“เื่แบบนี้ก็ไม่เคยมาก่อนเหมือนกันฉันกับพ่อแกก็ไม่ให้เสี่ยวหน่วนทำเหลวไหลหรอกเลยรีบแก้ต่างให้ว่าเด็กมันคงอายถึงพูดไปแบบนั้น
โชคดีที่เื่ราวเป็ไปตามที่วางแผนนายท่านมู่ที่อยากจะรีบจัดการเื่งานหมั้นให้เรียบร้อยอยู่แล้วเลยไม่ได้ถามและสงสัยอะไรมาก ก็นั่นแหละถึงได้กำหนดหมั้นเดือนหน้าวันที่สิบห้า”
คุณนายจ้าวเดินไปนั่งที่โซฟาอย่างสง่าและพูดอย่างไม่รีบร้อน
“พี่สาวล่ะคะ? หนูจะไปดูเธอสักหน่อย”
ไม่รู้ว่าพี่สาวเป็อย่างไรบ้างแล้วสงสัยว่าคงโดนคุณพ่อด่าไปแล้วสักยกแน่เลย! เธอต้องรีบไปปลอบใจสักหน่อยแล้ว
เธอเพิ่งจะขยับตัว คุณนายจ้าวขวางเธอไว้
“แกไม่จำเป็ต้องไป”
“ทำไมคะ?”
“หลังจากกลับมาถึง พ่อแกก็โกรธจัด เอาเสี่ยวหน่วนไปขังไว้ในห้องให้เธอ ‘คิดทบทวน’ ให้ดี ไม่อนุญาตให้ออกมาและไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปด้วยหน้าประตูก็มีบอดี้การ์ดยืนเฝ้าอยู่พ่อแกบอกว่าจะขังเธอไว้จนถึงวันที่สิบห้าค่อยพาออกมาแล้วส่งไปที่งานหมั้นเลยทีเดียว”
“จะทำอย่างนี้ได้ไงคะ?” นี่ไม่ใช่เป็การกักขังหน่วงเหนี่ยวหรอกหรือ? “ทำแบบนี้มันเป็การบังคับพี่สาวเกินไปเธอต้องทนไม่ไหวแน่ๆ! ไม่ได้ หนูจะไปคุยกับคุณพ่อสักหน่อย”
“เื่นี้แกอย่าสอดเป็การดีที่สุดฉันเคยพูดแล้วกับพ่อแกน่ะ เสี่ยวหน่วนเป็ลูกแท้ๆ ของฉันนะฉันเป็ห่วงเธอกว่าแกอีก พ่อแกกำลังโกรธอยู่ ใครจะไปพูดอะไรคงไม่มีประโยชน์หรอกยิ่งไปกว่านั้นเื่นี้เองเป็เสี่ยวหน่วนที่ไม่รู้ความให้บทเรียนแก่เธอบ้างจะเป็ไร ไม่งั้นอนาคตเธอได้เสียใจกว่านี้แน่”
“แต่ว่า...”
คุณนายจ้าวพูดเสียงไม่ดังเกินไปและไม่เบาเกินไปแต่ดูเข้มงวดว่า
“ปีนั้นพวกเราตั้งใจไว้ว่าจะมีลูกสาวเพียงแค่คนเดียวและไม่เคยมีแผนจะคิดรับเลี้ยงเด็กเพิ่มสุดท้ายที่คิดรับเลี้ยงแกเป็เพราะเสี่ยวหน่วนชอบแก พวกเราก็กลัวว่าเธอจะเหงาดังนั้นเลยหาเพื่อนเล่นให้เธอ
หลังจากที่เก็บแกกลับมาเธอดูมีชีวิตชีวาร่าเริงสดขึ้น ร่างกายก็แข็งแรงขึ้น ถ้าหากว่าไม่ใช่เพราะเหตุนี้สารรูปอย่างแกทั้งเ้าเล่ห์มากแผนการ ยิ่งชอบหาเื่วุ่นวายแบบนั้นพวกเราคงไม่รับเลี้ยงแกต่อไปหรอก
หวังว่าแกจะไม่ลืมฐานะของตัวเองนะแกก็แค่ลูกเลี้ยงคนหนึ่ง ถ้าเกิดว่าไม่มีบ้านตระกูลจ้าวก็ไม่มีแกเื่ที่พวกเราวางแผนเอาไว้ แกไม่มีสิทธิ์มาจุ้นจ้าน!”
จ้าวตงหานสะอึกเงียบ ไม่พูดจา
ใช่สินะ ถ้าหากไม่ใช่เพราะพี่สาวสนับสนุนไหนเลยคนอย่างเธอเด็กเหลือขอแบบนี้คงโดนบ้านตระกูลจ้าวไล่ออกไปตั้งนานแล้วละ!
เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าพูดแรงเกินไปกับปกติที่ตนเองดูเป็มาดผู้ดีแล้วไม่ค่อยจะเหมาะสมสักเท่าไหร่ คุณนายจ้าวจึงอ่อนลงแล้วก็พูดต่อไปว่า
“ถึงพวกแกจะเป็พี่น้องที่สนิทกันมากแต่ยังไงก็ต้องเคารพการตัดสินใจของผู้ใหญ่ ถูกต้องไหม? แกไม่ต้องร้อนใจไปหรอก ฉันรู้ว่าพวกแกรักใคร่สนิทสนมกันมากรอให้พ่อแกคลายโกรธลงก่อน แล้วฉันจะไปพูดเอง สรุปคือเื่นี้แกอย่าห่วงไปเลย”
จ้าวตงหานไม่ได้เถียงกับแม่บุญธรรมต่อไปอีกจึงหมุนตัวเดินกลับห้องไป
ที่ห้องทำงานตระกูลมู่กรุ๊ปมู่อี้เฉินยืนอยู่ตรงด้านหน้าหน้าต่างบานใหญ่มองไปข้างหน้าภาพตึกรามอาคารอย่างใจลอยวิวทิวทัศน์กลางคืนไม่ได้ทำให้อารมณ์ของชายหนุ่มนั้นดีขึ้นเลยสักนิดคิ้วยังขมวดเป็ปมอยู่เช่นนั้น
เหลิ่งคุนที่ผลักประตูเหล็กเดินเข้าไปมองเห็นข้างหน้าราวกับภาพวาด
“นายน้อยครับ รบกวนดูเอกสารตรงนี้สักครู่ครับ”
เขาพูดรายงานเอกสารพลางเดินเข้าไปหยุดตรงหน้ามู่อี้เฉินและวางเอกสารอย่างเบามือหลังจากนั้นถอยออกมารอคำตอบรับของเ้านาย
อย่างไรก็ตามเ้านายของเขาไม่ได้สนใจคำพูดเขาเลยแม้แต่นิดกระทั่งสายตาก็ยังไม่ละออกจากหน้าต่าง
บรรยากาศในห้องทำงานดูกดดันลงเหลิ่งคุนเองไม่กล้าแม้จะทำเสียงดังเพราะกลัวมู่อี้เฉินจะไม่พอใจหลังกลับจากพบหน้าคนบ้านตระกูลจ้าวดูเหมือนนายน้อยอารมณ์จะไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่
ในระยะเวลาสองชั่วโมงสั้นๆก็มีผู้จัดการสองแผนกที่มาเสนอแผนงานไม่ผ่าน โดนด่ายับกลับไป
ผ่านไปไม่นานมู่อี้เฉินก็ค่อยๆหมุนตัวกลับมาพูดกับเหลิ่งคุนด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า “เหลิ่งคุนแกไปสืบหาความสัมพันธ์ของสองพี่น้องตระกูลจ้าวมาหน่อย และก็สืบมาด้วยว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้จ้าวตงหาน้าทำลายงานแต่งครั้งนี้ใช่เพราะอิจฉาจริงหรือไม่!”
สายตาของคนเรามันหลอกกันไม่ได้หรอกเขาเคยเจอสองพี่น้องนี้ตอนอยู่ด้วยกัน ยากที่จะมีความอิจฉาริษยาต่อกันแน่
คิดจะหลอกเขา เธอช้าไปร้อยปี!
“ครับผม นายน้อย”
ในที่สุดเหลิ่งคุนก็เข้าใจเื่ที่เขารายงานไปสักครู่นี้เขาไม่ได้ฟังเข้าสมองเลยสักคำ ในหัวสมองมีแต่เื่สองพี่น้องบ้านตระกูลจ้าว
ที่แบบนี้คนทั่วไปมักจะเรียกว่า “โรคทางใจของวัยหนุ่ม” สินะ!
คนเราพูดว่ารักแรกมักทำให้คนเ็ปคิดไม่ถึงเลยว่านายน้อยก็หนีไม่พ้นและยากที่จะหนีมันพ้นเสียด้วยดูท่าทางคงหนักเอาการ
เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องนอนของจ้าวเซี่ยหน่วนจ้าวตงหานก็เห็นว่ามีบอดี้การ์ดยืนอยู่หน้าประตูสองคน
จริงๆ แล้วก็ไม่วางใจพี่สาวสักเท่าไหร่หรอกและยังอยากไปหาเธอสักหน่อย
จ้าวตงหานยื่นมือคิดจะไปผลักประตูบอดี้การ์ดสองคนก็เข้าขวางเธอทันที
“ขอโทษครับ คุณเข้าไปไม่ได้”
“ทำไม?”
เธอขมวดคิ้วและจ้องบอดี้การ์ดสองคนนั้น
“นายท่านสั่งไว้ว่า ไม่ว่าผู้ใดก็ห้ามเข้าไปรบกวนคุณหนูใหญ่เด็ดขาด”
“พวกแกเพิ่งมาใหม่เหรอ? ไม่รู้จักกฎระเบียบกันเลยรึไง! ฉันก็แซ่จ้าว เป็คุณหนูรองของบ้านนี้คนข้างในน่ะพี่สาวฉัน ใครใช้ให้พวกแกมากล้าขวางฉัน? ถอยออกไป!”
ไม่อยากเสียเวลากับสองคนนั้น เธอก็รีบวิ่งเข้าไป
ปกติเธออ่อนน้อมถ่อมตนมาตลอดเพราะด้วยเื่ของพี่สาวเธอเลยต้องใช้สถานะคุณหนูมาข่มขู่พวกเขา
ที่แท้บอดี้การ์ดสองคนนั้นเพียงแต่ขวางทางเธอแต่ก็ไม่กล้าที่จะลงมือกับเธอ
ถึงแม้ว่าประตูไม่ได้ล็อกแต่เป็เพราะกำลังของผู้ชายขัดขวางเอาไว้ นานสองนานเธอก็ยังเข้าไปไม่ได้สุดท้ายจ้าวตงหานจึงใช้วิธีพูดเกลี้ยกล่อมพวกเขา
“ใครๆ ก็มีญาติกันทั้งนั้น หวังว่าพวกแกจะเข้าใจฉันนะฉันเข้าใจว่าพวกแกก็ฟังคำสั่งมา แต่ฉันเองก็ไม่อยากให้พวกแกลำบากใจแค่คุยกับพี่สาวไม่กี่คำก็ออกมาแล้ว ได้ไหม?”
บอดี้การ์ดสองคนมองสบตากันถึงแม้จ้าวตงหานไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของจ้าวฝานแต่ยังไงตามหลักแล้วในบ้านนี้เธอก็เป็คุณหนูรอง พวกเขาก็ไม่กล้าหาเื่ด้วย
“รบกวนคุณหนูรองรีบพูดและออกมาโดยไวอย่าทำให้พวกเราลำบากใจเลย”
“อืม”
ในห้องเงียบสนิท มีเพียงแสงไฟจากโคมเท่านั้นที่ส่องออกมาจ้าวเซี่ยหน่วนหลังพิงประตูนั่งอยู่ตรงพื้นหน้าเตียงนอน
ถึงแม้ข้างนอกจะมีเสียงดังโวยวายแต่ดูเหมือนเธอกลับไม่ได้ยินอะไรเลย
“พี่คะ!”
จ้าวตงหานรีบวิ่งไปหา เพียงสองสามก้าวก็ถึงข้างๆ เธอ
ได้ยินจ้าวตงหานเรียกชื่อเธอ เธอก็หมุนกายกลับมาหาและจับมือของน้องสาวเอาไว้พลางพูดว่า “เสี่ยวหาน เธอกลับมาแล้ว”
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่? พวกเราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะค่อยๆ คิดหาวิธีกันน่ะ? ทำไมพี่ถึงได้แสดงออกต่อหน้าคุณพ่อแบบนั้น?”
“เื่มันก็กำหนดไว้หมดแล้ว ยังจะมีวิธีอะไรอีกหรือ?
หลังจากเลิกรากับอู๋เหยียนไปแรกๆ เขาก็ยังโทรศัพท์กลับมาถามถึงเหตุผล สองวันมานี้ไม่มีแม้แต่โทรมาคิดว่าเขาคงตัดใจจากพี่ไปแล้ว
ทีแรกก็คิดว่าเขาอาจจะลืมพี่ได้แล้วค่อยไปหารักแท้ใหม่อีกครั้ง และพี่ควรดีใจกับเขาถึงจะถูก แต่ว่าพี่ทำใจไม่ได้ยิ่งคิดในใจยิ่งหวาดกลัว
พี่ไม่อยากหลอกตัวเองอีกแล้วเลยคิดว่าจะเดิมพันดูครั้งสุดท้าย เมื่อตอนบ่ายที่ไปพบบ้านตระกูลมู่พี่เลยพูดความในใจของพี่ไปหมดแล้ว หวังว่าพวกเขาจะกลับไปคิดใหม่อีกครั้ง
คิดว่าหากสำเร็จแล้วค่อยกลับไปอธิบายกับอู๋เหยียน เขาต้องเข้าใจพี่อย่างแน่นอน หากไม่สำเร็จจริงๆใจพี่มันคงตายด้าน ผลสรุปคือเธอก็รู้อยู่แล้วว่ามันไม่สำเร็จ
ตอนนี้ถูกขังเอาไว้อยู่ในนี้จะออกไปพบหน้าเขาสักครั้งยังไม่ได้เลย
จบแล้วละความหวังทุกอย่างมันจบลงหมดแล้ว หลังจากแต่งเข้าบ้านตระกูลมู่ไปพี่ก็ต้องอยู่กับชายที่ตัวเองไม่ได้รัก กับอู๋เหยียนก็จบแล้วเช่นกัน”
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/90ce161da221886d696d6570951463b2
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์#เรือนหอมหมื่นลี้ #readAwriteด้วยน้า