หลังจากไป๋ลี่จิงค้นหาแผ่นที่ค่ายทหารของข้าศึกที่ท่านพ่อวางไว้ที่โต๊ะทำงานพบนางก็ควบม้าออกมาจากค่ายทหารมุ่งหน้าไปตามแผ่นที่ในมือ
เมื่อถึงค่ายทหารของศัตรูนางแอบซ่อนตัวเข้าไปสืบดูความเคลื่อนไหวภายในค่ายนางซุ่มสังเกตการณ์และจดจำตำแหน่งสถานที่เก็บเสบียงอาหารและคลังอาวุธ
ไป๋ลี่จิงสืบได้ว่ากระโจมของแม่ทัพใหญ่แคว้นจ้าวอยู่ที่ใดนางจึงแอบเข้าไปซุ่มดูสังเกตได้ว่าในกระโจมไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
นางเฝ้าซ่อนเร้นกายอยู่ใต้ต้นไม้ด้านข้างของกระโจมแม่ทัพใหญ่แคว้นจ้าวได้ยินเสียงฝีเท้าคนหลายคนเดินเข้ามามีเสียงตะคอกมาเดาว่าหน้าจะเป็เสียงของแม่ทัพใหญ่แคว้นเ้าดังมาตามทางเดินจนกระทั่งเดินเข้าไปภายในกระโจม
"เสบียงถูกปล้นกลับคืนไปอย่างนั้นหรือ? ไหนว่าเป็ยอดฝีมือจากเมืองหลวงทำไมถึงได้พลาดท่าเสียทีเข้าได้แบบนี้พวกมันก็มีเสบียงพอที่จะต่อสู้กับพวกเราไปได้อีกหลายเดือนน่ะสิ
ครั้งนี้ถึงจะมีชัยที่ฆ่าแม่ทัพใหญ่ของพวกมันได้แต่เราเองก็เสียกำลังพลไปไม่น้อยแล้วที่ข้าสั่งให้ไปสืบว่าอ๋องโจวาเ็ร้ายแรงถึงชีวิตหรือไม่? ได้ความมาว่ายังบ้าง"
หัวนายหน่วยทหารม้ารีบรายงานต่อแม่ทัพใหญ่แคว้นเ้า
“เื่อาการาเ็ของท่านองค์โจวสายข่าวรายงานมาว่าท่านอ๋องได้รับาเ็สาหัสกำลังรักษาตัวอยู่ส่วนจะถึงชีวิตหรือไม่ต้องรอฟังข่าวอีกครั้งขอรับท่านแม่ทัพ”
“บอกคนของเ้าว่าให้เฝ้าดูอาการท่านอ๋องโจวแล้วรายงานข้ามาเป็ระยะๆหากอ๋องโจวสิ้นชีพพวกเราก็เตรียมฉลองชัยชนะกันไว้ได้เลยฮ่ะๆ ฮ่ะๆ”
แม่ทัพใหญ่หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีหมดแม่ทัพไป๋กับอ๋องโจวเขาก็ไม่ต้องกลัวใครหน้าไหนอีกต่อไป
ไป๋ลี่จิงเมื่อสืบรู้เื่ราวต่างๆภายในค่ายยิ่งทำให้นางเจ็บแค้นมากยิ่งขึ้นไปอีกเป็จริงอย่างที่นางคาดการณ์ไว้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เื่บังเอิญ
เมื่อได้รับรู้ความจริงจากปากแม่ทัพแคว้นจ้าวทำให้รู้ว่ามีคนชั่วช้าที่อยู่ในเมืองหลวงร่วมมือกับพวกฏแคว้นจ้าวเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการโจมตีเมืองชายแดนเหนือให้แตกพ่าย
ข้าต้องรู้ให้ได้ว่ามันผู้นั้นเป็ใครข้าจะฆ่าพวกมันให้สิ้นซากทั้งตระกูลเพื่อล้างแค้นแทนบิดาเ้าคนที่ซ่อนตัววางแผนอยู่ที่เมืองหลวงคงต้องปล่อยให้มันเสวยสุขไปก่อน
ส่วนพวกที่ต้องจัดการเป็อันดับแรกคือพวกฏแคว้นจ้าวข้าจะกวาดล้างพวกมันไปให้พ้นจากแผ่นดินชายแดนเหนือจงได้!
ไป๋ลี่จิงกลับเข้าวังมาก็รีบอาบน้ำเปลี่ยนชุดไม่ว่านางกำนัลจะถามอะไรนางก็ไม่ยอมพูดแม้แต่คำเดียว
จากนั้นนางไม่รอช้ารีบตรงไปขอเข้าเฝ้าองค์ชายจื่อเหยาเพื่อถามถึงพระอาการของท่านอ๋องโจวว่าเป็อย่างไรองค์ชายเมื่อรู้ว่านางมาขอเข้าเฝ้าก็รีบออกมาถามไถ่ด้วยความห่วงใยถึงสาเหตุที่นางหายตัวไป
“เ้าหายไปไหนมาตั้งสองวันรู้หรือไม่ว่าเราเป็ห่วงเ้ามากเพียงใดออกตามหาเ้าไปทั่วไปหมด”
ไป๋ลี่จิงทำสีหน้าอ่อนโยนลงที่เห็นองค์ชายแสดงท่าทีห่วงใยนางอย่างจริงใจ
“ขอบพระทัยเพคะที่ทรงเป็ห่วงหม่อมฉันไปทำเื่สำคัญบางอย่างเพียงแต่เื่นั้นเอาไว้ก่อนดีกว่าตอนนี้หม่อมฉันอยากทราบว่าท่านอ๋องอาการเป็อย่างไรบ้างเพคะปล่อยภัยแล้วใช่หรือไม่?”
ใบหน้าขององค์ชายดูเศร้าหมองลงในทันทีพอเอ่ยคำพูดก็ทรงมีน้ำเสียงที่สั่นเทา“เสด็จพ่ออาการสาหัสยังไม่รู้ว่าจะฟื้นคืนสติเมื่อใดเสด็จแม่ก็มาล้มป่วยลงอีกคนเราเองไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป”
ไป๋ลี่จิงเข้าใจถึงแรงกดดันที่องค์ชายกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้แต่จะมั่วมานั่งปลอบใจก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เื่เลวร้ายต่างๆกำลังรอองค์ชายอยู่เบื้องหน้าสิ่งที่นางควรทำคือช่วยองค์ชายจัดการเื่นี้ให้จบสิ้นโดยเร็วที่สุด
ตัวนางก็มีแค้นที่ต้องชำระมิเช่นนั้นนางจะเอาหน้าที่ไหนไปกลับไปสู้หน้าท่านพี่ไป๋ลี่จ้งที่นางไม่อาจสังหารศัตรูชั่วช้าเ่าั้
ไป๋ลี่จิงทำในสิ่งที่ตนไม่เคยกระทำมาก่อนด้วยการเดินเข้าไปจับมือองค์ชายอย่างแ่เบาเพื่อให้องค์ชายรู้สึกว่าองค์ชายไม่ได้กำลังสู้อยู่เพียงลำพังยังมีนางอีกคนที่อยู่เคียงข้างพร้อมที่จะร่วมสู้ไปกับพระองค์
“หม่อมฉันขอให้องค์ชายทำอะไรให้หม่อมฉันอย่างหนึ่งได้ไหมเพคะ”
องค์ชายทรงแปลกใจกับท่าทีของไป๋ลี่จิงที่เปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคนปกตินางไม่มีทางใช่กิริยาอ่อนโยนเช่นนี้มาขอร้องบุรุษ
“เ้าจะให้เราทำอะไร?”
“หม่อมฉันอยากจะขอให้ขอองค์ชายเสด็จไปหาพระชายาพร้อมกับหม่อมฉันแล้วช่วยทูลขอร้องให้พระชายาแต่งตั้งหม่อมฉันขึ้นเป็องค์หญิงซูหนี่วันนี้ได้หรือไม่เพคะ”
องค์ชายถึงกับตกตะลึงกับคำขอร้องของไป๋ลี่จิงนี่เป็เพราะนางเสียท่านพ่อไปอย่างกะทันหันทำให้นางเสียสติไปแล้วเหรอ
“เ้าพูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่าหรือว่าพอท่านพ่อเ้าไม่อยู่แล้วเ้ากลัวว่าเ้าจะไม่ได้เป็องค์หญิงนี่มันใช่เวลาที่เ้าจะมานั่งห่วงเื่นี้นะ”
ไป๋ลี่จิงทำหน้าอ่อนใจที่องค์ชายเข้าใจนางผิดอีกแล้ว
“ใช่ที่ไหนกันเพคะที่หม่อมฉัน้าตำแหน่งองค์หญิงซูหนี่เพราะว่าหม่อมฉันมีเหตุผล”
“เหตุผลอะไรของเ้า เ้าคิดว่าตำแหน่งองค์หญิงนึกจะเป็ก็เป็ได้อย่างนั้นหรือมันมีกฎข้อบังคับตั้งหลายอย่างเ้าคิดว่าตอนนี้ตัวเ้าเหมาะสมกับตำแหน่งนั้นแล้วหรือไง”
ไป๋ลี่จิงพยายามเก็บกั้นอารมณ์โมโหไว้อย่างสุดกำลังคำพูดขององค์ชายแต่ละคำชั่งดูถูกนางยิ่งนัก
"หม่อมฉันไม่มีเวลาจะมาโต้เถียงเื่ความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมกับตำแหน่งสิ่งที่หม่อมฉัน้าก็คือการมีตัวตนที่แท้จริงและอำนาจสั่งการทุกอย่างเทียบเท่ากันกับพระองค์หากทรงไว้วางพระทัยในตัวหม่อมฉันอย่างที่ผ่านมา
หม่อมฉันมีวิธีจัดการกับฏ แคว้นจ้าวพวกนั้นหม่อมฉันจะขับไล่พวกมันไปให้พ้นจากแผ่นดินของเราและจะทำให้พวกมันรู้จักคำว่าพ่ายแพ้ที่น่าอดสูที่สุดกองทัพของพวกมันจะย่อยยับจนไม่กล้ายกทัพมาก่อกวนเราได้อีกต่อไปเราไม่ต้องมาคอยรับศึกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันดังเช่นที่ผ่านมาอีกแล้วเพคะ"
องค์ชายมองไป๋ลี่จิงอย่างไม่ค่อยเชื่อนักว่านางจะทำได้จริงอย่างที่พูดเสด็จพ่อสู้ศึกนี้มาเป็สิบปียังไม่เคยมีครั้งไหนที่จะสามารถขับไล่พวกมันจนไม่กล้ายกทัพกลับมา
“เ้ามั่นใจจริงหรือว่าเ้าจะทำได้จริงอย่างที่พูด”
“มั่นใจเพคะที่หม่อมฉันหายหน้าไปสองวันเพราะหม่อมฉันแอบเข้าไปในค่ายของพวกมันและตลอดทางที่หม่อมฉันเดินทางกลับหม่อมฉันก็ได้คิดวางแผนเอาไว้หมดแล้วว่าจะจัดการพวกมันยังไงขอแค่พระองค์กับพระชายาเชื่อใจหม่อมฉันทุกอย่างหม่อมฉันจะเป็คนจัดการเองเพคะ”
องค์ชายแม้จะไม่ค่อยเชื่อว่าเด็กสาวอายุแค่สิบห้าจะจัดการเื่ใหญ่ขนาดนั้นด้วยตัวเองได้แต่ว่าตอนนี้องค์ชายเองก็ไม่มีทางอื่นให้เลือก
ศึกนี้ถ้าไม่มีคนอาสาออกมาช่วยตัวองค์ชายเองก็ไม่มั่นใจว่าตนเองจะเอาชนะศึกนี้ได้เมื่อนางบอกว่านางมีวิธีก็คงต้องลองเชื่อนางดูสักครั้ง
พระชายาร่างกายยังไม่ค่อยสู้ดีนักด้วยทรงเป็ห่วงพระสวามีและข้าศึกที่ตั้งค่ายรอเวลาบุกเข้าโจมตีเมืองอยู่ตรงหน้าทรงเสวยได้น้อยลงทำให้ไม่มีเรี่ยวแรง
นางกำนัลประจำพระองค์เข้ามาทูลรายงานว่าองค์ชายจื่อเหยากับแม่นางไป๋มาขอเข้าเฝ้าเพคะพระชายาจึงให้นางกำนัลประคองพระองค์ออกมานั่งที่ห้องรับแขก
“เสด็จแม่เป็อย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะลูกเป็ห่วงจึงพาไป๋ลี่จิงมาเยี่ยม”
“แม่ไม่เป็ไรพักเสียหน่อยด้วยก็ดีขึ้นไป๋ลี่จิงเราต้องขอโทษเ้าด้วยที่ไม่ได้ไปดูแลเ้าท่านพ่อของเ้าจากไปทั้งคนเ้าคงเสียใจมากท่านแม่ทัพไป๋ไม่น่าจะต้องมาจบชีวิตที่นี่...เรารู้สึกผิดต่อเ้าเหลือเกิน”
“พระชายาอย่าทรงคิดมากเลยเพคะขอพระองค์โปรดถนอมพระวรกาย วันนี้ที่หม่อมฉันมาเยี่ยมพระองค์เพราะหม่อมฉันมีเื่จะทูลขอเพคะ”
องค์ชายทรงมองหน้าไป๋ลี่จิงเหมือนจะห้ามปรามว่าเดี๋ยวพระองค์จะเป็คนพูดเื่นั้นเองแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วไป๋ลี่จิงเอ่ยปากพูดขึ้นเสียเอง
“หม่อมฉันจะทูลขอให้พระองค์ช่วยพระราชทานราชโองการแต่งตั้งหม่อมฉันขึ้นเป็องค์หญิงซูหนี่วันนี้เพคะ”
พระชายามองเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้านางไม่ใช่คนพูดจาเหลวไหลต้องมีสาเหตุอะไรสักอย่างทำให้นางอยากได้ตำแหน่งองค์หญิง
“เ้าบอกเหตุผลมาให้เราฟังสิว่าทำไมเ้าถึง้าตำแหน่งองค์หญิงและทำไมถึงต้องรีบร้อนจะเอาตำแหน่งวันนี้ให้ได้”ไป๋ลี่จิงคลุกเขาก้มตัวลงกับพื้น “แค้นฆ่าบิดาไม่อาจอยู่ร่วมแผ่นดินเพคะ”
พระชายาทรงได้ยินดังนั้นก็เกิดสะท้อนในใจเด็กสาวอายุเพียงเท่านี้ทำไมนางถึงมีความกล้าหาญจะล้างแค้นให้บิดา
“เ้ารู้หรือไม่ว่าคนที่ฆ่าบิดาเ้ามีกำลังทหารอยู่ในมือเท่าไหร่เ้าลืมแล้วหรือว่าเ้าเป็เพียงสตรีตัวเล็กๆจะเอากำลังที่ไหนไปสู้รบตบมือกับพวกมันได้”
“หม่อมฉันทราบดีว่าหม่อมฉันไม่มีทั้งกำลังและอำนาจหม่อมฉันถึงได้มาขอพระราชอำนาจจากพระองค์เพคะขอพระองค์ได้โปรดเมตตาและให้โอกาสหม่อมฉันได้ถวายงานช่วยเหลือองค์ชายยกทัพขับไล่ข้าศึกด้วยเทอญเพคะ”
องค์ชายจื่อเหยาทรงรีบคุกเข่าช่วยขอร้องพระชายาอีกแรง
“ขอเสด็จแม่ได้โปรดทรงพระกรุณาแต่งตั้งให้นางเป็องค์หญิงด้วยเทอญพ่ะย่ะค่ะนางบอกลูกว่านางมีวิธีที่จะทำให้พวกเราชนะศึกครั้งนี้ได้พ่ะย่ะค่ะ”
พระชายานิ่งคิดอยู่ชั่วครู่ก็ทรงตรัสให้นางกำนัลไปเอาหีบสีแดงลายดอกโบตั๋นในห้องบรรทมมาทรงเปิดหีบและหยิบกล่องเล็กๆ สีขาวออกมา
หยิบตราสีทองมีอักษรสลักเอาไว้ว่าโจวซูหนี่แล้วทรงเรียกให้ไป๋ลี่จิงเข้าไปใกล้ๆพระชายาทรงพระราชทานตราประจำตัวองค์หญิงให้กับไป๋ลี่จิง
“สถานการณ์บ้านเมืองคับขันเสด็จพ่อของเ้าก็ยังไม่ฟื้นคืนสติรอให้ทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติเราจะจัดพิธีแต่งตั้งเ้าให้สมเกียรติต่อไปให้เรียกเราว่าเสด็จแม่จงจำไว้ให้ขึ้นใจเ้าไม่ได้ชื่อไป๋ลี่จิงอีกต่อไปเ้าเป็คนของตระกูลโจวนามว่าองค์หญิงโจวซูหนี่”
ไป๋ลี่จิงรับตราประจำตำแหน่งไว้ในมือพร้อมกล่าวคำปฏิญาณ
“หม่อมฉันจะจดจำพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ให้ขึ้นใจเพคะหม่อมฉันองค์หญิงโจวซูหนี่จะจงรักภักดีวางตนให้เหมาะสมกับตำแหน่งถวายตนรับใช้ตระกูลอ๋องโจวอย่างเต็มความสามารถเพคะ”
พระชายาทรงรับรู้ได้ถึงความจริงใจจากเด็กสาวผู้นี้พระองค์ค่อยรู้สึกวางพระทัยที่โอรสของพระองค์จะมีสหายคู่คิดแม้นางจะเป็สตรีธรรมดาแต่นางมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวไม่แพ้บุรุษดีเหลือเกินที่นางมาที่นี่ได้ทันเวลา
ทั้งสองทูลลาพระชายาเพื่อให้พระองค์ได้กลับไปเข้าพักผ่อนองค์ชายพาไป๋ลี่จิงมาส่งที่ตำหนักของนาง
“พรุ่งนี้เ้าเตรียมตัวเข้าประชุมที่ท้องพระโรงเราจะประกาศพระราชโองการแต่งตั้งเ้าอย่างเป็ทางการกับพวกขุนนางทั้งหลาย”
ตลอดทางเดินกลับมาจากตำหนักพระชายาไป๋ลี่จิงเอาแต่มองตราประจำตัวของตนอย่างมีความสุขนี้แสดงว่าพระชายาทรงสั่งทำตรานี้ไว้เพื่อรอวันที่จะมอบให้นางไว้อยู่แล้ว
ทำให้นางอารมณ์ดีมีกะจิตกะใจที่จะล้อองค์ชายจื่อเหยาเพื่อให้บรรยากาศคลายความตึงเครียดลงบ้าง“เพคะ น้องจะทำตามพระกระแสรับสั่งของเสด็จพี่เพคะ”
องค์ชายไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง“เมื่อกี้เ้าแทนตัวเ้าว่าน้องและเรียกเราว่าอะไรนะ”
ไป๋ลี่จิงกะพริบตาถี่ๆ พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้“เสด็จพี่อย่างไรล่ะเพคะทำไมหรือ!..ไม่ทรงอนุญาตให้หม่อมฉันเรียกว่าเสด็จพี่หรือเพคะ”
“ไม่ใช่ว่าไม่เต็มใจเราแค่ยังไม่คุ้นที่เ้าแทนตัวเองว่าน้องกับคำที่เ้าเรียกเราว่าเสด็จพี่”
ไป๋ลี่จิงหรี่ตามององค์ชายอย่างเอาเื่“ตอนนี้หม่อมฉันเป็น้องสาวของพระองค์อย่างถูกต้องต่อไปไม่ว่าจะเื่ใดองค์ชายก็ต้องตามใจน้องสาวคนนี้ห้ามขัดใจเป็อันขาดเข้าแล้วใช่ไหมเพคะ”
องค์ชายไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดีที่มีน้องสาวอย่างนางทุกครั้งที่นาง้าทำสิ่งใดนางก็จะวางท่าทีอ่อนโยนออดอ้อนน่ารัก
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่นางไม่พอใจก็เปลี่ยนเป็อีกคนที่หยาบกระด้างไม่ไว้หน้าใครนางชั่งเป็สตรีที่น่ากลัวเหลือเกิน
องค์หญิงโจวซูหนี่แห่งแดนเหนือในที่สุดน้องไป๋ลี่จิงก็มีที่ให้ยืนแล้วสินะ
อ่านแล้วชอบช่วยกดหัวใจ เป็กำลังให้นักเขียนด้วยนะจ๊ะ ขอบคุณคะ นามปากกา K.P.STOM
ebook วางจำหน่ายแล้วนะคะ https://www.mebmarket.com/ebook-239246-