“มะนาวเรามีเรื่องต้องเคลียร์กันหรือเปล่าคะ” ผู้เป็นแม่เอ่ยกับลูกสาวตัวกลมที่วิ่งเข้ามาในห้อง ทุกคนล้วนตามเธอขึ้นมาเพื่อรอจับพิรุธเด็กอ้วนผู้ปั่นป่วน
“เรื่องอะไรเหรอคะคุณขา” น้องมะนาวแกล้งทำเหมือนไม่รู้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นั่งเล่นตุ๊กตาวางท่านิ่งทั้งที่ตอนนี้เธอหัวใจเต้นตุบตุบด้วยความพะวงกลัวแม่จะดุ แม้เธอเป็นคนจุดประทัดจนเสียงดังลั่นบ้าน
“ยังจะมาตีหน้าใสซื่ออีกนะเปรี้ยวจี๊ด” เป็นเอมอรที่ยืนมือกอดอกพิงขอบประตูพูดขึ้น ท่าทางของน้องมะนาวในตอนนี้ทำเอาผู้ใหญ่อยากจะขำลั่น แต่ต้องวางฟอร์มนิ่งไว้ไม่อยากให้เธอได้ใจ “ใครกันที่โทรบอกแม่อรว่า ‘แม่อรเกิดเรื่องแล้วค่ะกำลังจะกินหัวกันแล้วค่า’ ประโยคใครพูดน้าคิดสิคิด...ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก ใครนะใครที่เป็นคนพูดแบบนี้”
“ใครเหรอคะแม่อร” น้องมะนาวก็ยังคงไม่ยอมรับ เธอจดจำประโยคพูดได้ดีว่าเป็นเธอ แต่ก็ยังไงเฉไฉตาใส เธอหันไปสบตากับนักรบแววตาเปล่งประกายระริกขยิบตาส่งสัญญาณเพื่อขอความช่วยเหลือจากแดดดี๊ของเธอ เพราะตอนนี้สายตาพิฆาตของผู้เป็นแม่กำลังจดจ้องอย่างจับผิด
“ไม่รู้สิ สงสัยลูกหมูแถวนี้มั้ง” เอมอรตอบกลับอย่างเย้าแหย่
“เอาล่ะ ๆ ผมว่าให้มันแล้วกันไปดีกว่าไหม หิวข้าวจะตายอยู่แล้วเนี่ย” แค่เพียงมองตาก็เหมือนรู้ใจ นักรบเอ่ยตัดบทการสนทนา นั่นทำให้น้องมะนาวแอบอมยิ้มดีใจกับการที่แดดดี๊ช่วยเหลือเธอให้รอดพ้นครั้งนี้
“นี่ไง ๆ มะนาวเริ่มเสียนิสัยเพราะพี่ชายแกแหละอร ชอบให้ท้ายเวลาที่มะนาวทำอะไรที่ไม่น่ารัก” น้ำส้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปทางนักรบที่ยืนพิงตู้เสื้อผ้าของน้องมะนาวตัวกลม
“เอ้า! ผมเกี่ยวอะไรด้วยละครับ ผมก็แค่หิวข้าวไงน้ำส้ม ทำไมถึงมองผมในแง่ร้ายตลอดเลยล่ะเบบี๋” นักรบพูดขึ้นพร้อมกับเดินมากอดน้ำส้มที่นั่งหน้าบึ้งข้างน้องมะนาว เขาซบหน้าลงไหล่ของเธอด้วยความออเซาะ ทำเอาเอมอรถึงกับบึนปากกลอกสายตามองบนด้วยความหมั่นไส้
“แหวะเหม็นความรักไปดีกว่า” เอมอรแซว
“แกจะรีบไปไหน” น้ำส้มถามขึ้นเมื่อเห็นเอมอรเอี้ยวตัวหันหลังจะเดินหนีไป
“กลับบ้านสิอยู่ทำไมล่ะ ในเมื่อทุกอย่างปกติดี” เอมอรให้เหตุผล
“ไม่อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนเหรอ” น้ำส้มเอ่ยถามปกติเอมอรไม่ว่าจะมาตอนไหนสถานการณ์แบบใดเธอจะอยู่เล่นที่บ้านกับมะนาวหลายชั่วโมง แต่ครั้งนี้มันผิดแปลกจากที่น้ำส้มคุ้นเคย
“ไม่ล่ะ...ไปก่อนนะแก แม่อรไปก่อนนะคะมะนาว ไปแล้วนะพี่รบ” พูดจบเอมอรก็เดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความสงสัยให้กับน้ำส้ม
“แปลกไปจริง ๆ” น้ำส้มบ่นตามหลัง พลางคิดตามพฤติกรรมของเพื่อนที่ไม่คุ้นชิน
“อะไรแปลก” นักรบเอ่ยถาม
“น้องสาวคุณไงคะ ปกติยัยอรมาบ้านฉันแล้วรีบกลับซะที่ไหนล่ะ ต้องเล่นกับมะนาวจนเหนื่อยกันไปข้างหนึ่งถึงจะกลับได้ แต่ครั้งนี้แปลกไปจริง ๆ ยัยอรไม่ปกติ” น้ำส้มบอกเล่าให้นักรบฟัง ก็ตั้งแต่คบกันมาเอมอรทำแบบที่เธอพูดจริง
“คุณน่ะคิดมากไปหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ ฉันคบกับยัยอรมากี่ปีรู้นิสัยน้องสาวคุณแบบลึกล้ำ สัญชาตญาณของฉันไม่ผิดเพี้ยนแน่ ๆ ยัยอรต้องมีอะไรปิดบังฉัน...อยากรู้จริง ๆ ทำไมยัยอรแปลกไป”
“งั้นเหรอ...แต่ผมว่าช่างเถอะเรื่องของใครของมัน”
“นี่คุณว่าฉันชอบแส่เรื่องคนอื่นเหรอคะ?”
“เปล่า ๆ ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น แค่ผมไม่อยากให้คุณคิดมากไงเดี๋ยวมันจะเครียด พอเครียดใช่ไหมคุณก็จะนอนหลับไม่สนิท มันจะทำให้ผิวคุณไม่สวยเอานะเบบี๋”
“จริงด้วยค่ะ”
พฤติกรรมของเอมอรที่สร้างความสงสัยให้แก่น้ำส้ม เธอคาดเดานั่งครุ่นคิดไปต่าง ๆ นานา จนทำให้นักรบต้องยับยั้งความคิดของเธอ แต่มันกลับเป็นการหาเรื่องเข้าตัวเอง จนนักรบรีบแก้ต่างเอาตัวรอด ก็เพราะสายตาดุของน้ำส้มจ้องมองนักรบอย่างเอาเรื่อง พูดตะล่อมหาเหตุผลให้ตัวเองจนน้ำส้มเริ่มเอนตาม
“จะจีบกันอีกนานไหมคะคุณแม่ขา...น้องก็นั่งอยู่ตรงนี้ทำไมไม่มีใครคุยกับน้องบ้างเลยล่ะ” น้องมะนาวที่นั่งเงียบอยู่นานเธอพูดแทรกขึ้น เมื่อรู้สึกว่าตัวเองเหงาปากอยากจะพูดคุยบ้าง ทำหน้าบูดบึ้งนั่งมือกอดอกมองไปยังผู้เป็นแม่และนักรบอย่างเง้างอน
“โอ๋ ๆ คนสวยของแดดดี๊ไม่งอนนะ แดดดี๊แค่คุยธุระกับคุณแม่แป๊บเดียวเอง มา ๆ เรามาคุยกัน” นักรบอุ้มน้องมะนาวนั่งตัก และพูดง้อเธอจนเธอเริ่มมีรอยยิ้ม
“งั้นเดี๋ยวฉันไปอุ่นกับข้าวนะคะเสร็จแล้วจะมาเรียก”
“โอเคครับ”
น้ำส้มปลีกตัวไปทำหน้าที่ เธอเดินออกจากห้องมา เหลือไว้เพียงลูกสาวตัวกลมกับนักรบอยู่กันสองคนตามเดิม
“น้องจะไปไหนครับ” จู่ ๆ น้องมะนาวก็ลงจากตัก เธอเดินไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้า และหยิบของบางอย่างออกมา พฤติกรรมของเธอทำให้นักรบคอยสังเกตการณ์เงียบ ๆ
“น้องเริ่มรับไม่ได้แล้วค่ะ แดดดี๊รอน้องแป๊บเดียว”
เพล้ง!!! เสียงกระเบื้องแตกกระจาย มีเงินเหรียญมากมายเกลื่อนพื้นรวมทั้งแบงก์มูลค่าต่าง ๆ ปะปนกันไป เพราะน้องมะนาวเธอทุบกระปุกออมสินอย่างไม่ลังเล สร้างความตกใจแก่นักรบจนเขารีบกรูเข้าไปใกล้
“เฮ้ย!!! น้องทำอะไรครับเนี่ย” นักรบเอ่ยถามด้วยความตกใจ
“เอาไปค่ะน้องใช้หนี้แค่นี้ก่อน ถ้าแดดดี๊ไม่มีเพื่อนไปเดี๋ยวน้องจะไปเป็นเพื่อนก็ได้” น้องมะนาวยื่นเงินแบงก์ห้าร้อยทั้งหมดที่เธอมีให้กับนักรบ
“ให้แดดดี๊...แล้วจะให้แดดดี๊ไปไหน” นักรบเอ่ยถามเขาไม่เข้าใจกับสิ่งที่น้องมะนาวคิดทำตอนนี้
“ก็ไปตัดขนโกนหนวดของแดดดี๊แบบนี้มันไม่หล่อเลยสักจิดเดียว” น้องมะนาวพูดขึ้นเลยทำให้นักรบเข้าใจสิ่งที่เธอทำอยู่ แต่ฟังแล้วมันเคืองหูนิดหน่อย
“ตัดขนมันน่าจะใช้กับหมานะเปรี้ยวจี๊ด ถ้าแดดดี๊เขาเรียกว่าตัดผมลูก” เขาแนะนำเธอในการใช้คำ
“มันก็เหมือน ๆ กันนั่นแหละค่ะแดดดี๊”
“แต่ถ้าใช้ให้ถูกน้องจะดูน่ารักเวอร์ ๆ เลยนะ”
“เหรอคะ”
“ใช่ครับ แดดดี๊ไม่โกหกน้องหรอก”
“ตัดผมค่ะแดดดี๊”
“เก่งมากครับ
โต้แย้งกันอยู่สักพัก แต่แล้วเขาก็อธิบายจนเธอเข้าใจและยอมทำตาม แต่กว่าจะยอมก็เล่นเอานักรบต้องนวดขมับอยู่หลายหนเหมือนกัน
“เกือบได้ที่เปลี่ยนที่ตัดผมแล้วไหมล่ะกู”