หลินเทียนพยุงร่างของไป๋ซีเดินออกมาถึงขอบสนาม ตรงที่คนของเขายืนรอลุ้นกันอยู่ ก่อนที่ไป๋เยว่จะก้าวเข้ามาดูอาการอย่างใกล้ชิด
“ตอนนี้พลังหยินของนางปะทุรุนแรงมาก หากเป็เช่นนี้ต่อไป ร่างของนางไม่แตกสลาย…ก็แข็งเป็ผลึกน้ำแข็งแน่” นางพูดด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
จินซียืนอยู่ข้าง ๆ ร่างสั่นเทาด้วยความร้อนใจ น้ำตาเอ่อคลอ ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่น
“ทะ…ท่านอาจารย์…ท่านช่วยน้องสาวของข้าด้วยเถอะขอรับ จะทำยังไงก็ได้…”
หลินเทียนนิ่งไปครู่หนึ่ง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดขึ้นเรียบ ๆ
“ช่วยน่ะช่วยได้…แต่มีแค่สามวิธีเท่านั้น หนึ่ง ปิดผนึกกายหยินของนางไว้ แต่ข้าเองก็ไม่รู้วิธีที่แน่ชัด สอง ต้องหาคนที่มีกายพิเศษธาตุหยางมาดูดซับปราณเย็นออกจากนาง…ซึ่งก็แทบเป็ไปไม่ได้ และสาม…ใช้โอสถระดับห้า ‘โอสถเพลิงพิสุทธิ์’”
ซือเหยาที่อยู่ข้าง ๆ ชะงัก ก่อนจะพูดขึ้นทันที
“แล้วจะหาของพวกนั้นได้ยังไงกันคะ โอสถระดับห้านั้นหายากยิ่ง แม้แต่ในเมืองแห่งนี้ก็มีไม่เกินสามเม็ด…แต่ก็เป็โอสถคนละประเภท ไม่สามารถช่วยอาการของนางได้เลย แถมนักหลอมโอสถระดับปรมาจารย์…ในเมืองนี้ก็มีแค่คนเดียว และตอนนี้เขาก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย”
คำพูดนั้นเหมือนค้อนหนักที่ทุบลงกลางอก
จินซีตัวสั่น น้ำตาไหลอาบแก้ม มือกำแขนน้องสาวแน่น
หลินเทียนนิ่งคิดอีกครั้ง ก่อนแววตาจะเปลี่ยนเล็กน้อย คล้ายคิดอะไรออก
เขาหันไปถามซือเหยาทันทีด้วยน้ำเสียงรีบร้อน
“เหยาเหยา ที่สมาคมของเ้ามี ‘ดอกเพลิงวิหก’ หรือไม่?”
ซือเหยาตอบแทบจะทันที
“มีค่ะ คุณชายหลิน…ท่านถามทำไมหรือคะ?”
“ดี!” หลินเทียนพูดขึ้นทันที “ข้ามีสมุนไพรอย่างอื่นครบแล้ว ขาดแค่ดอกเพลิงวิหก ถ้าได้มันมา ข้าจะหลอมยาให้นางเอง”
คำพูดนั้นทำให้ไป๋เยว่และคนของนางชะงักไปพร้อมกัน
ซือเหยาเองก็อึ้ง นางเพิ่งรู้ว่า…หลินเทียนสามารถหลอมโอสถได้ด้วย
“ดะ…ได้ค่ะ!” นางรีบตอบ ก่อนจะหมุนตัวเดินนำออกไปทันที
หลินเทียนอุ้มไป๋ซีขึ้นมา แล้วเดินตามไปโดยไม่ลังเล คนที่เหลือก็รีบตามติดไป
ผู้คนรอบข้างที่เห็น ต่างพากันหลีกทางให้โดยไม่รู้ตัว
ไป๋เยว่เป็คนมีชื่อเสียงไม่น้อยอยู่แล้ว ส่วนหลินเทียน…ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ภาพที่เขารับการโจมตีของผู้าุโระดับก่อกำเนิดขั้นแปดไว้ได้อย่างนิ่งเฉย ยังติดตาผู้คนอยู่
ไม่มีใครอยากหาเื่กับคนแบบนี้
ทั้งหมดเร่งฝีเท้าตามซือเหยาไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็มาถึงหน้าสมาคมการค้า นางรีบเข้าไปพูดคุยกับพนักงานคนหนึ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินกลับออกมา
“คุณชายหลิน เชิญท่านพาไป๋ซีขึ้นไปยังชั้นสองค่ะ ที่นั่นกว้างและเงียบ เหมาะสำหรับหลอมโอสถ”
พูดจบ นางก็เดินนำขึ้นไปทันที
ทุกคนตามขึ้นไปอย่างเงียบ ๆ สายตาบางส่วนในสมาคมมองตามด้วยความสงสัย บางคนก็หลงใหลในความงามของกลุ่มหญิงสาวจากเผ่าจิ้งจอก
เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสอง หลินเทียนวางไป๋ซีลงบนเตียงที่ซือเหยาจัดเตรียมไว้ให้
ไม่นาน พนักงานคนนั้นก็เดินเข้ามาพร้อมกล่องไม้ใบหนึ่ง
ซือเหยารับมันมา ปิดประตู ก่อนจะส่งให้หลินเทียน
เขาเปิดกล่องช้า ๆ
ภายในนั้น…มีดอกไม้ต้นหนึ่ง กิ่งก้านเป็สีเขียวเหมือนไม้ทั่วไป แต่กลีบดอกกลับเป็สีแดงฉาน ราวกับเปลวเพลิง มีไอไฟลุกวนรอบตัวมันเบา ๆ ความร้อนแผ่ออกมาเป็ระลอก
ดอกเพลิงวิหก
หลินเทียนไม่รอช้า เขาหยิบสมุนไพรต่าง ๆ ออกมาจากมิติทันที
“เอ่อ…คุณชายหลิน ท่านไม่ใช้เตาหลอมงั้นหรือคะ?” ซือเหยาถามขึ้นอย่างอดสงสัยไม่ได้
“ไม่จำเป็” เขาตอบสั้น ๆ
จากนั้นก็เริ่มโคจรพลังปราณ
เปลวไฟสีฟ้าถูกบีบอัดขึ้นกลางอากาศ
ทุกคนเงียบลงทันที ไม่มีใครกล้าส่งเสียงรบกวน
สมุนไพรค่อย ๆ ลอยขึ้นจากพื้น หมุนวนรอบตัวเขา จากช้า…กลายเป็เร็ว…และเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่นาน พวกมันก็ถูกหลอมจนกลายเป็หยดของเหลวใสหลายหยด ลอยค้างอยู่กลางอากาศ
ไป๋ซีที่นอนอยู่บนเตียง ขยับตัวเล็กน้อย ใบหน้าบิดเบี้ยวจากความเ็ป
จินซีรีบเข้าไปนั่งข้าง ๆ กุมมือนางแน่น ราวกับจะส่งกำลังใจผ่านปลายนิ้ว
หลินเทียนหลอมสมุนไพรส่วนอื่นเสร็จเรียบร้อย เหลือเพียงดอกเพลิงวิหก
ดอกไม้สีแดงค่อย ๆ ลอยขึ้น
พลังปราณในร่างของเขาปะทุขึ้นอย่างรุนแรง
ความร้อนแผ่กระจายออกมาราวกับคลื่น
“ถอย!” ไป๋เยว่พูดขึ้นทันที
นางยกมือขึ้น สร้างกำแพงพลังขึ้นด้านหน้า ให้ทุกคนถอยไปอยู่ด้านหลัง
แรงกดดันจากหลินเทียนหนักหน่วงจนแม้แต่พื้นยังสั่นะเื
“พลังอะไรนี่…” ไป๋เยว่พึมพำ แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“แม้แต่ข้าที่อยู่ระดับหลอมกายขั้นที่ 7 ยังรู้สึกกดดัน…”
ไป๋เยว่พูดขึ้นด้วยแววตาตื่นเต้น คนที่มากับนางล้วนเป็ผู้ฝึกตนระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 6-9 มีเพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่เป็ศิษย์ใหม่ของนาง อยู่ระดับหลอมรวมลมปราณขั้นที่ 1 แต่ถึงอย่างนั้น…ก็ไม่มีใครทนแรงกดดันของหลินเทียนได้
พวกเขาต่างถอยออกมาโดยไม่รู้ตัว ไปรวมอยู่ด้านหลังของไป๋เยว่
หลินเทียนนั่งสมาธิอยู่กลางห้อง ร่างของเขาลอยขึ้นกลางอากาศ เสื้อผ้าปลิวไหวตามกระแสพลัง เปลวไฟสีฟ้าค่อย ๆ กลืนกินดอกเพลิงวิหก จนมันหลอมละลายกลายเป็หยดของเหลวสีแดงฉาน ราวกับเืที่เรืองแสงได้
จากนั้น เขาควบคุมหยดของเหลวทั้งหมดให้หมุนวน
หยดน้ำจากสมุนไพรนับสิบลอยวนรอบตัวเขา ก่อนจะถูกรวบรวมเข้ามาที่ฝ่ามือ มือหนึ่งอยู่้า อีกมือหนึ่งอยู่ด้านล่าง สมุนไพรทั้งหมดอยู่ตรงกลาง
มันดิ้นรน…ราวกับไม่ยอมหลอมรวม
แต่หลินเทียนเพียงปล่อยพลังออกมาอีกครั้ง
ครืน—
แรงกดดันเพิ่มขึ้นทันที
พลังปราณถูกบีบอัดอย่างรุนแรง หยดของเหลวเริ่มสั่น ก่อนจะค่อย ๆ หลอมรวมเข้าหากันอย่างช้า ๆ
ความร้อนจากเปลวไฟแผ่กระจายไปทั่วห้อง
โชคดีที่ไป๋เยว่สร้างกำแพงพลังปกคลุมเอาไว้ ไม่เช่นนั้น…คงไม่มีใครทนความร้อนมหาศาลนี้ได้
เม็ดยาค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น
จากหยดน้ำ…กลายเป็รูปทรงกลม
หลินเทียนบีบอัดมันอีกครั้ง
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น
ในที่สุด…เม็ดยาสีแดงอมส้มก็ปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ พลังความร้อนหมุนวนรอบตัวมันราวกับมีชีวิต
หลินเทียนค่อย ๆ ลืมตาขึ้น มองเม็ดยาในมือ
“สำเร็จ…”
เขาพูดเบา ๆ
ทุกคนที่ยืนดูอยู่ด้านหลังรีบเดินเข้ามา มองเม็ดยานั้นด้วยสายตาตื่นตะลึง
“เป็บุญตาของข้านัก…ที่ได้เห็นโอสถระดับห้าถูกหลอมขึ้นต่อหน้าต่อตา แถมยังงดงามถึงเพียงนี้…”
ซือเหยาพูดออกมาเหมือนคนละเมอ
หลินเทียนไม่ได้ตอบ เขาเดินไปยังเตียงที่ไป๋ซีนอนอยู่ ก่อนจะค่อย ๆ ป้อนยาให้นาง
จากนั้นหันไปหาไป๋เยว่
“ช่วยข้าหน่อย ต้องนำฤทธิ์ยาไปไว้ที่จุดตันเถียนของนาง แล้วกระจายไปทั่วร่าง”
ไป๋เยว่พยักหน้า ก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม จับแขนไป๋ซีไว้ แล้วโคจรพลังปราณ
พลังของทั้งสองค่อย ๆ ประคองฤทธิ์ยา
ให้ไหลเวียนไปทั่วร่างของไป๋ซี
เวลาผ่านไป…หนึ่งชั่วยาม…สองชั่วยาม…
จนกระทั่งครบสามชั่วโมง
ร่างของไป๋ซีค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
พลังหยินที่เคยปะทุอย่างรุนแรง…หายไป ราวกับไม่เคยมีอยู่
หลินเทียนและไป๋เยว่ถอนพลังออก พร้อมลืมตาขึ้น
ทั้งสองถอนหายใจยาวพร้อมกัน
“เท่านี้ก็เสร็จแล้ว…รอให้นางฟื้น และพักฟื้นสักห้าถึงหกวันก็คงกลับมาเป็ปกติ”
หลินเทียนพูดพลางลุกขึ้น บิดตัวไปมา เสียงกระดูกลั่นแกร็บเบา ๆ
เขาหันไปมองจินซี
“ข้าจะไปพักก่อน เ้าอยู่เฝ้านางที่นี่ได้ ทุกอย่างปลอดภัยแล้ว”
จินซีก้มลงคำนับอย่างลึก น้ำตายังคลอ แต่ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา
ทว่าทุกคนเข้าใจ…ว่านี่คือคำขอบคุณที่จริงใจที่สุดแล้ว
หลินเทียนยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเดินออกไป
ไป๋เยว่และคนของนางก็เดินตามออกมาเช่นกัน
ซือเหยาเดินเคียงข้างเขา ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ตอนนี้ก็มืดแล้ว…เชิญท่านพักที่นี่เถอะค่ะ ด้านหลังสมาคมมีบ้านพักอยู่หลังหนึ่ง ไม่มีคนอยู่ แต่สะอาดแน่นอน”
หลินเทียนนิ่งไปครู่หนึ่ง
ท้องฟ้าภายนอกมืดสนิทแล้ว การออกไปหาโรงเตี๊ยมตอนนี้คงไม่ง่าย
“งั้นก็รบกวนแล้ว”
ซือเหยายิ้ม ก่อนจะพาเขาไปยังบ้านหลังนั้น
เป็บ้านขนาดกลาง ไม่ใหญ่เกินไป แต่ก็ดูเรียบร้อย
หลินเทียนคำนับขอบคุณ ก่อนจะเดินเข้าไปสำรวจ ภายในมีห้องโถงหนึ่งห้อง และห้องนอนขนาดใหญ่หนึ่งห้อง
หลินเทียนเอนตัวลงนอนอย่างอ่อนล้า ร่างกายเหมือนถูกรีดพลังจนเหลือแต่เปลือกบาง ๆ เปลือกหนึ่ง
แต่ยังไม่ทันได้หลับสนิท—
แกร๊ก…
ประตูห้องถูกเปิดออกเบา ๆ
เขาหันไปมอง ก่อนจะชะงัก
ไป๋เยว่ยืนอยู่หน้าประตู พร้อมหญิงสาวอีกหลายคน ดวงตาของพวกนางเป็ประกายแปลก ๆ คล้ายคนกำลังคิดแผนอะไรบางอย่าง
“พวกเราเองก็หาที่พักไม่ได้…ขอรบกวนคุณชายหลินสักคืนจะได้ไหมคะ”
น้ำเสียงนางอ่อนหวาน แต่แฝงรอยยิ้มเ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด
หลินเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ที่พักไม่มีจริง ๆ…หรือจงใจมาหาข้ากันแน่”
“แน่นอนว่าไม่มีสิคะ~” ไป๋เยว่ตอบทันที
หญิงสาวด้านหลังพยักหน้าพร้อมกันราวกับซ้อมมา
“ใช่ค่ะ ไม่มีจริง ๆ” “ลำบากมากเลยนะคะ~” “คุณชายหลินใจดี คงไม่ไล่พวกเราหรอกใช่ไหม”
เสียงใส ๆ ดังขึ้นต่อเนื่องจนเขาเริ่มรู้สึกว่า…นี่มันไม่ใช่การขอ แต่เป็การบุกยึดพื้นที่ชัด ๆ
“เดี๋ยว—พวกเ้า—”
ยังพูดไม่ทันจบ
ทั้งกลุ่มก็พุ่งเข้ามา
เตียงที่เคยกว้าง กลับถูกยึดครองในพริบตา
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของหญิงสาวลอยคลุ้งปะปนกันจนบรรยากาศเปลี่ยนไปทันที
ไป๋เยว่ขึ้นมานั่งข้างเขาอย่างไม่เกรงใจนัก ก่อนจะเอนตัวเล็กน้อย ใบหน้าขยับเข้ามาใกล้
“คุณชายหลิน…วันนี้ท่านช่วยศิษย์ของตนไว้ได้อย่างน่าประทับใจจริง ๆ”
น้ำเสียงนางนุ่มลง…ช้าลง
“ข้ายังไม่ทันได้ขอบคุณท่านอย่างเป็ทางการเลยนะคะ”
หลินเทียนขยับตัวเล็กน้อย พยายามรักษาระยะ
“ไม่จำเป็…”
“จำเป็สิคะ”
ไป๋เยว่ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวแตะปลายแขนเขาเบา ๆ
“คนอย่างท่าน…น่ะหายาก”
หญิงสาวอีกคนขยับเข้ามาอีกด้านหนึ่ง พลางหัวเราะคิกเบา ๆ
“พี่ไป๋เยว่ ระวังหน่อยสิคะ เดี๋ยวคุณชายเขาจะหนีไปจริง ๆ”
“หนี?” ไป๋เยว่เลิกคิ้ว “อยู่ในวงล้อมแบบนี้ จะหนีไปไหนได้กัน”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นรอบเตียง
หลินเทียนนิ่งไปชั่วขณะ
นี่มัน…สถานการณ์อะไรกันแน่
“ท่านนี่นิ่งเก่งจริง ๆ นะคะ” หญิงสาวอีกคนเอนตัวเข้ามาใกล้ “หรือว่าจริง ๆ แล้ว…เขินอยู่?”
“ข้าไม่—”
“ดูสิ หูแดงแล้วด้วย”
คำพูดนั้นทำให้เขาชะงัก
มือหนึ่งเผลอยกขึ้นแตะหูตัวเองโดยไม่รู้ตัว
เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกัน
ไป๋เยว่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้อีกนิด
“ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ค่ะ คืนนี้…พวกเราไม่ได้คิดจะทำอะไรหรอก”
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบเบา ๆ ข้างหูเขา
“แค่อยากแกล้งท่านเล่นเท่านั้นเอง~”
หลินเทียนนิ่งค้างไปชั่ววินาที
ในใจได้แต่สบถ
“พวกนาง…ร้ายกาจจริง ๆ…”
เสียงเสี่ยวเอ๋อดังขึ้นทันที
“นายท่านโดนรุมแล้วค่ะ (◕ᴗ◕✿) แบบนี้เรียกว่าถูกล้อมด้วยบุปผางาม!”
“เงียบไปเลย!”
เขาสวนกลับในใจ
หญิงสาวคนหนึ่งเอนตัวลงนอนข้าง ๆ พลางดึงผ้าห่มขึ้นคลุมครึ่งตัว
“เอาเถอะค่ะ วันนี้ทุกคนก็เหนื่อยกันมาเยอะ พักผ่อนก่อนดีกว่า”
“ใช่ ๆ พรุ่งนี้ค่อยแกล้งต่อ”
“เฮ้ย เดี๋ยว—”
แต่ไม่มีใครสนใจเขาแล้ว
ไม่นาน เสียงหายใจสม่ำเสมอก็ค่อย ๆ ดังขึ้น
ไป๋เยว่เองก็นอนตะแคง หันหน้าเข้าหาเขา ดวงตาปิดลงช้า ๆ รอยยิ้มบางยังคงอยู่บนริมฝีปาก
หลินเทียนมองภาพตรงหน้าเงียบ ๆ
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ความอบอุ่นของร่างกายรอบข้าง…และความวุ่นวายเมื่อครู่
มันช่าง…แปลกประหลาด
แต่ก็ไม่ได้แย่
เขาหลับตาลงช้า ๆ
ในใจยังคงมีเสียงหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ
“คืนนี้…คงหลับยากนิดหน่อย”
แต่สุดท้าย ความเหนื่อยล้าก็พาเขาดำดิ่งสู่ความมืด