กบของผมกลัวว่าผมจะตายจึงเดินทางทะลุมิติ

    EP-67 ฉากตบหน้าจีนสุดคลาสสิก

    “ท่านอาจารย์นี่คือ...” จ้าวหลิงหลิงผงะเมื่อถูกโจมตีทีเผลอ เธอไม่คิดว่าเนี่ยฝานจะลอบฆ่า เพราะโซ่เส้นเมื่อครู่ไม่มีความรู้สึกของความอาฆาตพยาบาท

    “การตรวจสอบ ดูว่ามีวิญญาณของนักบวชหรือนักทำนายตามมาจากโลกเซียนด้วยหรือเปล่า” เนี่ยฝานแสร้งพูดไปเรื่อย แต่แท้จริงแล้วเป็นการปรับเปลี่ยนเจตจำนงของเธอต่างหาก

    “เอ๋...แล้วผลเป็นยังไงบ้างคะ นักบวชพวกนั้นคงไม่ใส่บางสิ่งที่เป็นอันตรายต่อฉันหรอกใช่ไหม”

    จ้าวหลิงหลิงเป็นกังวล นักบวช นักทำนายที่เธอเคยไปดูดวงเกี่ยวกับการตายของท่านอาจารย์ล้วนเป็นพวกวิปริต โดยเฉพาะนักทำนายที่ชอบทำสิ่งแปลกๆ ทั้งหลาย โดยหวังจะขัดขวางวิถีของสวรรค์ด้วยวิธีสกปรก

    เนี่ยฝานลูบศีรษะของหญิงสาว พลางปลอบโยน “ไม่มีอะไร อาจารย์จัดการให้เรียบร้อยแล้ว”

    จ้าวหลิงหลิงรู้สึกผ่อนคลาย ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อ การที่เนี่ยฝานลูบศีรษะแบบนี้ทำให้เธอนึกถึงตอนที่ยังเป็นเด็ก อาจารย์มักจะให้รางวัลด้วยการลูบหัวเมื่อฝึกวิชาสำเร็จ

    หลังจากนั้นเนี่ยฝานจึงพาหญิงสาวบินไปรอบๆ ดินแดนของสามก๊ก เขาไม่ได้ไปหาเตียวเสี้ยน แต่จากที่ดูจากไกลๆ ยังพบว่าหล่อนปลอดภัยจากโจรร้าย แต่ถึงอย่างนั้นที่อื่นๆ ในดินแดนกลับมอดไหม้ เสมือนหนึ่งเพิ่งถูกกองทัพโจมตีเมือง หลังจากการเสียชีวิตของโจโฉ

    .....

    เนี่ยฝานกลับมาที่บ้าน หลังจากที่ลูกศิษย์ปลอมๆ กลับไปทำงานที่ร้านอาหารเขาจึงพาหลิงจูไปเที่ยวชมเมือง ตามที่ได้สัญญาไว้เมื่อวาน

    หลิงจูที่นั่งอยู่ในรถเหมือนกับเด็กตัวเล็กๆ ที่ถูกดึงดูดด้วยสิ่งต่างๆ ที่ไม่เคยเห็น

    “โลกใบนี้งดงามมาก ปลอดจากสงคราม ชาวบ้านอยู่ดีมีสุข ในขณะเดียวกันรถยังนั่งสบาย ไม่เหมือนกับรถเทียมม้าจากโลกของข้า” หลิงจูพูดกับตัวเอง การได้อยู่ในโลกนี้กับเนี่ยฝานก็เหมือนเป็นพรจากสวรรค์

    เนี่ยฝานพาหลิงจูเดินลงจากรถแล้วเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้า เป้าหมายคือชุดราคาแพง รองเท้า เครื่องประดับต่างๆ และเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อผู้หญิง

    หลิงจูไม่เคยได้รับการปฏิบัติแบบนี้มาก่อน เสื้อผ้าในยุคโบราณส่วนใหญ่เน้นสีสัน และนอกจากนั้นยังออกแบบให้รุ่มร่าม ไม่วับๆ แวมๆ เหมือนกับสมัยนี้ ดังนั้นเมื่อเธอเห็นผู้หญิงใส่กางเกงขาสั้นจนเห็นแก้มก้นขาว จึงสะกิดแขนเนี่ยฝาน

    “นางไม่อายหรือ ใส่แบบนั้นไม่กลัวคนหัวเราะหรือไง”

    “อย่าไปชี้ดูไร้มารยาท อีกอย่างหนึ่งในยุคนี้เรามีอิสระที่จะแต่งตัว ไม่จำเป็นต้องไปแคร์คนอื่นว่าจะมองยังไง”

    “อย่างนี้นี่เอง นับว่าเป็นโลกที่สุดยอดมากเลย” หลิงจูพยักหน้ารับแล้วเดินเข้าไปในร้านกับเนี่ยฝาน

    โดยปกติเนี่ยฝานไม่ค่อยได้เดินห้างนัก ในฐานะลูกหลานคนรวยอันดับหนึ่ง เสื้อผ้าต่างๆ จะถูกจัดส่งไปที่บ้านทุกเดือนโดยแบรนด์ดัง และยังเป็นชุดที่มีการตัดเย็บเป็นพิเศษซึ่งเหมาะกับขนาดร่างกายเขาคนเดียว

    “เสื้อสวยๆ ทั้งนั้นเลย แต่ข้าเลือกไม่ถูก สามีเจ้าช่วยเลือกให้ข้าหน่อยได้หรือไม่”

    หลิงจูไม่รู้เรื่องเสื้อผ้าสมัยใหม่ เนี่ยฝานเองก็ไม่ใช่ผู้ชายไร้ประโยชน์ที่เลือกไม่เป็น อย่างน้อยเขายังมีรสนิยมที่ดี มิฉะนั้นคงวาดผู้หญิงใส่ชุดเซ็กซี่ไม่ได้

    “นี่ๆ ดูสองคนนั้นสิ กำลังเลือกเสื้อผ้าใหญ่เลย เขารู้หรือเปล่าว่าราคาแต่ละชิ้นมากกว่าหนึ่งหมื่นหยวน ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถซื้อได้”

    ผู้หญิงที่แต่งหน้าจัดคนหนึ่งสะกิดแขนชายวัยกลางคนข้างๆ ให้หันมาดู ตอนแรกเขาไม่สนใจหรอกเพราะกำลังยุ่งกับโทรศัพท์ แต่เมื่อเห็นใบหน้าของหลิงจูความคิดถึงกับเปลี่ยน

    หลิงจูเป็นผู้หญิงที่สวยมาก นอกจากนั้นตอนนี้ยังอยู่ในชุดจีนโบราณ เขาไม่สามารถนิ่งเฉยได้ รีบก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปทักทายทันที

    “สวัสดีผมชื่อโต่วเล้ง เป็นผู้กำกับจากเครือเนี่ยสตูดิโอ คุณผู้หญิงใส่ชุดโบราณแล้วขึ้นมากเลย ผมจึงอยากจะทาบทามไปเล่นซีรีย์ ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรหรอ”

    หญิงสาวที่มาด้วยกันกับเขากระทืบเท้าด้วยความไม่พอใจ แต่ยังวิ่งเหยาะๆ เข้าไปคล้องแขนราวกับต้องการแสดงตัวเป็นเจ้าของ

    โต่วเล้งขมวดคิ้วไม่พอใจ แต่บนพื้นผิวยังแสร้งแสดงรอยยิ้มอบอุ่น

    สำหรับเขาการนอนกับดาราที่ยังไม่มีชื่อเสียงไม่ใช่เรื่องยาก และในขณะเดียวกันหากดาราเหล่านี้มีชื่อเสียงภายหลัง ภาพและคลิปในขณะที่มีอะไรกันยังสามารถนำไปแบล็คเมล์ได้

    โต่วเล้งใช้วิธีการนี้หลายครั้งและมันก็ได้ผล ดังนั้นเขาจึงกลายเป็นคนร่ำรวยที่กินเงินจากดาราโด่งดังในสังกัดสกุลเนี่ยหลายคน

    “เอ่อ...ข้าไม่สนใจหรอกนะ” หลิงจูปฏิเสธอย่างเด็ดขาด เธอไม่รู้เกี่ยวกับโลกนี้ดี เมื่อวานนี้แค่นั่งคุยกินข้าวกับพวกอัลบาแล้วพักผ่อน จึงไม่รู้ว่าละครหรือภาพยนตร์คืออะไร

    “ใจเย็นก่อนนะครับ” โต่วเล้งไม่ยอมแพ้ “การเป็นดาราจะได้รับชื่อเสียงและเงินทองจำนวนมาก คุณไม่อยากใส่เพียงเสื้อผ้าราคาถูกใช่ไหม ถึงแม้ตอนนี้คุณกำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่ แต่ผมคิดว่าคุณคงไม่สามารถซื้อได้ อ้อผมไม่ได้จะดูถูกนะ แต่น้องชายตัวเล็กคนนี้...ดูไม่น่าจะมีเงินจ่ายได้”

    เนี่ยฝานขมวดคิ้ว ตั้งแต่เขาเข้ามาอยู่ในโลกนี้ก็เพิ่งจะโดนดูถูกนี่แหละ จะว่าไปบทนี้ไม่ควรเป็นของเขาสิ มันต้องเป็นของพระเอกยากจนเช่นเย่ซวนไม่ใช่เหรอ หรือว่ามีอะไรผิดพลาดเกี่ยวกับพล็อต

    เนี่ยฝานรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับพล็อตแต่ทว่าก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ด้วยตัวเขาเองที่ทำลายพล็อตของใครหลายคน บางทีสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอาจจะเป็นฟันเฟืองของโชคชะตาที่กำลังเล่นงานก็ได้

    หลิงจูไม่คิดว่าชายคนนี้เป็นคนดี แต่ถึงอย่างนั้นเธอกลับไม่ได้กลัว ด้วยความที่ถูกฝึกมาเป็นนักฆ่า ตามธรรมชาติแล้วตอนนี้หล่อนกำลังมองโต่วเล้งเหมือนกับกระต่ายซะมากกว่า

    เนี่ยฝานไม่อยากเสียเวลาชีวิตไปกับตัวละครเล็กๆ อย่างผู้กำกับที่ไม่มีนัยสำคัญ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ไม่นานปลายสายก็กดรับ

    “เหวินจิง ติดต่อหาบริษัทในเครือสกุลเนี่ย เนี่ยสตูดิโอแล้วไล่ผู้กำกับที่ชื่อโต่วเล้งออก”

    โต่วเล้งที่กำลังถือนามบัตรแนะนำตัวอยู่ชะงักครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหนักๆ

    “น่าขันชะมัด คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงได้กล้ามาไล่ผมออก หรือว่าเป็นลูกเจ้าของบริษัท”

    สำหรับโต่วเล้งซึ่งอยู่ในวงการมานานไม่มีใครสามารถคุกคามเขาได้ มิฉะนั้นคงติดคุกนานแล้วเพราะแบล็คเมล์ดาราที่กำลังรุ่ง

    เนี่ยฝานเก็บโทรศัพท์ลงแล้วไม่สนใจตัวละครประเภทตัวประกอบ เขาดึงหลิงจูเข้ามาแล้วเลือกซื้อเสื้อผ้าต่อ

    โต่วเล้งต้องการเข้าไปขัดขวาง เพชรเม็ดงามแบบนี้จะปล่อยให้ไอ้เตี้ยเอาไปคนเดียวได้อย่างไร เขาอยากจะนอนกับหลิงจู ผู้หญิงคนนี้ใส่ชุดฮั่นฝูโบราณขึ้นมาก หากเอากันบนเตียงคงสนุกสนานน่าดู ทว่าต่อมาโทรศัพท์มือถือกลับดัง โต่วเล้งหยิบขึ้นมาแล้วเกือบจะวาง แต่เมื่อเห็นเป็นชื่อของหัวหน้าของบริษัทที่ทำงานอยู่จึงเลือกที่จะรับสายด้วยถ้อยคำสุภาพ

    “สวัสดีครับคุณหลี่ มีอะไรหรือเปล่าครับถึงได้โทรหาผมตอนนี้ หรือว่ามีโปรเจ็คดีๆ มาให้ผมถ่าย”

    “หุบปากโต่วเล้ง! ผมไม่รู้ว่าคุณไปทำให้ใครโกรธแต่ตอนนี้คุณถูกไล่ออกแล้ว” เสียงตะคอกดังจากโทรศัพท์

    โต่วเล้งที่กำลังยิ้มอยู่ถึงกับผงะ อารมณ์ดีๆ กลับเปลี่ยนเป็นแย่โดยพลัน

    “คุณหลี่เกิดอะไรขึ้น ทำไมผมถึงโดนไล่ออก”

    “คุณทำอะไรไว้ล่ะน่าจะรู้ไม่ใช่เหรอ! หลังจากนี้คุณจะไม่มีอนาคตในวงการบันเทิงอีกต่อไปโต่วเล้ง หากเป็นคนอื่นขึ้นบัญชีดำคุณบางทีอาจมีทางแก้ไข แต่ตอนนี้ทางสกุลเนี่ยกำชับมาเอง คิดดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น อนาคตของคุณดับ!” ผู้จัดการหลี่ทิ้งคำพูดไว้เพียงเท่านี้แล้วเลือกที่จะวางสาย เขาเองก็เคยมีส่วนช่วยโต่วเล้งในการแบล็คเมล์ดาราสาว เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายถูกไล่ออกจริงๆ เขาจึงค่อนข้างจะกังวล หลังจากโทรเสร็จจึงรีบเข้าคอมพิวเตอร์แล้วลบคลิปอนาจารที่อาจกลายเป็นหลักฐานในชั้นศาล

    จนถึงตอนนี้เนี่ยฝานได้รูดบัตรออกจากร้านเสื้อผ้าไปแล้ว แต่โต่วเล้งยังไม่รู้เลยว่าทำไมเขาถึงถูกไล่ออก หลักๆ ไม่คิดว่ามันเกิดจากเนี่ยฝานแต่น่าจะเกิดจากดาราสักคนที่กล้ารายงานเรื่องนี้ให้กับทางสกุลเนี่ย ผู้จัดการหลี่ถึงได้โทรมาด้วยตัวเอง

    “ระยำเอ้ย! ผมถูกไล่ออกแต่แกยังได้ทำงานต่อเนี่ยนะผู้จัดการหลี่ รวมถึงดาราพวกนั้นที่กล้าใส่ร้ายผม คอยดูเถอะผมนี่แหละจะเล่นงานมันทุกคน รวมถึงสกุลเนี่ยน่ารังเกียจนั่น!” โต่วเล้งโกรธจนบีบโทรศัพท์ในมือแตก โดยเขาไม่รู้เลยว่าข้อมูลที่อยู่ในโทรศัพท์เหมือนว่าจะไหลเข้าไปในร่างกายอย่างช้าๆ

    กลับถึงบ้านตอนหนึ่งทุ่ม เนี่ยฝานเหลือบมองโทรศัพท์ที่กำลังสั่น เป็นข้อความตอบกลับจากซูฉี เธอเลือกที่จะยอมให้หลั่งในเพื่อเงิน

    เนี่ยฝานไม่แปลกใจกับการเลือกนี้ เพราะในงานต้นฉบับซูซีบ้ามาก ยอมทำงานแลกเงินน้อยๆ เพื่อกระเป๋าแบรนด์เนมแล้วเป็นเอดส์ตาย

    ในขณะเดียวกันผู้จัดการหลี่ซึ่งกำลังขึ้นรถกลับบ้าน ไม่รู้เลยว่ากำลังถูกโต่วเล้งดักรออยู่ที่หน้าอพาร์ทเม้นท์ เนื่องจากสถานที่แห่งนี้ค่อนข้างมืด ตัวเขาจึงกลมกลืนกับเงาไปโดยปริยาย ไม่สิต้องบอกว่าตอนนี้โต่วเล้งเหมือนว่าจะมีพลังบางอย่างที่ได้รับจากโทรศัพท์ในตอนบ่าย เหมือนกับฉากตัวละครที่เขาเคยถ่ายทำในซีรีย์