Dominari: A song of evolution

    ตอนที่ 33 โต้กลับ

    เกฮาสยืนหันหลังให้กับไวฟอนเพื่อเป็นโล่ระวังภัยให้แก่กันและกันก่อนที่ฝูงกูลจะกรูเข้ามาถึงตัวทั้งสอง เธอก็ร่ายเวทย์มนตร์เพอร์เฟคเว็ทเธอร์สร้างลมหมุนพัดควันพิษให้ออกไปจากรอบบริเวณ จนเกิดเส้นทางให้เข้าถึงตัวเรือได้เมื่อทางเปิดออกสปิตและหน่วยนักเวทย์เวหาจำนวนหนึ่งก็ร่อนลงบนดาดฟ้าเรือแล้วทั้งหมดก็เริ่มเปิดฉากตะลุมบอนกับฝูงกูลและยูนิทเอฟอย่างเสียเปรียบกำลังคนไวฟอนเดินเข้าหายูนิทเอฟที่เขาระเบิดล้มลงไปก่อนหน้า ยูนิทเอฟตัวนั้นเปลี่ยนอาวุธในมือให้กลายเป็นมีดเล่มใหญ่ แล้วฟาดฟันเข้าใส่ไวฟอนไวฟอนใช้มืออัดพลังของบิ๊กแบดบอมม์เข้าไปแล้วรับมีดที่ฟาดฟันลงมาเหล่านั้นได้อย่างไม่ยากเย็นทุกครั้งที่มีดของยูนิทเอฟฟาดฟันลงมากระทบกับมือของไวฟอนที่อัดแน่นด้วยพลังเวทย์จะเกิดเสียงดังเหมือนกับระเบิดดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าจากตั้งรับไวฟอนเริ่มเร่งความเร็วจนหาโอกาสโจมตียูนิทเอฟได้ก่อนหลายครั้งผิวหนังส่วนที่เป็นสิ่งมีชีวิตของยูนิทเอฟเกิดแผลไหม้ทั่วไปหมด เลือดสีชมพูอ่อน ๆ ไหลออกมาจากปากแผลที่เปื้อนเขม่าเหล่านั้นไวฟอนได้เปรียบเรื่องการเคลื่อนไหวที่ว่องไวกว่า แต่เหมือนว่าการโจมตีทั้งหมดกับทำได้เพียงแค่สร้างบาดแผลไม่ร้ายแรงแก่ภายนอกของยูนิทเอฟเท่านั้นในขณะที่ไวฟอนพยายามหาทางจัดการยูนิทเอฟให้สิ้นซาก นักเวทย์คนอื่น ๆ ก็รับมือกับกูลกันอย่างจ้าล่ะหวั่นความสามารถที่มากับเผ่าพันธุ์ของกูลนั้นคือเรื่องของพิษ พิษของกูลมีหลายรูปแบบแต่ทุกรูปแบบนั้นมีผลร้ายแรงต่อชีวิตของเซเปียนส์อย่างไม่ต้องสงสัย แม้ว่าพวกมันไม่ใช่นักสู้ที่มีร่างกายแข็งแกร่งอะไรมากมายนัก เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับเซเปียนส์เลยก็ว่าได้ แต่พวกมันกลับมีพลังชีวิตที่เหลือเชื่อแม้ว่าจะแขนขาด ขาขาด หรือแม้กระทั่งตัวขาดเป็นสองท่อนก็ยังไม่ตาย และตราบใดที่พวกมันยังไม่ตาย มันก็สามารถงอกอวัยวะกลับมาได้ในเวลาที่ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของบาดแผลตอนนี้บนดาดฟ้าเรือจึงเต็มไปด้วยพิษมากมายที่ใช้เป็นอาวุธสำหรับพิษที่ต้องอาศัยการแพร่กระจายโดยอากาศ แน่นอนว่าถูกเกฮาสควบคุมไว้ได้ทั้งสิ้น แต่พิษรูปแบบอื่น ๆ เหล่านักเวทย์ยังรับมือได้อย่างทุลักทุเลนักเวทย์คนหนึ่งโดนพิษกัดกร่อนของกูลเข้าไปจนต้องนั่งลงไปกุมต้นขาที่เหลือเพียงแค่ตอ พร้อมร้องโอดครวญ ขาตั้งแต่เข่าของเขาลงไปละลายกลายเป็นน้ำเลือดน้ำหนองไปนองอยู่ที่พื้นส่วนนักเวทย์อีกคนก็โดนพิษบางอย่างที่ทำให้เลือดไหลออกจากทุกรูทวาร หน้าของเธอเปรอะไปด้วยเลือดที่ไหลออกจากหู ปาก ตา จมูกแม้พวกกูลจะมีจำนวนมากกว่า แต่ก็ไม่ได้คงความได้เปรียบไว้มากนัก การโจมตีของนักเวทย์ทั้งหลายได้เข่นฆ่ากูลไปได้จำนวนมากเช่นกัน กูลบางตัวถูกแช่แข็งแล้วทุบแตกกระจายจนเป็นเศษเล็กเศษน้อย กูลบางตัวก็ถูกเผาจนร่างกายกรอบเกรียมบนดาดฟ้าในตอนนี้ไม่ต่างจากลานละเลงเลือด“สปิต ไวรัสถูกเก็บไว้ในห้องหมายเลย 7B รีบหาทางไปแย่งชิงมาให้ได้”ทันทีที่สปิตได้ยินเธอก็รีบวิ่งบนอากาศหายเข้าไปในตัวเรือพร้อมนักเวทย์เวหาอีกจำนวนหนึ่งแลนจาให้นักเวทย์ที่มีความสามารถตรวจจับคนหนึ่งค้นหาที่อยู่ของไวรัสจนพบ จึงรีบสั่งการลงไปยังสปิตที่อยู่บนเรือให้รีบไปแย่งชิงมา จากนั้นเขาก็รีบหันไปเผชิญหน้ากับยูนิทเอฟตัวที่พึ่งจมเรือลำหนึ่งของพวกเขาไป“ฉันจะไปจัดการยูนิทเอฟตัวที่จมเรือ ทุกคนที่เหลือรีบขึ้นเรือดำเพื่อให้การสนับสนุนกับไวฟอนและสปิต”“รับทราบ” นักเวทย์ที่เหลือได้ยินคำสั่งก็รีบปฏิบัติตามในทันทีแลนจากระโดดลงไปยืนบนผิวน้ำ แล้วก็ประกบฝ่ามือเข้าหากันแล้วแยกออก พื้นที่ว่างเปล่าระหว่างสองมือคล้ายกับถูกแทนที่ไว้ด้วยกระแสน้ำเล็ก ๆ หลายสายเขาสะบัดมือทั้งสองข้างไปทางยูนิทเอฟตัวนั้นที่ตอนนี้ขึ้นจากทะเลมายืนอยู่บนซากเรือกระแสน้ำเส้นเล็ก ๆ เหล่านั้นกลายสภาพเป็นใบมีด วิ่งตัดอากาศเข้าไปเฉือดเฉือนร่างกายของยูนิทเอฟรอยเลือดสีชมพูหลายรอยปรากฏขึ้นมาบนผิวหนังส่วนที่เป็นเลือดเนื้อของยูนิทเอฟ แต่ก็เหมือนว่าจะไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรให้กับมันเลย แข็งแกร่งสมคำร่ำลือจริง ๆ แลนจาคิดยูนิทเอฟคว้าร่างท่อนล่างที่ขาดครึ่งของนักเวทย์เคราะห์ร้ายขึ้นมาแล้วเหวี่ยงใส่แลนจา เขาพลิกตัวหลบแล้วพุ่งไปสู่ด้านข้างของยูนิทเอฟ ร่างครึ่งล่างนั้นตกลงสู่ทะเลดังตูมพร้อมกับเศษเลือดเศษเนื้อจากนั้นมันก็ระดมยิงกระสุนใส่แลนจาจนทำให้เขาต้องรีบหลบหลีกอย่างทุลักทุเลกระสุนที่ยิงไปมาจนทั่วนั้นปลิวไปโดนนักเวทย์รอบ ๆ บริเวณที่ยังไม่ทันขึ้นจากน้ำหลายคน แลนจารีบตั้งหลักแล้วยกมือขึ้นเหนือหัวเพื่อสร้างกำแพงน้ำปกคลุมพื้นที่โดยรอบกำแพงน้ำช่วยป้องกัน และลดทอนความรุนแรงของกระสุนเหล่านั้นไปได้มากแลนจารีบส่งใบมีดน้ำเข้าไปเฉือดเฉือนและขัดจังหวะยูนิทเอฟอีกระลอกหนึ่งผลเป็นเหมือนครั้งที่ผ่านมา ใบมีดสร้างความเสียหายแก่ยูนิทเอฟได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเหมือนว่าการโจมตีแค่ที่พื้นผิวภายนอกจะไม่สร้างผลกระทบให้กับมันเท่าไรเลย ต้องโจมตีให้รุนแรงกว่านี้ และโจมตีเข้าไปภายในร่างกายของมัน ในส่วนที่ร่างเนื้อเชื่อมต่อกับเครื่องจักรแลนจาพลิกฝ่ามือให้หงายขึ้น กระแสน้ำหลายหลายสายปรากฏขึ้นกลางอากาศ เขาสั่งให้กระแสน้ำเหล่านั้นบีบอัดเข้าด้วยกันจนเหลือกระแสน้ำเพียงสายเดียวคล้ายกับหอก แล้วก็พุ่งเข้าหายูนิทเอฟบริเวณที่เป็นเนื้อหนังตรงคอหอกวารีของแลนจาทะลุทะลวงเข้าไปในร่างของยูนิทเอฟจนแทบมิดด้าม จากนั้นก็แตกสลายกลับไปเป็นน้ำอีกครั้งยูนิทเอฟถึงกับเซไปมาจากความรุนแรงและความประหลาดใจได้ผล! แลนจาคิดเขาสร้างหอกวารีขึ้นมาอีกหลายแท่ง แล้วก็สั่งให้พุ่งตรงเข้าไปส่วนที่เป็นร่างเนื้อของยูนิทเอฟ ยูนิทเอฟปัดป้องเป็นพัลวันแต่ก็มีหอกหลายเล่มที่แทงทะลุเข้าไปในร่างเนื้อของมัน เหมือนว่าการโจมตีจะสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นกับมันได้ร่างใหญ่ยักษ์นั้นค่อย ๆ เซหงายหลังแล้วตกลงไปในน้ำทะเลแลนจารีบแจ้งข่าวสารแก่คนอื่น ๆ“การโจมตีที่ภายนอกยูนิทเอฟไม่เกิดผลใด ๆ ให้หาทางโจมตีที่ภายในร่างกายของพวกมัน”“งี้ก็สวยซิ” ไวฟอนคำรามหลังจากรับมืออย่างไม่ค่อยเกิดผลมาพักใหญ่ ไวฟอนที่กำลังหงุดหงิดจากการหาวิธีจัดการกับยูนิทเอฟก็เริ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้น เพราะคำของแลนจาก่อนหน้านี้เขาต้องอดกลั้นที่จะไม่ระเบิดพลังเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ออกมา เพราะแม้ว่ากล่องเก็บไวรัสจะถูกออกแบบมาให้รับแรงกระแทกเป็นพิเศษ แต่ใครจะรู้ว่ามันรับแรงกระแทกได้แค่ไหนไวฟอนรีบหาจังหวะโจมตีทันที“ระยะห้าเซนติเมตรใต้ผิวหนัง ระยะห่างเจ็ดสิบเซนติเมตร... ระเบิดเต็มกำลัง”เส้นแสงเล็ก ๆ ที่ประกอบกันเป็นวงกลมวงเล็ก ๆ เกิดขึ้นตามร่างกายของยูนิทเอฟหลายตำแหน่งโดยฝังอยู่ในร่างกายเกินกว่าครึ่งไวฟอนกำมือ พร้อมตะโกนลั่น “ระเบิด” เกิดแรงระเบิดพร้อม ๆ กันตามตำแหน่งเหล่านั้นจนร่างของยูนิทเอฟสั่นไปทั่วที่หู ตา จมูก ปาก ของยูนิทเอฟร่างนั้นไหลเยิ้มด้วยเลือดสีชมพูข้น ๆแขนข้างหนึ่งของยูนิทเอฟตัวนั้นถึงกับขาดร่องแร่ง แล้วก็ล้มลงไปกองที่พื้นเกฮาสหันไปมองทางไลฟอน แล้วก็หันไปเผชิญหน้ากับยูนิทเอฟที่อยู่ด้านหน้าของตนเองไม่อยากใช้ท่านี้ตอนนี้เลย เกฮาสคิดลมวูบหนึ่งหันมาพัดตัวของเกฮาสลอยขึ้นไปเหนือดาดฟ้าเรือ เกฮาสลอยนิ่งอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่งแล้วก็ชูชิ้วชี้ของเธอขึ้นเหนือหัวสายฟ้าเส้นหนึ่งผ่าเปรี้ยงลงมาที่ปลายนิ้วของเกฮาส จนทำให้ร่างของเธอเต็มไปด้วยประกายของสายฟ้า จากนั้นเธอก็กระชากนิ้วลงโดยเล็งไปที่ยูนิทเอฟตัวนั้น เปรี้ยง!!!สายฟ้าวิ่งผ่านร่างของเกฮาสไหลลงไปยังยูนิทเอฟตัวนั้นกลิ่นไหม้เกรียมลอยออกมาจากร่างของยูนิทเอฟที่ไหม้ดำร่างนั้นเกฮาสค่อย ๆ ร่วงลงมายืนบนดาดฟ้าเรือด้วยท่าทางอิดโรยบอกแล้วว่าไม่อยากใช้ท่านี้ เกฮาสบอกกับตัวเองอีกครั้งพร้อมด้วยตาทั้งสองข้างที่แทบจะปิดลงระหว่างที่การต่อสู้บนดาดฟ้าเรือและในท้องทะเลเต็มไปด้วยความดุเดือด สปิตก็วิ่งสุดแรงบนอากาศเข้าไปด้านในของเรือที่เหมือนกับเป็นเขาวงกตพร้อม ๆ กันกับนักเวทย์คนอื่น ๆ ที่อากาศด้านหน้าของเธอและคนอื่น ๆ มีแผนที่เล็ก ๆ ของเรือกางเอาไว้อยู่ชีตชีท (กระดาษเฉลย) เป็นเวทย์มนตร์แผนที่ที่สามารถสร้างแผนที่ของสถานที่ต่าง ๆ ที่เวทมนตร์นี้เข้าถึงได้ขึ้นมา นอกจากนั้นยังสามารถบอกเส้นทางที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางไปยังเป้าหมายได้โดยจะแสดงให้เห็นในแผนที่ ตอนนี้สปิตวิ่งตามเส้นทางที่ชีตชีทแนะนำ เส้นทางที่คดเคี้ยวถูกตัดออกจนเหลือเส้นทางที่สั้นและรวดเร็วที่สุดเพื่อจะไปถึงเป้าหมายห้อง 7B ระหว่างทางที่จะมาถึงที่นี่สปิตค่อนข้างแปลกใจที่ไม่เจอกูลหรืออันเดดเลยแม้แต่คนเดียว แต่เธอก็ไม่มีเวลากังวลใจมากนักว่านี่จะเป็นกับดักหรือมีแผนการร้ายใด ๆ เพราะเป้าหมายของภารกิจนี้ชัดเจนมาก ๆ ...นั่นคือการนำไวรัสกลับไปให้พ้นจากเงื้อมมือของพวกกูลอีกเพียงไม่ไกลสปิตและคนอื่น ๆ ก็จะไปถึงห้อง 7B แล้ว แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่าจะมีบางสิ่งที่ไม่ปรากฏในชีตชีทรอพวกเธออยู่ .............................................................“สปิตอยู่ไหนแล้ว”ไวฟอนถามหาตำแหน่งของสปิตเพื่อเตรียมเข้าไปสมทบ แต่กลับไม่ได้รับคำตอบ“แลนจา หน่วยสื่อสาร ฉันติดต่อสปิตหรือพวกคนอื่น ๆ ที่เข้าไปในตัวเรือไม่ได้เลย”“มานาของพวกเขาอยู่ทางด้านหัวเรือถัดไปทางด้านขวาสิบห้าเมตรจากสะพานเดินเรือ และห่างสิบเมตรจากพื้นผิวดาดฟ้าเรือค่ะ”หญิงสาวที่มีดวงตาสีขาวตอบไวฟอน“แต่เหมือนมานาของพวกเขาจะหยุดนิ่งอยู่เฉย ๆ ไม่เคลื่อนไหว แล้วก็มีมานาน่าขยะแขยงที่ทรงพลังกระจุกตัวอยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้นด้วยค่ะ”“ไวฟอน” แลนจาเรียกชื่อของไวฟอนสั้น ๆ“รู้แล้ว ๆ”ทันใดนั้นไวฟอนก็พุ่งไปยังบริเวณเหนือจุดที่คาดว่าพวกสปิตน่าจะอยู่ วงกลมระเบิดของเขาปรากฏขึ้นซ้อนเป็นชั้น ๆ ลงไปในลำตัวเรือ“ระเบิด!”พื้นผิวของดาดฟ้าเรือเกิดช่องกลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางราว ๆ หนึ่งเมตร ทะลุลงไปในลำตัวเรือไวฟอนกระโดดลงไปในช่องนั้นทันทีจบตอนที่ 33