สายลมหนาวของต้นเดือนมกราคมยังคงพัดพากลิ่นอายความเย็นเยียบให้ลอยอบอวลทั่วกรุงเทพมหานคร บรรยากาศการทำงานวันแรกหลังหยุดยาวปีใหม่ผ่านพ้นไปพร้อมความเหนื่อยล้าของพนักงาน มินตราเดินกลับมาถึงห้องพักในอพาร์ตเมนต์ซอยลึก่ค่ำด้วยหัวใจที่ยังหน่วงเหนื่อยล้าดั่งเศษแก้วที่แตกร้าว เด็กสาวทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง มองข้อความอวยพรและภาพครอบครัวแสนอบอุ่นของปกป้องที่ยังคงติดตาและกรีดลึกในความรู้สึกทุกค่ำคืน
ขณะกำลังจะลุกไปอาบน้ำ เสียงเคาะประตูห้องพักเบา ๆ ทว่าสม่ำเสมอดังขึ้น มินตราชะงักไป หัวใจดวงน้อยพลันเต้นระทึกอย่างห้ามไม่ได้ ร่างบางก้าวเดินไปเปิดประตูอย่างเชื่องช้า และเมื่อแผ่นไม้เปิดออกกว้าง เธอก็พบร่างสูงสง่าอันแสนคุ้นเคยยืนอยู่ท่ามกลางแสงสลัวของทางเดิน
ปกป้องในชุดเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มพับแขนเสื้อ เนกไทถูกคลายออกเล็กน้อย ใบหน้าคมเข้มวัยสี่สิบปีดูอ่อนล้าจากการทำงานและเื่ราวทางบ้าน ทว่าดวงตาคมคู่นั้นทอดมองมาด้วยความรู้สึกห่วงใยและโหยหาอย่างปิดไม่มิด ในมือหนาหิ้วถุงกระดาษจากร้านเบเกอรี่เ้าดังย่านสุขุมวิท ซึ่งเป็ร้านที่มินตราเคยเปรยว่าอยากทานเค้กสตรอว์เบอร์รีชีสพายมากแต่ไม่มีโอกาสได้คิวซื้อ
"พี่ป้อง..." เสียงหวานพึมพำเรียก ร่างบางเบี่ยงเปิดทางให้อีกฝ่ายก้าวเข้ามาอย่างคุ้นชิน
ปกป้องปิดประตูห้องและล็อกอย่างแ่า ชายหนุ่มวางถุงขนมลงบนโต๊ะ ก่อนจะหันมาดึงร่างบางเข้าไปกอดไว้แน่น กลิ่นน้ำหอมโทนไม้ผสมกลิ่นยาสูบจาง ๆ โชยกระทบจมูก ปลุกเร้าความอบอุ่นที่มินตราโหยหามาตลอดหลายวันให้เอ่อล้น
"สวัสดีปีใหม่ครับเด็กดีของพี่" เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหูอย่างอ่อนโยน ฝ่ามือหนาลูบไล้แผ่นหลังบางผ่านผ้าฝ้ายอย่างทะนุถนอม "พี่ซื้อเค้กร้านโปรดที่มินต์อยากทานมาฝากครับ ขอโทษที่คืนปีใหม่พี่ไม่ได้อยู่ด้วย และส่งไลน์มาช้า... พี่ต้องดูแลความเรียบร้อยที่บ้านจริง ๆ"
คำขอโทษนั้นชวนให้ขอบตาร้อนผ่าว มินตราซบหน้าลงกับอกกว้างของเขา อ้อมกอดนี้อบอุ่นและปลอดภัยเหลือเกิน ทว่าภาพความสุขของครอบครัวเขาบนหน้าจอโทรศัพท์ยังคงตอกย้ำสถานะคนในความลับเสมอ เด็กสาวฝืนส่งยิ้มบางเบาพลางผละตัวออก
"ไม่เป็ไรค่ะพี่ป้อง มินต์เข้าใจดีค่ะ วันปีใหม่พี่ป้องก็ต้องอยู่ดูแลครอบครัวอยู่แล้ว" มินตราเลี่ยงสายตาคมกริบ ก้มเปิดกล่องเค้กเพื่อซ่อนน้ำตาที่เริ่มรื้นขึ้นมา "ขอบคุณสำหรับเค้กนะคะ ร้านนี้คิวยาวมากเลย พี่ป้องอุตส่าห์ไปซื้อมาให้"
ท่าทีรักษาระยะห่างของเด็กสาวไม่รอดพ้นสายตาช่ำชองของปกป้อง ชายหนุ่มขยับตามไปยืนซ้อนหลัง ดึงเอวบางเข้ามาชิดกาย โน้มใบหน้าลงซุกไซ้ซอกคอหอมสะอาดกลิ่นแป้งเด็กผสมพีชอ่อน ๆ ที่เขาแสนคิดถึง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนมินตราสั่นสะท้านน้อย ๆ
"โกรธพี่หรือเปล่าครับ หืม? มินต์ตอบไลน์พี่ห่างเหินจัง" เสียงทุ้มถามกระซิบชิดผิวแก้ม ก่อนจะเชยคางมนขึ้นให้สบตา
"มินต์ไม่ได้โกรธค่ะ... มินต์แค่พูดความจริง" น้ำเสียงหวานสั่นไหว แววตากลมหม่นแสงสะท้อนความเ็ปลึกซึ้ง
ปกป้องมองลึกลงในดวงตาคู่นั้น ชายหนุ่มถอนหายใจยาวด้วยความรู้สึกผิดปนเสน่หาที่ท่วมท้น เขาก้มลงทาบทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มอย่างแ่เบาในตอนแรก ก่อนจะค่อย ๆ บดเบียดรุกรานด้วยความเร่าร้อนโหยหาละลายความเ็าของเธอ ริมฝีปากหนาขบเม้มดึงรั้งความหวานล้ำอย่างหนักแน่น มือหนาประคองดึงตัวเธอให้แนบชิดไร้ช่องว่าง มินตราเผลอไผลเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบแสนชำนาญ มือเรียวยกขึ้นเกาะไหล่หนาของเขาไว้แน่น
จูบเนิ่นนานผ่านไปจนกระทั่งปกป้องค่อย ๆ ผละออก ชายหนุ่มใช้นิ้วโป้งเกลี่ยซับหยาดน้ำตาที่ไหลซึมแ่เบา เขารู้ดีว่าไม่สามารถก้าวล่วงลึกซึ้งไปกว่านี้ได้ในค่ำคืนนี้ เพราะเขายังมีหน้าที่และภาระที่ต้องกลับไปดูแลที่บ้านตามเวลา
"เค้กทานให้อร่อยนะคนเก่ง พี่ต้องกลับแล้วล่ะครับ อย่าคิดมากนะ พี่รักมินต์นะครับ" ปกป้องกระซิบคำหวานประโลมใจ จูบหน้าผากมนส่งท้ายอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวก้าวออกจากห้องพักไป ปล่อยให้มินตรามองตามแผ่นหลังที่จากไปพร้อมความเงียบเหงาและเค้กกล่องโตที่หวานล้ำทว่าเจือด้วยน้ำตา
---
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ แผนกการตลาดของบริษัทเอกชนชื่อดัง บรรยากาศการทำงานเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นต้อนรับต้นปี ทุกคนขะมักเขม้นกับแผนงานใหม่ มินตราพยายามสลัดความรู้สึกส่วนตัว ตรวจสอบรายงานบนโต๊ะอย่างมุ่งมั่น ทว่าเสียงปรบมือจากหัวหน้าแผนกทำให้ทุกคนหันไปมอง
ปกป้องในมาดผู้บริหารขรึมเท่ สวมเชิ้ตสีเทาเนี้ยบก้าวมายืนตรงกลางแผนก ข้างกายมีชายหนุ่มร่างโปร่งหน้าตาดีคนหนึ่งยืนส่งยิ้มสดใสเป็มิตร
"ทุกคนครับ วันนี้แผนกของเรามีสมาชิกใหม่ย้ายเข้ามาทำตำแหน่งเ้าหน้าที่การตลาดดิจิทัลเพิ่ม แนะนำตัวเลยครับ" น้ำเสียงสุขุมของปกป้องเอ่ยขึ้น
"สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อ 'นนท์' นะครับ อายุยี่สิบสามปี เพิ่งเรียนจบและได้เข้าทำงานเต็มตัวเป็ที่แรก ฝากเนื้อฝากตัวกับพี่ ๆ ทุกคนด้วยนะครับ หากมีอะไรชี้แนะตักเตือน ยินดีน้อมรับเสมอครับ" นนท์แนะนำตัวด้วยน้ำเสียงร่าเริง แววตาสดใสและรอยยิ้มกว้างทำให้บรรยากาศรอบข้างดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันที
พนักงานในแผนกต่างตบมือต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยเฉพาะแพรวรุ่นพี่สาวที่ส่งยิ้มหวานทักทายพนักงานใหม่ด้วยความสนใจ ปกป้องกวาดสายตามองคนในแผนกก่อนจะหยุดลงที่มินตรา
"คุณมินต์ เนื่องจากนนท์เพิ่งเข้ามาใหม่และอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ผมฝากคุณมินต์ช่วยคอยเป็พี่เลี้ยงแนะนำเื่ระบบเอกสารภายในและการใช้เครื่องมือวิจัยตลาด่สัปดาห์แรกหน่อยนะ นนท์... โต๊ะทำงานของคุณจะอยู่ข้าง ๆ คุณมินต์นะ มีอะไรสอบถามเขาได้เลย"
"ได้ค่ะคุณปกป้อง" มินตราตอบรับคำสั่งงานตามหน้าที่
"ขอบคุณครับคุณปกป้อง ขอบคุณล่วงหน้าครับคุณมินต์" นนท์ยิ้มกว้างเดินมาที่โต๊ะทำงานที่อยู่ติดกัน ชายหนุ่มจัดการวางของใช้และหันมาส่งยิ้มให้เพื่อนร่วมงานคนใหม่ "ฝากตัวด้วยนะครับคุณมินต์ เรียกผมว่านนท์เฉย ๆ ก็ได้ครับ ไม่ต้องเกร็งนะ"
"ยินดีค่ะ เรียกมินต์เฉย ๆ เหมือนกันเถอะค่ะ เราอายุพอ ๆ กันเลย" มินตราส่งยิ้มต้อนรับอย่างเป็กันเอง รู้สึกผ่อนคลายขึ้นบ้างเมื่อได้พบคนรุ่นเดียวกันในแผนกที่เต็มไปด้วยผู้ใหญ่
---
ตลอดทั้งวันนั้น นนท์แสดงตัวเป็เด็กหนุ่มที่หัวไวและขยันขันแข็ง คอยสอบถามเื่งานด้วยท่าทีสุภาพ มินตราทำหน้าที่แนะนำงานอย่างใจเย็น ความร่าเริงของนนท์ช่วยให้บรรยากาศการทำงานที่มักเคร่งเครียดดูลดลงไป เสียงหัวเราะแ่เบาและบทสนทนาที่เป็ธรรมชาติระหว่างคนทั้งสองเริ่มดังขึ้นเป็ระยะในมุมทำงาน
่บ่าย นนท์เดินกลับมาจากร้านกาแฟพร้อมแก้วเครื่องดื่มในมือ ชายหนุ่มวางแก้วชาเขียวเย็นและครัวซองต์ชิ้นหอมกรุ่นลงบนโต๊ะของมินตรา
"นี่ครับ ค่าวิชาสอนงานวันนี้ ขอบคุณมินต์มากนะครับที่ช่วยสอนจนคีย์ข้อมูลเข้าระบบเสร็จเรียบร้อย" นนท์กล่าวพลางขยิบตาให้อย่างทะเล้นและสุภาพ
"ขอบคุณมากเลยค่ะนนท์ ความจริงไม่ต้องซื้อมาให้ก็ได้นะ เกรงใจจัง" มินตรามองขนมด้วยความเกรงใจทว่ารอยยิ้มกว้างกลับระบายบนใบหน้า แววตากลมอิ่มฉายประกายผ่อนคลาย
"ไม่ลำบากเลยครับ สัญญาว่าจะตั้งใจเรียนรู้งานให้เร็วที่สุด" นนท์ยิ้มตอบและหันกลับไปนั่งทำงานต่อ
ภาพรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของมินตราที่ส่งให้เพื่อนร่วมงานคนใหม่ ทอดสะท้อนผ่านกระจกใสของห้องทำงานหัวหน้าแผนกอย่างแจ่มชัด ปกป้องยืนมองมาจากห้องส่วนตัวด้วยหัวใจที่บีบรัดรุนแรง
ความหึงหวงอย่างบ้าคลั่งปะทุขึ้นในอกของผู้ใหญ่วัยสี่สิบอย่างห้ามไม่ได้ ปกป้องขบกรามแน่นจนเกิดรอยนูน มือหนาที่กำขอบแฟ้มสั่นเทาน้อย ๆ เขาเป็คนเดียวที่ควรได้รับรอยยิ้มสดใสและแววตาร่าเริงคู่นั้น เขาแอบซ่อนความสัมพันธ์นี้และสวมหน้ากากหัวหน้าแผนกผู้แสนดีมีศีลธรรมค้ำคอไว้เพื่อความปลอดภัยของเธอในออฟฟิศ แต่เด็กหนุ่มคนนั้นกลับได้รับเสียงหัวเราะและรอยยิ้มอย่างเปิดเผยและง่ายดายโดยไม่ต้องกังวลสิ่งใด
ความอัดอั้นและไฟหึงที่แผดเผาทำให้สติเริ่มสั่นคลอน ปกป้องไม่สามารถยืนทนมองต่อไปได้ ชายหนุ่มก้าวเดินออกจากห้องทำงานตรงไปยังโต๊ะของคนทั้งสองด้วยใบหน้าเรียบตึงเ็าจนแผ่รังสีความกดดันไปรอบด้าน
"คุณมินต์ ช่วยเอาสรุปรายงานวิเคราะห์แผนแคมเปญตัวนี้ไปปรับปรุงแก้คำผิดและตัวเลขสถิติใหม่ทั้งหมด แล้วส่งให้ผมตรวจในห้องทำงานภายในหนึ่งชั่วโมงนี้ด้วยครับ" น้ำเสียงของปกป้องดังเรียบนิ่งและเข้มงวดเฉียบขาดจนน่าใจหาย ไม่มีกระแสความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
นนท์ที่กำลังคุยเล่นชะงักไป รอยยิ้มร่าเริงหายวับก้มหน้าทำงานทันที มินตราสะดุ้งตัว เงยสบสายตาคมกริบที่มองดิ่งลงมาด้วยแววตาเ็าอัดแน่นด้วยความไม่พอใจลึก ๆ เด็กสาวรับแฟ้มงานมาด้วยความอึดอัดใจแน่นอก
"ได้ค่ะ... มินต์จะรีบจัดการแก้ไขให้เสร็จทันเวลาค่ะคุณปกป้อง" มินตราพยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ รักษาระยะห่างตามหน้าที่
"ดีครับ อย่าชักช้าล่ะ งานนี้สำคัญมาก ผมไม่้าให้พนักงานใหม่เสียสมาธิเพราะมัวแต่ชวนคุยเล่นในเวลางาน" ปกป้องทิ้งคำพูดเรียบนิ่งแฝงคำเตือนเงียบ ๆ สายตาดุดันตวัดมองนนท์ปราดหนึ่งก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องทำงานส่วนตัวและปิดประตูกระจกลงเสียงดัง
มินตรามองตามประตูที่ปิดสนิทด้วยความรู้สึกหน่วงในอก หัวใจเต้นระทึกหวาดกลัวคำเตือนของเขา ขณะเดียวกันก็อึดอัดกับท่าทีหึงหวงของผู้ใหญ่ที่ใช้อำนาจกดดันเธอทางอ้อม เด็กสาวก้มหน้าทำงานต่อเงียบ ๆ สูดหายใจเข้าลึกเพื่อซ่อนความสับสน บรรยากาศอบอุ่นสดใสเมื่อครู่มลายสลาย เหลือเพียงความตึงเครียดที่เริ่มส่งสัญญาณเตือนภัยอันตรายให้ความลับของเธอกับเขา...