บทที่สอง
อีกราตรีผ่านไปที่ลู่อิงิเก็บเศษผลึกไว้ในถุงหอมที่คาดเอวของตนเองคิดว่าจะใช้เวลาหนึ่งคืนนี้เก็บของเตรียมตัวไปโลกมนุษย์แต่ทั้งคืนนางก็แทบไม่ได้ทำอะไรนอกจากส่องผลึกเล่นเพราะในกระท่อมไม้ไม่มีอะไรเลยที่ให้เก็บ ของวิเศษก็ไม่มีให้นำติดตัวโอสถทิพย์ช่วยเพิ่มพลังปราณก็ไม่มี ไม่รู้ว่าจะเสียเวลาอีกคืนทิ้งไปทำไม
จนรุ่งสางนางก็ออกจากกระท่อมไม้ หมุนตัวมองรอบสวนสระอีกครั้ง อยู่มาเกือบจะร้อยปีแล้วก็ใจหายถ้าจะต้องจากไปสวนที่เต็มไปด้วยพืชพันธุ์นานาชนิดสระน้ำใสมีบัวใกล้จะเบ่งบานที่นางคงไม่ได้ทันได้อยู่ชม
“เดี๋ยวข้ากลับมา”
ลู่อิงิเหาะผ่านนภาลงมาที่พื้นพิภพใช้เวลาไม่นานแต่เท่านี้ก็แทบหมดพลัง เอาแต่กินนอนไม่สั่งสมบารมีก็เป็เช่นนี้จะโทษใครได้นางมาลงแถวนอกเมืองเพื่อจะได้พรางตัวเป็ชาวบ้านก่อนจะเดินเข้าเมืองเพื่อถามหาข่าวจากคนในตลาดอีกที
บ้านเรือนยังเหมือนกับครั้งที่นางเป็มนุษย์ต่างแค่มีการสร้างหนาแน่นขึ้นชุดแต่งกายก็คล้ายเดิม การปะปนจึงเป็เื่ง่ายลู่อิงิจึงแปลงกายเปลี่ยนชุดเป็แบบชุดชายหนุ่มแล้วก้าวเข้าไปในโรงเตี๊ยม
“เสี่ยวเอ้อร์” นางเอ่ยเรียกลูกจ้างอยู่หน้าทางเข้า
“ขอรับคุณชาย”เสี่ยวเอ้อร์ประจำร้านได้ยินรีบวิ่งมาต้อนรับแขกแต่งกายดีดูมีเงินหนาอย่างนอบน้อมทันที
“จัดโต๊ะมาให้ข้าพร้อมเหล้าหนึ่งกา”
“ขอรับ เชิญด้านนี้เลยขอรับ”
เซียนน้อยเดินเข้าร้านตามเสี่ยวเอ้อร์ไปนั่งด้านใน‘ว่าไปก็รู้สึกดีที่ได้มาโลกมนุษย์เหมือนกัน’ นางคิดในใจเพราะสมัยเป็มนุษย์ชีวิตไม่ค่อยราบรื่นเท่าไรนักไม่มีทางได้มาโรงเตี๊ยมแล้วได้รับการต้อนรับดีขนาดนี้ถ้าพอเป็ลูกจ้างหลังร้านคงเป็ไปได้มากกว่า
นางนั่งลงที่ม้านั่งที่เสี่ยวเอ้อร์ขะมักเขม้นเช็ดให้จนแทบขึ้นเงาจากนั้นจึงเอ่ยถามเื่ที่้าจะรู้กับอีกฝ่าย“เสี่ยวเอ้อร์ข้าถามอะไรหน่อย”
“ขอรับนายท่าน”
“สองวันก่อนน่ะ ที่เกิดดาวตก ได้ตกมาแถวนี้ไหม?”
“อ๋อ ใช่ๆ ดาวตกวันนั้นข้าก็เห็นงดงามมากขอรับแต่เื่ตกแถวนี้ไหมข้าไม่แน่ใจขอรับ อาจจะตกไปที่เมืองข้างๆ มากกว่า”เสี่ยวเอ้อร์ตอบกลับตามตรงเพราะเขาไม่ได้ยินข่าวเลยว่ามีใครพูดถึงดาวตกในเมืองนี้เลย
“ไม่เป็ไร” แล้วลู่อิงิก็หยิบเงินจากถุงส่งให้ผู้น้อยรับไว้ทั้งเป็ค่าเหล้าและค่าตอบคำถามเสี่ยวเอ้อร์ที่ได้รับเงินไปก็ตาโต ตอบคำถามเล็กน้อยก็ได้เงินขนาดนี้
“กรุณามากนายท่าน ขอบคุณขอรับ”เขาโค้งตัวหลายรอบกว่าจะเดินออกไปอุ่นเหล้ามาให้นายท่านที่ร่ำรวยเงินแค่นี้ไม่ใช่เื่ยากอยู่แล้วนางเสกมันขึ้นมาได้เพราะมันไม่ใช่ของวิเศษอะไรเพียงเสียพลังปราณเท่านั้น แต่ได้ช่วยเหลือค่าใช้จ้ายโรงเตี๊ยมเล็กๆ สักหน่อยก็ดี
ระหว่างรอเหล้าที่สั่งไปก็กลับมาคิดเื่สำคัญเห็นทีสิ่งที่ยากที่สุดที่จะได้แก้วผลึกกลับมาอาจจะคือการตามหามากกว่าว่าไปตกที่ไหนบ้างแล้วถ้าไม่ได้อยู่ใกล้กันเสี้ยวที่อยู่กับนางก็ไม่เรืองแสงระยิบออกมาอีกคิดมาถึงตรงนี้ก็พลันถอนหายใจ
“คุณชายท่านนี้”ขณะนั้นเองเสียงเรียกจากด้านหลังเรียกเซียนน้อยในร่างคุณชายให้หันไปหาโดยที่นางก็พยายามแสร้งแสดงทำตัวให้เหมือนคุณชายบ้านรวยยิ้มง่ายเป็มิตรมากที่สุด
“พวกท่านมีอะไรหรือ?” นางกล่าวเสียงทุ้มกว่าปกติ
“เมื่อครู่พวกข้าได้ยินว่าคุณชายพูดถึงเื่ดาวตก”ได้ยินอีกฝ่ายพูดนางก็ยื่นตัวเข้าไปเล็กน้อยมองชายสองคนที่นั่งอยู่ด้านหลังพวกเขาเหมือนเป็นักดาบพเนจรร่างกายกำยำบึกบึนไว้หนวดเครามีห่อผ้าวางบนโต๊ะ
“ใช่แล้ว พวกท่านรู้เห็นข่าวอะไรมาหรือ?”
“ความจริงก็ทั้งใช่และก็ไม่ใช่” ประโยคนี้เป็ชายอีกคนเอ่ยตอบ
“แล้วอย่างไรกันแน่?” ถึงจะดูเป็ผู้ฝึกยุทธ์แต่ก็ไม่ได้ดูเป็คนเถรตรงเท่าไรตาเฉียงคิ้วตกทำให้เหมือนคนเห็นแก่เงิน ถ้าเป็ข่าวแลกเงินนางพร้อมอยู่แล้วเงินไม่ใช่ปัญหา
“ข้าได้ยินข่าวมาอีกทีจากเพื่อน ว่าหัวเมืองมีคนเก็บเศษดาวได้”
“งั้นหรือ เก็บได้ที่ใดกัน” ถ้าเก็บได้แปลว่านางไม่ต้องหาเองไปขอคืนหรือขอซื้อได้เลยสะดวกยิ่งนัก
“ที่หัวเมืองถงเซี่ยคุณชาย แต่เป็ข่าวที่ได้ยินผ่านๆ เท่านั้นหากอยากทราบจริงๆ ข้ารู้จักคนที่พอจะรู้เื่” เขาเสนอตัวช่วยให้นางให้หาข่าวง่ายขึ้น
“ยินดีเลย หากท่านพาข้าไปจนเจอเศษดาวตกข้ามีรางวัลจะมอบให้พวกท่านแน่นอน”ลู่อิงิเสนอ เพราะถ้าพวกเขาทั้งสองเป็นักดาบรับจ้างย่อมอยากได้เงินอยู่แล้ว
“เต็มใจอยู่แล้วคุณชาย ขณะนี้ก็ยามอู่[1] หากเดินทางตอนนี้ก็อาจจะทันหัวเมืองถงเซี่ยในยามโหย่ว[2] ถ้าคุณชายรีบ้าเดี๋ยวนี้” ใช่เลยนาง้ารวดเร็วที่สุด เพราะมีอีกหลายชิ้นที่ต้องไปตามหาข้อเสนอนี้นางจึงรีบรับลืมคิดหน้าคิดหลัง
“รบกวนพวกท่านแล้วนำทางข้าด้วย”นักดาบทั้งสองนำทางลู่อิงิขี่ม้าเข้าชายป่าหลังจากกล่าวว่าหากไปทางนี้จะถึงเร็วกว่า ถึงจะลำบากหน่อยแต่ถ้ารีบจึงแนะนำนางก็เลยควบม้าตามไป ในป่าเริ่มมืดขึ้นเรื่อยๆ เพราะความรกทึบและหนาแน่นของต้นไม้เส้นทางเริ่มไม่ชัดจากที่เหมือนมีรอยหญ้าแหวกไว้เดินทางก็แทบจะเป็เส้นทางที่ไม่มีคนใช้
“พวกท่านแน่ใจนะว่าเส้นทางนี้” ลู่อิงิะโถามชายที่ควบม้านำหน้า
“ทางนี้ถูกต้องแล้วคุณชาย” ถ้าผู้นำทางว่าถูกต้องนางก็ต้องว่าเช่นนั้นควบม้าตามไปให้ใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าคลาดกันคงลำบากหญ้าก็ขึ้นสูงนักแทบจะเกินครึ่งตัวม้าขึ้นมาแล้ว
“พวกท่านช้าหน่อยได้ไหม” ลู่อิงิไม่ได้ขี่ม้ามานานมากแล้วไปไหนมาไหนก็เหาะเอาอย่างที่เซียนทั่วไปทำกัน เวลานี้จึงขี่ได้ช้าว่าที่ควรแต่ผู้นำทางของเซียนปลายแถวก็ไม่มีท่าทีจะลดความเร็วลงเลยยิ่งลึกก็ยิ่งเร่งความเร็วอีกต่างหาก
“คุณชาย!” เสียงห่างออกไปะโเรียกลู่อิงิห่างชนิดที่ว่าตอนนี้นางไม่เห็นพวกเขาแล้วด้วยซ้ำ อาศัยตามเอาจากเสียงเท่านั้น“ทางนี้ๆ” เสียงที่ก้องไปมาเริ่มทำนางสับสน
“พวกท่านหยุดก่อนได้ไหม ข้าหาไม่เจอ”ลู่อิงิดึงบังเหียนของม้าให้หยุดวิ่งแล้วหันมองรอบตัวเห็นแต่หญ้าขึ้นสูงทั้งต้นไม้หนาจนไม่เห็นท้องฟ้า้าแค่มีแสงส่องมาร่ำไรพอเห็นทางไม่ต้องถึงขนาดจุดคบไฟ
“คุณชายลงมาก่อน พวกข้าเจออะไรบางอย่างทางนี้ เดินมาที”
“งั้นหรือ?” ลงม้าตอนนี้นะหรือดูไม่ใช่ความคิดที่ดีเอาเสียเลย ยิ่งเดินจะทำให้วิสัยทัศน์แคบลงแต่พวกเขาอาจจะเจออะไรบางอย่างและ้าความช่วยเหลือ
ลู่อิงิะโลงจากหลังม้าเดินตามเสียงพวกเขาไปเรื่อยๆจึงเห็นชายหนุ่มร่างกำยำทั้งสองซึ่งมีคนหนึ่งยืนพิงต้นไม้และมีจุดแดงที่แขนเสื้อคงเป็อะไรไม่ได้นอกจากเื
“ท่านเป็อะไรหรือ” นางถามคนที่มีจุดเืที่แขนเขาดูไม่ค่อยดีเลยดูอ่อนเพลียคล้ายจะหลับ
“เขาโดนแมงมุมพิษกัด”
“แมงมุมพิษหรือ ร้ายแรงมากหรือไม่?” นางถามกับอย่างตระหนกเกรงว่าพิษจะร้ายแรงแล้วเกิดช่วยไม่ทันเขาเป็อะไรขึ้นมาไม่ใช่ว่าเพราะนางพาพวกเขามาเจอเหตุการณ์นี้หรือ
“พอสมควร ถ้าไม่ได้ยาในหนึ่งชั่วยามอาจจะสิ้นชีวิต” เช่นนั้นก็ร้ายแรงสิ!อยู่กลางป่าแบบนี้จะไปรักษาที่ไหน นางพลันคิ้วขมวดกลุ้มใจคิดว่านางควรแสดงตัวไหมว่ามิใช่มนุษย์แต่ก่อนอื่นนางขอประเมินแผลก่อนที่จะใช้พลังปราณเซียนรักษาให้จึงเดินเข้าหาชายที่พิงต้นไม้อย่างอ่อนล้า
“ขอข้าดูแผลหน่อยได้ไหม”
“ท่านเข้าไปเลิกแขนเสื้อดู”เพื่อนอีกคนผายมือให้นางเดินเข้าไปลู่อิงิที่เดินเข้าหาก็พยายามจะถกแขนเสื้อชายหนุ่มให้สูงขึ้นโดยไม่ได้สังเกตด้านหลังเลยว่ามีคนยกเข็มเล็กเงาวับขึ้นสูง
“ไม่เห็นจะ อะ..” หลังคอนางรู้สึกคล้ายมีอะไรมากัดชาลามไปทั่วจากต้นคอกระจายจนปากขยับพูดไม่ได้ประโยคจึงค้างไว้เช่นนั้นร่างกายเกร็งนิ่ง แต่ยังพอที่จะมองเห็นหรือได้ยินอยู่
ส่วนบุรุษทั้งสองคนพลันหัวเราะเสียงลั่นและจากคนที่ดูป่วยก็พลันสลัดคราบเป็ปกติเดินเหินเหมือนคนธรรมดาเขาตรงมาคว้าถุงผ้านางที่ใส่เงินกระชากมันออกไปอย่างแรงจนสายที่คาดเอวหลุดไปกองที่พื้น
“พวกข้าขอรับเงินไปนะคุณชาย” หนึ่งในสองคนนั้นเอ่ยขึ้นแต่ไม่รู้ว่าใครเพราะไม่สาารถขยับกายหันไปมองได้ นางเสียรู้ให้โจรลอกคราบเสียแล้วแต่ตอนนี้ไม่มีเวลาสนใจตามจับโจรเพราะนางต้องขับพิษออกให้เร็วที่สุดก่อนมันจะมาทำร้ายร่างกายจนเสียหาย
“แปลกนะเนี่ยเป็คนอื่นล้มนอนสลบไปแล้วแต่คุณชายนี่อึดชะมัดยืนสู้ได้ตั้งนาน” พวกโจรก็สงสัยแต่ก็ไม่ทำอะไรมากกว่านั้นขืนใช้อาวุธทำร้ายตอนนี้เซียนน้อยผู้นี้สูญสิ้นแน่ แค่ขับพิษพลังก็จะหมดแล้วอีกอย่างวันนี้ก็ใช้พลังเยอะมากทั้งลงมาโลกมนุษย์ เสกเงิน เปลี่ยนชุดตอนนี้ขับไล่พิษร้าย
“ช่างมันเถอะรีบไป ถึงรอดจากพิษเราแต่แถบนี้ตกมืดก็ไม่รอดชีวิตอยู่ดี”
ลู่อิงินึกย้อนไปว่านางก็เชื่อใจมนุษย์แสนง่ายเหลือเกินไม่อยู่โลกมานานก็ลืมไปว่ามีคนเช่นนี้อยู่ โกหก หลอกลวงและนางมาถึงวันแรกก็โดนลอกคราบเสียแล้ว
ชายทั้งสองคนจากไปอย่างเร็วจากที่ได้ยินเสียงม้าควบออกห่างออกไปไกลๆลู่อิงิจึงเรียกพลังทั้งหมดออกมาขับไล่พิษ ไม่รู้ว่าเป็พิษอะไรดูท่าจะร้ายแรงมากถึงสูบพลังของนางขนาดนี้ ไม่นานร่างเล็กก็ล้มลงนอนไปกับพื้นภาพมืดไม่รับรู้อะไรอีก
เข้ายามโหย่วในป่ามืดทึบจากที่พอจะมีแสงส่องพอให้เห็นก็มืดสนิทร่างที่นอนอยู่บนพื้นเริ่มรู้สึกตัวอีกครั้ง ดวงตาใสค่อยๆ เปิดออกแต่ร่างกายนางรู้สึกอ่อนล้าเหลือเกินพอจะขยับได้เล็กน้อยแต่รู้สึกปวดร้าวทั้งที่ขับพิษออกหมดแล้วนี่คงเป็ผลของพิษที่เข้าร่างกายถ้าได้พักผ่อนสักวันก็คงจะดีขึ้น
แต่ไม่อาจจะนอนพักที่พื้นในป่าเช่นนี้นางต้องหาวิธีออกไปให้ได้แต่ยังไม่ทันได้คิดหาวิธีใดๆ ก็รู้สึกแ่เบาที่ิัเหมือนมีอะไรไต่ััแต่รอบกายมืดสนิทมองไม่เห็นจึงไม่รู้ว่าอะไร ลู่อิงิขุดพลังปราณมาได้เล็กๆแค่พอจุดดวงไฟเล็กๆ ลอยกลางอากาศได้หนึ่งดวง จากนั้นถึงก้มลงมองที่ปลายขา
ซึ่งตอนนี้ไม่ใช่แค่ที่ปลายขาเท่านั้นแต่ขึ้นมาที่แขนแล้วด้วยสิ่งนั้นมันคือแมงมุุม นางกำลังอยู่กลางดงแมงมุม มีทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ทั่วบริเวณ
“ไม่..” เสียงร้องอย่างหมดแรงลู่อิงิพยายามจะสะบัดแขนขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายลุกขึ้นเดินหนีออกจากตรงนี้แต่นางก็ไม่รู้ว่าต้องไปทางไหนอยู่ดี
ร่างเล็กเดินสะเปะสะปะพยายามหาทางที่ไม่มีแมงมุมหลบให้มากที่สุดตัวไหนหลบไม่ได้ก็ปัด แต่จากที่สังเกตเห็นขนาดของมันเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆนางคงเดินผิดทางเสียแล้ว มอง้ายิ่งแล้วใหญ่ รังแมงมุมเต็มไปหมดเคราะซ้ำกรรมซัดนักพวกโจรหวังให้นางแห้งตายในรังแมงมุมถ้าโดนกัดตอนนี้พลังไม่เหลือพอจะขับพิษอีก
‘ข้าน่าจะเชื่อท่านพี่รุ่ยเซียงไปสร้างบุญบารมี’ ั้แ่ตอนที่ยังมีโอกาสป่านนี้โบกมือทีเดียวพวกแมงมุมก็กระจายเกลี้ยงรัง มาคิดตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว
ขาที่สั่นไร้แรงเดินต่อไปไม่ไหวอีกพอจะเอนตัวไปพิงต้นไม้ก็ไม่ได้อีกมีสัตว์แปดขาเกาะเต็มไปหมด
‘จะตายที่นี่งั้นหรือ’ ในตอนที่ลู่อิงิหมดแรงสิ้นเชิงลูกไฟที่สร้างขึ้นมาค่อยๆจะดับหมอด ‘อย่างไรก็อยู่มานาน จะตายก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว’ห้วงคำนึงสุดท้ายก่อนที่กำลังจะทรุดล้ม แต่แล้วก็มีบางอย่างมารับเอาไว้แต่ใครกันจะมารับร่างไร้เรี่ยวแรงในดงแมงมุมเช่นนี้
ลู่อิงิพยายามเอียงคอไปด้านหลังแต่เห็นเพียงปลายแขนเสื้อชุดดำเข้มและเส้นผมที่ดำขลับยาวเรียงตัวแต่พอพยายามจะมองหน้าสติของเซียนน้อยก็รับไม่ไหวอีก ไฟดวงน้อยที่สร้างขึ้นก็ดับลงดวงตาปิดสนิทไม่เห็นอะไรอีก
เหลือเพียงความรู้สึกรางๆว่าร่างของนางถูกช้อนให้อุ้มขึ้นไปอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคนแต่คิดว่าคงเป็บุรุษเพราะััจากแผงอกอันแข็งแกร่งและแขนที่รัดแน่น
ใครกันที่มาช่วยนางเพราะนอกจากความอบอุ่นจากร่างกายเขาแล้ว นางก็ไม่รู้สึกถึงอะไรอีกเลยไม่มีแมงมุมสักตัวมาไต่ที่ผิวคนผู้นี้คงมีวิชาสูงมาก
[1] 11.00 – 13.00 น.
[2] 17.00 – 19.00 น.