ภาพที่ทั้งสองคนเห็นอยู่ตรงหน้าเป็การต่อสู้กันที่ไม่เหมือนกับการต่อสู้ จะเปรียบก็คือเป็การต่อสู่อยู่ฝ่ายเดียวมากกว่า คนหนึ่งเป็ชายรูปร่างสูงใหญ่ สวมใส่ชุดสีน้ำเงินกางเกงดำ ถือกระบี่ไล่ฟันอีกคนอย่างได้เปรียบ
ส่วนคนที่กำลังเสียเปรียบอยู่นั้นเป็ชายค่อนข้างอ้วนกลมตุ้ยนุ้ย ใส่เสื้อผ้าดูหรูหราอลังการเป็อย่างมาก ดูแล้วไม่น่าจะมาเป็ผู้ฝึกฝน แต่เหมาะจะไปเป็พ่อค้าเสียมากกว่า ชายอ้วนล้มลุกคลุกคลานหลบหนีอย่างทุลักทุเล
"พวกเราเข้าไปช่วยมันดีกว่ามั้ย!!"จงลู่อันเอ่ยถามความคิดเห็น
"ข้าว่าอย่าไปยุ่งกับพวกมันเลยดีกว่า!"เทียนฉินเอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจ
"ทำไมละ?"จงลู่อันถามอย่างสงสัย
"พี่จงดูดีๆสิ เ้าอ้วนนั้นแม้ว่าจะดูเหมือนเป็ฝ่ายเสียเปรียบ แต่กลับไม่มีรอยาแให้เห็นเลย แม้แต่เสื้อผ้ายังไม่มีรอยขาดเลยสักนิด"
เทียนฉินเอ่ยบอกอย่างละเอียด ขณะที่จงลู่อันได้ยินก็เริ่มสังเกตุตามที่เทียนฉินบอกพลันเข้าใจกระจ่างแจ้งทันตาเห็น
"จริงอย่างที่น้องเทียนว่า เ้าอ้วนนี่ต้องคิดจะทำอะไรสักอย่างแน่!"
"อืม! รอดูกันต่อไปก่อนค่อยตัดสินใจอีกที"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังวิพากษ์วิจารณ์เ้าอ้วนอยู่นั้นเองกระบี่ที่ไล่ฟันเ้าอ้วนอยู่นั้นพลันถูกของบางอย่างกระแทกจนหลุดมือจากชายสูงใหญ่
เคร้ง!
เ้าอ้วนที่วิ่งหนีอยู่นั้นพลันหยุดลงแล้วชี้หอกมาทางชายร่างใหญ่ทันที
"ข้าให้เ้าไล่มาตั้งนานชักไม่สนุกแล้วสิ"
ชายอ้วนเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมาก่อนแทงหอกในมือเข้าใส่ชายร่างใหญ่
ส้วบ!
อ้าก!
หอกแทงเข้าใส่โคนขาซ้ายอย่างแม่นยำ จากนั้นเ้าอ้วนจึงเดินเข้ามาหาชายร่างใหญ่คนนั้น
"ขะ..ข้าผิดไปแล้วอภัยให้ข้าเถิด!"ชายร่างใหญ่คนนั้นคุกเข่าอ้อนวอนอย่างกับคนละคนกับเมื่อตอนที่วิ่งไล่ก่อนหน้านี้เลย
"ข้าให้โอกาสเ้าแล้ว แต่เป็เ้าเองที่มองเห็นข้าเป็เหมือนหมูที่รอวันถูกเชือดแค่นั้นเอง!"
ฉึ้ก!
อ้าก!
เ้าอ้วนแทงหอกเข้าใส่โคนขาอีกข้างอย่างว่องไวโดยที่ตาไม่กระพริบเลยด้วยซ้ำ
"ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด!
"ข้าจะยอมเป็ม้าเป็ลาให้ท่านเรียกใช้อย่างไม่บ่นเลยคำ!
ชายร่างใหญ่คนนั้นร่ำร้องอ้อนวอนอย่างกลัวตายไม่เหลือศักดิ์ศรีอีกต่อไป
"เอาอย่างนี้แล้วกันข้าจะให้เ้าไปสบายโดยไม่ต้องทรมานอีก!"
ส้วบ!
สิ้นเสียงของเ้าอ้วนปลายหอกก็เสียบเข้าคอหอยของชายร่างใหญ่อย่างรวดเร็วแม้แต่เทียนฉินที่แอบดูอยู่ยังมองแทบไม่ทัน
"มาแอบดูคนอื่นแบบนี้มันเสียมารยาทมาก พวกเ้าไม่รู้หรอ?"
หืม!
เทียนฉินสะดุ้งใทันทีที่เ้าอ้วนหันมาทางพวกเขาพร้อมกับเอ่ยถามออกมาแบบนั้น เขาหันไปสบสายตากับจงลู่อันก่อนจะพยักหน้า จากนั้นจึงะโไปทางที่เ้าอ้วนนั่นยืนอยู่
"ที่จริงก็ไม่ได้จะมาแอบดูอะไรหรอก แค่บังเอิญผ่านมาเท่านั้นเอง!"เทียนฉินแก้ตัวออกมาอย่างไม่อาย
"อ้อ! บังเอิญหรอกหรือ?"เ้าอ้วนเอ่ยถามเหมือนรู้อยู่แล้ว
"ใช่อยู่แล้ว! จริงมั้ยพี่จง!"
"อืม!"
เทียนฉินหันไปหาจงลู่อันให้ช่วยบอกกล่าว แต่กลับลืมนึกไปว่านิสัยของจงลู่อันนั้นเป็คนไม่ค่อยพูด จึงทำยิ้มหน้าเจื่อนออกมาอย่างช่วยไม่ได้
"ช่างเถอะ! ถ้าไม่ใช่พวกนอกรีตก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าอยู่แล้ว!"เ้าอ้วนบอกปัดอย่างรำคาญ
"พวกนอกรีตหรือ?"เป็จงลู่อันที่อุทานออกมา
"อย่าบอกนะว่าพวกเ้ารู้จัก!"เ้าอ้วนเอ่ยถามเสียงเข้มทันที
"ข้ากับพวกมัน มีแค้นที่ยากจะลืมเลือนไปชั่วชีวิต!!"
จงลู่อันเอ่ยออกมาเสียงเย็นเยียบ เขาตั้งใจไว้แล้วว่าถ้าได้มีโอกาสเจอพวกอีกนี้เมื่อไหร่ จะสังหารทันทีโดยไม่มีลังเล
"โอ้! จริงหรือ? ถ้าอย่างนั้นเราก็พวกเดียวกัน!"
"มาๆ หาที่นั่งคุยกันก่อน"
เ้าอ้วนกลับกลายเป็คนละคนในทันที จากการคุยกันอย่างตรงไปตรงมาทำให้ทั้งสามเปิดอกคุยกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนได้รู้ว่าเ้าอ้วนนั้นมีชื่อเสียงเรียงนามว่า เติ้งป่าย
เื่ราวของเติ้งป่ายก็ไม่ได้สลับซับซ้อนอะไรมาก แค่สำนักที่เขาอยู่นั้นเป็คู่อริกับพวกนอกรีตทั้ง หมดในแคว้นวั่นเท่านั้นเอง
หลังจากบอกเล่าเื่ราวของแต่ละฝ่ายอย่างเปิดเผยทั้งสามก็ร่วมสาบานเป็พี่น้องกันอีกครั้ง จงลู่อันเป็พี่ใหญ่ เติ้งป่ายเป็พี่รองส่วนเทียนฉินเสนอขอเป็น้องเล็กเอง
ทั้งสามคนพี่น้องออกตะลุยไปตามที่ต่างๆในแดนลับแห่งนี้เจอพวกที่ใช้วิชานอกรีตก็เข้าสังหารทันทีไม่มีเว้น แต่ถ้าเป็คนปกติถ้าไม่เข้ามาหาเื่พวกเขา พวกเขาก็ปล่อยผ่านไปโดยไม่ได้สนใจกับการเก็บคะแนนมากนัก
จนเวลาล่วงเลยผ่านพ้นมาจนครบกำหนดในอีกสองวัน สามพี่น้องนั่งกินหมูป่าตัวหนึ่งกันอย่างสนุกสนาน
"นี่พี่ใหญ่จง น้องเทียน ถ้าพวกเ้ามีโอกาสมาที่แคว้นวั่นเมื่อไหร่ รีบติดต่อข้ามาทันทีเลยนะอย่าได้เกรงใจ"เติ้งป่ายเอ่ยออกมาทั้งที่ในปากยังเคียวเนื้อหมูป่าไม่หยุด
"ไม่ต้องห่วงข้ากับน้องเทียนรับปากแล้วว่าจะไปหาเ้าอย่างแน่นอน!"จงลู่อันเอ่ยออกมาเป็มั่นเป็เหมาะ
"ข้าก็รับปากเช่นกัน!"
เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น ณ ่เวลานี้เขามีความสุขมากที่ได้มีพี่ชายที่ดีเพิ่มขึ้นมาถึงสองคน
ทั้งสามพี่น้องต่างคุยกันไม่หยุดตลอดทั้งคืน จนเมื่อถึงยามรุ่งสาง ดวงตะวันโผล่พ้นขอบฟ้าจึงได้ร่ำลากันอย่างอาลัย แผ่นหยกบันทึกคะแนนส่องแสงออกมาอย่างเจิดจ้า จากนั้นจึงมีกระแสพลังงานบางอย่างค่อยๆม้วนตัวดึงพวกเขาเข้าไป
เพียงพริบตาเดียวคนที่เข้ามาในแดนลับแห่งนี้รวมถึงจงลู่อัน เติ้งป่ายและเทียนฉินก็พลันปรากฎกายสู่โลกภายนอกอีกครั้ง
เทียนฉินหันมองไปรอบด้านพบว่าบรรยากาศอึมครึมดูวังเวงไม่รื่นรมย์เท่าไรนัก จากผู้ร่วมเข้าแข่งขันร้อยกว่าคนเหลือกลับมาไม่ถึงยี่สิบคนด้วยซ้ำ
"เฉินฝางกับเหม่ยหลินไม่กลับมาอย่างนั้นหรือ"เ้าเมืองลู่หยางเอ่ยออกมาเบาเบาหลังจากเห็นจงลู่อันออกมาคนเดียว
"โถ่!หูอี้หนานศิษย์ข้า!"เฉียวฟั่นเ้าเมืองคงิเอ่ยอย่างเศร้าใจ
"โอ้ว!เทียนฉิน เ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ!"
เจียงเจิ้นเดินเข้ามาตบไหล่แสดงความยินดีกับเทียนฉินทันทีที่พบหน้าส่วนผางอู่ที่เดินตามมาก็พยักยิ้มให้
ส่วนคนอื่นๆก็ต่างมีทั้งดีใจและเสียใจปะปนกันไป ขณะที่เทียนฉินมองดูบรรยากาศรอบด้านอยู่นั้น พลันมีเสียงร้องะโโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นมา
"ผู่จินหลางลูกพ่อ ทำไมเ้าถึงไม่ได้กลับมา!!"
เป็ผู่จินหลงเ้าเมืองฉีหลันนี่เองที่เศร้าโศกเสียใจที่รู้ว่าลูกชายของเขาผู่จินหลางเสียชีวิตอยู่ในแดนลับแห่งนี้แล้ว
"ทุกคนเงียบเดี๋ยวนี้!!"
เสียงที่แฝงไปด้วยพลังระดับก่อกำเนิดดังสะท้านไปทั่วบริเวณ ทำให้ผู้คนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็หุบปากลงแล้วหันมามองทางต้นเสียงนั้นกันทันที
"ข้าจงอี้เฉิน ตัวแทนจากนิกายจิตนิรันดร์ ขอให้ผู้ที่เข้าแข่งขันที่เหลืออยู่นำแผ่นหยกบันทึกคะแนนมาคืนที่ข้าตอนนี้เดี๋ยวนี้!"
หลังจากสิ้นเสียงของจงอี้เฉินแล้ว ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนรวมทั้งเทียนฉินกับจงลู่อัน ต่างเดินไปยื่นแผ่นหยกบันทึกคะแนนให้กับตัวแทนของนิกายจิตนิรันดร์ทันที
"นี่เ้าว่าตัวแทนของเมืองใดจะได้อันดับหนึ่งกัน!"
ผู้ชมคนหนึ่งเป็ผู้เปิดประเด็นถามขึ้นมา
"ข้าว่าเมืองเลี่ยงหงแน่นอน!"ชายคนหนึ่งตอบอย่างมั่นใจ
"ทำไมละ"คนข้างๆสงสัยขึ้นมาทันที
"ก็เ้าดูคนนั้นสิ!"
"นั่นจงลู่อันที่ว่าเป็อัจฉริยะที่เมืองเลี่ยงหงยากจะพานพบเชียวนะ!"
"แต่ข้าว่าเป็ห่าวเหวยจากเมืองสงซานมากกว่ามั้ง"
"อืม!คนนั้นเขาก็ว่าฝีมือใช่ย่อยนี่!"
"ข่งเซี๊ยจากเมืองยี่เป่ยก็มีโอกาสอยู่นะ!"
เสียงซุบซิบนินทาดังมาไม่ขาดสาย ต่างคนต่างก็เอ่ยชื่อคนที่เป็ตัวแทนของเมืองที่ตนอยู่มาอวดอ้างกันอย่างครึ้นเครง จนเมื่อได้มองเห็นทางสี่นิกายตรวจสอบคะแนนกันเสร็จนี้เองจึงได้เงียบเสียงลง
"ฮ่าๆ ขอโทษท่านตัวแทนทั้งสามนิกายด้วย นิกายเพลิงอัคคีของเราเป็ฝ่ายชนะในครั้งนี้!"เสิ้นจื่อ าุโของนิกายเพลิงอัคคีหัวเราะออกมาอย่างดีใจที่ได้เห็นสีของแผ่นหยกบันทึกคะแนน เป็สีของนิกายของเขาที่มีจำนวนมากกว่า
ตัวแทนของทั้งสามนิกายหันมองหน้าเสิ้นจื่อ ก่อนโยนแหวนมิติให้อย่างไม่พอใจ แต่ที่จริงพวกเขาก็ไม่สนใจแม้แต่น้อยเลย เพราะสิ่งที่ต้องจ่ายเป็ของเดิมพันนั้นทางนิกายเป็ผู้จัดเตรียมให้ แต่ที่แสดงอาการไม่พอใจเพราะว่าเสียหน้านิดหน่อยเท่านั้นเอง
จากนั้นจงอี้เฉินก็ยกมือขึ้นมาคล้ายห้ามปรามให้ทุกคนเงียบเสียงลง
"เอาล่ะทุกคนจงตั้งใจฟังกันให้ดี!"
"การแข่งขันในครั้งนี้ ใครที่ได้สามอันดับแรกจะมีสิทธิ์เลือกเข้าเป็ศิษย์หลักของพวกเราทั้งสี่นิกายด้วยตนเอง!"
"ส่วนผู้ที่อยู่ในสิบอันดับแรกจะมีโอกาสได้รับเลือกเข้าสู่นิกายทั้งสี่ด้วยเหมือนกัน!"
หลังจากเสร็จสิ้นการประกาศของจงอี้เฉิน เสียงพูดคุยก็ดังเซ็งแซ่ขึ้นอีกครั้งในทันที
จบตอนที่ 25