第 二十四 章
อวี้หนี่ร่ำไห้อยู่ข้างเตียงมีหมอเหยียนนั่งตรวจอาการอยู่ข้างๆ หลังจากที่อาจารย์ฉงรู้เื่ที่บุตรีของตัวเองลงมือกับเด็กตัวน้อยความโกรธปะทุจนถึงขั้นกระอักเื จื่อหลงได้สั่งให้เซิงหลานศิษย์คนรองไปหาปู้เฉินเพื่อแจ้งข่าวกับหมอเหยียนและเร่งเดินทางมาพร้อมกัน เื่นี้จะให้คนนอกรู้ไม่ได้เด็ดขาดทุกอย่างจึงเร่งด่วนและเป็ความลับ
"เงียบเถอะ ร้องไห้คร่ำครวญไปมันก็เท่านั้น"จื่อหลงส่งสายตาเย็นเยียบและน้ำเสียงเ็า อวี้หนี่กลั้นสะอื้นเสหลบตาของจื่อหลงหันไปใช้สายตาอ้อนวอนกับสามีตน
"ข้ารับได้ที่เ้าเอาแต่ใจทำร้ายผู้อื่นที่เสมอภาคกันอวี้หนี่ แต่หนนี้เ้าร้ายกาจเกินไปจริงๆ เ้ามิใช่แค่ทำร้ายเด็กคนนั้นแต่เ้ายังทำร้ายท่านอาจารย์ ทำร้ายข้าและศิษย์พี่ใหญ่อีกด้วย จิตใจมืดบอดของเ้าเกินเยียวยาแล้วจริงๆ "เหิงเซิ่งหว่านพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
"ข้าขอโทษ ข้าผิดไปแล้วจริงๆ ข้าไม่ได้คิดไกลถึงขั้นนั้น แค่..แค่อยากให้จื่อซยงและคนบ้านั่นรู้สึกเสียใจเหมือนข้าบ้าง ข้าไม่คิดจะเอาชีวิตเด็กคนนั้นเสียหน่อย"นางสะอื้นไห้สองตาแดงช้ำ
"คราวนี้เ้าทำเกินไปจริงๆ ศิษย์น้องหญิง"น้ำเสียงของจื่อหลงคล้ายทะเลสาบยามหน้าหนาวทั้งเย็นเยียบทั้งชืดชา
"ศิษย์พี่! "อวี้หนี่ร่ำไห้หนักกว่าเดิมเมื่อได้ยินเช่นนั้น
"เอาล่ะๆ พวกเ้าอย่าเถียงกันให้อาจารย์เ้าได้ยิน คุณชายน้อยปลอดภัยดียังโชคดีที่อวี้หนี่ใส่ยาลงไปเพียงน้อยนิดผลกระทบจึงยังไม่เกิดขึ้น"หมอเหยียนรีบตัดบทเพราะเกรงว่าอาจารย์ฉงจะฟื้นขึ้นมาได้ยินเหล่าศิษย์ตนเองต่างก็โทษบุตรสาวตน
"ขอบคุณท่านหมอเหยียนมากขอรับ"จื่อหลงลุกขึ้นยืนประสานมือก้มลงคารวะ
"ไม่เป็ไรเขาเป็สหายสนิทของข้าเื่นี้ถือว่าไม่รบกวนหรอก อาการของเขาไม่น่าเป็ห่วงเท่าไหร่แต่อย่าให้เขาได้รับเื่กระเทือนจิตใจอีกเป็อันขาด"หมอเหยียนสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ขอบคุณท่านหมอเหยียน"อีกสามเสียงประสานขึ้นพร้อมกัน
"ข้าขอตัวก่อน ตอนนี้ที่โรงเตี้ยมของเ้าขุนพลฉั่วเองก็วุ่นวายสืบเื่ราวของเ้าไม่หยุดหย่อน"
"เื่นี้ต้องขอบคุณท่านจริงๆ ท่านหมอเหยียนยังไงขอฝากเื่ราวทางโน้นเอาไว้ด้วยนะขอรับ"
"อืม ข้าขอตัวก่อน"หมอเหยียนพยักหน้า จื่อหลงจึงสั่งให้ไห่เปียวพาคนนำรถม้าไปส่งหมอเหยียนถึงที่หมาย จากนั้นจึงหันกลับมามองศิษย์น้องทั้งสองด้วยสายตาคมเข้มสีหน้าทะมึน
"เ้ารู้ความผิดตัวเองหรือเปล่าอวี้หนี่"
"ขะ...ข้ารู้"นางตอบทั้งเสียงสะอื้น
"ข้าผิดเองขอรับที่ไม่ได้ดูแลนางให้ดี"เซิ่งหว่านรีบเอ่ยปาก
"พอเสียที! พวกเ้าเป็เด็กกันหรือยังไงทั้งอิจฉาริษยา ทั้งกลัวด้อยกว่าผู้อื่นจนถึงขั้นทำให้ผู้คนเดือดร้อนเหลวไหลสิ้นดี"ทั้งสองคุกเข่าก้มหน้านิ่งสำนึกผิด จื่อหลงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เขาควรจะพูดจาให้เด็ดขาดยังไงเสียเขาก็คือศิษย์คนโตต้องปกครองน้องๆ แทนอาจารย์เสียทีตอนนี้อาจารย์ของเขาป่วยจึงเป็เขาที่ตัดสินใจเด็ดขาดในสำนัก
"ศิษย์น้องรองเหิงเซิ่งหว่านเ้ารู้ความผิดตัวเองหรือไม่"
"ขอรับ"
"ดี เ้าจงไปเขาซงซานช่วยเหลือผู้ประสบภัยห้ามกลับมาจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย อวี้หนี่! เ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าทำผิดเื่ใด"อวี้หนี่เม้มปากแน่น เสียงสะอื้นยังอยู่ในลำคอสายตาดื้อดึงไม่ยอมแพ้ จื่อหลงถอนหายใจเฮือกเพราะรู้ดีว่ากิริยาเช่นนี้คือไม่ยอมรับผิด
"เ้ายังคิดไม่ได้หรืออวี้หนี่ ข้าบอกเ้าหลายครั้งแล้ว เ้าเองก็รู้ดีว่าเื่จิตใจมันบังคับไม่ได้ ข้ารักเขา ข้ารักลู่ฟ่านเสวียน รักมานานแล้ว ความจริงของเื่นี้ในสำนักของเรามีใครบ้างไม่รู้แล้วเ้าจะไม่รู้เชียวหรือ ข้าขอบใจที่เ้ามีใจปฏิพัทธ์ต่อข้า แต่ข้ามีคนรักแล้ว เ้าเองก็มีเซิ่งหว่าน จงยอมรับความจริงได้หรือไม่"
"ข้า..ฮึก..ข้า จื่อซยงท่านก็รู้ข้าถูกบังคับ"เซิ่งหว่านได้ยินเช่นนั้นก็กำหมัดแน่นสองข้างลำตัว ในใจเจ็บลึกที่ภรรยาของตนไม่มีใจให้เขาเลยแม้แต่น้อย
"เหลวไหล! เื่เกินเลยมาถึงขนาดนี้แล้วเหตุใดเ้าจึงไม่ยอมรับชะตากรรมนั้นเล่า"
"ชะตากรรมงั้นหรือ ข้ารักท่าน รักมาั้แ่เด็กท่านเองก็รับรู้ แล้วเหตุใดจึงเมินเฉย ข้านั้นครั้งแรกยังพอรับได้ว่าต่อให้ข้าเป็อนุข้าก็จะยอมรับ ขอให้ท่านรักข้าบ้างแต่แล้วแม้แต่ไมตรีท่านก็ไม่ยอมรับ ข้าผิดหรือ หรือเป็เพราะสตรีต้องอยู่แค่เื้ัเกินไปแล้วนะ"อวี้หนี่ะโเสียงดังจนกระทั่งร่างที่นอนอยู่บนเตียงส่งเสียงไอ
"แค่ก แค่ก อวี้หนี่...."น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยเรียก
"ท่านพ่อ ท่านฟื้นแล้ว"อวี้หนี่โผลุกวิ่งเข้าไปที่เตียงนอนดวงตาแดงก่ำคลอด้วยหยาดน้ำตาเข้าประคองพ่อตนเองลุกขึ้นนั่งอิงพนัก จื่อหลงและเซิ่งหว่านเองก็รีบเข้าไปยืนข้างเตียง อาจารย์ฉงโบกมือช้าๆ อย่างอ่อนแรง
"ฟังข้า นี่ถือว่าเป็คำสั่งจากข้า จื่อหลง นับจากวันนี้ไปขอให้เ้าเป็ผู้ดูแลสำนักแทนข้า ทุกอย่างต้องฟังคำสั่งจากเขา เวิ่งหว่านเ้ามีความผิดที่ไม่สามารถปกครองภรรยาของตนได้ ทำตามที่ศิษย์พี่เ้าสั่ง อวี้หนี่ เ้ายิ่งผิดกว่าผู้ใด... ข้อแรก เ้าเป็ถึงบุตรีของเ้าสำนักยังกล้าทำผิดในหลายๆ เื่ ข้า.."ฉงซ่านหยุดไอหนักๆ หอบหายใจแรง
"ท่านอาจารย์พักผ่อนก่อนเถอะขอรับเื่พวกนี้ข้าพอจะสะสางให้ท่านได้"จื่อหลงนิ่วหน้าด้วยความกังวล ฉงซ่านโบกมือไปมา
"ให้ข้าจัดการก่อน พอร่างกายแข็งแรงดีแล้วข้าจะทำหนังสือเพื่อให้ศิษย์ที่ซงซานอ่านให้รู้โดยทั่วกัน อวี้หนี่ เ้าเป็ลูกข้ามีหรือข้าจะใจร้ายกับเ้า หัวใจของศิษย์พี่เ้ามีแต่คุณชายฟ่านเสวียน ต่อให้เ้าได้ตัวเขาไปหัวใจเล่าเ้าจะได้หรือ เปรียบไปก็เช่นกัน เ้าดูเวิ่งหว่านสิเจ็บร้อนเพียงใด เพียงเพราะเขารักเ้า การที่ใครสักคนรักเรา เราย่อมได้รับการทะนุถนอมได้ความรักความใส่ใจมิใช่หรือ เ้าเอาแต่วิ่งตามจื่อหลงสุดท้ายเ้าได้สิ่งใดกลับมา เ้าเป็ทุกข์หรือไม่"ทุกคนต่างก้มหน้านิ่ง
"ยอมรับความจริงเสียแล้วเ้าจะไม่ทุกข์ใจ เวิ่งหว่านดีต่อเ้ามากมายเพียงใดเ้าจะไม่รับรู้เลยเชียวรึ พอได้แล้ว นี่ต่างหากที่พ่อรักเ้า ข้าวางเ้าไว้ในอุ้งมือที่อบอุ่นที่สุดแล้ว จื่อหลงเขาเองก็รอให้คนที่เขารักมาอยู่ในการปกป้องคุ้มครองเช่นกัน แค่กๆ แค่ก"สิ้นเสียงอาจารย์ฉงก็ล้มตัวลงนอน สองมือประสานกันตรงอก
"อวี้หนี่ ในฐานะสิษย์แห่งสำนักข้า เ้าจะต้องไปช่วยเหลือศิษย์พี่รองของเ้าที่ซงซาน ทำทุกอย่างจนกว่าจะเรียบร้อยถึงค่อยกลับมา"จบคำเขาปิดเปลือกตานอนนิ่ง อวี้หนี่ร่ำไห้จนตัวโยน ซงซานห่างไกลจากที่นี่เกือบพันลี้หนทางทุรกันดารยิ่ง เหตุที่ฉงซ่านไปก่อตั้งสำนักที่นั่นเพราะ้าให้ห่างไกลพระเนตรแถมยังอยู่ติดชายแดนเพื่อป้องกันประเทศไปในตัวด้วย ดังนั้นการเดินทางครั้งนี้ไม่ต่ำกว่าเดือนครึ่งจึงจะไปถึงจุดหมาย
"ท่านพ่อ ข้าไม่ไป ข้าไม่ไป ถ้าข้าไปแล้วใครจะคอยดูแลท่าน ยกโทษให้ข้าด้วยนะเ้าคะ"นางร่ำไห้พลางเขย่าแขนบิดาพลาง
"พอได้แล้ว! เซิ่งหว่านเ้าพาตัวภรรยาเ้าออกไปเตรียมการเถอะ ออกเดินทางให้เร็วที่สุด ข้าจะส่งพิราบไปแจ้งทางสำนักให้เตรียมการเอาไว้ ขาดเหลือสิ่งใดก็แจ้งกลับมา"จื่อหลงไม่อ่อนข้อให้แม้แต่นิดเดียว อวี้หนี่ทั้งถูกฉุดทั้งลากให้ถอยห่างออกมา
"จื่อซยงท่านใจร้ายเกินไปแล้ว"นางะโลั่น จื่อหลงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เสียงโวยวายห่างออกไปแล้วฉงซ่านถึงเปิดเปลือกตาขึ้น
"ขอบใจเ้ามาก"
"เป็ศิษย์ต่างหากที่ต้องโขกศีรษะขอรับ"
"เป็เพราะข้าตามใจนางเกินไป"จื่อหลงยกยิ้มมุมปาก
"ถ้าจะผิดก็ผิดที่พวกเราสามคนขอรับ ใครบ้างไม่รักนาง นางเป็น้องสาวคนเดียวของพวกเรา ต่างก็เติบโตมาพร้อมกันไม่เป็ไรขอรับเื่มันผ่านไปแล้ว ข้าคิดว่าพวกเขาไปด้วยกันต่างก็ต้องพึ่งพาอาศัยกันในยามยาก เช่นนั้นพวกเขาอาจจะรู้คิดปรองดองกันได้มากกว่านี้"
"ข้าก็หวังเช่นนั้น"ฉงซ่านขยับตัวลุกขึ้นนั่งอิงหัวเตียง
"จื่อหลง เ้าแน่ใจแล้วหรือที่จะกลับมาที่นี่ เื่ราววุ่นวายมากมายจะต้องตามมาแน่"
"แน่ใจขอรับ ข้าปล่อยเสี่ยวเสวียนอีกไม่ได้แล้ว ทั้งเื่พระราชทานสมรส ทั้งเื่ชำระความเื่ตระกูลข้าทุกอย่างถึงเวลาจะต้องสะสางแล้ว"
"อืม..เ้ารู้สาเหตุที่ทำให้ตระกูลของเ้าถูกเข่นฆ่าล้างตระกูลหรือไม่"
"รู้แค่ว่าถูกใส่ร้ายกล่าวหาว่าเป็ฏขอรับ"ฉงซ่านส่ายหน้าไปมา
"หาใช่เื่นี้เป็สาเหตุหลักไม่ เื่ของบิดาเ้าและฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนั้นเกี่ยวข้องกันมากมายเกินจะเอ่ย"ฉงซ่านกล่าวเบาๆ จื่อหลงขมวดคิ้วเข้มด้วยความสงสัย แต่แล้วทั้งคู่ต้องหันกลับไปมองประตูที่ถูกเคาะขึ้นมาขัดจังหวะการสนทนา
"ท่านอาจารย์ขอรับข้ากลับมาแล้ว"ทั้งคู่ต่างหันมาสบตากัน
"ข้าลืมเขาไปแล้วจริงๆ "จื่อหลงเอ่ยขึ้น
"อืม"ฉงซ่านแม้จะไม่เอ่ยปากแต่ก็ส่งเสียงยอมรับ
"เข้ามา"จื่อหลงอนุญาต ไห่เปียวก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับเหลียวมองไปรอบคล้ายมองหาผู้ใดอยู่
"เ้ามองหาผู้ใด"จื่อหลงมองตามสายตา
"ศิษย์พี่รองกับศิษย์พี่หญิงล่ะขอรับ"
"ไปปฏิบัติหน้าที่ เ้าอยากไปกับพวกเขาหรือไม่"จื่อหลงแกล้งหยอกทำเอาศิษย์น้องเล็กถึงกับหน้าเหย
"อย่าแหย่ศิษย์น้องเ้าเลย เขายังเด็ก"จื่อหลงได้เวลาสำรวจคนตรงหน้าอย่างจริงจัง ร่างบางสูงเพียงอกของเขาอาจเป็เพราะยังเล็กจึงทำให้ร่างกายไม่สมบูรณ์เต็มที่ใบหน้าคมดูงดงามถึงแม้จะมีเค้าโครงของบุรุษแต่คล้ายสตรีอยู่บ้าง
"เ้าอายุเท่าใด"
"ข้าอายุสิบสามแล้วขอรับ"
"ดี รออีกไม่นานเ้าก็ติดตามข้าพร้อมกับปู้เฉินก็แล้วกัน"จื่อหลงเอ่ยปาก ไห่เปียวหันไปมองหน้าฉงซ่านคล้ายถามความคิดเห็น
"ดีแล้ว ปู้เฉินจะได้สั่งสอนเขาด้วย"
"ขอรับ"เมื่ออาจารย์เป็ผู้เอ่ยปากสำทับทั้งคู่จึงน้อมรับแต่โดยดี
"ไห่เปียวเ้าไปนำกระดาษกับฝนหมึกมาให้อาจารย์ ข้าจะเขียนจดหมายถึงสำนักของเรา"
"ขอรับ"แน่นอนการที่ไห่เปียวออกไปทำเื่ไร้สาระก็เพียงเพื่อจะกันอีกฝ่ายออกไปเท่านั้น