หลังจากเหตุการณ์วันนั้นเฉินเฮ่าจงกับหลินเว่ยฉิงก็มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเรื่อยมา ทุกครั้งที่เฉินเฮ่าจงว่างจากการเรียน เขาก็มักจะเรียกให้หลินเว่ยฉิงไปหาเขาที่บ้าน ที่บ้านของเขานั้นทั้งสะดวกสบายและไม่มีคนมาขัดจังหวะ เพราะพ่อเฉินกับแม่เฉินมีสอนหนังสือที่โรงเรียนทั้งวัน หรือแม้แต่วันหยุดท่านทั้งสองก็มักจะมีนัดออกไปพบกับเพื่อนในสมาคมที่ตัวเองเข้าร่วมกิจกรรมอยู่ตลอด ดังนั้นเฉินเฮ่าจงและหลินเว่ยฉิงก็จะใช้บ้านของชายหนุ่มเป็สถานที่แสดงความรักของพวกเขา
“พี่ขอเวลาเรียนแค่สี่ปี จากนั้นพวกเราก็จะแต่งงานกัน น้องเว่ยฉิงรอพี่ได้ไหมครับ” เฉินเฮ่าจงยังกอดหญิงสาวอยู่ไม่ยอมห่าง และมือของเขาก็อยู่ไม่สุขเลยสักนิด
“ฉันรอพี่ได้ค่ะ พี่จะให้ฉันรอนานเท่าไหร่ก็ได้ ขอแค่...ขอแค่พี่ไม่ทิ้งฉันไป” หลินเว่ยฉิงซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดของคนรักมากขึ้น
“พี่สัญญาว่าพี่จะดูแลเธออย่างดี” เฉินเฮ่าจงกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นเช่นกัน “ความจริงแล้วหลังจากที่เราแต่งงานกัน ถ้าน้องเว่ยฉิงไม่อยากหย่ากับพี่ มันก็พอจะมีทางออกอยู่เหมือนกันนะ”
“ทางออกอะไรหรือคะ” หลินเว่ยฉิงเงยหน้าขึ้นไปมองชายคนรักอย่างมีความหวัง
เฉินเฮ่าจงลูบไล้ไปทั่วร่างพร้อมกับจุมพิตหน้าผากหญิงสาวไปหนึ่งที “น้องเว่ยฉิงก็ช่วยให้หลินซูลี่ตกมาเป็บ้านเล็กของพี่เสียสิ จากนั้นพี่เฮ่าจงก็จะไม่หย่ากับเธอ แต่จะยกให้เธอเป็ภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายแค่คนเดียว”
“หมายความว่าถ้าฉันช่วยให้พี่ได้ตัวพี่ซูลี่มา พี่ก็จะไม่หย่ากับฉัน และพี่ก็จะให้พี่ซูลี่เป็แค่เมียเก็บของพี่เท่านั้นใช่ไหมคะ”
“อืม...เมียเก็บอย่างนั้นหรือ? เป็คำเรียกที่ออกจะใจร้ายไปสักหน่อยสำหรับซูลี่”
“ฉันขอโทษค่ะ” หลินเว่ยฉิงรีบพูดขึ้น ทั้งที่ในใจของเธอนั้นรู้สึกอิจฉาหลินซูลี่เป็อย่างมาก
“ไม่มีอะไรที่น้องเว่ยฉิงต้องขอโทษ เพราะสถานะนั้นมันก็เหมาะสมกับหลินซูลี่ที่สุดแล้ว ผู้หญิงอย่างหล่อนจะมาเทียบกับน้องเว่ยฉิงของพี่ได้ยังไง”
“แต่พี่ก็ยังอยากได้พี่ซูลี่มาเป็บ้านเล็กของพี่อยู่ไม่ใช่หรือคะ” หลินเว่ยฉิงพูดอย่างแง่งอน “ถ้างั้นก็แสดงว่าพี่ยังรักพี่ซูลี่อยู่”
“ก็แค่ของเล่นยามเหงาเท่านั้นล่ะ น้องเว่ยฉิงก็น่าจะรู้ว่าผู้ชายอย่างพี่ไม่ชอบให้ใครมาทำให้เสียหน้า หลินซูลี่กล้าปฏิเสธพี่ต่อหน้าคนอื่น กล้าแม้แต่จะหมั้นกับผู้ชายอื่นโดยที่ไม่ยอมบอกพี่สักคำ หล่อนกล้าดียังไงถึงทำอย่างนั้นกันล่ะ เพราะฉะนั้นการที่จะเอาหล่อนมาเป็เมียเก็บโดยไม่ให้โอกาสหล่อนได้มีหน้ามีตาในสังคมมันก็สมควรแล้ว อีกอย่างหนึ่งนะ ที่พี่ทำอย่างนี้ก็เพราะพี่อยากทำให้น้อยเว่ยฉิงมั่นใจว่าพี่ไม่มีทางยกหลินซูลี่ให้ขึ้นมาเทียบเท่าเธอได้ พี่ดูออกมาตั้งนานแล้วว่าเธอก็ไม่ได้ชอบพี่สาวต่างแม่คนนี้ของเธอสักเท่าไหร่หรอก จริงไหมล่ะ?”
หลินเว่ยฉิงยังไม่ตอบคำถาม ในหัวของเธอตอนนี้กำลังพิจารณาคำพูดของเฉินเฮ่าจงอย่างละเอียด หากเธอยอมทำตามคำพูดของเขา ก็เท่ากับว่าหลินซูลี่จะไม่มีที่ยืนในสังคมอีก การเป็เมียเก็บไม่เป็ที่ยอมรับของใครทั้งนั้น แต่สิ่งที่เธอกังวลอยู่ตอนนี้ก็คือเธอจะเชื่อคำพูดของเฉินเฮ่าจงได้จริงหรือ
ที่ผ่านมาเฉินเฮ่าจงแสดงออกให้เห็นอยู่ตลอดว่าหลินซูลี่มีความสำคัญต่อเขามากขนาดไหน แม้แต่วันที่เธอไปส่งเขาที่สนามสอบ เขาก็เอาแต่มองนังพี่สาวต่างแม่คนนั้นโดยไม่แม้แต่จะหันมาสนใจเธอ
“ฉันขอกลับไปคิดทบทวนดูสักหน่อยนะคะ เพราะเื่นี้มันเกี่ยวพันถึงหน้าตาของครอบครัวฉันด้วย ถึงยังไงพี่ซูลี่ก็ยังถือว่าเป็พี่สาวของฉันอยู่น่ะค่ะ”
“ความจริงแล้วที่เธอปฏิเสธก็เพราะเธอยังไม่เชื่อใจพี่ เธอกลัวว่าพี่จะหลอกใช้เธอและจะทิ้งเธอไปหลังจากเสร็จงานแล้วใช่ไหม”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อใจพี่ เพียงแต่ฉันอยากคิดทบทวนเื่นี้ให้ดีก่อนจริงๆ ค่ะ พี่อย่าโกรธฉันเลยนะคะ”
เฉินเฮ่าจงยกหญิงสาวขึ้นมานอนบนตัวของเขา “พี่ไม่โกรธเธอหรอก เอาเป็ว่าเธอใช้เวลาคิดได้อย่างเต็มที่ กว่าพี่จะเรียนจบก็ต้องใช้เวลาอีกตั้งหลายปี”
“ขอบคุณนะคะ” หลินเว่ยฉิงโน้มตัวเข้าหาคู่หมั้นพร้อมรอยยิ้ม
‘ฉันให้เวลาเธอคิดจนกว่าเธอจะพอใจเลยล่ะหลินเว่ยฉิง กว่าจะถึงตอนนั้นฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะเบื่อเธอไปถึงไหนแล้ว พอเธอช่วยให้แผนของฉันสำเร็จ ฉันก็จะเขี่ยเธอทิ้ง เธออย่าฝันว่าจะได้เป็เ้าสาวของผู้ชายเพอร์เฟกต์อย่างฉันเลย และสุดท้ายหลินซูลี่ก็จะต้องตกมาเป็ทาสรองรับอารมณ์ของฉันเพราะความช่วยเหลือจากน้องสาวขี้อิจฉาอย่างเธอยังไงล่ะ’
“คุณกลับมาอยู่เมืองหลวงั้แ่เมื่อไหร่” จ้าวหวั่นฮุ่ยถามซูฉงเต๋ออย่างแปลกใจ
“คุณคงไม่ดีใจที่เห็นผมยังมีชีวิตอยู่ล่ะสินะ”
“คุณไม่จำเป็ต้องพูดประชดประชันฉันอย่างนั้นหรอก ั้แ่วันที่คุณปฏิเสธที่จะช่วยเหลือฉัน ความสัมพันธ์ของเรามันก็จบสิ้นกันไปแล้ว”
จ้าวหวั่นฮุ่ย ซูฉงเต๋อ หลินฮ่าว และหวังหลันหลัน เป็เพื่อนเรียนมาด้วยกัน จ้าวหวั่นฮุ่ยเป็ลูกคุณหนูจากตระกูลร่ำรวย ส่วนหวังหลันหลันเป็ลูกของคนงานที่ทำงานอยู่ในบ้านของจ้าวหวั่นฮุ่ย
ซูฉงเต๋อและหลินฮ่าวเติบโตมาด้วยกันในบ้านเด็กกำพร้า พวกเขารักและผูกพันกันเหมือนพี่น้อง มีอะไรก็มักจะแบ่งปันและช่วยเหลือกันอยู่ตลอด
ตอนที่จ้าวหวั่นฮุ่ยกับหวังหลันหลันเข้าเรียนในระดับชั้นมัธยมปลาย พวกเธอก็ได้รู้จักกับซูฉงเต๋อและหลินฮ่าว ซูฉงเต๋อตกหลุมรักจ้าวหวั่นฮุ่ยทันที เหมือนกับหลินฮ่าวที่ตกหลุมรักหวังหลันหลันทันทีเช่นเดียวกัน แต่จ้าวหวั่นฮุ่ยกลับไม่ดีใจที่ซูฉงเต๋อมาชอบเธอ เพราะรักแรกพบของเธอคือหลินฮ่าวต่างหาก
จ้าวหวั่นฮุ่ยเก็บความไม่พอใจเอาไว้ เพราะเธอไม่อยากแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมให้หลินฮ่าวเห็น เธอตัดสินใจที่จะคบกับซูฉงเต๋อเพราะอยากหลอกใช้ความรักที่เขามีต่อเธอให้เขาช่วยทำลายความสัมพันธ์ของหลินฮ่าวและหวังหลันหลัน
แต่จ้าวหวั่นฮุ่ยก็ไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปแทรกกลางระหว่างหลินฮ่าวกับหวังหลันหลันได้เลย จนใกล้จะถึงวันแต่งงานของทั้งคู่ จ้าวหวั่นฮุ่ยขอให้ซูฉงเต๋อหาคนมาทำลายหวังหลันหลัน เพราะเธอไม่อยากให้คนที่เธอแอบชอบไปแต่งงานกับผู้หญิงอื่น แต่ซูฉงเต๋อกลับปฏิเสธด้วยท่าทางจริงจัง เพราะเขาไม่อาจทำร้ายพี่น้องที่โตมาด้วยกันได้ ทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างหนัก จนจ้าวหวั่นฮุ่ยเริ่มด่าทอซูฉงเต๋อด้วยถ้อยคำหยาบคายและไม่ให้เกียรติ เธอยังย้ำอีกว่าตลอดเวลาเธอรักหลินฮ่าวแค่คนเดียว เธอไม่เคยรักเขาเลย ซูฉงเต๋อก็โกรธมากที่ถูกคนรักหลอก สุดท้ายเขาก็ทำให้จ้าวหวั่นฮุ่ยตกเป็ของเขาในวันแต่งงานของเพื่อนรักนั่นเอง
(* หลินฮ่าวกับหวังหลันหลันเป็พ่อกับแม่ของนางเอกนะคะ ยังจำกันได้อยู่ไหมคะ ^__^)
“ความสัมพันธ์ของเราไม่ได้จบลงวันนั้นเสียหน่อย คุณลืมไปแล้วหรือว่าหลังจากนั้นพวกเราก็ยังไปมาหาสู่และมีอะไรกันอยู่อีกตั้งหลายครั้ง ถ้าคุณจำไม่ได้จะให้ผมทบทวนความจำนั้นให้ไหมล่ะ หรือว่าคุณยังคิดถึงไอ้เพื่อนทรยศของผมอยู่”
“คุณไม่จำเป็ต้องพูดถึงเขาอีกหรอก”
“ทำไมผมจะพูดถึงมันไม่ได้ รู้ทั้งรู้ว่าผมรักคุณและมันก็รู้ด้วยว่าผมกับคุณคบกันลึกซึ้งแค่ไหน ผมขอเวลาไปสร้างตัวแค่ไม่กี่ปี และฝากให้มันช่วยดูแลคุณ แต่ไม่นึกเลยว่าไอ้เพื่อนทรยศนั่นก็มาฉวยโอกาสแต่งงานกับเมียผมไปแล้ว” ซูฉงเต๋อพูดขึ้นอย่างเจ็บแค้น เขาจำได้ดีว่าตอนนั้นเขาดีใจมากขนาดไหนที่เขาได้รับแต่งตั้งให้ย้ายมาเป็อาจารย์สอนในระดับมหาวิทยาลัย เขาหอบเอาความดีใจกลับมาเมืองหลวงเพื่อมาขอหญิงคนรักแต่งงาน แต่ใครจะไปคิดว่าพอกลับมา หญิงคนรักกลับแต่งงานไปกับคนที่เขานับถือเป็พี่น้อง มิหนำซ้ำพวกเขายังมีลูกด้วยกันอีก
“คุณคงยังไม่พร้อมที่จะพูดกับฉันหรอก ถ้าอย่างนั้นฉันก็คงต้องขอตัวก่อน”
จ้าวหวั่นฮุ่ยเดินจากซูฉงเต๋อไปอย่างรวดเร็ว เธอไม่เคยรู้สึกผิดกับผู้ชายคนนี้ เพราะเธอไม่เคยรักเขา แต่ที่เธอยอมมีความสัมพันธ์กับเขาอยู่หลายครั้งก็เพราะเธอยังอยากเก็บเขาไว้ใช้งาน แต่ตอนนั้นก็เหมือนโชคยังเข้าข้างเธออยู่ เพราะหวังหลันหลันเกิดล้มป่วยลงหลังจากเพิ่งคลอดลูกได้ไม่นาน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกนานแค่ไหน ทำให้จ้าวหวั่นฮุ่ยมีความหวังในความรักขึ้นมาอีกครั้ง
จ้าวหวั่นฮุ่ยตัดขาดการติดต่อกับซูฉงเต๋อั้แ่นั้นทันที เธอไม่สนใจว่าเขาจะไปใช้ชีวิตและสร้างฐานะของตัวเองขึ้นมายังไง เพราะเธอก็แค่รอให้หวังหลันหลันจากไป จากนั้นเธอก็จะเอาชนะใจหลินฮ่าวด้วยตัวของเธอเอง