การประลองแต่ละสายเป็ไปอย่างดุเดือด ต่างคนต่างงัดฝีไม้ลายมือมาสู้กันอย่างเต็มที่ กว่าจะผ่านพ้นไปในแต่ละสายล้วนก้ำกึ่งสูสีกันมาก โดยเฉพาะบางสายหากมีคนของพรรคใหญ่ต่างๆยิ่งเป็การสู้กันแบบเอาเป็เอาตาย ด้วยระดับพลังที่ไม่เหลื่อมล้ำกันมากคนชนะก็ย่อมได้รับาเ็ไม่ใช่น้อย
การประลองดำเนินต่อไปเรื่อยๆ มีเสียงะโเฮฮาก้องกังวาลไปทั่ว จวบจนกระทั่งมาถึงกลุ่มของเทียนฉิน
"กลุ่มที่ 10 จงก้าวขึ้นมาบนเวที"หนึ่งในกรรมการะโร้องเรียก
เมื่อเทียนฉินขึ้นมาบนเวที สายตาแต่ละคนจับจ้องกันไปมา ถึงขนาดมีบางคนเริ่มจะรวบรวมจับกันเป็กลุ่มเล็กๆสามสี่คน โดยเฉพาะพวกศิษย์ในสำนักและกลุ่มตระกูลต่างๆ
"เริ่มประลองได้"กรรมการคนเดิมะโบอกอีกครั้ง
ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศ แต่ละคนก็พุ่งเข้าใส่กันเหมือนโกรธแค้นกันมานาน จนเกิดการตะลุมบอนเืตกยางออกกันหลายคน
ตู้ม!! เทียนฉินะโลอยตัวง้างหมัดใส่คนที่ใกล้ทันที จากนั้นใช้ท่าร่างเงาจันทราประชิดตัวคู่ต่อสู้รายอื่นแล้วออกกระบวนท่าดับตะวันซัดกวาดไปทั่วจนกระเด็นตกเวทีไปหลายคน
หลังผ่านไปไม่นานบนเวทีตอนนี้เหลือแค่สามคน คนนึงเป็ศิษย์ของสำนักวิหคเหิน อีกคนนึงเป็ศิษย์ของสำนักลายเมฆ
"เรามาร่วมมือกันจัดการไอ้บ้านนอกนี้ก่อนดีมั้ย?" ศิษย์สำนักวิหคเหินหันมาถามศิษย์สำนักลายเมฆ
"ตกลง!!"ศิษย์สำนักลายเมฆตอบตกลงทันที
จากนั้นทั้งคู่พุ่งเข้าหาเทียนฉินทันที
ย้าก!!
"ไปตายซะ"หนึ่งในสองคนนั้นะโก้อง
เทียนฉินยืนนิ่งมองดูสองคนนั้นพุ่งเข้ามา ก่อนใช้ท่าร่างเงาจันทราพลิ้วหลบมาทางด้านหลัง
เปรี้ยง!
เทียนฉินสาดแข้งขวาเข้าใส่ศิษย์ของสำนักลายเมฆเต็มแรง ก่อนพลิ้วตัวไปซัดหมัดใส่ศิษย์สำนักวิหคเหินไม่ยั้ง
ตู้ม! ตู้ม!
หลังจากเจอทั้งหมัดทั้งเท้าศิษย์ทั้งสองสำนักต่างก็ต้านไม่อยู่ นอนหมดสภาพสลบไสลคาอยู่บนเวที
"กลุ่มที 10 เทียนฉินผ่านเข้ารอบ"กรรมการคนเดิมะโบอก
"หมอนี่เป็คนของสำนักไหน? ทำไมข้าไม่เคยได้ยินชื่อ" าุโของสำนักวิหคเหินหันหน้าไปส่งกระแสจิตถามผู้าุโสำนักเหนือปฐี
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันพี่จง"าุโคนนั้นกล่าวตอบ
ทางสำนักลายเมฆและกลุ่มตระกูลต่างๆก็ส่งกระแสจิตถามกันไปมา ทว่ายังไม่มีใครทราบว่าเทียนฉินเป็ใคร ยิ่งทำให้พวกเขาเ่าั้ต่างอยากจะดึงมาเข้ากำลังฝ่ายของตนเอง
การประลองยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งตะวันลับขอบฟ้าจึงได้ผู้ชนะครบทั้ง 16 คน
"การประลองรอบแรกสิ้นสุดลงแล้ว"กรรมการคนนึงะโบอก
"การประลองรอบที่สองจะเริ่มในวันพรุ่งนี้ตอนเช้า ขอให้ผู้ชนะมาให้ตรงเวลาด้วย"กรรมการอีกคนป่าวประกาศ
หลังจากสิ้นเสียงของกรรมการต่างคนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันจนเสียงดังไปทั่ว จนผ่านไปหนึ่งชั่วยามเสียงพูดคุยจึงค่อยเบาลงเหลือผู้คนบางตา
เมื่อแสงอรุณโผล่พ้นขอบฟ้า การประลองรอบที่สองกำลังจะเริ่มต้นขึ้น มีผู้คนทยอยมากันอย่างล้นหลามมากกว่าเมื่อวานถึงสองเท่า การประลองรอบนี้จะจัดขึ้นสี่เวทีพร้อมกัน ซึ่งผู้ชนะกลุ่ม 1จะพบกับผู้ชนะกลุ่ม 2 จับคู่กันไปแบบนี้จนได้ 8กลุ่ม
เทียนฉินบังเอิญได้อยู่กลุ่มที่ 5 จึงทำให้เขาต้องรอผู้เข้าแข่งขันสี่กลุ่มแรกประลองกันก่อน
"ก่อนการประลองรอบที่สองจะเริ่มขึ้น ข้าจะอธิบายกฎการแข่งขันให้พวกเ้าได้ฟังอีกครั้ง" กรรมการชูมือส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบก่อนะโบอก
"กฎการประลองมีสองข้อ ข้อแรกห้ามตกจากเวที
ข้อสองห้ามลงมือกันจนถึงชีวิต"กรรมการคนเดิมกล่าว
"ถ้าไม่มีใครข้องใจอะไร! การประลองรอบที่สอง
เริ่มได้!!"
ตอนนี้ทั้งแปดคนรออยู่บนสนามกันเรียบร้อยแล้ว แต่ละคู่ยืนจ้องหน้ากันเหมือนอยากจะกินเืกินเนื้อ การประลองดำเนินไปอย่างดุเดือด แต่ไม่เป็ที่ผิดคาดของทุกคนนัก ศิษย์สำนักต่างๆเป็ผู้ชนะในที่สุด จนมาถึงกลุ่ม 5 เทียนฉินได้เจอกับศิษย์สำนักสำนักหนึ่ง..
"ข้าเหลียงเว่ย ศิษย์สำนักลายเมฆ"
"เทียนฉิน"เขากล่าวตอบอย่างไม่แยแส
"หยิบอาวุธของเ้าออกมา ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน" เหลียงเว่ยกล่าวก่อนชักกระบี่ขึ้นมาเตรียมพร้อม
"กับเ้าแค่มือเปล่าก็พอแล้ว"เทียนฉินเอ่ยด้วยท่าทางผ่อนคลาย
"สามหาว"
"เฮ้ย!ไอ้นี้มันมาจากไหนกล้าดูถูกศิษย์พี่เหลียง"
"ใช่! ศิษย์พรีเหลียงจัดการมันเลย"ศิษย์สำนักลายเมฆต่างโมโหยุแหย่ให้เหลียงเว่ยจัดการ
"รับมือ"เหลียงเว่ยพุ่งกระบี่ไปข้างหน้าอย่างว่องไว
ฟึ่บ! เทียนฉินพลิ้วตัวหลบด้านซ้ายอย่างง่ายดายก่อนสวนหมัดกลับไป
ตุ้บ! หมัดขวาที่อัดแน่นลมปราณเต็มสิบส่วนกระแทกเข้าท้องน้อยเหลียงเว่ยอย่างจัง
อ้ากก!! เหลียงเว่ยกระเด็นลอยออกไปเกือบตกเวที แต่ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นมาเทียนฉินก็พุ่งมาอยู่ตรงหน้าแล้ว..
เปรี้ยง!
หลังเท้าเสยเข้าปลายคางเหลียงเว่ยอย่างแรงจนลอยละลิ่วออกไปไกล คนที่ดูอยู่ต่างตาค้างตกตะลึงกันไปทั่ว ไม่คิดว่าการต่อสู้จะจบเร็วเพียงนี้ กรรมการที่ยืนอยู่บนเวทีอึ้งไปชั่วขณะก่อนประกาศให้เทียนฉินผ่านเข้ารอบต่อไป
การประลองดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนมาถึงรอบแปดคนสุดท้าย หลังผ่านไปหนึ่งชั่วยามศิษย์เอกของสามสำนักต่างก็ผ่านเข้ารอบ รวมทั้งเทียนฉิน
"ตอนนี้ขอผู้ชนะสี่คนสุดท้ายขึ้นมาจับฉลากบนเวทีด้วย" กรรมการยังคงะโบอกอยู่เช่นเคย
"ศิษย์พี่หวาง ๆๆ"ศิษย์สำนักวิหคเหินะโเรียกอย่างตื่นเต้น
"นั่น!หูเซียว สำนักเหนือปฐี"
"ดูนู้น! ศิษย์พี่กวนของสำนักลายเมฆของข้า"
ศิษย์แต่ละสำนักต่างเรียกขานศิษย์พี่ของตนพร้ะโกนโห่ร้อง ยกยอปอปั้นเข้าข้างสำนักตัวเองอย่างโน้นอย่างนี้
"เฮ้ย! แล้วอีกคนคือใครกันไม่เห็นคุ้นหน้า"
"นั่นสิข้าไม่เคยเจอคนนี้มาก่อน"
"หรือเป็คนของท่านเ้าเมือง"
หลังจากเห็นเทียนฉิน ผู้ชมที่อยู่ด้านล่างต่างสอบถามกันทั่วไปหมด แต่จนแล้วจนรอดไม่มีใครทราบที่มาของเทียนฉินสักคน
"พี่หลง! มันใช่หนุ่มน้อยที่แต่งตัวประหลาดนั่นหรือเปล่า?"ชายคนนึงเอ่ยถาม
"อืม!"คนที่ถูกเรียกว่าพี่หลงพยักหน้าตอบรับ
"ไม่น่าเชื่อว่ามันจะมีฝีมือขนาดนี้"ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย คนกลุ่มนี้ไม่ใช่ใครอื่นพวกเขาคือกลุ่มพ่อค้าที่เทียนฉินไปขอแลกเสื้อผ้ามานั่นเอง
"ผางอู่! เ้าช่วยไปสืบประวัติเด็กคนนี้มาให้ข้าที"
เ้าเมืองที่นั่งชมอยู่เอ่ยบอกกับคนสนิท
"ได้ขอรับท่านเ้าเมือง"หลังจากตอบรับร่างผางอู่ก็หายวับไปทันที
"ผลจับฉลากคู่แรก หวางจิ้ง เจอกับ กวนซิง"
ฮือ!! ฮา!! โห่!!
เกิดเสียงฮือฮาเซ็งแซ่ขึ้นมาอีกครั้ง นี่คือการเจอกันของศิษย์เอกทั้งสองสำนัก ทำให้ผู้คนต่างวิพากวิจารณ์กันไปไม่หยุด จนกรรมการต้องออกมายกมือห้ามเสียงถึงได้เบาบางลง
"การประลองเริ่มได้!!"
พอสิ้นเสียงประกาศทั้งสองต่างก็พุ่งทะยานเข้าต่อสู้กันสุดแรง
"กระบี่วิหคเหิน" หวางจิ้งทะยานขึ้นฟ้าพร้อมกับร่ายรำกระบวนท่าใส่กวนซิง
"หมัดทะลายปฐี"กวนซิงไม่กลัวเกรงควบรวมลมปราณชกออกไปปะทะกับกระบี่
ตู้ม!!
เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นตลบอบอวนไปทั่วเวที ร่างสองร่างยืนประชันหน้ากันไม่หวั่นไหวก่อนกระโจนใส่กันอีกครา หลังจากสู้กันไปหลายกระบวนท่า หวางจิ้งจึงอาศัยจังหวะผิดพลาดของกวนซิงเป็ฝ่ายชนะในที่สุด
"ยินดีกับาุโจงด้วยที่ได้ศิษย์ดี"าุโสำนักเหนือปฐีกล่าวเยินยอ
"หวางจิ้งแค่โชคดีเท่านั้นเอง"าุโจงกล่าวตอบอย่างถ่อมตัว
โฮ่! เฮ!!
"ศิษย์พี่สุดยอดไปเลย!"
"ศิษย์พี่หวางสู้ๆ"
"ไม่เคยคิดเลยว่าศิษย์พี่หวางจะเก่งขนาดนี้"ศิษย์หญิงบางคนเอ่ยชมอย่างเอียงอาย
ศิษย์สำนักวิหคเหินต่างโห่ร้องด้วยความดีใจต่างกับศิษย์สำนักปฐีที่ก้มหน้าแทบจะแทรกแผ่นดินหนี
"คู่ต่อไป เทียนฉิน เจอกับ หูเซียว"
จบตอน 6