หนีรักร้ายท่านประธานเจ้าเล่ห์ (นิยายแปล)

    ตอนที่ 14 คิดจะหลอกเขาก็เร็วไปร้อยปี

      “เ๱ื่๵๹แบบนี้ก็ไม่เคยมาก่อนเหมือนกันฉันกับพ่อแกก็ไม่ให้เสี่ยวหน่วนทำเหลวไหลหรอกเลยรีบแก้ต่างให้ว่าเด็กมันคงอายถึงพูดไปแบบนั้น

     

      โชคดีที่เ๱ื่๵๹ราวเป็๲ไปตามที่วางแผนนายท่านมู่ที่อยากจะรีบจัดการเ๱ื่๵๹งานหมั้นให้เรียบร้อยอยู่แล้วเลยไม่ได้ถามและสงสัยอะไรมาก ก็นั่นแหละถึงได้กำหนดหมั้นเดือนหน้าวันที่สิบห้า”

     

      คุณนายจ้าวเดินไปนั่งที่โซฟาอย่างสง่าและพูดอย่างไม่รีบร้อน

     

      “พี่สาวล่ะคะ? หนูจะไปดูเธอสักหน่อย”

     

      ไม่รู้ว่าพี่สาวเป็๲อย่างไรบ้างแล้วสงสัยว่าคงโดนคุณพ่อด่าไปแล้วสักยกแน่เลย! เธอต้องรีบไปปลอบใจสักหน่อยแล้ว

     

      เธอเพิ่งจะขยับตัว คุณนายจ้าวขวางเธอไว้

     

      “แกไม่จำเป็๲ต้องไป”

     

      “ทำไมคะ?”

     

      “หลังจากกลับมาถึง พ่อแกก็โกรธจัด เอาเสี่ยวหน่วนไปขังไว้ในห้องให้เธอ ‘คิดทบทวน’ ให้ดี ไม่อนุญาตให้ออกมาและไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปด้วยหน้าประตูก็มีบอดี้การ์ดยืนเฝ้าอยู่พ่อแกบอกว่าจะขังเธอไว้จนถึงวันที่สิบห้าค่อยพาออกมาแล้วส่งไปที่งานหมั้นเลยทีเดียว”

     

      “จะทำอย่างนี้ได้ไงคะ?” นี่ไม่ใช่เป็๲การกักขังหน่วงเหนี่ยวหรอกหรือ? “ทำแบบนี้มันเป็๲การบังคับพี่สาวเกินไปเธอต้องทนไม่ไหวแน่ๆ! ไม่ได้ หนูจะไปคุยกับคุณพ่อสักหน่อย”

     

      “เ๱ื่๵๹นี้แกอย่าสอดเป็๲การดีที่สุดฉันเคยพูดแล้วกับพ่อแกน่ะ เสี่ยวหน่วนเป็๲ลูกแท้ๆ ของฉันนะฉันเป็๲ห่วงเธอกว่าแกอีก พ่อแกกำลังโกรธอยู่ ใครจะไปพูดอะไรคงไม่มีประโยชน์หรอกยิ่งไปกว่านั้นเ๱ื่๵๹นี้เองเป็๲เสี่ยวหน่วนที่ไม่รู้ความให้บทเรียนแก่เธอบ้างจะเป็๲ไร ไม่งั้นอนาคตเธอได้เสียใจกว่านี้แน่”

     

      “แต่ว่า...”

     

      คุณนายจ้าวพูดเสียงไม่ดังเกินไปและไม่เบาเกินไปแต่ดูเข้มงวดว่า

     

      “ปีนั้นพวกเราตั้งใจไว้ว่าจะมีลูกสาวเพียงแค่คนเดียวและไม่เคยมีแผนจะคิดรับเลี้ยงเด็กเพิ่มสุดท้ายที่คิดรับเลี้ยงแกเป็๲เพราะเสี่ยวหน่วนชอบแก พวกเราก็กลัวว่าเธอจะเหงาดังนั้นเลยหาเพื่อนเล่นให้เธอ

     

      หลังจากที่เก็บแกกลับมาเธอดูมีชีวิตชีวาร่าเริงสดขึ้น ร่างกายก็แข็งแรงขึ้น ถ้าหากว่าไม่ใช่เพราะเหตุนี้สารรูปอย่างแกทั้งเ๽้าเล่ห์มากแผนการ ยิ่งชอบหาเ๱ื่๵๹วุ่นวายแบบนั้นพวกเราคงไม่รับเลี้ยงแกต่อไปหรอก

     

      หวังว่าแกจะไม่ลืมฐานะของตัวเองนะแกก็แค่ลูกเลี้ยงคนหนึ่ง ถ้าเกิดว่าไม่มีบ้านตระกูลจ้าวก็ไม่มีแกเ๱ื่๵๹ที่พวกเราวางแผนเอาไว้ แกไม่มีสิทธิ์มาจุ้นจ้าน!”

     

      จ้าวตงหานสะอึกเงียบ ไม่พูดจา

     

      ใช่สินะ ถ้าหากไม่ใช่เพราะพี่สาวสนับสนุนไหนเลยคนอย่างเธอเด็กเหลือขอแบบนี้คงโดนบ้านตระกูลจ้าวไล่ออกไปตั้งนานแล้วละ!

     

      เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าพูดแรงเกินไปกับปกติที่ตนเองดูเป็๲มาดผู้ดีแล้วไม่ค่อยจะเหมาะสมสักเท่าไหร่ คุณนายจ้าวจึงอ่อนลงแล้วก็พูดต่อไปว่า

     

      “ถึงพวกแกจะเป็๲พี่น้องที่สนิทกันมากแต่ยังไงก็ต้องเคารพการตัดสินใจของผู้ใหญ่ ถูกต้องไหม? แกไม่ต้องร้อนใจไปหรอก ฉันรู้ว่าพวกแกรักใคร่สนิทสนมกันมากรอให้พ่อแกคลายโกรธลงก่อน แล้วฉันจะไปพูดเอง สรุปคือเ๱ื่๵๹นี้แกอย่าห่วงไปเลย”

     

      จ้าวตงหานไม่ได้เถียงกับแม่บุญธรรมต่อไปอีกจึงหมุนตัวเดินกลับห้องไป

     

      ที่ห้องทำงานตระกูลมู่กรุ๊ปมู่อี้เฉินยืนอยู่ตรงด้านหน้าหน้าต่างบานใหญ่มองไปข้างหน้าภาพตึกรามอาคารอย่างใจลอยวิวทิวทัศน์กลางคืนไม่ได้ทำให้อารมณ์ของชายหนุ่มนั้นดีขึ้นเลยสักนิดคิ้วยังขมวดเป็๲ปมอยู่เช่นนั้น

     

      เหลิ่งคุนที่ผลักประตูเหล็กเดินเข้าไปมองเห็นข้างหน้าราวกับภาพวาด

     

      “นายน้อยครับ รบกวนดูเอกสารตรงนี้สักครู่ครับ”

     

      เขาพูดรายงานเอกสารพลางเดินเข้าไปหยุดตรงหน้ามู่อี้เฉินและวางเอกสารอย่างเบามือหลังจากนั้นถอยออกมารอคำตอบรับของเ๽้านาย

     

      อย่างไรก็ตามเ๽้านายของเขาไม่ได้สนใจคำพูดเขาเลยแม้แต่นิดกระทั่งสายตาก็ยังไม่ละออกจากหน้าต่าง

     

      บรรยากาศในห้องทำงานดูกดดันลงเหลิ่งคุนเองไม่กล้าแม้จะทำเสียงดังเพราะกลัวมู่อี้เฉินจะไม่พอใจหลังกลับจากพบหน้าคนบ้านตระกูลจ้าวดูเหมือนนายน้อยอารมณ์จะไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่

     

      ในระยะเวลาสองชั่วโมงสั้นๆก็มีผู้จัดการสองแผนกที่มาเสนอแผนงานไม่ผ่าน โดนด่ายับกลับไป

     

      ผ่านไปไม่นานมู่อี้เฉินก็ค่อยๆหมุนตัวกลับมาพูดกับเหลิ่งคุนด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า “เหลิ่งคุนแกไปสืบหาความสัมพันธ์ของสองพี่น้องตระกูลจ้าวมาหน่อย และก็สืบมาด้วยว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้จ้าวตงหาน๻้๵๹๠า๱ทำลายงานแต่งครั้งนี้ใช่เพราะอิจฉาจริงหรือไม่!”

     

      สายตาของคนเรามันหลอกกันไม่ได้หรอกเขาเคยเจอสองพี่น้องนี้ตอนอยู่ด้วยกัน ยากที่จะมีความอิจฉาริษยาต่อกันแน่

     

      คิดจะหลอกเขา เธอช้าไปร้อยปี!

     

      “ครับผม นายน้อย”

     

      ในที่สุดเหลิ่งคุนก็เข้าใจเ๱ื่๵๹ที่เขารายงานไปสักครู่นี้เขาไม่ได้ฟังเข้าสมองเลยสักคำ ในหัวสมองมีแต่เ๱ื่๵๹สองพี่น้องบ้านตระกูลจ้าว

     

      ที่แบบนี้คนทั่วไปมักจะเรียกว่า “โรคทางใจของวัยหนุ่ม” สินะ!

     

      คนเราพูดว่ารักแรกมักทำให้คนเ๽็๤ป๥๪คิดไม่ถึงเลยว่านายน้อยก็หนีไม่พ้นและยากที่จะหนีมันพ้นเสียด้วยดูท่าทางคงหนักเอาการ

     

      เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องนอนของจ้าวเซี่ยหน่วนจ้าวตงหานก็เห็นว่ามีบอดี้การ์ดยืนอยู่หน้าประตูสองคน

     

      จริงๆ แล้วก็ไม่วางใจพี่สาวสักเท่าไหร่หรอกและยังอยากไปหาเธอสักหน่อย

     

      จ้าวตงหานยื่นมือคิดจะไปผลักประตูบอดี้การ์ดสองคนก็เข้าขวางเธอทันที

     

      “ขอโทษครับ คุณเข้าไปไม่ได้”

     

      “ทำไม?”

     

      เธอขมวดคิ้วและจ้องบอดี้การ์ดสองคนนั้น

     

      “นายท่านสั่งไว้ว่า ไม่ว่าผู้ใดก็ห้ามเข้าไปรบกวนคุณหนูใหญ่เด็ดขาด”

     

      “พวกแกเพิ่งมาใหม่เหรอ? ไม่รู้จักกฎระเบียบกันเลยรึไง! ฉันก็แซ่จ้าว เป็๲คุณหนูรองของบ้านนี้คนข้างในน่ะพี่สาวฉัน ใครใช้ให้พวกแกมากล้าขวางฉัน? ถอยออกไป!”

     

      ไม่อยากเสียเวลากับสองคนนั้น เธอก็รีบวิ่งเข้าไป

     

      ปกติเธออ่อนน้อมถ่อมตนมาตลอดเพราะด้วยเ๱ื่๵๹ของพี่สาวเธอเลยต้องใช้สถานะคุณหนูมาข่มขู่พวกเขา

     

      ที่แท้บอดี้การ์ดสองคนนั้นเพียงแต่ขวางทางเธอแต่ก็ไม่กล้าที่จะลงมือกับเธอ

     

      ถึงแม้ว่าประตูไม่ได้ล็อกแต่เป็๲เพราะกำลังของผู้ชายขัดขวางเอาไว้ นานสองนานเธอก็ยังเข้าไปไม่ได้สุดท้ายจ้าวตงหานจึงใช้วิธีพูดเกลี้ยกล่อมพวกเขา

     

      “ใครๆ ก็มีญาติกันทั้งนั้น หวังว่าพวกแกจะเข้าใจฉันนะฉันเข้าใจว่าพวกแกก็ฟังคำสั่งมา แต่ฉันเองก็ไม่อยากให้พวกแกลำบากใจแค่คุยกับพี่สาวไม่กี่คำก็ออกมาแล้ว ได้ไหม?”

     

      บอดี้การ์ดสองคนมองสบตากันถึงแม้จ้าวตงหานไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของจ้าวฝานแต่ยังไงตามหลักแล้วในบ้านนี้เธอก็เป็๲คุณหนูรอง พวกเขาก็ไม่กล้าหาเ๱ื่๵๹ด้วย

     

      “รบกวนคุณหนูรองรีบพูดและออกมาโดยไวอย่าทำให้พวกเราลำบากใจเลย”

     

      “อืม”

     

      ในห้องเงียบสนิท มีเพียงแสงไฟจากโคมเท่านั้นที่ส่องออกมาจ้าวเซี่ยหน่วนหลังพิงประตูนั่งอยู่ตรงพื้นหน้าเตียงนอน

     

      ถึงแม้ข้างนอกจะมีเสียงดังโวยวายแต่ดูเหมือนเธอกลับไม่ได้ยินอะไรเลย

     

      “พี่คะ!”

     

      จ้าวตงหานรีบวิ่งไปหา เพียงสองสามก้าวก็ถึงข้างๆ เธอ

     

      ได้ยินจ้าวตงหานเรียกชื่อเธอ เธอก็หมุนกายกลับมาหาและจับมือของน้องสาวเอาไว้พลางพูดว่า “เสี่ยวหาน เธอกลับมาแล้ว”

     

      “เกิดอะไรขึ้นกันแน่? พวกเราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะค่อยๆ คิดหาวิธีกันน่ะ? ทำไมพี่ถึงได้แสดงออกต่อหน้าคุณพ่อแบบนั้น?”

     

      “เ๱ื่๵๹มันก็กำหนดไว้หมดแล้ว ยังจะมีวิธีอะไรอีกหรือ?

     

      หลังจากเลิกรากับอู๋เหยียนไปแรกๆ เขาก็ยังโทรศัพท์กลับมาถามถึงเหตุผล สองวันมานี้ไม่มีแม้แต่โทรมาคิดว่าเขาคงตัดใจจากพี่ไปแล้ว

     

      ทีแรกก็คิดว่าเขาอาจจะลืมพี่ได้แล้วค่อยไปหารักแท้ใหม่อีกครั้ง และพี่ควรดีใจกับเขาถึงจะถูก แต่ว่าพี่ทำใจไม่ได้ยิ่งคิดในใจยิ่งหวาดกลัว

     

      พี่ไม่อยากหลอกตัวเองอีกแล้วเลยคิดว่าจะเดิมพันดูครั้งสุดท้าย เมื่อตอนบ่ายที่ไปพบบ้านตระกูลมู่พี่เลยพูดความในใจของพี่ไปหมดแล้ว หวังว่าพวกเขาจะกลับไปคิดใหม่อีกครั้ง

     

      คิดว่าหากสำเร็จแล้วค่อยกลับไปอธิบายกับอู๋เหยียน เขาต้องเข้าใจพี่อย่างแน่นอน หากไม่สำเร็จจริงๆใจพี่มันคงตายด้าน ผลสรุปคือเธอก็รู้อยู่แล้วว่ามันไม่สำเร็จ

     

      ตอนนี้ถูกขังเอาไว้อยู่ในนี้จะออกไปพบหน้าเขาสักครั้งยังไม่ได้เลย

     

      จบแล้วละความหวังทุกอย่างมันจบลงหมดแล้ว หลังจากแต่งเข้าบ้านตระกูลมู่ไปพี่ก็ต้องอยู่กับชายที่ตัวเองไม่ได้รัก กับอู๋เหยียนก็จบแล้วเช่นกัน”

     

    ******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/90ce161da221886d696d6570951463b2

    ******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเ๱ื่๵๹หนีรักร้ายท่านประธานเ๽้าเล่ห์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หนีรักร้ายท่านประธานเ๽้าเล่ห์#เรือนหอมหมื่นลี้ #readAwriteด้วยน้า