หลังจากที่ขัดขวางการทำงานของคนอื่นก็ทำให้ตัวผมได้ผลึกมาอย่างมากมายหลายสิบก้อน ไม่ได้จัดการเยอะหรอกก็แค่สี่ถึงห้าเขตแค่นั้นเองไม่ทำเยอะสงสาร
ผมหันไปมองก่อนที่จะออกไปด้านนอก ที่ๆ ตัวผมอยู่นี้ไม่สมควรจะเป็นป่าควรเรียกที่กักขังจะดีซะกว่า
แถบพนังทั้งแถบเป็นต้นไม้ที่เติบโตแทบจะติดๆ กันจนจะกลายเป็นต้นเดียวกันอยู่แล้วส่วนด้านบนก็มีใบไม้ที่ติดจากก้านที่ยื่นออกมาปิดทับไว้ถ้ามีดอกไม้ประดับละก็คงคิดไปแล้วว่าที่นี่คงจะเป็นสวนดอกไม้
ถ้าถามว่าหายใจทางไหนในเมื่อปิดทึบซะขนาดนี้จะบอกเลยว่าที่นี่คงไม่ทำให้ทาสทรมานตายหรอกเพราะทางยาวทั้งสองด้านมีประตูที่เป็นทางเข้าและทางออกที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน
ประตูทั้งสองฝั่งก็มีผ้าม่านสีเปลือกไข่ปิดทับอยู่จึงสามารถทำให้ลมพัดผ่านผ่านผ้าม่านเข้าสู่ด้านในอย่างง่ายดาย
พื้นที่ผมเหยียบอยู่ก็ไม่ทำให้ผมเจ็บเพราะทาสทุกคนไม่ได้สวมรองเท้าแต่อย่างใดจะมีก็แต่สวมเสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ เพื่อไว้ปกปิดร่างกายเท่านั้น
พื้นที่นุ่มเหมือนกับมาชเมลโล่จนอยากที่จะกลิ้งลงนอนเสียให้ได้แต่ติดตรงที่ว่ามันมีทรายฝุ่นอยู่ด้วยนี่สิผมไม่ค่อยชอบเลยเพราะผมดันแพ้ฝุ่นซะได้
ผมเดินผ่านผ้าม่านที่เป็นทางออกที่เขียนปักอยู่บนเนื้อผ้าเพื่อที่จะออกไปซื้อของแต่พอจะไปจริงๆ กลับต้องไปกับผู้คุมซะนี่
เห็นผมเป็นเด็กรึไงที่จะต้องเดินตามมาเฝ้าแต่บ่นไปก็เท่านั้นเพราะเจ้าตัวก็หัวแข็งไม่แพ้กัน รอยยิ้มแป้นนั้นมันทำให้ผมหงุดหงิด
เป็นไอ้เกย์ที่ผมไม่อยากเจอที่สุด คนอื่นมีตั้งเยอะตั้งแยะทำไมผมถึงจะต้องมาเจอคนที่เกลียดขี้หน้าด้วยเนี่ย
ถ้าไม่ติดว่าพกห่อหมกมาด้วยคงคิดไปแล้วนะว่าเป็นผู้หญิงก็เล่นมีหน้าตาเหมือนผู้หญิงซะขนาดนี้
ตลาดที่ผมกำลังจะไป...เอ่อ...จะเรียกว่าตลาดดีไหมน้า
ก่อนหน้านี้ก็คิดว่าคงจะเป็นด้านนอกอย่างที่เขียนไว้จริงๆ คงจะมีพระอาทิตย์ยามเช้าที่จะได้เห็นตามปกติแต่เปล่าเลยบริเวณแวดล้อมก็ไม่แตกต่างจากที่ทำงานเลยแค่มีเพื่มที่แผงลอยขายติดๆกันเท่านั้น คนขายก็ไม่ใช่ใครอื่นคนใกลแต่เป็นผู้คุมอีกนั่นแหละ
นี่เงินเดือนไม่พอถึงต้องมาเปิดแผงขายของเลยรึ!