคนเท่านั้น ที่กล้าต่อสู้โดยไม่หวั่นเกรง แถมยังไปช่วยผู้คนซึ่งไร้วรยุทธ์ เฉกเช่นที่ ห่าวหราน จางิ่ และหนิงอวี่กำลังกระทำอยู่อีก
"ทางนี้..! มาหลบทางนี้เร็วเข้าทุกคน..!" เสียงของห่าวหรานกู่ร้องในขณะที่โบกมือ ให้ผู้คนบางส่วนรีบไปหลบยังด้านในของสำนักปราณพิทักษ์ฟ้าซึ่งมีศิษย์ของวู่เทียนหลางคอยดูแลปกป้องอยู่ ทว่า…ในยามนั้น ก็พลันบังเกิดเสียงดังขึ้นจากผืนดินใกล้ ๆ บริเวณที่ทุกคนกำลังหลบหนี เ้า หนอนทมิฬั์มรณะ ตัวหนึ่งโผล่พรวดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แถมมันยังไม่รอท่า พุ่งตัวตรงลงมาเล่นงานผู้คนตรงหน้าอีกด้วย
"แย่แล้ว..! ทุกคนระวังตัว…!!" เสียงของศิษย์ในสำนักผู้หนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก การโจมตีของเ้าสัตว์ร้ายรวดเร็วมาก ยากที่ตัวของศิษย์ผู้นี้หรือ อาจารย์ในสำนักคนไหนจะพุ่งเข้าหยุดได้ทันเวลา ทว่า….
ภาพอันน่าสยดสยองจากการที่ผู้คนบริเวณนั้นถูกเ้า หนอนทมิฬั์มรณะ เล่นงานกลับไม่บังเกิดขึ้นตามที่คาด เพราะร่างอันใหญ่โตมโหฬารของมันกลับถูกหยุดไว้ด้วย มือเพียงแค่มือเดียว จากเด็กหนุ่มผู้คาดผ้าปิดตาสีดำผคนหนึ่ง ห่าวหรานนั่นเอง "พละกำลังของเ้ามีแค่ ห้าร้อยเจ็ดสิบจิน อย่าได้คิดจะเป็คู่ต่อสู้ของข้าเ้าหนอนโสโครก.." ห่าวหรานเอ่ยพึมพำเบา ๆ พร้อมด้วยจิตสังหารอันรุนแรง กดดัน จนร่างของเ้า หนอนทมิฬั์มรณะ สั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัว
จากนั้นห่าวหวานก็ออกแรงผลักร่างของเ้าหนอนั์จนมันกระเด็นถอยไปด้านหลัง ก่อนที่มันจะใช้เท้าถีบพื้นพุ่งทะยานมันไปติด ๆ ห่าวหรานไม่รอท่ารีบง้างหมัดชกใส่เ้าหนอนทมิฬั์มรณะสุดแรงจนร่างของมันขาดเป็สองท่อนตายอย่างน่าอนาถ
ภาพที่เกิดขึ้นในเวลานั้นทำเอาทุกคนตกตะลึงไปตาม ๆ กัน เด็กหนุ่มตาบอดผู้นี้เป็ใคร? เหตุใดจึงมีพละกำลังมหาศาลถึงเพียงนี้ เขาไม่ได้ใช้วรยุทธ์ หรือวิชาตัวเบาด้วยซ้ำ แต่กลับจัดการกับสัตว์อสูรฟ้าดินของพรรคหมื่นมารได้อย่างง่ายดาย
แต่หลังจากนั้นมิทันไร ห่าวหรานก็ต้องตกเป็เป้าหมายการโจมตีของ ฝูงแมลงวันกาฬหายนะ นับหลายสิบตัวแทน พวกมันตัวเล็กแต่ว่องไวมาก แถมทั่วร่างยังอัดแน่นไปด้วยพิษร้าย หากััโดนตัวโดยตรงคงมิใช่เื่ดีสักเท่าไหร่
"ครานี้เป็พวกแมลงวันงั้นรึ? ด้วยความเร็วของข้าคงสามารถจัดการพวกมันได้ แต่ปัญหาก็คือ พิษ ในร่างต่างหาก มิรู้ว่าเป็พิษประเภทไหน ร้ายแรงสักเพียงใด การต่อสู้ปะทะตัวต่อตัวคงไม่ใช่เื่ดี…" สีหน้าของห่าวหราน พลันเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมกังวลใจอยู่เล็กน้อย แต่แล้วดวงตาของมันก็เหลือบไปเห็นก้อนหินบนพื้นหลายก้อน
"ก้อนหินรึ? ดีล่ะ เ้าพวกนี้น่าจะใช้ได้" รอยยิ้มแห่งความมั่นใจของห่าวหราน พลันปรากฏขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่มันจะพุ่งไปคว้าก้อนหินบนพื้นขึ้นมาไว้ในมือ จากนั้นจึงใช้นิ้วดีดใส่ เ้าแมลงวันที่กำลังพุ่งตรงเข้ามา
ก้อนหินที่ห่าวหรานดีดออกไปนั้นรวดเร็ว มิต่างจากะุปืน…ไม่สิ ความเร็ว ของมันนั้นมากกว่าะุปืนปรกติหลายสิบเท่านัก แถมยังรุนแรง และแม่นยำเป็อย่างมาก ก้อนหินพุ่งผ่านทะลุร่างของเ้าแมลงวันกาฬหายนะจนเป็รูโบ๋ก่อนร่วงตกลงมาที่พื้น ทีล่ะตัวสองตัว พวกมันมิอาจบินหลบพ้นได้เลยแม้แต่น้อยไม่ว่าจะใช้ความเร็วแค่ไหนก็ตาม และเมื่อห่าวหรานเล่นงานพวกมันจนหมด เขาก็ยังใช้วิธีนี้ไปเล่นงาน เ้าหนอนั์ตัวอื่น ๆ ต่ออีก
เขานั้นมิได้อาศัยจิตปราณที่มีแม้แต่น้อย ทุกอย่างเกิดขึ้นจากพละกำลังในร่างกายล้วน ๆ ดังนั้นเมื่อผู้คนมองมาจึงไม่มีใคร สงสัยในเื่วรยุทธ์ของเขาแม้แต่คนเดียว ยกเว้น..คนผู้หนึ่งเท่านั้น วู่เทียนหลางนั้นเอง
"ร้ายกาจ ร้ายกาจ อาศัยเพียงแค่พละกำลังเท่านั้น มิยอมใช้จิตปราณก็สามารถจัดการพวกสัตว์อสูรฟ้าดินของพรรคมารได้ ดูท่าเขาเองคงมีเหตุผลอะไรสักอย่างสินะ ที่ทำให้มิอาจเปิดเผยเื่วรยุทธ์ได้..."
วู่เทียนหลางแย้มยิ้มเบา ๆ ก่อนจะพึมพำขึ้น จากนั้นจึงหันไปตั้งสมาธิกับการช่วยเหลือผู้คนต่อ...
จบบทที่18