ชีวิต่นี้ของผมเหมือนความฝันเลยครับ
หลังจากกลับมาจากทริปทะเลหวานแหววที่หัวหิน ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพี่คิรินก็พัฒนาไปไกลจนกู่ไม่กลับ จากรูมเมตหน้าตายที่ชอบทำตัวเผด็จการ กลายมาเป็แฟนหนุ่มคลั่งรักที่คอยตามใจผมทุกอย่าง เขาดูแลผมดีจนผมแทบจะไม่ต้องกระดิกตัวทำอะไรเองเลย ความสุขที่อัดแน่นอยู่ในใจมันทำให้ผมหลงลืมเื่ราวแย่ๆ และมองข้ามความผิดปกติบางอย่างไปเสียสนิท ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนที่โชคดีที่สุดในโลกที่มีผู้ชายคนนี้อยู่เคียงข้าง
วันนี้เป็คืนวันศุกร์ พี่คิรินออกไปซูเปอร์มาร์เก็ตหน้าปากซอยเพื่อซื้อของสดและขนมขบเคี้ยวมาตุนไว้ทำอาหารในวันหยุด ส่วนผมกำลังนั่งหัวหมุนอยู่กับรายงานวิชาประวัติศาสตร์วรรณกรรมที่ต้องส่งอาจารย์ภายในเที่ยงคืนนี้
"โอยยยย... ทำไมคอมค้างตอนนี้วะเนี่ย!"
ผมโวยวายเสียงดังเมื่อจู่ๆ หน้าจอแล็ปท็อปคู่ใจของผมก็ค้างเติ่ง ก่อนจะดับวูบไปต่อหน้าต่อตา แบตเตอรี่เสื่อมสภาพของมันคงถึงคราวสิ้นอายุขัยแล้วจริงๆ
ผมมองนาฬิกาบนผนัง ตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้ว ผมเหลือเวลาอีกไม่ถึงสองชั่วโมงในการแก้คำผิดและกดส่งไฟล์ ผมไม่มีเวลามานั่งรอให้คอมตัวเองบูสต์เครื่องใหม่แน่ๆ
ความคิดเดียวที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ 'คอมพิวเตอร์ในห้องทำงานของพี่คิริน'
ปกติแล้วพี่คิรินจะไม่ค่อยหวงห้องทำงานเท่าไหร่ เขาเคยบอกว่าผมสามารถเข้าไปใช้เครื่องปรินต์หรือหาหนังสืออ่านได้ตามสบาย ผมจึงไม่ลังเลที่จะลุกจากเตียงและเดินตรงไปยังห้องทำงานของเขา
ผมบิดลูกบิดประตูเข้าไป ภายในห้องมืดสนิท มีเพียงแสงสว่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์มอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานที่ถูกเปิดทิ้งไว้ พี่คิรินคงจะรีบออกไปซื้อของจนลืมปิดเครื่อง หรือไม่ก็คงสลีปหน้าจอเอาไว้
ผมเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้เกมมิ่งตัวใหญ่ของเขา ขยับเมาส์เพื่อปลุกให้หน้าจอตื่นขึ้นมาเต็มระบบ ผมตั้งใจจะเปิดเบราว์เซอร์เพื่อเข้าอีเมลและดึงไฟล์รายงานที่ผมแบคอัพไว้ในคลาวด์มาแก้ไขต่อ
แต่ทว่า... ภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ กลับไม่ใช่หน้าเดสก์ท็อปว่างเปล่าอย่างที่ผมคิด
มันคือหน้าต่างโปรแกรมแชตสีเขียวคุ้นตาที่ถูกเปิดค้างไว้ และแชตที่กำลังเปิดอยู่คือแชตส่วนตัวระหว่าง 'พี่คิริน' กับ 'ไอ้บาส' เพื่อนสนิทของผมเอง
ผมขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ สองคนนี้ไปสนิทกันถึงขั้นแชตคุยกันส่วนตัวั้แ่เมื่อไหร่?
แม้ว่าพี่คิรินจะเคยสารภาพกับผมในคืนที่เรารวบหัวรวบหางกันว่า เขาเตี๊ยมกับไอ้บาสเพื่อต้อนผมมาอยู่ที่นี่ แต่ผมก็ไม่เคยรู้รายละเอียดเบื้องลึกเื้ัเลย ผมคิดมาตลอดว่าเขาคงแค่ขอร้องไอ้บาสด้วยความบีบคั้น หรืออาจจะข่มขู่เพื่อนผมด้วยอารมณ์ชั่ววูบของคนแอบรัก
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่เอาชนะมารยาท ผมเอื้อมมือไปเลื่อนลูกกลิ้งบนเมาส์ เพื่อสกรอลล์ดูข้อความย้อนหลังในแชตนั้น
ยิ่งผมเลื่อนอ่านข้อความย้อนกลับไปไกลเท่าไหร่ รอยยิ้มบนใบหน้าของผมก็ยิ่งค่อยๆ จางหายไป ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง ความชาวาบที่แล่นปลาบั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า และความรู้สึกเหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กลางแสกหน้าอย่างจัง
[แชตย้อนหลัง - 3 เดือนก่อน]
Kirin: มึงจัดการเื่ท่อน้ำที่หอกระจอกๆ ของเพื่อนมึงเรียบร้อยยัง กูโอนเงินให้ช่างไปแล้ว
Bas: เรียบร้อยครับพี่ ผมให้ช่างเจาะท่อเมนให้แตกเลย รับรองว่าน้ำท่วมห้องไอ้หนาวจนอยู่ไม่ได้แน่ๆ เฟอร์นิเจอร์มันคงพังหมดแหละ แต่ช่างมันเถอะ
Kirin: ดี แล้วเื่ไฟล่ะ?
Bas: ผมแอบไปสับคัตเอาต์ที่ชั้นมันลงแล้วครับ เ้าของหอก็รับเงินพี่ไปเรียบร้อย เขาบอกจะแกล้งทำเป็ซ่อมไม่ได้สักสามสี่วัน ปล่อยให้มันนอนร้อนไป
Kirin: หึ... คืนนี้มึงก็ทำหน้าที่ของมึงซะ โน้มน้าวให้มันมาขอแชร์ห้องกับกูให้ได้ ถ้ามันมา กูจะซื้อ PS5 เครื่องใหม่ส่งไปให้มึงถึงห้อง
Bas: จัดไปครับพี่เขย! ไอ้หนาวมันซื่อบื้อจะตาย มันไม่สงสัยหรอก ผมจะเป่าหูมันเองว่าพี่เป็คนดี เป็ห่วงมัน
มือของผมที่จับเมาส์อยู่สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ข้อความที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ามันเ็า โหดร้าย และเต็มไปด้วยการจัดฉากที่สมบูรณ์แบบ มันไม่ใช่การกระทำของ 'คนแอบรักที่สิ้นหวัง' อย่างที่เขาเคยสารภาพกับผมทั้งน้ำตา แต่มันคือการกระทำของ 'ผู้ล่า' ที่วางแผนอย่างเืเย็นเพื่อตะครุบเหยื่อ โดยมีเพื่อนสนิทที่สุดของเหยื่อเป็หนอนบ่อนไส้
ผมกัดริมฝีปากตัวเองแน่นจนรู้สึกถึงกลิ่นคาวเื เลื่อนเมาส์อ่านข้อความถัดไปที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ่ที่ผมย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ๆ
[แชตย้อนหลัง - 1 เดือนก่อน]
Bas: พี่คิริน แผนเป็ไงบ้างครับ ไอ้หนาวมันยอมนอนห้องเล็กไหม
Kirin: ห้องเล็กกูจัดการพังแอร์ไปแล้ว มันเปิดไม่ติดหรอก คืนนี้กูจะอ้างว่าช่างยังไม่มาซ่อม แล้วหลอกให้มันมานอนเตียงเดียวกับกู
Bas: เชดดดด! พี่แม่งร้ายว่ะ หลอกเด็กมันเนียนๆ เลยนะ
Kirin: เด็กมันซื่อ หลอกง่ายจะตาย แค่ทำดีด้วยนิดหน่อย ทำอาหารให้กิน มันก็ใจอ่อนแล้ว อีกไม่นานมันก็ต้องเสร็จกู กูจะทำให้มันหนีไปไหนไม่ได้อีกเลย
ข้อความบรรทัดสุดท้ายนั้น... มันเหมือนมีดแหลมคมที่กรีดลึกลงไปในหัวใจของผมจนเหวอะหวะ ไม่เหลือชิ้นดี
'เด็กมันซื่อ หลอกง่ายจะตาย'
'อีกไม่นานมันก็ต้องเสร็จกู'
คำพูดพวกนี้มันคืออะไร? นี่คือคำพูดของผู้ชายที่พร่ำบอกว่ารักผม ทะนุถนอมผม และจะปกป้องผมงั้นเหรอ?
ความทรงจำดีๆ ที่เราสร้างร่วมกันมาตลอดหลายสัปดาห์ ความหวานชื่นที่ริมทะเลเมื่อไม่กี่วันก่อน รอยจูบแสนละมุนที่ระเบียง หรือแม้กระทั่งอ้อมกอดอุ่นๆ บนเตียงนอน... ทุกสิ่งทุกอย่างมันถูกฉาบเคลือบไปด้วยคำโกหกหลอกลวงและการจัดฉากั้แ่ต้นจนจบ! เขาไม่ได้แค่จ้างคนมาทำลายท่อน้ำ แต่เขาทำพังแอร์ในห้องเล็กเพื่อบังคับให้ผมไปนอนกับเขา เขาตั้งใจบีบบังคับผมทุกวิถีทางโดยที่ผมไม่เคยรู้ตัวเลย
เขาเห็นผมเป็แค่หมากตัวหนึ่งในเกมจิตวิทยาของเขา เป็แค่เด็กโง่ๆ ที่ถูกหลอกให้รักและตกลงไปในหลุมพรางที่เขากับเพื่อนสนิทของผมร่วมมือกันขุดเอาไว้
ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนโง่... โง่ที่สุดในโลก โง่ที่หลงเชื่อน้ำตาและการสารภาพรักจอมปลอมของเขา โง่ที่คิดว่าเขาเปลี่ยนไปแล้ว โง่ที่มอบหัวใจและร่างกายให้เขาไปจนหมดสิ้น
หยาดน้ำตาสีใสหยดแหมะลงบนหลังมือของผมโดยที่ผมไม่รู้ตัว ก่อนที่มันจะพรั่งพรูออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงสะอื้นไห้ที่พยายามกลั้นไว้หลุดลอดออกมาจากลำคอ ร่างกายของผมสั่นสะท้านอย่างรุนแรงด้วยความเ็ปและความรู้สึกถูกทรยศที่ถาโถมเข้ามาจนรับไม่ไหว
ทำไม... ทำไมเขาถึงใจร้ายกับผมได้ขนาดนี้ ทำไมเพื่อนสนิทอย่างไอ้บาสถึงเห็นแก่เครื่องเกมโง่ๆ มากกว่าความเดือดร้อนของผม ทำไมทุกคนถึงเห็นชีวิตผมเป็แค่เื่สนุก เป็แค่ของเล่นที่เอาไว้เดิมพันกัน
ผมยกมือขึ้นปิดหน้า ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใครอีกต่อไป ความรู้สึกอึดอัดและเจ็บร้าวในอกมันทรมานจนแทบจะขาดใจ ความเชื่อใจที่ผมมีให้เขามันพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี โลกทั้งใบที่ผมคิดว่ามีเขาเป็ที่พักพิงที่ปลอดภัยที่สุด กลับกลายเป็กรงขังที่เต็มไปด้วยคำลวงโลก
แกร๊ก...
เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับแสงสว่างจากโถงทางเดินที่สาดส่องเข้ามา
"ต้นหนาว? เข้ามาทำอะไรในนี้ครับ พี่ซื้อเค้กสตรอว์เบอร์รีของโปรดหนูมาฝากด้วยนะ..."
เสียงทุ้มต่ำและแสนอบอุ่นที่ผมคุ้นเคยดังขึ้นด้านหลัง พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้ แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบประโยค เสียงของเขาก็ขาดหายไปในลำคอ
ผมหมุนเก้าอี้กลับไปเผชิญหน้ากับเขา ใบหน้าของผมเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาของผมแดงก่ำและเต็มไปด้วยความเ็ป ความผิดหวัง และความโกรธแค้นที่อัดแน่นอยู่ภายใน
พี่คิรินยืนชะงักงันอยู่ตรงกรอบประตู ถุงพลาสติกจากซูเปอร์มาร์เก็ตในมือของเขาร่วงหล่นลงสู่พื้นจนข้าวของและกล่องเค้กกระจายเกลื่อนกลาด สายตาคมกริบของเขามองสลับระหว่างใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาของผม กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงสว่างวาบและโชว์หน้าต่างแชตที่แสนจะเ็านั้นไว้อย่างชัดเจน
ใบหน้าหล่อเหลาของเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ความหวาดกลัวและตื่นตระหนกพาดผ่านดวงตาคู่นั้นเป็ครั้งแรก
"ต้นหนาว... คือ... พี่อธิบายได้นะ..."
เขาพยายามจะก้าวเข้ามาหาผม มือหนายื่นออกมาข้างหน้าด้วยความสั่นเทา
"อย่าเข้ามานะ!"
ผมตวาดลั่นสุดเสียง ผุดลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ทันที สองมือปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มอย่างลวกๆ
"อย่าเอามือสกปรกๆ ของพี่มาโดนตัวผม! อย่ามาแตะต้องผม!"
"ต้นหนาว... ฟังพี่ก่อน... ข้อความพวกนั้นมัน..."
เขาพูดเสียงสั่น พยายามก้าวเข้ามาอีกก้าว
"มันคือความจริงไง!"
ผมะโสวนกลับไป เสียงของผมสั่นเครือจนแทบจะฟังไม่รู้เื่
"มันคือความจริงที่ว่าพี่เห็นผมเป็แค่เด็กโง่ๆ ที่หลอกง่าย! เป็แค่ของเล่นที่พี่จะจัดฉากปั่นหัวยังไงก็ได้ พี่มันเลว... พี่มันไม่ใช่คน"
"ไม่ใช่นะ! พี่รักหนูจริงๆ สิ่งที่พี่ทำไปทั้งหมดก็เพราะพี่รักหนู"
เขาะโตอบ พยายามจะอธิบายทั้งที่หลักฐานมันมัดตัวแ่า แววตาของเขาเว้าวอนอย่างน่าสงสาร
"รักเหรอ... ความรักของพี่มันคือการทำลายชีวิตผม หลอกลวงผม และซื้อเพื่อนผมงั้นเหรอ!"
ผมชี้หน้าเขา น้ำตาไหลรินลงมาไม่ขาดสาย หัวใจผมเจ็บจนแทบจะหยุดเต้น
"พี่เคยมีความจริงใจให้ผมบ้างไหม หรือที่ผ่านมาพี่แค่สนุกที่ได้เห็นผมดิ้นรนอยู่ในกำมือพี่! พี่มีความสุขมากใช่ไหมที่หลอกคนโง่ๆ อย่างผมได้"
ความเงียบที่แสนจะน่าอึดอัดโรยตัวลงปกคลุมห้องทำงานที่เคยเป็สถานที่ปลอดภัย พี่คิรินยืนนิ่งงัน พูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองผมด้วยสายตาที่เ็ป... แต่ความเ็ปของเขา มันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่หัวใจของผมกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้
ความรักที่ผมคิดว่ามันคือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุด... แท้จริงแล้วมันคือยาพิษที่เขาจงใจป้อนให้ผมกินั้แ่คำแรก