บทที่ 60
คนอพยพ
อยากการซื้อขายถูกร่างขึ้นมา ซูฉีค่อนข้างพึงพอใจกับสัญญาในการซื้อขายในครั้งนี้ เพราะแบบนั้นนางจึงตกลงในการทำสัญญาการซื้อขายกับกองทัพ
ผลผลิตที่ได้มาจากสวนของนางส่วนใหญ่หลังจากการแบ่งเก็บเอาไว้ นางจะขายให้กับกองทัพทั้งหมด
ทุกอย่างดูเหมือนผ่านพ้นไปได้ด้วยดีสัญญาการซื้อขายถูกร่างขึ้นจนเสร็จ นางตกลงการขายเรียบร้อยแล้วเหลือเพียงแค่การส่งผลผลิตเท่านั้น
[ แต้มความดีที่ถือครองอยู่สองพันห้าร้อยแต้ม ]
ซูฉีอยู่ภายในห้วงของความคิดของนาง เบื้องหน้ามันคือข้อความจากระบบร้านค้าความดีที่ปรากฏขึ้นมา
ซูฉีใบหน้าจริงคิ้วทั้งสองเข้าหากัน “ แต้มความดีมีอยู่ทั้งหมดสองพันห้าร้อยแต้ม ”
“ ต้องหาอีกสักหน่อยถ้าเกิดว่าไม่สำรองแต้มเอาไว้ล่ะก็ก็คงจะไม่สามารถใช้งานระบบร้านค้าความดีในการแลกเปลี่ยนพลังวิญญาณ ”
“ แหวนพฤกษาเองก็อยากจะได้อยู่หรอก เพราะตามเงื่อนไขที่บอกแล้วบอกว่าความสามารถของมัน มันสามารถเร่งให้พืชเจริญเติบโต ”
ซูฉีนึกคิดอยากได้ของที่อยู่ภายในร้าน เพียงแต่ว่านางต้องสำรองแต้มความดีให้มากกว่านี้ เพื่อที่จะได้ไหมกระทบกับหลายๆอย่างที่ทำอยู่
แหวนพฤกษาเป็นสิ่งที่สามารถเร่งการเจริญเติบโตของพืชได้
“ ถ้าเกิดว่าได้แหวนพฤกษามาแล้วมันมีความสามารถในการเร่งการเจริญเติบโตของพืชพรรณได้ ”
“ มันก็เทียบเท่ากับว่าผลผลิตภายในสวนของเราจะเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว ”
“ มีอันใดที่ไม่ดีเหล่าแต่ว่าการที่จะได้มันมาก็จำเป็นจะต้องเก็บแต้มความดีให้มากกว่านี้ ”
“ คิดแล้วก็หนักใจแต้มความดีที่รวบรวมอยู่ใน มันเองก็เป็นแต้มความดีที่เก็บรวบรวมมาอย่างเต็มกำลัง ”
ซูฉีลองนึกคิดดูแล้ว นางพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อเก็บรวบรวมแต้มความดีให้ได้มากที่สุด
แต่ว่าการใช้แต้มความดีในปัจจุบัน มันเองก็จำเป็นเป็นอย่างมากและทำให้แต้มความดีที่ต้องใช้มีจำนวนที่มากขึ้น
แต้มความดีที่นางเก็บเกี่ยวมาได้จากบ่อน้ำที่สร้างขึ้นมาในแต่ละวัน มันก็ไม่เพียงพอกับการซื้อของภายในร้านค้าความดี
“ เอาอย่างไรดีมีวิธีไหนที่สามารถหาแต้มความดีให้มากกว่านี้หรือไม่? ” ซูฉีพึมพำกับตนเอง นางพยายามนึกคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น
หาวิธีการในการห้าแต้มความดีจำนวนมากมาให้ได้ แต่ว่ามันก็ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นการได้รับแจ้งความดีมีเงื่อนไขหลายอย่างที่ยุ่งยากพอสมควร
ตึ้ง!!! เสียงดังก้องกังวานขึ้นมาในหู ซูฉีที่ยืนอยู่เงยหน้าขึ้นไปมองอย่างประหลาดใจ
[ เงื่อนไขปรากฏ ทิศตะวันออกของเมืองช่วยเหลือเหล่าผู้อพยพ ได้รับแต้มความดีหนึ่งพันแต้ม]
ข้อความเรืองแสงปรากฏอยู่ท่ามกลางความมืด แสดงให้นางเห็นอย่างชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้า
“ อีกแล้วพวกนี้มันคืออะไรกัน? ” นางก็รู้สึกสงสัยเกี่ยวกับเจ้าสิ่ง ก่อนหน้านี้การช่วยเหลือสองแม่ลูกผู้นั้น ความแบบนี้ปรากฏขึ้นมาคล้ายคลึงว่าเป็นภารกิจที่
แต่นางก็ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าภารกิจพวกนี้มันจะปรากฏมาเมื่อไหร่ ในตอนนี้อยู่มันก็ปรากฏมา
แต่สิ่งที่นางรู้ได้ก็คือภารกิจพวกนี้มันจะให้แต้มความดี อย่างเช่นสิ่งที่อยู่ด้านหน้าแต่ความดีหนึ่งพันแต้ม แต้มความดีขนาดนี้มันสามารถใช้ทำอะไรได้หลายอย่างเลยทีเดียว
ถ้าจะให้นางเก็บรวบรวมแต้มความดีละก็ แต้มความดีหนึ่งพันแต้มนางคงจะต้องใช้เวลาในการเก็บรวบรวมหลายวัน
…
วันถัดมาซูฉีไม่มีทางเลือก ด้วยข้อความจากระบบปริศนาที่มันปรากฏขึ้น มันจึงทำให้นางนั้นต้องเดินทางมาที่บริเวณทางทิศตะวันออกของเมือง
เหตุผลที่เดินทางมาแน่นอนว่าย่อมเป็นเพราะว่าแต้มความดีหนึ่งพันแต้มที่เป็นแต้มความดีจำนวนมาก
เมื่อเดินทางมาถึงยามเช้าของวันบริเวณรอบๆมีแสงส่องผ่านม่านเมฆลงมาบริเวณด้านล่าง ผู้คนมากมายบนถนนเส้นนี้ใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข
หลังจากผ่านพ้นโรคระบาดมาภายในเมืองแห่งนี้ก็แทบจะไม่มีเรื่องร้ายร้ายเกิดขึ้นอีกเลย บางทีการที่เมืองแห่งนี้อยู่อย่างสงบสุขได้ก็อาจจะเป็นเพราะว่ากองทัพเกราะดำ
ตั้งแต่กองทัพเกราะดำเข้ามาดูแลภายในเมือง ภายในเมืองแห่งนี้อาชญากรรมลดลงเป็นอย่างมาก
พวกโจรหรือพวกอันธพาลไม่กล้าแม้แต่จะทำการเสนอหน้าออกมา บางคนที่เป็นผู้มีอิทธิพลหวาดกลัวถึงขนาดที่พวกมันต้องย้ายเมือง
ผู้คนส่วนใหญ่รู้ดีกองทัพก็ดัมมีความเหี้ยมโหดขนาดไหน ความแข็งแกร่งของพวกเขาและความเด็ดขาดของแม่ทัพหนุ่มไม่มีผู้ใดไม่หวาดกลัว
นี่ก็เป็นผลดีกับเมืองแห่งนี้เช่นเดียวกัน เมื่ออันธพาลหรือว่าพวกที่มีเจตนาร้ายออกไปจากเมืองแห่งนี้ เมืองแห่งนี้ก็ปลอดภัยขึ้นการค้าขายเองก็ดูจะเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น
ซูฉีสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างสบายใจโดยที่ไม่จำเป็น เหมือนในครั้งแรกที่นางเดินทางมาที่เมืองแห่งนี้อีกแล้ว ถนนทางตะวันออกของเมือง
ถนนเส้นนี้นางเคยเดินทางมา ครั้งนี้เดินทางมาถึงก็ยังมีผู้คนเดินทางผ่านไปผ่านมาพุ่งพล่านเหมือนทุกวัน
มีพ่อค้าที่เดินทางข้ามระหว่างชายแดนเดินทางมาที่เมืองแห่งนี้ พวกเขานั้นเดินทางมาซื้อของจำนวนมากภายในเมืองแห่งนี้และก็นำคนกลับไปขายที่ต่างแดน
รวมไปถึงสุราภายในร้านของนางด้วย เหล่าพ่อค้าพวกนี้เริ่มกลับมาอีกครั้งสุราของนางก็เริ่มขายดีมากขึ้น เงินที่สามารถทำได้กับการค้าขายสุราก็มีมาก
ประตูทางทิศตะวันออกของเมือง มีทหารเฝ้ารักษาการณ์อย่างรัดกุม เพราะว่าทางประตูทิศตะวันออกมักจะมีพ่อค้าต่างแดนเดินทางเข้ามา
เหล่านั้นจำเป็นจะต้องตรวจสอบอย่าง บางทีอาจจะเป็นฝ่ายศัตรูที่ปลอมกายเป็นเหล่าพ่อค้าแทรกแซงเข้ามา ประตูทางทิศตะวันออกที่เป็นทางเข้าจึงต้องมีการตรวจการที่ละเอียดขวางทาง
ซูฉียืนอยู่บนถนนเส้นนี้นางมองไปทางด้านซ้ายขวา พยายามมองดูว่ามีผู้ใดที่นางต้องช่วยเหลือ
ลี่ถังบ่าวรับใช้คนสนิทที่ติดตามมาด้วยเอ่ยถามขึ้น “ คุณหนูเจ้าคะเหตุใดจึงมาที่ถนนเส้นนี้ล่ะเจ้าคะ? ”
นางสงสัยในการกระทำของคุณหนูของนาง ตามหลักการแล้วคุณหนูของนางไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องเดินทางมาที่ถนนเส้นนี้เลย
อยู่ๆเหตุใดจึงเดินทางมาที่ถนน แถมไม่บอกเรื่องอะไรเอาแต่ยืนอยู่บนถนนควาทสายตามองไปทางนู้นทีทางนี้ทีด้วยท่าทางประหลาด สำหรับบ่าวรับใช้คนสนิทอย่างนางยิ่งรู้สึกงุนงง และอยากได้ความกระจ่างเกี่ยวกับเรื่องนี้
ซูฉีหันไปมองลี่ถัง ยังไม่ทันได้เปิดปากตอบออกไป อยู่ผู้คนบนถนนด้านหน้าก็เริ่มแตกตื่นขึ้น
ซูฉีหันไปมองดวงตาของนางมองตรงไปด้านนอก มองไปยังทิศทางที่ผู้คนมากมายแตกตื่นกัน บนถนนผู้คนมากมายแตกตื่นมุงดูบางอย่าง
พวกทหารที่อยู่บริเวณด้านหน้าเมืองเองก็ พวกเขาหันไปมองกับสิ่งที่เกิดขึ้น บนทางเดินที่ลากยาวก่อนที่จะเข้ามาภายใน
ถนนเส้นนี้เป็นถนนทางเชื่อมระหว่างดินแดนทั้งสอง ท่าทางแปลกประหลาดประมาณห้าถึงหกคนที่มีร่างกายผอมแห้งพร้อมเดินอยู่บนถนนกำลังมุ่งตรงเข้ามาที่เมือง
พวกเขาคงจะเป็นผู้อพยพข้ามดินแดน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีผู้อพยพเดินทางข้ามดินแดน ก่อนหน้านี้เองก็เคยมีผู้อพยพที่อยากจะหนีความอดอยากเดินทางข้ามดินแดนมาอยู่บ่อยครั้ง
นี่เป็นอีกหนึ่งครั้งเท่านั้นที่มีผู้อพยพเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้
ซูฉีมองเห็นกลุ่มคนที่กำลังเดินมาด้วยท่าทางอิดโรย นางรู้ได้ในทันทีว่าคนพวกนี้คือคนที่นางต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือตามข้อความจากระบบร้านค้าที่ปรากฏขึ้นก่อนหน้านี้
เหล่าทหารรักษาการเมืองรีบเคลื่อนที่เข้าไปจับกุมตัวคนพวกนั้นอย่างรวดเร็ว ซูฉีขยับร่างกายคิดจะเข้าไปช่วยเหลือคนพวกนั้น
เพียงแต่ว่าเมื่อนางขยับร่างกายลี่ถังบ่าวรับใช้คนสนิทกับดึงแขนของร่างเอาไว้ “ ไม่ได้นะเจ้าคะคุณหนู ”
“ คนพวกนั้นเป็นคนของอาณาจักรอื่นตามกฎระเบียบแล้วพวกเขาจะโดนคุมตัวเอาไว้ด้วยกองทัพ ”
“ พวกเราไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ ขาเข้าไปตอนที่แล้วก็พวกเราเองก็จะโดนกองทัพจับตัว ” ลี่ถังนางรู้ดีถึงมาตรการของกองทัพรักษา
สถานที่แห่งนี้เป็นเมืองชายแดน การตรวจสอบผู้คนที่อพยพข้ามดินแดนถือว่าเป็นเรื่อง
“ ใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าคุณหนูสามารถไปสนทนากับท่านแม่ทัพหวงได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ”
ได้ยินเช่นนั้นซูฉีถึงสงบลง นางไม่ต้องรีบร้อนก็ได้อย่างไรนางก็รู้จักกับท่านแม่ทัพหวง “ ก็ได้… ”
จบบท