บทที่ 4: สมาชิกคนที่ 3
เช้าวันใหม่ที่สดใส กรเดินเข้ามาในห้องเรียนพร้อมกับสมุดโน้ตและหนังสือเรียน เขารู้สึกโล่งใจที่วันนี้เขาจะได้หลบจากความวุ่นวายในชมรมการละครสักพัก
แต่ถึงอย่างนั้น หัวของเขากลับยังเต็มไปด้วยภาพของหญิงสาวในโรงอาหารเมื่อวาน
“เธอคนนั้น…”
กรนึกถึงัันุ่มนวลที่ริมฝีปากของเขาเมื่อวาน ภาพของหญิงสาวที่รีบลุกขึ้นและวิ่งหนีไปยังคงติดอยู่ในใจ
"ถ้าฉันเจอเธออีกครั้ง ฉันจะขอโทษให้ชัดเจนกว่านี้…"
ขณะที่กรกำลังนั่งคิดอะไรเพลิน ๆ เสียงหัวเราะสดใสดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง ทำให้เขาหันไปมองโดยไม่รู้ตัว
ที่โต๊ะเรียนตรงมุมห้อง เขาเห็นหญิงสาวที่เขาเจอเมื่อวานกำลังนั่งอยู่ตรงนั้น
เธอคุยกับกลุ่มเพื่อนผู้หญิงอย่างสนุกสนาน ใบหน้าของเธอมันสวยยิ่งกว่าที่เขาจำได้ ดวงตากลมโตหลังกรอบแว่นเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ริมฝีปากที่แต้มลิปสีชมพูอ่อนดูนุ่มนวลเหมือนภาพในความทรงจำ
“เธอเรียนห้องเดียวกับฉันงั้นเหรอ?”
กรจ้องเธออย่างเงียบ ๆ เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่ยิ่งเขามองเธอ ก็ยิ่งรู้สึกว่าเธอเป็คนที่สวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น
ทุกครั้งที่เธอยิ้ม เขารู้สึกเหมือนหัวใจของตัวเองกำลังพองโต
เสียงสัญญาณดังขึ้นบอกหมดเวลาเรียน กรเก็บของอย่างรวดเร็ว ดวงตายังคงมองไปที่หญิงสาวคนนั้นที่ยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะ
“ฉันต้องไปขอโทษเธอให้ได้…”
กรสูดลมหายใจลึกก่อนจะเดินตรงไปหาเธอ
“เอ่อ… ขอโทษนะครับ”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสัย “คะ?”
กรรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เขาพยายามรวบรวมความกล้าแล้วพูดต่อ
“คือ… เมื่อวานนี้… ที่โรงอาหาร… ผม…”
เธอดูเหมือนจะนึกออกทันที “อ๋อ! นายนี่เองที่ชนฉัน…”
กรรีบพยักหน้า “ใช่ครับ! ผมต้องขอโทษจริง ๆ นะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจเลย”
หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ “ไม่เป็ไรหรอก ฉันไม่ได้โกรธอะไร แค่ใเฉยๆ”
กรโล่งใจ แต่ในใจก็ยังอยากพูดอะไรต่ออีก เขารวบรวมความกล้าแล้วถาม “เอ่อ… แล้ว… เราพอจะทำความรู้จักกันได้ไหมครับ?”
เธอมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา “ได้สิ… ฉันชื่อน้ำหวาน แล้วนายล่ะ?”
“ผมชื่อกรครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ น้ำหวาน”
ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างเป็กันเอง ก่อนที่น้ำหวานจะพูดขึ้นอีกครั้ง “เราแลกไลน์กันไว้ไหม?”
“ได้สิครับ!”
กรรีบหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมา หัวใจของเขาเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น
หลังจากแลกไลน์กันเสร็จ น้ำหวานก็ขอตัวกลับก่อน ทิ้งให้กรยืนยิ้มอยู่ตรงนั้นอย่างมีความสุข
บ่ายวันเดียวกัน ห้องชมรมการละครเงียบสงบผิดปกติ เพราะสมาชิกส่วนใหญ่ยังไม่กลับมาจากการเรียน เหลือเพียงสองคนในห้องคือพี่โจ้ในร่างอิงฟ้า และพี่เก่งในร่างอร
อิงฟ้ากำลังนั่งบนโต๊ะกลางห้องด้วยท่านั่งไขว่ห้างที่ดูเหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่พอสักพักเธอก็เปลี่ยนท่าทางเป็สบาย ๆ ไม่ได้ใส่ใจความเรียบร้อยนัก แม้เธอจะอยู่ในร่างผู้หญิง แต่ท่านั่งอ้าขาแบบผู้ชายของเธอก็แสดงออกชัดเจน
“เฮ้ย โจ้! เอ้ย… อิงฟ้า! เดี๋ยวชุดยับหมด นั่งดี ๆ หน่อยสิ” อรที่นั่งอยู่บนโซฟาเอ่ยทัก
“ใครจะไปสนล่ะ” อิงฟ้าพูดพร้อมกับยืดขาออกแล้วเอนตัวพิงโต๊ะ
“นายก็รู้ว่าฉันใส่ร่างนี้จนเบื่อแล้ว… แต่ก็สนุกดีนะที่ได้แกล้งคน”
อรหัวเราะเบา ๆ “นายนี่มันไม่เคยเปลี่ยนจริง ๆ”
อิงฟ้าหันไปมองเพื่อนร่วมชมรม ก่อนจะยิ้มเ้าเล่ห์ “ว่าแต่นายล่ะ… นายเล่นหน้าอกตัวเองแบบนั้นบ่อยไหม?”
อรที่กำลังลูบหน้าอกตัวเองหยุดกึก แล้วมองกลับมาด้วยสายตาเ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน “ฉันก็แค่… สำรวจชุดดูว่าเนียนพอหรือยังต่างหาก”
“เนียนพอ?” อิงฟ้าหัวเราะเสียงดัง “นายก็เล่นมันซะเหมือนของจริงเลยนะ”
“แล้วจะทำไมล่ะ?” อรยิ้มกวน ก่อนจะขยับตัวเข้าไปหาอิงฟ้า
“เดี๋ยวนะ… นายจะทำอะไร?”
“แค่ดูว่านายกล้าสู้หรือเปล่า” อรพูดพลางโน้มตัวเข้ามาใกล้ ทำให้อิงฟ้าต้องเอนตัวหนี
“เฮ้ย! อย่ามาแกล้งกันแบบนี้!” อิงฟ้าพยายามดันอรออก
“แหม ปากปฏิเสธ แต่มือนี่ขย้ำซะเต็มที่เลยนะ” อรพูดขนาดที่อิงฟ้าเอามือดันหน้าอกอรอยู่
“ฮ่า ๆ ๆ! กลัวเหรอ?” อิงฟ้าหัวเราะอย่างสนุกสนาน
อรก็หัวเราะตาม ก่อนจะกลับไปนั่งที่เดิม
หลังจากเล่นกันจนพอใจแล้ว อรก็เอนตัวลงนอนบนโซฟาอย่างสบายใจ “ว่าแต่นายคิดว่าพี่เบสจะเข้ามาชมรมเมื่อไหร่?”
“ฉันไม่รู้… แต่ฉันว่าน่าจะกำลังสนุกกับบทน้องน้ำหวานอยู่ล่ะมั้ง”
อรหัวเราะ “นั่นสิ… ฉันล่ะอยากรู้จริง ๆ ว่าพี่เบสแกล้งเด็กใหม่เรายังไงบ้าง”
“แกล้ง?” อิงฟ้ายิ้มเ้าเล่ห์ “ฉันว่านะ ตอนนี้เ้าเด็กนั่น…? คงตกหลุมรักน้องน้ำหวานคนสวยไปแล้วล่ะ”
อรหัวเราะคิกคัก “จริงเหรอ? น่ารักจังเลย~ ฉันอยากเห็นหน้าเ้ากรตอนรู้ความจริงจังเลย”
“เดี๋ยวก็ได้เห็นแน่… แต่เราต้องแน่ใจว่าเขาจะไม่รู้ก่อนเวลา”
“อืม… ก็จริง” อรพูดพลางขยับเสื้อที่เริ่มเลื่อนออกจากตัว “แต่ฉันว่านะ… ถ้าเขารู้แล้วต้องสนุกแน่ ๆ”
“ก็ต้องรอดูกันไป…” อิงฟ้าพูดพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ขณะที่อรยังคงหัวเราะเบา ๆ