“นังจิ้งจอก!!รีบพาฝูอันออกมาเดี๋ยวนี้น่ะ!!”
คราวที่แล้วด่าข้าว่า ข้าขี้เหร่ มาคราวนี้ข้ากลับเป็นหมาจิ้งจอกไปได้ยังไงกัน?
“เพียะ!! เสียงตบดังสนั่น ชาวบ้านทุกคนพากันหยุดพูดหันไปมองโจวเถาเถาเป็นตาเดียวกัน นางหลี่ปิดหน้าตาเบิกกว้าง “เจ้ากล้าตบข้า!!”
“เจ้าด่าข้า…ข้าก็กล้าสู้กับเจ้า!!” โจวเถาเถาพูดอย่างเย็นชานางไม่ใช่ซาลาเปาเนื้อนุ่มที่จะให้ใครมาบีบเล่นง่ายๆ นะ
เคยเรียกนางว่าขี้เหร่นางยอมรับได้ แต่จะมาเรียกนางเป็นหมาจิ้งจอก โจวเถาเถาทนไม่ไหวแล้ว ดวงตาของนางหลี่แดงก่ำด้วยความโกรธ นางเอื้อมไปจะข่วนใบหน้าของโจวเถาเถา หัวใจของนางร้ายกาจที่สุด ดูสิ!!ถึงกับอยากทำลายหน้าของนาง โจวเถาเถายกเท้าขึ้นเตะที่หัวเข่าของนางหลี่ทำให้นางถึงกับเข่าอ่อนล้มลงทันที เมื่อฝูงชนที่มามุงดูเห็นทั้งสองจะต่อสู้กันก็รีบเข้ามาแยกคนทั้งคู่ออกจากกันอย่างรวดเร็ว นางหลี่โกรธไม่มีที่จะระบายได้แต่เรียก
" ฝูอัน!!"ออกมาเดี๋ยวนี้นะ” ชาวบ้านพากันสอดส่ายสายตามองหาร่างของฝูอันในบ้านของโจวเถาเถา ตอนนี้เองนางหวางที่อยู่ในกลุ่มชาวบ้านก็พูดออกมาว่า
“ม่ายหวัง..พอหน้าตางดงามแล้วก็ช่างกล้าแอบซ่อนผู้ชายไว้ในบ้านสินะ!!” แม้ว่าเจ้าของร่างเดิมจะมีชื่อเสียงที่ฉาวโฉ่เพียงใดแต่นั่นขึ้นอยู่กับว่า โจวเถาเถาจะยินดีให้นางสาดน้ำสกปรกใส่หรือไม่
“ป้าหวางท่านมีญาณวิเศษหรือ? ตาสุนัขข้างไหนของท่านถึงได้เห็นว่ามีผู้ชายซ่อนตัวอยู่ในห้องข้า?”
“ข้าเห็นด้วยตาทั้งสองข้างของข้านี่ล่ะ”
ป้าหวางโพล่งออกมาอย่างไม่ระวังตัวทันทีที่นางพูดจบทุกคนก็พากันหัวเราะ นางจึงจำได้ว่าม่ายหวังพูดถึงตาสุนัข ต้องโทษตัวเองที่ใจร้อนเกินไป
“ข้าได้ยินมาว่าดวงตาของสุนัขนั้นใช้มองผู้คนแต่ตาของป้าหวางนั้น….” หญิงสาวจงใจทิ้งท้ายให้ผู้คนคิดตามเองเมื่อก่อนนั้นมีแต่คนมองว่าหวังเสี่ยวเตี๋ยหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ แต่ตอนนี้เนื่องจากนางมีใบหน้าที่สวยงาม ออกจะดูน่ารักด้วยซ้ำ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเวลาพูดจามักจะมีคนอดทนรอมากขึ้น
“เจ้า..เจ้า..” ป้าหวางชี้หน้าด่าแต่พูดไม่ออก ตอนนั้นเองฝูงชนก็พากันตะโกนขึ้นมาว่า
“ฝูอันมาแล้ว!!”
ทุกคนพากันมองไป เห็นฝูอันกำลังแบกฟืนลงมาจากภูเขาคราวนี้นางหลี่อายอย่างมาก จนแทบจะขุดรูมุดเข้าไปเลยทีเดียว ฝูอันเดินแบกฟืนเข้าไปที่ลานบ้าน ผู้คนต่างพากันหัวเราะคิกคักขึ้นมา นางหลี่หน้าแดงเมื่อได้ยินเสียงคนซุบซิบกัน อารมณ์โกรธของนางไม่มีที่ระบายเมื่อเห็นฝูอันทำนางเสียหน้าฝูอันจึงกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ของนางไปโดยปริยาย
“เจ้าไปตายที่ไหนมา?”
“ท่านแม่…เมื่อวานท่านไม่ได้ให้ข้าขึ้นไปตัดฟืนบนภูเขาหรอกหรือ?” ฝูอันอธิบายเรียบๆ
หมัดที่ปล่อยออกไปของนางหลี่ราวกับชกลงบนปุยฝ้าย ความโกรธแทนที่จะหายกลับเพิ่มขึ้น นางไม่อาจทนเห็นคนเยาะเย้ยนางได้ ฝูอันแอบเหลือบมองโจวเถาเถา เห็นนางดูสงบเรียบร้อยดีเขาก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นจึงเดินแบกฟืนกลับบ้านไป หลังจากเกิดเรื่องของนางหลี่ครั้งนี้ฝูอันก็ไม่ปรากฏตัวขึ้นอีกเลย
หลังจากนั้นก็เกิดข่าวลือเรื่องแรกที่ว่าโจวเถาเถาได้กลายเป็นสาวงาม ส่วนเรื่องที่สองก็เป็นเพราะพ่อหวังรักษาอาการป่วยเรื้อรังจนหายขาด เวลาที่วุ่นวายเหล่านี้ได้ผ่านไปอย่างแค่รวดเร็วพริบตาเดียว โจวเถาเถาก็อยู่บนโลกใบนี้มาสามเดือนแล้ว อากาศเริ่มหนาวจัดขึ้น หญิงสาวกลัวความหนาวเย็นช่วงนี้จนแทบไม่อยากจะออกไปไหนเลย แต่ในที่สุดก่อนจะถึงปีใหม่ก็เป็นวันเหมายัน (เป็นวันที่กลางวันสั้นแต่กลางคืนจะยาวนานกว่าปรกติ) หรือที่เรียกกันว่าเทศกาลเซียวเหนียน (ผู้คนทางเหนือจะทำเกี๊ยวกินในขณะที่ทางใต้จะทำขนมบัวลอยกินกัน) โจวเถาเถาก็นำเสี่ยวหงเอ๋อและของขวัญมาให้ครอบครัวของนางแต่เช้าตรู่ แต่สำหรับครอบครัวของหวางต้าซานแล้ว เทศกาลนี้ที่บ้านค่อนข้างจะอนาถาไปสักหน่อย
“ทำไมซาลาเปานี้ถึงไม่มีไส้เลยเล่า ช่วงเทศกาลอย่างนี้ควรจะมีเนื้อดีๆ กินบ้างสิ” นางซูกินซาลาเปาไส้ผักมาหลายมื้อแล้ว นางเองก็เบื่อเหลือจะทนเหมือนกัน หวังต้าซานชำเลืองมองภรรยาและยังกล่าวอย่างโมโหว่า
“กินแต่ไส้ผักนี่ละไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้วหรือ?”
เดิมทีหวังต้าซานและภรรยาของเขาก็เข้ากันได้ดีอยู่ แต่เมื่อนางซูเห็นบ้านของหวังเสี่ยวเตี๋ยดีขึ้นมานางก็เกิดอาการขุ่นเคืองไม่พอใจ
“เจ้าจะว่าอย่างไรก็ช่าง..แต่ดูบ้านพี่ชายเจ้าสิ ปีนี้มีเนื้อกินอิ่มหนำมีแต่บ้านเรานี่ละไม่มีเนื้อกินแม้แต่ชิ้นเดียว” นางซูโกรธ หวังต้าซานมองหน้าภรรยา
“ทำไม? ข้าไม่ดี ข้าผิด!! งั้นเจ้ามาแต่งกับข้าทำไม?”
“ฮึ่ม!! นางซูเย้ย “หวังต้าซานอย่ามาพูดเล่นกับข้านะ คิดบ้าอะไรในห้วของเจ้า นึกว่าข้ารู้ไม่ทันหรือไง?
ปรกติหวังต้าซานจะทำเป็นหูหนวกไม่ได้ยินเสียงบ่นว่าจากภรรยาเขา เพราะเดิมทีนางซูนั้นถึงจะบ่นด่าทอในบ้านหากยามออกนอกบ้านก็ยังไว้หน้าถึงเขาสามส่วนเสมอ
“เมียจ๋า…คราวนี้เจ้าต้องหาทางให้ข้าได้กินเนื้อบ้างนะ ดูสิ..ข้าผอมซูบลงหมดแล้ว” นางซูเองก็อยากกินเนื้อเหมือนกันโดยเฉพาะเนื้อหมูสามชั้นชิ้นโตๆ แบบนั้น แค่คิดถึงก็น้ำลายสอเสียแล้ว นางเองก็นั่งนับนิ้วรอมาแต่ต้นปีเช่นกัน
ในอดีตหากแม่สามียังอยู่ แม่สามีอยู่กับพี่ใหญ่ นางซูผู้นี้เป็นที่ชื่นชอบของแม่สามีไม่น้อย นางจะได้เนื้อมากินอยู่เสมอ แต่นี่ได้กินแต่ผักมาครึ่งปีแล้ว ปีนี้เนื้อสักชิ้นยังไม่ตกถึงท้องเลย
“ท่านแม่ ..ข้าก็อยากกินเนื้อเหมือนกัน” ชุนเกอลูกชายของนางเห็นหวังต้าซานกับนางซูทะเลาะกัน เขานั่งอยู่ไม่ไกลนักรีบพูดโพล่งขึ้นมาทันที
ลูกชายคนโตเป็นหัวใจของนางซูอย่างแท้จริงเป็นเพราะลูกคนนี้ นางจึงได้มีตัวตนขึ้นมาในสายตาของแม่สามี
“ก็ได้ๆ แม่จะพาเจ้าไปกินเนื้อ”
“เย้!” ชุนเกอกระโดดอย่างมีความสุข น้องชายของเขาเลอเล่อยังเด็กอยู่เมื่อเห็นพี่ชายมีความสุขเขาก็พลอยยิ้มไปด้วยจนเห็นฟันหลอ “เนื้อๆๆๆ กินเนื้อ”
อิงเจี่ยมองน้องชายสองคนที่กระโดดโลดเต้นด้วยความอิจฉา ถ้านางไปใช่ลูกสาวก็อยากทำท่าทางดีใจแบบนั้นเช่นกัน
********
ผรร; วันนี้จะลงให้อ่านจนถึงแค่ตอนนี้จนถึงพรุ่งนี้จะปิดตอนนะคะ เพราะกำลังเตรียมจะแปลเป็นอีบุ้คส์ค่ะ ขอบคุณนะคะรออีกไม่นานค่ะ