หนูแก่เ่าั้ที่อยู่ภายในจวนทำให้ยาวจิ่วหายใจไม่เป็จังหวะ เขาทั้งรู้สึกประหลาดใจระคนดีใจ หันไปหาหูเหยียนพร้อมถามด้วยดวงตาเป็ประกาย “เ้าทำได้อย่างไร?”
สายตาของยาวจิ่วทำให้หูเหยียนรู้สึกสบายใจ นางกระตุกมุมปาก จากนั้นตอบกลับมาเพียงสองพยางค์ “ไม่ยาก”
ยาวจิ่วทราบดีว่าถึงเขาจะถามหูเหยียนมากไปกว่านี้นางก็คงไม่ตอบ หลังจากใช้เวลาด้วยกันมาหลายวัน ทำให้เขาค่อย ๆ เข้าใจนิสัยของหูเหยียน นางสามารถนั่งยอง ๆ โดยไม่ขยับเป็เวลานาน คล้ายกับกำลังคิดเื่บางอย่าง และคล้ายกับนั่งอยู่เฉย ๆ ตราบใดที่ไม่พูดกับนางก่อนก็อย่าหวังว่านางจะหันมาสนใจ ถึงกระนั้นต่อให้เป็ผู้เปิดบทสนทนาก็ใช่ว่าจะได้รับความสนใจจากนาง นางไม่แยแสใคร ซ้ำยังมีท่วงท่าสง่างาม ฉลาดปราดเปรื่อง แม้แต่จิ่วเทียนเสวียนวี่[1] ก็มิอาจดูิ่นางได้
สาเหตุที่นางมีท่วงท่าที่ดูสง่างามและไม่แสดงท่าทีหงุดหงิด เป็เพราะบนใบหน้าของนางมีสมุนไพรปกปิด จึงไม่กล้าขยับใบหน้าตามอำเภอใจ แค่มองด้วยตาเปล่าก็สามารถรับรู้ได้แล้วถึงสิ่งนี้ น่าเสียดายที่ยาวจิ่วกลับเหมือนมีใบไม้หนึ่งบังตา[2] จึงไม่รู้อะไรแม้แต่อย่างเดียว บุคคลผู้ไม่พูดไม่จาไม่ยอมขยับเช่นหูเหยียนผู้นี้สามารถหลอกผู้อื่นให้รู้สึกหวาดกลัวได้เป็อย่างดี
ยาวจิ่วยังคงทอดถอนใจ สตรีเช่นหูเหยียนผู้นี้เกรงว่าคงจะฉลาดปราดเปรื่องกว่าคนจำนวนมากเป็ไหน ๆ หากไม่ใช่เพราะเขาเคยช่วยชีวิตนางให้รอดพ้นจากมือของนายพรานในครานั้น เกรงว่าตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนคงไม่มีวันได้พบกัน ครั้นนึกถึงโซ่เหล็กที่เคยล่ามอยู่บนคอของนาง นางกลับไม่เคยถือโทษโกรธเขา ยาวจิ่วจึงรู้สึกดีใจเพราะคิดว่าคงเป็การหักล้างบุญคุณระหว่างกัน หาก์ทรงเมตตาสงสารก็ได้แต่หวังว่าเขาจะได้อยู่กับนางไปนาน ๆ ต่อให้นางเป็สิ่งแปลกประหลาดที่อยู่ในหุบเขา เขาก็ยังคงเต็มใจที่จะทำเช่นนี้!
ยาวจิ่วมองผ่านกระดาษของหน้าต่างเพื่อดูความวุ่นวายในลานกว้าง เขารู้สึกว่าหากกระทำผิดก็ไม่ควรกระทำผิดต่อหูเหยียน มิเช่นนั้นแม้แต่เขาเองก็คงไม่อาจรับรู้ได้ว่าจุดจบของตนจะเป็เช่นไร แม้ว่านางจะไม่เคยบอกว่าหนูแก่ในลานกว้างเ่าั้เป็ฝีมือของนาง แต่นางก็พูดออกมาแล้วว่า “ไม่ยาก” สิ่งนี้จึงยืนยันได้ว่านางเป็คนทำ นับว่าเป็คนคนหนึ่งที่ฉลาดปราดเปรื่องและเย่อหยิ่งเสียเหลือเกิน คนคนหนึ่ง? อืม บางทีหากนางเป็มนุษย์จริง นางคงไม่ถูกนายพรานจับตัวไป และคงไม่ต้องเสี่ยงอันตรายจนเกือบถูกถลกหนังแล่เนื้อด้วยเหตุที่เป็ซานเซียว
ยาวจิ่วหันไปมองหูเหยียนที่กำลังนั่งจิบน้ำ หัวใจของเขาพองโตขึ้นโดยพลัน...เขาเป็คนพบสตรีผู้นี้! เขาเป็คนนำตัวนางกลับมา! นางเป็...ของเขา!
ไม่ทราบแน่ชัดว่าด้วยเหตุอันใด ยาวจิ่วรู้สึกว่าเป็เื่ยากเกินกว่าที่เขาจะควบคุมความรู้สึกตื่นเต้นภายในใจ เขารีบสาวเท้าไปยืนตรงหน้าหูเหยียน จากนั้นกุมมือนาง จ้องตานางและพูดอย่างจริงจังว่า “เ้าเป็มนุษย์! จริง ๆ นะ ข้ารู้สึกได้ว่าเ้าเป็มนุษย์!”
ั์ตาของหูเหยียนแอบประกายความสับสน นางไม่เข้าใจว่าเหตุไฉนยาวจิ่งจึงพูดเช่นนี้ เมื่อลองย้อนคิดดูอีกครา นางจึงเข้าใจได้ถึงความตั้งใจของเขา อันที่จริงมีอยู่หลายคราที่นางก็คิดเช่นกันว่าตนเองคือตัวอะไรกันแน่ ครั้นส่องกระจกก็รู้สึกได้ว่าตนเองคืุ์ ทว่ามีหลายคนต่อว่านางว่านางมิใช่มนุษย์ ร่างกายของนางมีพิษกู่ มีความป่าเถื่อนอยู่ในตัว เมื่อสติปัญญาของนางฟื้นกลับมา นางกลับใตัวเองจนสะดุ้งโหยง ในครานั้นนางคิดว่าตนเองสามารถใช้ชีวิตเช่นนี้ต่อไปได้ แต่ในท้ายที่สุดนางก็อยากรู้อยู่ดีว่าแท้จริงแล้วตนเองคือตัวอะไรกันแน่? หลายปีมานี้ไม่เคยมีใครมองนางเป็มนุษย์ คำกล่าวนี้เมื่อเอ่ยออกมาอาจดูคล้ายเป็คำพูดหลอกลวง แต่นี่คือเื่จริง แม้ว่ามีหลายคนที่เกลียดนางเข้ากระดูก แต่ก็มีคนอีกมากที่เคารพนาง พวกเขาไม่ได้เห็นว่านางเป็มนุษย์ แต่กลับสักการะนางเช่นเดียวกับสักการะเทพเ้า เนื่องจากนางคือนักพรตหญิงที่ใช้ร่างกายเพื่อรับใช้ทวยเทพ
บุคคลผู้นี้ช่างถ่อมตนประหนึ่งมด แม้แต่นางก็มิอาจควบคุมชะตากรรมของตนเอง แต่เขากลับบอกว่านางคืุ์เช่นนั้นหรือ?! หรือว่าเขาไม่ทราบว่านางคือผู้รับใช้ทวยเทพ เป็ผู้ทำลายมนุษยชาติ รักษาไว้ซึ่งหลักการแห่ง์?! ช่างกล้าหาญเสียจริง! หึ...
เกิดความคิดมากมายภายในใจหูเหยียน ท้ายที่สุดความคิดเ่าั้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็เสียงหัวเราะเบา ๆ ที่ไม่ทราบความหมาย
นี่เป็ครั้งแรกที่ยาวจิ่วเห็นหูเหยียนยิ้ม แม้ว่าเสียงหัวเราะจะฟังดูแข็งทื่อ แต่แท้จริงแล้วนี่เป็เสียงหัวเราะที่นางมอบให้ตนเอง ถึงกระนั้นเขาก็ดีใจเป็อย่างยิ่งจนไม่รู้ควรจะพูดเช่นไร เขาจ้องมองนางด้วยท่าทีโง่เขลา ซ้ำยังยิ้มด้วยรอยยิ้มซื่อ ๆ เขายังคงกุมมือนางและเอ่ยถามไม่หยุด “เ้ามีชื่อไหม? มีหรือเปล่า? ให้ข้าตั้งชื่อให้เ้าดีไหม? ไม่ได้ ๆ ข้าจะตั้งชื่อให้เ้าได้อย่างไร? ข้า...ทำไม่ได้ เ้าชื่ออะไรล่ะ? เป่าเปา? ข้าเรียกเ้าว่าเป่าเปาดีไหม? เ้าคือเป่าเปาสมบัติที่ข้าเป็คนเจอ ย่อมเป็เป่าเปาของข้าอยู่แล้ว”
หูเหยียนรู้สึกราวกับว่ามีอีกาฝูงหนึ่งบินข้ามศีรษะของนางไป นางสะบัดข้อมือออกจากมือของยาวจิ่ว จากนั้นดื่มน้ำเปล่าหนึ่งอึกพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา “จาวฉายจิ้นเป่า?”
“เอ่อ...” ยาวจิ่วถึงขั้นสะอึก ตอนที่เขาเพิ่งซื้อนางมา เขานำนางเข้าไปขังรวมกับจิ้งจอกขาด้วน สุนัขพื้นบ้านหน้าตาซื่อบื้อ และนกฮูกตาเดียว ซ้ำยังตั้งชื่อว่าจาวจาว ฉายฉาย จิ้นจิ้น เป่าเปา
ยาวจิ่วแอบชำเลืองมองนาง พบว่านางไม่ได้มีท่าทีเกรี้ยวกราดจึงเก็บความรู้สึกเ่าั้กลับลงท้องอย่างเงียบ ๆ และไม่กล่าวถึงเื่นี้อีกเป็การชั่วคราว
ภายในห้องไม่มีตะเกียงน้ำมัน หูเหยียนและยาวจิ่วยังคงนั่งอยู่อย่างนั้น
ยาวจิ่วอยากหาประเด็นสนทนาเพื่อทำลายบรรยากาศอึมครึมนี้ เขาจึงเอ่ยขึ้น “คือว่า...ข้าขอถามอะไรเ้าหน่อย เ้าเก่งกาจถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงไม่หนีไป?” หลังจากอยู่ด้วยกันมาหลายวัน เขาพอจะเข้าใจแล้วว่าหูเหยียนไม่ได้มาที่นี่เพื่อเจอเขา
ยาวจิ่วคิดว่านางจะไม่ตอบคำถามนี้ ทว่าจู่ ๆ นางกลับเปิดปากพูดว่า “สัญญากับคนคนหนึ่ง”
“ใคร?” ยาวจิ่วรู้สึกงงงวยยิ่งนัก ภายในใจไม่มีความสุขเอาเสียเลย เขาไม่รู้ว่านางสัญญาอะไรไว้กับใครจึงหลบหลีกการติดตามของชวีหนานอี และยอมกลับมาในสถานที่ที่อันตรายเช่นนี้ แม้ว่าจะมีคนเคยพูดว่าสถานที่ที่อันตรายที่สุดคือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่ชวีหนานอีเป็คนเ้าเล่ห์ถึงเพียงนั้น สำหรับเขาแล้วเป่าเปาไม่มีทางอยู่ที่นี่ได้อย่างปลอดภัย
หูเหยียนตอบเสียงเรียบ “เฟิ่งฮัว”
“เฟิ่ง...เฟิ่งฮัว?! เ้าไปสัญญากับนางั้แ่เมื่อใด? จะ...เ้าเป็คนฆ่านางหรือ? ไม่ ๆ ๆ ข้าว่าคนที่ทำคือเยี่ยนเต๋อหลินต่างหาก” ยาวจิ่วรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว หนาวจนกรามแทบค้าง
หูเหยียนชำเลืองมองยาวจิ่ว นางพูดเพียงสองพยางค์ด้วยน้ำเสียงอันมืดหม่น “ข้าเอง”
คำพูดเพียงสองพยางค์สั้น ๆ ทำให้ยาวจิ่วใไม่น้อย
ในตอนแรกเขาสงสัยว่านางอาจจะเป็คนทำเื่นี้ แต่ในภายหลังเมื่อเห็นท่าทางแปลกประหลาดของเยี่ยนเต๋อหลิน เขาจึงคิดว่าคนที่ฆ่าเฟิ่งฮัวน่าจะเป็เยี่ยนเต๋อหลิน ทว่าในตอนนี้หูเหยียนยอมรับด้วยตนเองแล้วว่าเป็คนสังหารเฟิ่งฮัว ยาวจิ่วรู้สึกได้ถึงความหนาวเหน็บที่กัดเซาะทั่วร่าง นอกจากความหวาดกลัวแล้ว ยังมีความรู้สึกผิดหวังที่มิอาจบรรยายออกมาเป็คำพูด เขาไม่เชื่อว่านางคือคนฆ่า แต่นางกลับยอมรับออกมาตรง ๆ เช่นนี้ โดยไม่มีท่าทีลังเลแม้แต่น้อย
ชั่วขณะหนึ่งยาวจิ่วไม่รู้ว่าตนเองควรพูดอย่างไร นั่นคือสิ่งมีชีวิตที่เคยมีชีวิต ถึงแม้เขาจะไม่ชอบเฟิ่งฮัว แต่ก็ไม่เคยคิดอยากให้นางตายแบบนั้น ซ้ำยัง...ตายอย่างน่าอนาถ
ภายในใจของยาวจิ่วรู้สึกขมขื่น เขาเริ่มไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางจึงยังอยู่ที่นี่ ซ้ำยังใช้วิธีปั่นหัวเยี่ยนเต๋อหลินให้ใถึงขั้นนั้น? นางมีรสนิยมชั่วร้ายแบบนี้จริง ๆ หรือ? รู้สึกสบายใจที่ได้เห็นคนอื่นกรีดร้องด้วยความทุกข์ทรมานเช่นนั้นหรือ?
ยาวจิ่วนอนไม่หลับ
ภายในจวน หนูแก่เ่าั้หลังจากที่ดับคบเพลิงแล้ว พวกมันก็แทะคบเพลิงจนสะอาดเอี่ยม ก่อนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อท้องฟ้าเริ่มกลับมาสว่างอีกครา หากไม่ใช่เพราะมีศพของหนูแก่ที่ถูกเผาจนไหม้เกรียมหลายสิบตัวนอนอยู่บนพื้น และเยี่ยนเต๋อหลินที่ถูกหนูแทะหน้าจนหมดสภาพ คงไม่มีใครรู้ว่าเคยเกิดเื่ขึ้นภายในสถานที่แห่งนี้
.
.
.
[1] จิ่วเทียนเสวียนนวี่ เป็เทวนารีตามความเชื่อปรัมปราของจีน นิยมบูชาในลัทธิเต๋า
[2] ใบไม้หนึ่งบังตา ความหมายคล้ายกับสำนวนไทย เส้นผมบังูเา