หลินหลาน(นางผู้ปลูกผัก)

    ท่านปู่

    รุ่งเช้าที่หนาวเหน็บ ร่างของหลินหลานนอนคุดคู้อยู่ภายในกระโจมผ้าใบ แม้ผืนผ้าจะกันลมหนาวได้ แต่อุณหภูมิที่เย็นจนติดลบก็ทำให้ร่างกายที่ไม่คุ้นกับความหนาวของนางไม่สามารถปรับตัวได้ในเวลาอันสั้น"ตื่นได้แล้วเราต้องเร่งออกเดินทาง""งืม..."นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ภายนอกยังไม่สว่างดีนัก บรรยากาศขมุกขมัวมองสิ่งใดไม่ชัดเจน หมอกหนาทึบลอยเต็มไปหมด เมื่อโผล่หน้าออกมาจากกระโจมลมหนาวก็ตีปะทะหน้าจนแสบ นางพยายามลืมตาที่ยังตื่นไม่เต็มที่มองออกไปภายนอก ก็เห็นกระโจมหลังอื่นทยอยเก็บข้าวของกันแล้วแม้เด็กสาวจะอยากนอนเท่าใดแต่ก็ต้องขยับร่างพยายามถ่างตาตื่น หากยังนอนต่อไปคงถูกทิ้งเอาไว้ด้านหลังเป็นแน่
    หลังเก็บของเรียบร้อยแล้วขบวนก็ออกเดินทางกันอีกครั้งอย่างรวดเร็วคณะเร่งเดินทางมุ่งลงใต้อย่างต่อเนื่อง พวกเขาจะแวะพักแค่ยามค่ำคืนเท่านั้น และจะพักไม่นาน ช่วงสัปดาห์แรกบริเวณรอบด้านต่างล้อมรอบด้วยน้ำแข็ง และต้นไม้ที่ไม่เหลือแม้แต่ใบมีเพียงกิ่งไม้แห้งๆ ตามเส้นทางบางครั้งก็จะเจอขบวนอื่นๆ ร่วมเดินทางมาด้วยกันแต่ไม่นานก็แยกย้ายไปตามเส้นทางตนแต่ที่น่าแปลกก็คือสองข้างทางแม้จะเปลี่ยวรกร้าง ไม่มีผู้คน แต่ก็ไม่มีอันตรายหรือโจรที่คอยดักปล้นชิงเช่นกัน การเดินทางเป็นไปอยู่เช่นนี้นานหลายสัปดาห์จึงถือได้ว่าเป็นการเดินทางที่ราบรื่นยิ่งตอนนี้หลินหลานเริ่มคุ้นชินกับทุกคนที่ร่วมในขบวนมากยิ่งขึ้น แม้จะใช้เวลาพูดคุยกันสั้นๆ ยามที่ทุกคนร่วมกันกัดกินก้อนแป้งและผักดอง แต่ด้วยความเป็นกันเองของนาง และค่อนข้างเป็นผู้เปิดเผยไม่นานนางก็สามารถสนทนาพูดคุยเรื่องราวทั่วๆ ไปได้ หากมีเรื่องใดที่นางไม่รู้นางก็จะคอยตั้งใจฟังคนที่นางชื่นชอบที่จะพูดคุยด้วยที่สุดและนับถือเป็นพี่ชายก็คือ พี่หยวน ด้วยพี่หยวนเป็นคนที่พูดคุยสนุกที่สุด รูปร่างก็สูงใหญ่ และทุกคนในคณะต่างนับถือยกให้เป็นพี่ใหญ่ มีอำนาจสั่งการรองลงมาจากท่านผู้เฒ่าที่รับนางร่วมขบวนมาด้วยหากจะเปรียบการจัดลำดับในขบวนสินค้านี้ คนที่มีความสำคัญและอาวุโสสูงสุดก็คือท่านผู้เฒ่าที่ตอนนี้นางเปลี่ยนไปเรียกขานว่าท่านปู่แทนแล้ว ท่านปู่มีหน้าที่เหมือนเป็นผู้นำทางพี่หยวน เปรียบเสมือนผู้ที่คอยควบคุมดูแลทุกอย่างให้เรียบร้อย ส่วนคนที่เหลือก็ทำหน้าที่เป็นลูกมืออีกทีหนึ่ง และนางก็เป็นลำดับสุดท้าย ที่ตอนนี้มีหน้าที่ดูแลท่านปู่เพียงเท่านั้นอีกอย่างที่หลินหลานภาคภูมิใจก็คือ นางสามารถตั้งกระโจมเองได้แล้ว ทำให้ยามนี้เมื่อถึงเวลาหยุดพัก ท่านปู่ก็ทำเพียงนั่งรอชี้นิ้วสั่งงานเท่านั้น และนางจะเป็นผู้ลงมือทำแทน
    การเดินทางช่วงหลังหลินหลานเริ่มปรับตัวได้มากขึ้น บางครั้งเมื่ออากาศอุ่นขึ้น ก็จะปีนไปนั่งเคียงข้างท่านปู่ที่ด้านหน้า แล้วก็ฟังท่านปู่เล่าเรื่องเกี่ยวกับการเดินทางขายของ เรื่องเล่าของท่านปู่ช่างเป็นการเปิดโลกของนางโดยแท้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัตว์ประหลาดหายากที่มักจะอยู่ในป่าเขาลึกลับที่ผู้คนเข้าไปไม่ถึง มหาสมุทรที่ทอดยาวออกไปไกล และเหล่าผู้ฝึกตนที่มีน้อยนิดนานๆ จึงจะปรากฏกายออกมาให้ชาวบ้านธรรมดาเห็นวันนี้นางก็ออกมานั่งข้างท่านปู่เหมือนเดิม ขบวนขนสินค้าเริ่มเข้าสู่เขตใต้แล้ว ทำให้อากาศมิได้หนาวเย็นดั่งเช่นแต่ก่อนหลังๆ มา เด็กสาวจึงมักจะมานั่งเป็นเพื่อนชายชราหลินหลานมีความสนใจเรื่องเหล่าผู้ฝึกตนเป็นอันมากวันนี้จึงได้ถามท่านปู่เพิ่ม "ผู้ฝึกตนนี้เกิดมาจากอะไรเจ้าคะ พวกเขาเหมือนมนุษย์หรือไม่? "ชายชรายิ้มมือยังคงกุมบังเหียนบังคับม้า สายตาที่เริ่มจะเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นมองตรงไปข้างหน้า พลางตอบคำถามของหลินหลานอย่างอารมณ์ดี"พวกผู้ฝึกตนหรือจะเรียกง่ายๆ ว่าเซียนนั้น ล้วนเกิดจากมนุษย์ที่มีสายเลือดพิเศษ หรือบางคนก็เกิดมาจากบิดามารดาที่เป็นมนุษย์ธรรมดา""แล้วหากเกิดมาจากพวกเราชาวบ้าน ผู้นั้นจะทำอย่างไรเจ้าคะท่านปู่"ชายชราคิดทบทวนเล็กน้อยก่อนจะพูดอย่างไม่แน่ใจนัก"เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นน้อยมาก ส่วนมากจะเป็นเรื่องเล่าเสียมากกว่า ขนาดข้าเองที่อยู่มาจนป่านนี้ยังมิเคยพบมาก่อน ได้ยินเพียงเรื่องเล่า ถ้าหากเด็กน้อยคนนั้นเกิดขึ้นมาแล้วมีสายเลือดพิเศษ ไม่นานจะมีกลุ่มคนลึกลับมานำพาเด็กคนนั้นไปตั้งแต่ยังมิรู้ความ บิดามารดาของเด็กเหล่านั้นมักจะมิได้พบเจอบุตรของตนอีกเลย แต่ก็มักจะเกิดเหตุการณ์แปลกๆ กับคนในครอบครัวขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการที่อยู่ๆ ก็เจอสิ่งล้ำค่า หรือโรคภัยไข้เจ็บที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้กลับถูกรักษาจนหาย"หลินหลานฟังเรื่องที่ท่านปู่เล่าอย่างเพลิดเพลิน เรื่องนี้ช่างเหนือจินตนาการของนาง การที่นางหลงมายังที่แห่งนี้เหมือนเป็นการผจญภัยครั้งหนึ่งของชีวิตนางโดยแท้ แม้ว่านางจะยังเป็นคนธรรมดา แต่หากอยู่ไปนานๆ ไม่แน่นางอาจจะค้นพบของวิเศษบางสิ่งที่ทำให้ชีวิตของนางเปลี่ยนไปก็เป็นได้...ชายชราละสายตาออกจากเส้นทางเบื้องหน้า หันมามองใบหน้าของเด็กสาวที่ตนรับเข้าขบวนมา ใบหน้าของนางแตกต่างจากหญิงสาวทั่วไปที่เขาเคยพบ ความคิดและการพูดจาก็แตกต่างจากผู้คนทั่วไป ดูได้จากวันแรกที่เจอกัน นางวิ่งมาโบกไม้โบกมือส่งเสียงร้องดังลั่น ยากนักที่จะเห็นสาวคนอื่นเป็นเช่นนาง สิ่งนี้แหละที่ทำให้ตนตัดสินใจรับนางขึ้นมา"ของวิเศษมากมายที่ผู้คนหามาอยู่ที่ใดหรือเจ้าคะท่านปู่"นางหันไปสบตากับท่านปู่ รอคอยคำตอบอย่างมีความหวัง ท่านปู่ยังคงยิ้มเช่นเดิมก่อนที่จะหันกลับไปมองทาง พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ผ่านโลกมามาก "ของวิเศษล้วนหายากยิ่ง ส่วนมากจะได้มาจากสัตว์ลึกลับที่ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าอยู่ในสถานที่ที่มนุษย์เข้าไม่ถึง หรือสถานที่แปลกพิสดารที่รอการค้นพบ""เช่นนั้น ข้าพอจะมีโอกาสได้เห็นของเหล่านั้นหรือไม่เจ้าคะ"ความหวังของนางยังไม่หมดไปง่ายๆ ดอกไม้ที่นางเจอในวันนั้นใช่ของวิเศษที่ว่าหรือเปล่านะ?"หลินหลาน เจ้านั้นเป็นคนช่างฝัน เรื่องนี้ก็นับเป็นสิ่งดี หากเจ้าอยากจะดูของวิเศษที่ว่าข้าจะให้เจ้าดู""ท่านปู่ก็มีหรือเจ้าค่ะ! ไหนท่านปู่บอกว่ามันเป็นสิ่งหายากยิ่ง ยากนักที่จะเจอ" "การที่ขบวนเดินทางของข้า ราบรื่น ไม่มีอุปสรรค เจ้าคิดว่าเป็นเรื่องของโชคหรือ เช่นนั้นเจ้าก็ยังอ่อนต่อโลกนัก สิ่งที่ช่วยทำให้การเดินทางสะดวกเช่นนี้เป็นเพราะสิ่งนี้ที่ข้าพกติดตัวไว้ต่างหากเล่า"ชายชราหยิบบางสิ่งที่ซุกเอาไว้อย่างมิดชิดในอกออกมาให้นางได้ดู หญิงสาวมองดูด้วยความตื่นเต้นอา... นี่สินะของวิเศษที่ว่า ข้ามองสิ่งที่อยู่บนฝ่ามือของท่านปู่พยายามเก็บรายละเอียดทุกตารางนิ้วมันมีรูปร่างเหมือนฟันของสัตว์บางชนิด ข้าคิดว่ามันน่าจะเป็นฟันส่วนของเขี้ยว?"นี่คือสิ่งใดเจ้าค่ะ ดูเหมือนฟันของสัตว์กินเนื้อ บางชนิด? "ข้าถามท่านปู่ที่ทำสีหน้าโอ้อวด ภาคภูมิใจในสิ่งที่อยู่ในมืออย่างยิ่ง คาดว่ามันต้องเป็นของวิเศษที่สุดยอดมากอย่างแน่นอน"สิ่งนี้เป็นของวิเศษที่หาได้ยาก แม้จะสามารถนำมาครอบครองได้แต่ก็มีน้อยนัก....."ท่านปู่ลากเสียงยาว ไม่ยอมเฉลยเสียที ทำให้ข้าทนไม่ไหวต้องเอ่ยเร่งอีกครั้ง "คือสิ่งใดหรือเจ้าคะ? ท่านปู่รีบบอกข้าเร็ว"ชายชราเว้นช่วงไปอีกเล็กน้อย ก่อนที่จะยิ้มพลางเอนกายเข้ามาใกล้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก แผงความลึกลับอยู่หลายส่วน ข้าเองก็เอียงหูรอฟังด้วยความตื่นเต้น เหมือนกำลังได้ฟังสิ่งที่ยิ่งใหญ่"มันคือ.... เขี้ยวของหมู่ป่าเขี้ยวตัน""..."!!?หมูป่าเขี้ยวตัน? นี่ข้าฟังไม่ผิดใช่หรือไม่ ของวิเศษหากยากในมือของท่านปู่ที่ข้าคิดว่ามัน อาจจะเป็นฟันมังกร เล็บครุฑ กลับกลายเป็นเขี้ยวหมูป่าแถมยังเขี้ยวตันอีกด้วย ทำไมชื่อของมันช่างคล้ายคลึงกับสิ่งที่นักสะสมของขลังในโลกเก่าที่จากมาชอบกันนางมองหน้าท่านปู่อย่างไม่ค่อยแน่ใจ แต่ท่านปู่ก็ยังทำสีหน้าภาคภูมิใจ เหมือนมันเป็นสิ่งล้ำค่า ก่อนที่จะเก็บกลับเข้าไปในอกเสื้ออย่างระแวดระวังเหมือนยามเอาออกมาอ่า.... นี้นับว่าผิดจากที่ข้าคาดหวังเอาไว้มิน้อยเลย