บทที่ 23 โอกาสทำเงินมาถึงแล้ว!
ท่านผู้เฒ่าไท่มองคนที่ดูเหมือนเป็ผู้ดูแลประจำตระกูลที่นำกลุ่มคนมา และเห็นว่าเขากำลังมองสำรวจเข้ามาในลานบ้าน จึงเอ่ยถามว่า "ท่านผู้มีเกียรติ มีธุระอะไรหรือ?"
ผู้ดูแลคนนั้นอายุประมาณสี่สิบปี ดูสุขุมและมีอัธยาศัยดี ยิ้มพร้อมประสานมือคำนับตอบกลับว่า "ท่านลุงอาศัยอยู่ที่บ้านนี้หรือ?"
"ใช่" ท่านผู้เฒ่าไท่ไม่ได้ลดความระแวดระวังแม้ว่าอีกฝ่ายจะมีอัธยาศัยดี จึงถามหยั่งเชิงว่า "กำลังตามหาใครอยู่หรือ?"
ผู้ดูแลคนนั้นลังเลเล็กน้อยแล้วยิ้มตอบว่า "พวกเรากำลังสงสัยอยู่พอดี มีเื่เล็กน้อยที่อยากจะถาม"
พูดจบ เขาก็ชี้ไปทางทิศตะวันออกของเมืองแล้วพูดต่อว่า "เมื่อครู่นี้คุณหนูของพวกเราอยู่บนหอปัก มองเห็นแสงไฟระยิบระยับตรงนี้ เหมือนดวงดาวมากมาย สวยงามมาก ดังนั้นจึงส่งพวกเรามาดูว่าเป็อะไรที่สวยงามอลังการเช่นนี้"
แสงไฟหรือ?
ท่านผู้เฒ่าฟังแล้วงุนงงเล็กน้อย เขามองไปยังลานบ้านก็เห็นแสงสว่างริบหรี่ จึงเคาะประตูและเชิญผู้ดูแลกับคนรับใช้สองคนเข้ามา
ไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่กำลังอุ้มน้องสาวเล่นกันอย่างสนุกสนาน เมื่อได้ยินว่าท่านปู่กลับมาจึงวิ่งอย่างบ้าคลั่งไปเปิดประตู
ดังนั้น เมื่อประตูผุพังถูกผลักเปิดออก ทุกคนก็เห็นเด็กซนสองคน ทั้งคู่มีหัวใหญ่คอเล็ก ใบหน้าแดงก่ำเพราะความหนาว น้ำมูกไหลยาวหลายฉื่อ
แต่เด็กหญิงที่พวกเขาช่วยกันอุ้มมานั้น มีใบหน้าขาวนุ่มที่ยังคงอวบอ้วนแบบเด็กทารกติดอยู่ ดวงตากลมโตประดับขนตายาว จมูกเล็ก ๆ และปากน้อย ๆ ช่างน่ารักเหลือเกิน
จูจูไม่สนใจคนอื่นเลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นปู่กับบิดา ดวงตากลมโตเปี่ยมด้วยความสุขโค้งเป็รูปพระจันทร์เสี้ยว เสียงหวานใสเรียก
"ท่านปู่ไปไหนมา จูจูคิดถึง!"
พูดพลางยื่นมือน้อย ๆ ออกมาขอให้อุ้ม
ไท่ลิ่วเย่ยิ้มกว้างด้วยความเอ็นดู รีบอุ้มหลานสาวมาห่อตัวด้วยเสื้อคลุม แล้วจึงเชิญผู้ดูแลเข้ามาข้างใน
ผู้ดูแลและบ่าวรับใช้ไม่คิดว่าบ้านยากจนแบบนี้จะเลี้ยงดูหลานสาวตัวน้อยที่ดูมีบุญวาสนาเช่นนี้ได้ พวกเขาจึงมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ไท่จี้เย่เดิมทีกลัวว่าบิดาจะด่า แต่เมื่อมีแขกมาเยี่ยมเขาจึงเข้าไปใกล้ แล้วแอบถามพี่ชายคนโตสองสามประโยค
เมื่อได้ยินพี่ชายพูดว่าคนพวกนี้มาเพราะโคมน้ำแข็ง เขาถึงกับตาโต ะโอย่างตื่นเต้นว่า "รวยแล้ว โอกาสรวยมาถึงแล้ว!"
พูดจบ เขาก็วิ่งเข้าบ้านไป
พอดีกับที่หยางลี่ฮวายกน้ำร้อนออกมาจากห้องครัว นางจึงถามสามีด้วยความกังวล "น้องสามเป็อะไรไป? มีคนมาทวงหนี้ที่บ้านหรือ?"
ไท่จี้จู่พูดสั้น ๆ สองสามคำ หยางลี่ฮวาก็รีบสั่งทันที "น้องสามคิดเร็ว ท่านพี่รีบเข้าไปในห้องช่วยพูดเสริมสักสองสามประโยคเถิด บางทีเขาอาจจะช่วยหาทางทำมาหากินให้ครอบครัวเราก็เป็ได้"
สิ่งที่หยางลี่ฮวาคาดเดาไว้ไม่ผิด ในห้องนั้นผู้ดูแลได้เริ่มถามถึงวิธีการทำโคมไฟน้ำแข็งในลานบ้านแล้ว
ไท่หย่งลู่กับไท่หย่งเยว่เห็นว่าของเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพวกเขาได้รับคำชมก็รู้สึกดีใจมาก เปิดปากก็เกือบจะะโออกมา
บังเอิญว่าจูจูเห็นบิดาเดินเข้าประตูมา ก็ดีใจตบมือน้อย ๆ อวบ ๆ ของตัวเองแล้ววิ่งไปหา เกือบจะหล่นจากอ้อมกอดของปู่ ไท่หย่งลู่กับไท่หย่งเยว่รีบเข้าไปช่วยประคองเอาไว้
จังหวะนั้น ไท่จี้เย่ก็เปิดประเด็นการสนทนาต่อ
"ไม่ปิดบังท่านผู้มีเกียรติ โคมน้ำแข็งพวกนี้ดูเหมือนง่าย แต่การทำก็ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์อยู่บ้าง ที่นี่วัสดุและอุปกรณ์ค่อนข้างเรียบง่าย ดังนั้นจึงเพียงแค่ทำขึ้นมาสองสามอันเพื่อให้แสงสว่างชั่วคราวเท่านั้น ไม่ทราบว่าท่านผู้มีเกียรติมาครั้งนี้เพื่อ..."
ถึงแม้จะไม่สามารถล้วงเอาวิธีการทำโคมน้ำแข็งออกมาได้ แต่ผู้ดูแลคนนั้นก็ไม่ได้ผิดหวังหรือโกรธเคือง เขาเพียงแค่เล่าเื่ที่คุณหนูของตนบังเอิญเห็นและรู้สึกสนใจ
ท้ายที่สุด เขาก็พูดอีกว่า "อีกสี่วันคุณหนูของพวกเราจะจัดงานเลี้ยงวันเกิดอายุครบแปดขวบที่จวน พอดีว่าฮูหยินกำลังกังวลว่าฤดูหนาวอากาศหนาวเย็น ไม่มีอะไรสวยงามให้ชื่นชม”
"ถ้าท่านมีเวลาว่าง ไม่ทราบว่าสามารถทำโคมน้ำแข็งเพิ่มอีกสักสองสามอันที่แปลกใหม่และน่าสนใจกว่านี้ได้หรือไม่ พอถึงค่ำพรุ่งนี้ข้าจะมาดูอีกครั้ง”
"ถ้าไม่เลวนักข้าจะพูดกับฮูหยิน ขอให้พวกท่านมาจัดสวนดอกไม้ แน่นอนว่าพวกท่านจะได้รับค่าตอบแทนสำหรับความเหนื่อยยากด้วย"
ไท่จี้เย่มีประกายวับวาวในดวงตา แต่ยังคงถาม "ไม่ทราบว่าจวนของท่านคือ..."
บ่าวรับใช้ยกคางขึ้นโดยไม่รู้ตัว สีหน้ามีความภาคภูมิใจอยู่บ้าง ตอบว่า "พวกเราเป็บ่าวของตระกูลิ่ที่อยู่ทางทิศตะวันออกของเมือง"
ตระกูลิ่?
ท่านผู้เฒ่าไท่และคนอื่น ๆ ไม่รู้เื่ แต่ไท่จี้เย่เคยได้ยินมาหลายครั้งแล้วจึงตื่นเต้นจนมือสั่นเบา ๆ
เขาเงยหน้ามองบิดา ดวงตาแทบจะยื่นมือเล็ก ๆ ออกไปกระชากคอเสื้อผู้ให้กำเนิด ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ตกลง
ชายชราจ้องบุตรชายด้วยสายตาดุ ๆ ในใจด่าว่าไร้ความสามารถ
สุดท้าย เขาประสานมือให้ผู้ดูแลแล้วพูดว่า "ที่จริงมันเป็เพียงสิ่งประดิษฐ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ครอบครัวของเราคิดขึ้นมาเอง ไม่คิดว่าจะเข้าตาท่านผู้มีเกียรติ เช่นนั้น พรุ่งนี้พวกเราจะตั้งใจทำเพิ่มอีกสักหน่อย รบกวนท่านมาอีกครั้งก็แล้วกัน"
ผู้ดูแลเห็นครอบครัวของพวกเขาสุภาพเช่นนี้ก็พอใจ เอ่ยคำแสดงความเกรงใจอีกสองสามคำแล้วจากไป
บรรดาโคมไฟน้ำแข็งในลานบ้านยังคงส่องแสงอยู่ ผู้ดูแลตั้งใจตรวจดูอย่างละเอียดก่อนจะกลับไปรายงานเ้านายของตน
เมื่อประตูบ้านปิดลง ไท่จี้เย่วิ่งกลับเข้าบ้านอย่างบ้าคลั่ง ขาไม่เจ็บอีกแล้ว ใบหน้าที่บวมช้ำก็ไม่เป็อุปสรรคต่อการพูดแต่อย่างใด
เขาดึงบิดาของตัวเองไว้ด้วยความตื่นเต้นจนแทบจะะโขึ้นลงกับที่ "ท่านพ่อ พวกเรารวยแล้ว จริง ๆ นะ พวกเรากำลังจะรวยแล้ว! ผู้ดูแลคนเมื่อกี้เป็คนของตระกูลิ่!”
"ตระกูลิ่เป็ตระกูลบัณฑิตใหญ่ เป็หนึ่งในสองตระกูลใหญ่ของเมืองนี้ ที่บ้านยังมีบุตรชายที่เป็ขุนนางในเขตซุ่นเทียน แม้แต่นายอำเภอก็ยังต้องให้ความเคารพสามส่วนเมื่อเจอคนจากตระกูลิ่”
"และที่สำคัญที่สุดคือ ตระกูลิ่ให้ความสำคัญกับชื่อเสียง ปกติแล้วพวกเขาจะจ่ายค่าจ้างให้คนงานมากกว่าคนอื่นตั้งสองส่วน! ถ้าพวกเราทำโคมไฟน้ำแข็งให้ดีต้องได้เงินไม่น้อยแน่!"
ท่านผู้เฒ่าไท่แม้ว่าจะไม่ชอบการคุยโวโอ้อวดของลูกชาย แต่ก็ยังดีกว่าการที่ต้องนอนป่วยอยู่บนเตียง ดังนั้นเขาจึงกล่าวว่า "อย่างไรในบ้านก็ไม่มีอะไรทำ พรุ่งนี้ให้ไปตามเ้ารองมา เขามีฝีมือดี ต้องช่วยงานได้แน่ ให้พวกเ้าพี่น้องจัดการกันเอง ไม่ต้องทำอย่างอื่น ได้เงินมากพอให้เ้าแต่งงานได้ก็พอแล้ว"
ไท่จี้เย่ไม่ได้คิดที่จะแต่งงาน แต่ตอนนี้เขาไม่กล้าขัดบิดา จึงไปปรึกษากับพี่ชายคนโตว่าน้ำแข็งในถังเหล็กนั้นบางและเปราะเกินไป จะดีกว่าถ้าไปขุดน้ำแข็งจากแม่น้ำนอกเมือง จะง่ายต่อการแกะสลักมากกว่า
ไท่จี้จู่รีบพูดทันทีว่า "เื่นี้ง่ายมาก พรุ่งนี้เช้าข้าจะไปที่ริมแม่น้ำ ที่บ้านก็มีเลื่อนอยู่แล้ว ลากกลับมาก็สะดวก"
หยางลี่ฮวาอุ้มจูจูไว้ขณะฟังอยู่ข้าง ๆ ไท่จี้เย่ก็แหย่หลานสาวอย่างมีความสุข "รอให้อาสามหาเงินได้จะซื้อขนมให้เ้า!"
แต่จูจูแทบจะไม่สนใจอาหารแล้ว ดึงหูกระต่ายบนหมวกแล้วะโว่า "อยากได้กระต่าย อยากได้ดอกไม้!"
หยางลี่ฮวาได้แรงบันดาลใจ จึงพูดว่า "น้องสาม งานเลี้ยงที่จวนตระกูลิ่จัดขึ้นเพื่อฉลองวันเกิดคุณหนู ถ้าเตรียมโคมไฟน้ำแข็งที่ดูน่าสนใจคงจะถูกใจมากกว่า ผู้ดูแลยังบอกว่าฤดูหนาวไม่มีดอกไม้ให้ชื่นชม ถ้าเราแกะสลักโคมไฟน้ำแข็งเป็รูปดอกไม้ได้ก็น่าจะดี"
"ใช่ ใช่!" ไท่จี้เย่ตื่นเต้นจนอยากเตรียมการทันที
ท่านผู้เฒ่านั่งอยู่ด้านข้าง ดูดกล้องยาสูบที่ว่างเปล่า คิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "ถือโอกาสที่ประตูเมืองยังไม่ปิด ข้าจะกลับไปทันที"
"ถ้าเ้ารองมาหย่งอันก็คงนั่งไม่ติดแน่นอน ปล่อยให้มีแค่หย่งหนิงกับสะใภ้รองอยู่เฝ้าบ้านไม่ได้ เอาเป็ว่า ให้ทุกคนมาช่วยงานในเมืองกันเถอะ!"
ไท่จี้จู่กังวลว่าบิดาจะเดินทางคนเดียวตอนกลางคืน จึงรีบบอกว่าจะกลับไปด้วยกัน พ่อลูกสองคนรีบกินโจ๊กกันคนละชาม ทำคบเพลิงแบบชั่วคราวสองอัน แล้วถือไม้กับมีดฟันฟืนติดตัวไว้ป้องกันตัวก่อนจะออกเดินทาง
หยางลี่ฮวาอุ้มบุตรสาวมาส่งที่ประตู ในใจเป็ห่วงมาก จึงถามนางอย่างระมัดระวัง
"จูจู ท่านพ่อกับท่านปู่ของลูกคืนนี้จะกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย แล้วพรุ่งนี้ก็จะกลับมา ใช่ไหม?"