ข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 126 ฮ่องเต้เสด็จมาเยี่ยม

                เหยาหงรู้สึกปวดใจกับท่าทางน่าสงสารของฉู่เมิ่งเอ๋อร์ คิดในใจว่าหากนางเป็นบุรุษ นางต้องดึงฉู่เมิ่งเอ๋อร์มากอดปลอบในอ้อมกอดเป็นแน่ “อนุฉู่อย่าคิดมากเลยเจ้าค่ะ ช่วงนี้ซื่อจื่อแค่อารมณ์ไม่ค่อยดีเท่านั้นท่านเป็นอนุเพียงคนเดียวของซื่อจื่อ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องดีนะเจ้าคะ”

                พูดถึงตรงนี้เหยาหงรู้สึกดีใจเป็นยิ่งนักตั้งแต่นางมาเป็นหญิงรับใช้คนสนิทของฉู่เมิ่งเอ๋อร์ อนุเพียงผู้เดียวของซื่อจื่อนางก็พลอยมีหน้ามีตาตามไปด้วย เป็นที่เกรงกลัวของข้ารับใช้คนอื่นทว่าน่าเสียดายที่เหยาหงยังไม่เข้าใจสถานการณ์ดีพอ

                ฉู่เมิ่งเอ๋อร์เช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม มองต้นไผ่เขียวชอุ่มด้านนอกเรือนตอนฤดูหนาวต้นไผ่ก็ยังเขียวชอุ่มเช่นนี้ ใบไม่เคยเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเลย หากชีวิตของนางเจริญงดงามเฉกเช่นต้นไผ่เหล่านี้จะดีสักเพียงใด

                “แต่ซื่อจื่อไม่ชายตามองข้าเลยสักแวบเดียว!”

                ฉู่เมิ่งเอ๋อร์ส่องคันฉ่อง ภาพที่สะท้อนออกมาคือภาพนางที่มีดวงตาแดงก่ำนางถอนหายใจพลางเอ่ย “สตรีผู้นั้นดึงดูดความสนใจของซื่อจื่อไปหมด!”

                ฉู่เมิ่งเอ๋อร์ยกมือลูบผิวของตัวเอง พบว่าแห้งกร้านกว่าก่อนหน้านี้ไม่น้อยจึงหันหน้าหนีจากคันฉ่องไปอีกทาง “อาชีพอย่างข้าล้วนพึ่งพาความสาวความสวยแต่ดูข้าตอนนี้สิ สภาพแย่กว่าก่อนหน้านี้มาก แล้วเยี่ยงนี้ซื่อจื่อจะชอบข้าได้อย่างไร”

                “อนุฉู่ไม่ต้องกลัวไปเจ้าค่ะ หากนำแม่นางหนิงมาเทียบกับท่านเรียกได้ว่าคนหนึ่งเป็นฟ้าคนหนึ่งเป็นเหวเลยก็ว่าได้”

                หากเป็นแบบนี้จริง ทว่าซื่อจื่อก็ยังไม่ชอบนางอีก ช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย

                “หากซื่อจื่อคิดเช่นนี้ก็คงจะดี” ฉู่เมิ่งเอ๋อร์ยิ้มหยิบหวีขึ้นมาสางผมก่อนจะมวยผมแล้วปักด้วยปิ่นที่จ้าวซีเหอเคยซื้อให้ “เหยาหง เจ้าว่าปิ่นอันนี้สวยหรือไม่”

                เหยาหงรีบเอ่ยประจบ “ท่านสวยที่สุดเจ้าค่ะท่านเป็นอนุเพียงคนเดียวของตำหนักแห่งนี้ ไม่กี่วันก่อนบ่าวได้ยินคนพูดกันว่าคุณหนูแห่งจวนแม่ทัพอยากจะแต่งเข้ามาในตำหนักอ๋อง ทว่าซื่อจื่อไม่เห็นด้วยเจ้าค่ะ”

                “ฮึ หลี่อี้ชิวผู้ป่าเถื่อนหยิ่งผยองนั้นหรือจะคู่ควรกับตำหนักอ๋อง”ฉู่เมิ่งเอ๋อร์เอ่ยพร้อมกับนึกถึงก่อนหน้านี้ที่สตรีผู้นั้นดูถูกเหยียดหยามนางสารพัดก็ยกยิ้มมุมปากอย่างดูแคลน

                ตอนที่นางยังเป็นนางโลมในหอจุ้ยหง หลี่อี้ชิวเคยพาพรรคพวกมารุมด่านางทว่าโชคดีที่ได้จ้าวซีเหอช่วยเหลือนางเอาไว้

                ใบหน้าเหยาหงฉายแววรังเกียจ ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ท่านลองคิดดูสิเจ้าคะ เพื่อไถ่ตัวท่านกลับมาที่ตำหนักซื่อจื่อทุ่มเทความคิดลงไปตั้งมาก แสดงว่าในใจมีท่านอยู่เจ้าค่ะ”

                ทั้งหมดก็แค่ยั่วให้หนิงมู่ฉือโมโหเท่านั้นฉู่เมิ่งเอ๋อร์หลุบตาต่ำด้วยความเศร้าสลด

                ร่างกายซูเฟยหายดีแล้ว เวลานี้กำลังประทินโฉมอยู่หน้าคันฉ่อง นางหวีผมแล้วมัดเป็นมวยก่อนจะปักปิ่นรูปหงส์หลากสีลงลงไปจากนั้นหยิบผงชาดมาทาที่แก้ม วาดคิ้ว แต้มปาก และทาเล็บด้วยสีแดงสด

                องค์หญิงซีเยวี่ยมองซูเฟยด้วยรอยยิ้มคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มซูเฟยเห็นเช่นนั้นเหงื่อซึมไปทั้งตัว องค์หญิงซีเยวี่ยยิ้มพลางก้าวไปหาซูเฟย “วันนี้พี่สาวดูอารมณ์ดีจริง”

                สีหน้าซูเฟยเปลี่ยนไปเล็กน้อย มององค์หญิงซีเยวี่ยด้วยแววตาหวาดกลัวไม่ทันระวังจึงทำพู่กันที่เขียนคิ้วตกพื้น นางก้มมองด้วยความเสียดายครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นยืนทว่ากลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

                องค์หญิงซีเยวี่ยยังคงเดินตรงเข้าไปหาซูเฟย

                ซูเฟยยกมือปิดหู หลับตาแน่นพร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงเล็กแหลม “ทำอย่างไรเจ้าถึงจะปล่อยข้าไป!”

                องค์หญิงซีเยวี่ยมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย แต่ไม่นานก็กลับมามีสีหน้าเรียบนิ่งเช่นเดิมยิ้มพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “พี่สาวไม่ต้องกลัวพี่สาวช่วยทำให้แผนข้าสำเร็จเมื่อใด ข้าก็จะเอาหนอนพิษพวกนั้นออกให้”

                ซูเฟยตาโต แววตาคมปลาบดุดัน หากเพียงแค่ครู่เดียวแววตาก็ลุ่มลึกปนเปไปกับความตกตะลึงกระตุกยิ้มมุมปากพลางเอ่ย “เช่นนั้นเจ้าให้ยาข้ามากกว่านี้หน่อยได้หรือไม่ข้าทรมานจนจะรับไม่ไหวอยู่แล้ว”

                องค์หญิงซีเยวี่ยมองโสมคนที่วางอยู่บนโต๊ะหยิบขึ้นมาขยับเล่นพร้อมกับมองซูเฟยด้วยแววตาดูแคลน “ท่านก็รู้ว่ายิ่งท่านทานยามากเท่าใดต่อไปมันก็จะยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น ข้าไม่อยากให้ท่านเจ็บปวดจนตายไปเสียก่อน”

                ใบหน้าซูเฟยเต็มไปด้วยความแค้นใจ เวลานี้เองที่ขันน้อยรายงานว่า “ฝ่าบาทเสด็จ”

                ฝ่าบาทเสด็จ? ฝ่าบาทไม่ได้เสด็จมาตำหนักหมิงฉือนานแล้วซูเฟยรีบลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ทำตัวให้ดูน่าสงสารที่สุดเพื่อที่ฮ่องเต้เห็นนางจะได้สงสารและเห็นใจ

                ครั้นเห็นฮ่องเต้ในชุดฉลองพระองค์สีเหลืองทองก้าวเดินเข้ามาในตำหนักนางยิ้มอ่อน ค่อยๆ เยื้องย่างเข้าไปหา ก่อนจะยอบกายคำนับ “หม่อมฉันถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ”

                ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเห็นซูเฟยดูไม่ได้มีท่าทางอ่อนแอเช่นที่ข้างนอกเขาลือกันก็ให้รู้สึกแปลกใจเดินเข้าไปจับมือซูเฟยพร้อมกับเอ่ยถาม “เราได้ยินมาว่าหลายวันมานี้สนมรักสุขภาพร่างกายไม่ค่อยดีเกิดอันใดขึ้นหรือ”

                ซูเฟยรู้สึกทุกข์ทรมานใจนัก ดวงตาแดงเรื่ออยากจะบอกเรื่องที่นางเผชิญอยู่ออกไปใจจะขาดทว่าสายตาเหลือบไปเห็นองค์หญิงซีเยวี่ยที่ยืนอยู่ด้านข้างเสียก่อนจึงต้องเงียบปากไม่อาจเอ่ยออกไปได้ “ฝ่าบาทหลายวันมานี้หม่อมฉันต้องลมหนาวทำให้ไม่ค่อยสบาย แต่วันนี้ดีขึ้นมากแล้วเพคะ”

                ซูเฟยเอ่ยพร้อมกับเดินให้ดู ปิ่นรูปหงส์ที่ปักอยู่บนมวยผมส่งเสียงกรุงกริ๊งตามจังหวะการก้าวเดิน

                ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเห็นปิ่นปักผมรูปหงส์หลากสีที่ปักอยู่บนมวยผมซูเฟยก็รู้สึกไม่พอใจปิ่นปักผมรูปหงส์นี้มีแต่ฮองเฮาเท่านั้นที่จะใช้ได้

                ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเอ่ยออกมา “ปิ่นปักผมรูปหงส์หลากสีบนผมเจ้าสวยงามยิ่งแต่ปิ่นรูปหงส์มีเพียงฮองเฮาเท่านั้นที่จะใช้ได้ สนมรักทำเช่นนี้ถือว่าผิดกฎ”

                ซูเฟยนิ่งไปครู่หนึ่งด้วยรู้ดีว่าประโยคของฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินมีความนัยแฝงอยู่นางจึงรีบดึงปิ่นปักผมออกแล้วซ่อนเอาไว้ในแขนเสื้อ

                “หลายวันมานี้เจ้าไม่สบาย เราจึงมอบงานของวังหลังให้เสียนเฟยเหลียงเฟย แล้วก็เต๋อเฟยดูแลจัดการ แต่เสียนเฟยมีองค์ชายสี่ต้องดูแลเหลียงเฟยก็มีองค์ชายห้าที่ต้องดูแลเช่นกัน ข้าจึงมอบงานทั้งหมดให้เต๋อเฟยดูแลสนมรักพักผ่อนให้หายดีเถิด” ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเห็นซูเฟยดึงปิ่นปักผมรูปหงส์ออกจากมวยผมก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ

                ซูเฟยรู้ดีว่าฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินต้องการจะยึดอำนาจของนางคืนจึงรีบเอ่ยออกมาว่า“ฝ่าบาทตอนนี้ร่างกายหม่อมฉัน…”

                ทว่ากลับถูกฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินโบกมือให้หยุดพูดเสียก่อนฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินดึงซูเฟยให้นั่งลงข้างกาย “สนมรักอย่าปฏิเสธเลย ช่วงนี้ร่างกายสนมรักยังอ่อนแอ จนต้องใช้การประทินโฉมช่วย เราดูออกหน้าเจ้าซีดขาวอย่างกับอะไรดี งานต่างๆ ของวังหลังให้เต๋อเฟยดูแลนั้นแหละดีแล้ว”

                ซูเฟยมีสีหน้าไม่ยินยอมเวลานี้เององค์หญิงซีเยวี่ยยิ้มพร้อมกับเอ่ยอย่างเห็นด้วย “ฝ่าบาทตรัสถูกต้องแล้วเพคะร่างกายพี่สาวยังไม่ค่อยจะแข็งแรงดีนัก ยังไม่เหมาะจะรับภาระหนักเช่นนั้น”

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908