บทที่ 2 สัตว์ที่น่ารักที่สุดในโลก
เขตพื้นที่ปกครอง 044 เป็ดินแดนไร้มนุษย์ดังชื่อเสียงของมัน
ไม่ว่าจะเป็คนเลี้ยงสัตว์ในบริเวณใกล้เคียง นักเดินทาง หรือนักสำรวจ ล้วนหลีกเลี่ยงการเข้าไปในเขตพื้นที่นี้ทั้งนั้น
ดังนั้นมีเพียงคนประเภทเดียวเท่านั้นที่จะใช้ปืนในสถานที่แบบนี้
นักล่าเถื่อนที่ล่าสัตว์อย่างผิดกฎหมาย!
ทันทีที่ได้ยินเสียงปืน เฉียวซู่ก็ยืดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และหยิบปืนลูกซองที่หัวหน้าทิ้งไว้ให้ตนมากอดไว้ในอ้อมแขน
ท่ามกลางทะเลทรายอันรกร้างแห่งนี้ มีเพียงปืนเท่านั้นที่ทำให้เขารู้สึกถึงความปลอดภัยได้
เสียงปืนที่ดังขึ้นในทะเลทรายรกร้างนี้แสบหูมาก เหล่าผู้ชมที่อยู่ในไลฟ์สดต่างก็ได้ยินเสียงปืนนี้อย่างชัดเจน
[เมื่อกี้เหมือนจะเป็เสียงปืนนะ จะมีเสียงปืนในเขตที่ไร้ผู้คนอย่างนี้ได้ไงกัน?]
[ไม่ใช่ว่าเ้าของไลฟ์บอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วเหรอ? เขาเป็ผู้พิทักษ์ทะเลทรายเพียงคนเดียวในที่แห่งนี้ ดังนั้นคนที่ยิงปืนต้องเป็พวกนักล่าเถื่อนอย่างแน่นอน!]
[เดี๋ยว ๆ ...เ้าของไลฟ์บ้าไปแล้วเหรอ? คุณจะทำอะไรน่ะ?]
เหล่าผู้ชมมึนงงเมื่อเห็นเฉียวซู่กัดฟันพร้อมถือปืนขึ้นมา และวิ่งมุ่งไปทางเสียงปืนอย่างเด็ดเดี่ยว!
“กฎของผู้พิทักษ์ทะเลทราย” เฉียวซู่หายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ พูดด้วยสายตาอันแน่วแน่ “ผู้พิทักษ์ทะเลทรายมีหน้าที่รับผิดชอบในการปกป้องความปลอดภัยของสัตว์ป่าในพื้นที่ควบคุม เมื่อต้องเผชิญกับการลักลอบล่าสัตว์ที่ผิดกฎหมาย ก็ควรพิจารณาให้หยุดการกระทำดังกล่าวตามความเหมาะสม!”
แม้ว่าปากจะพูดถึงกฎระเบียบที่เก่าคร่ำครึนั่น แต่สายตาที่ดูเฉียบขาดของเฉียวซู่ กลับทำให้ผู้ชมรู้สึกเลื่อมใสในตัวเขา
สิ่งที่เฉียวซู่ถืออยู่คือปืนลูกซองกึ่งอัตโนมัติห้านัด หรือที่รู้จักกันในชื่อปืนห้านัดในประเทศจีน
ปืนลูกซองประเภทนี้เคยแพร่หลายในหมู่ประชาชน เนื่องจากหาได้ง่าย และมีอันตรายถึงชีวิตสูง จึงมักถูกใช้เป็อาวุธสังหารโดยกลุ่มอาชญากร
หลังจากที่จีนได้มีการควบคุมอาวุธปืน ปืนไรเฟิลแบบดังกล่าวก็ถูกพบเห็นได้เฉพาะในพื้นที่ล่าสัตว์ทั่วไปหรือสถานที่ที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการพยาบาลและวัตถุประสงค์อื่น ๆ
เฉียวซู่ปีนข้ามเนินทรายไปโดยมีปืนลูกซองอยู่ในมือ ทัศนียภาพด้านหน้ากว้างขึ้นในทันตา
มอเตอร์ไซค์สองคันขับด้วยความเร็วออกห่างไปไกล เตะฝุ่นทรายจำนวนมากให้ฟุ้งขึ้นมา
ชายสี่คนสวมผ้าโพกหัวเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน แยกกันนั่งซ้อนสองอยู่บนมอเตอร์ไซค์
หนึ่งในนั้นยังถือปืนลูกซองอยู่ในมือ เมื่อมองเห็นเฉียวซู่ มันก็หัวเราะขึ้นอย่างหยิ่งผยอง
“ยินดีต้อนรับสู่ทะเลทรายแห่งความตาย ผู้พิทักษ์ทะเลทราย”
ชายคนนั้นทำท่ามือเชือดคอให้เฉียวซู่ดู
มอเตอร์ไซค์ทั้งสองคันขับด้วยความเร็วสูง เพียงพริบตาก็พ้นออกจากระยะการยิงของปืนลูกซองไป
เฉียวซู่วางปืนลูกซองลงด้วยใบหน้าถมึงทึง จ้องมองไปยังมอเตอร์ไซค์ที่กำลังขับห่างออกไป
ในวันแรกของการเข้ารับตำแหน่ง ก็มีพวกนักล่าเถื่อนมายิงปืนที่ทางเข้าศูนย์ ให้ไอ้ทึ่มที่ไหนดูก็ยังมองออกเลยว่านี่ไม่ใช่เื่บังเอิญ
นี่เป็การข่มขู่ที่ทั้งโจ่งแจ้ง ทั้งมีการวางแผนไว้ด้วยอีก!
เฉียวซู่รู้เพียงว่าเืในกายตนกำลังพลุ่งพล่าน มือทั้งสองข้างจับปืนลูกซองไว้แน่น
ทันใดนั้นเอง เ้าก้อนกลม ๆ เล็ก ๆ ขนฟูก็แวบผ่านดวงตาของเขาไป
เฉียวซู่ขยี้ตาแล้วมองไปที่พื้นทราย
รอยเืที่ไม่ชัดมากปรากฏขึ้นบนพื้นทรายร้อนระอุ มันลากยาวไปจนถึงด้านหลังหินก้อนหนึ่ง
หรือว่าไอ้พวกนักล่าเถื่อนนั่นไม่ได้ลั่นไกปืนไปเปล่า ๆ เท่านั้น แต่กลับยิงถูกอะไรบางอย่างเข้าจริง ๆ?
เฉียวซู่ตั้งท่าเตรียมเหนี่ยวไกปืน ก้าวเดินตามรอยเืไป...
ในเวลาเดียวกัน สัตว์ตัวน้อยที่มีขนปุกปุยโผล่หัวออกมาอย่างระมัดระวัง หูกางตั้งตรงคู่ใหญ่ของมันดึงดูดสายตาของผู้พบเห็น
เฉียวซู่หยุดเท้าไปชั่วขณะ จ้องตอบดวงตาดำขลับคู่โตนั้น
สัตว์ตัวเล็กนี้มีขนาดพอ ๆ กับลูกแมว ขนสีเหลืองอ่อน ส่วนหน้าท้องสีขาวพาดต่อไปยังหางด้านท้ายที่เป็สีดำ
ดูจากภายนอกแล้ว สัตว์ตัวน้อยนี่จัดเป็สิ่งมีชีวิตที่สุดแสนจะน่ารักโดยแท้
ที่น่าเศร้าคือขาหลังของเ้าตัวน้อยลากกับพื้น เืสด ๆ ไหลรินตามเส้นขนที่อ่อนนุ่มของมันหยดลงสู่พื้นดิน
เมื่อสภาพของเ้าตัวน้อยถูกผู้ชมในห้องไลฟ์มองเห็นเข้า พวกเขาก็ต่างกล่าวขึ้นด้วยความเห็นใจ
[นุ่มนิ่ม น่ารักจังเลย… เอ่อ… นี่มันอะไรกันเนี่ย?]
[เ้าตัวน้อยนี่ดูเหมือนจะาเ็นะ กลุ่มนายพรานเมื่อกี้ยิงโดนมันเหรอ?]
[เืออกด้วย โหดร้ายเกินไปแล้ว]
เฉียวซู่หรี่ตา เขาค่อย ๆ วางปืนลูกซองในมือลง และอธิบายให้ทุกคนฟัง “นี่คือจิ้งจอกเฟนเนก*[1] เป็สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีเฉพาะในพื้นที่ทะเลทราย ครั้งหนึ่งยังเคยถูกโหวตให้เป็สัตว์ที่น่ารักที่สุดในโลก"
แม้เขาจะกังวลเื่อาการของเ้าจิ้งจอกเฟนเนกนี่ แต่เฉียวซู่ก็ไม่ได้ก้าวเข้าไปใกล้มันแบบตรง ๆ
การจะเข้าหาสัตว์ป่าจำเป็ต้องค่อยเป็ค่อยไป การรุกเข้าหาอย่างอุกอาจและการจ้องสบตานั้น จะถูกเข้าใจว่าเป็การกระทำที่ไม่เป็มิตร
เฉียวซู่ก้มลง เขาลดความเร็วในการก้าวเท้า และค่อย ๆ เข้าหาเ้าจิ้งจอกเฟนเนก ทั้งพยายามห้ามไม่ให้ตัวเองสบเข้ากับดวงตาคู่ใหญ่ราวอัญมณีสีดำนั่น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มันใ
“งี้ด ๆ!”
เมื่อเห็นว่าเฉียวซู่กำลังเข้ามาใกล้ตน หูที่ใหญ่ราวพัดใบปาล์มทั้งสองข้างของเ้าเฟนเนกก็ตั้งขึ้น มันส่งเสียงขู่
เฉียวซู่หยุดฝีเท้าลงอย่างเงียบ ๆ นั่งยองลงข้าง ๆ เ้าจิ้งจอกเฟนเนก เขาพยายามโน้มตัวก้มลงให้ร่างกายของตนดูเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะได้ไม่สร้างความกดดันให้กับเ้าตัวเล็กยิ่งขึ้นไปอีก
รอจนเ้าตัวน้อยค่อย ๆ สงบลง เฉียวซู่จึงค่อย ๆ ยื่นมือออกไป
เ้าเฟนเนกหุบใบหูใหญ่ลง ดมหลังมือของเฉียวซู่ด้วยความระแวดระวังปนความอยากรู้
“ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำร้ายแกหรอก” เสียงของเฉียวซู่อ่อนโยนราวกับลมวสันต์ที่พัดผ่านมาััใบหน้า
เมื่อเห็นว่าเ้าตัวเล็กไม่มีท่าทีหวาดกลัว เฉียวซู่จึงใช้มือลูบที่ขนบนหลังของมันเบา ๆ
อย่างที่คิดเลย… มันนุ่มมาก
“ร่างกายยังไม่โตเต็มที่ น่าจะเป็ลูกจิ้งจอกเฟนเนก” เฉียวซู่สังเกตอาการของเ้าตัวเล็กอย่างละเอียด “ไขมันที่สะสมอยู่ใต้ิัแทบไม่หลงเหลือเลยแบบนี้ น่าจะขาดน้ำและอาหารมาเป็เวลานานแล้ว”
หน้าทรงไข่ คางแหลม อีกทั้งดวงตาแวววาวคู่โต รวมเข้ากับหูกางตั้งตรงใบใหญ่นั่น
แม้ว่าสภาพของมันจะย่ำแย่ แต่เ้าตัวน้อยนี้ก็ยังคงเป็สิ่งมีชีวิตแสนน่ารักโดยกำเนิดอย่างแท้จริง
สายตาของเฉียวซู่เลื่อนลงมองไปที่ขาหลังของเ้าตัวเล็ก และนิ่งไปสักพักหนึ่ง
คราบเืที่เป็รอยด่างติดอยู่ที่ขน ขาหลังข้างหนึ่งยกค้างไว้กลางอากาศ กรงเล็บนั่นดูอ่อนแรงมาก
“นี่คือแผลจากะุ กลุ่มนักล่าเถื่อนเมื่อกี้ยิงโดนมัน” เฉียวซู่กล่าวอย่างจริงจัง “แม้ว่าาแจากะุนี้จะไม่ได้ร้ายแรงถึงชีวิต แต่เ้าจิ้งจอกเฟนเนกตัวน้อยนี้ยังไม่โตเต็มวัย ปล่อยให้มีแผลไว้แบบนี้ ก็คงไม่สามารถอยู่รอดในทะเลทรายแห่งนี้ได้แน่”
“ที่แย่กว่านั้นก็คือ มันหมายความว่ามีกลุ่มนักล่าเถื่อนที่ชั่วร้ายตั้งมั่นอยู่ในเขตพื้นที่ 044!”
เนื่องจากการไลฟ์สดในทะเลทรายนั้นหาชมได้ยากยิ่ง อีกทั้งการปรากฏตัวของเ้าจิ้งจอกเฟนเนกที่สุดแสนจะน่ารัก ทำให้เวลานี้จำนวนคนในห้องไลฟ์สดสูงถึงพันคน
ผู้ชมส่วนใหญ่ล้วนถูกเ้าตัวน้อยนี้ดึงดูดมา เมื่อได้ยินเฉียวซู่พูดถึงนักล่าเถื่อน ก็ต่างเกิดความรู้สึกไม่พอใจ
[ไอ้พวกนักล่าเถื่อนสมควรตายนั่น สัตว์ตัวเล็กน่ารักแบบนี้ พวกมันทำไมถึงทำได้ลงคอกัน!]
[นี่คือสุนัขจิ้งจอกเหรอ? ทำไมหน้าตาเหมือนลูกแมวจัง?]
[หากมีนักล่าเถื่อนอยู่แบบนี้ เ้าของไลฟ์ก็เป็อันตรายมากเลยไม่ใช่เหรอ?]
[สัตว์ที่น่ารักที่สุดในโลกเหรอ? อยากเลี้ยงไว้สักตัวจัง…]
เฉียวซู่ชำเลืองมองคอมเมนต์แวบหนึ่ง จากนั้นค่อย ๆ อุ้มเ้าตัวน้อยที่อยู่ตรงหน้ามาไว้ในอ้อมแขน
เฟนเนกตัวน้อยไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด มันนอนหมอบลงบนตักของเฉียวซู่อย่างว่าง่าย มีเพียงร่างกายที่สั่นนิด ๆ นั่นที่บ่งบอกให้รู้ถึงความหวาดวิตกของมัน
“คอมเมนต์นี้พูดได้ไม่เลว แต่ก็คือความคิดนี้แหละที่ดึงดูดให้พวกนักล่าเถื่อนหันมาล่าจิ้งจอกเฟนเนก”
“มนุษย์และสุนัขเป็ศัตรูโดยธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของจิ้งจอกเฟนเนก นักล่าเถื่อนส่วนใหญ่ล่าจิ้งจอกเฟนเนกเพื่อใช้ในการค้าสัตว์เลี้ยง และการผลิตเสื้อผ้าจากขนของพวกมัน”
“รูปลักษณ์ที่น่ารักนี้ไม่เพียงจะเป็จุดเด่นของมันเท่านั้น แต่ยังเป็สาเหตุหลักที่ทำให้จิ้งจอกเฟนเนกมีจำนวนลดลงอีกด้วย!”
เมื่อประโยคนี้ถูกกล่าวออกมา หน้าต่างคอมเมนต์ก็เงียบลงในทันที
[1] จิ้งจอกเฟนเนก เป็หมาจิ้งจอกขนาดเล็ก ถือได้ว่าเป็สัตว์ในวงศ์สุนัขที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก