"ฝ่าาเฟยหวง ท่านได้ยินไม่ผิดแล้ว มีอาวุธศักดิ์สิทธิ์ได้ตกลงมาจากฝากฟ้าอยู่ในดินแดนของเรา มันต้องเป็บัญชาจาก์ที่้ามอบให้กับอาณาจักรฟีนิกซ์ของเรา"
"แต่ว่าเ้าพวกสำนักใหญ่ทั้งสามที่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ พวกมันส่งกองกำลังมาแย่งชิงอาวุธศักสิทธิ์ด้วยขอรับ"
"ตอนนี้กองกำลังของเรากับกองกำลังสำนักทั้งสามกำลังยืนเผชิญหน้ากันอยู่ขอรับ ข้าเกรงว่าถ้าเราไม่ส่งกองกำลังหลักออกไป อาวุธศักดิ์สิทธิ์อาจตกเป็ของสำนักทั้งสามได้ขอรับ"ชายชราอธิบายด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
ในอาณาเขตของอาณาจักรฟีนิกซ์แห่งนี้ แม้จะมีสำนักมากมาย แต่มีเพียงสามสำนักใหญ่เท่านั้นที่พอมีความสามารถต่อต้านราชวงศ์ฟีนิกซ์ได้
โดยแบ่งออกเป็สำนักอสูรตะวัน สำนักดาบพิฆาต สำนักจันทรา
"ฮ่าๆ...อาวุธศักดิ์สิทธิ์จริงๆสินะ ถ้าเราได้มันมาจะไม่มีใครอีกที่สามารถต่อต้านพวกเราได้"เฟยหวงหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะออกคำสั่งชุดใหญ่ออกมา"เรียกทหารทั้งหมดที่ประจำการอยู่เขตแดนให้เคลื่อนทัพไปตำแหน่งของอาวุธศักดิ์สิทธิ์ให้หมด แล้วก็เรียกผู้าุโทั้งหมดให้ออกไปด้วย ตามด้วยผู้พิทักษ์ทั้ง7ที่กำลังเก็บตัวบ่มเพาะอยู่ ไปบอกให้พวกเขาออกไปทำภารกิจครั้งนี้ด้วย!!!"
"ขะ-ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้ขอรับ"ชายชรารีบวิ่งออกไปด้วยความหวาดกลัว
“ไม่น่าเชื่อว่าฝ่าาจะเรียกผู้พิทักษ์ทั้ง7ออกมาด้วย พวกเขาแต่ละคนเป็เสาหลักของอาณาจักรฟีนิกซ์ ตากปกติพวกเขาจะออกมาเฉพาะมีหายนะเกิดขึ้นกับอาณาจักรฟีนิกซ์เท่านั้น!!”
“ไม่มีใครรู้ระดับบ่มเพาะแท้จริงของพวกเขา ในอดีต100ปีที่แล้ว มีระดับจักรพรรดิ5คน้าทำลายอาณาจักรฟีนิกซ์ แต่ว่าพวกเขาต้องมาตายด้วยกระบวนท่าเดียวของผู้พิทักษ์!! ครั้งนี้ถ้าพวกสามสำนักใหญ่ยังยืนกรานจะต่อต้าน สำนักของพวกเขาคงหายไปตลอดการ!!!”
ในโลกยุทธภพแห่งนี้ได้มีการแบ่งระดับบ่มเพาะออกเป็ ระดับตั้งรากฐาน ระดับก่อกำเนิด ระดับหลอมลมปราณ ระดับนภา ระดับ์ ระดับราชันย์ ระดับจักพรรดิ ระดับเทวะ ระดับศักดิ์สิทธิ์
ในอีกด้านหนึ่งของอาณาจักรฟีนิกซ์
เหล่ากองกำลังมากมายกำลังยืนมองอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่เสียบอยู่บนหน้าผาด้วยความโลภ แต่ไม่มีใครเลยกล้าเคลื่อนไหวเป็คนแรก พวกเขาจึงทำได้เพียงยืนหยั่งเชิงกันเท่านั้น
แต่อีกไม่นานบริเวณรอบๆที่แห่งนี้จะกลายเป็สนามรบที่ปกคลุมด้วยสายธารโลหิต!
ถ้าหลงเทียนยืนอยู่ที่นี่ เขาจะจำได้ทันทีว่าอาวุธศักดิ์สิทธิ์นี้คือมีดหั่นผักที่เขาใช้50แต้มเพื่อซื้อมันมาจากร้านค้า!!
….
หมู่บ้านกลางูเา
"น่าเสียดายที่แต้มชื่อเสียงของเราไม่พอ ไม่อย่างนั้นคงได้รูปปั้นสิงโตเทห์ๆสองตัวมาตั้งไว้หน้าทางเข้าแล้ว"หลงเทียนยืนมองรูปภาพักับฟีนิกซ์รอบๆผนังด้วยรอยยิ้มพอใจ
"นายน้อย...พวกเราได้จัดเตรียมงานเลี้ยงตอนรับท่านเสร็จแล้ว เชิญนายน้อยมาร่วมงานกับเราด้วยขอรับ"ชายชราจางอี้เดินมาตามหลงเทียน
แต่แล้วเขาก็ต้องหยุดลงเมื่อเห็นสภาพบ้านไม้ก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็สำนักวรยุทธ์
“เอ๊ะ…สมกับเป็ท่านผู้าุโไม่มีสิ่งใดที่ท่านทำไม่ได้ แต่ว่าเหตุใดท่านต้องสร้างสำนักในหมู่บ้านเล็กๆธรรมดาของเราด้วยละ….หือ!..ไม่สิ หรือว่าท่านกำลังสร้างกองกำลังลับเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในยุทธภพ!!”
“เป็อย่างนั้นจริงๆสินะ นั่นจึงเป็เหตุผลว่าทำไมท่านไม่ยอมไปเปิดสำนักที่เมืองใหญ่ๆ ที่แท้ท่านอยากเก็บการเคลื่อนไหวของเขาไว้เป็ความลับ และหมู่บ้านของเราได้รับเกียติให้เป็หมากสำคัญของท่านในกระดานนี้!!!”
สายตาของชายชราได้มองร่างของหลงเทียนด้วยความคลั่งไคล้"นายน้อย ท่านเปิดสำนักเหรอขอรับ"
"อ่า..ชะ-ใช่แล้วละ ถ้าพวกท่านอยากฝึกฝนก็มาสำนักของข้าได้เลยนะ"หลงเทียนยืนมือไขว้หลังด้วยท่าทางเหมือนผู้เชี่ยวชาญ“หืม..โชคดีที่ชาวบ้านในหมู่บ้านเป็คนธรรมดาเท่านั้น เราจะสอนผิดอย่างไรพวกเขาก็ไม่มีทางรู้”
"นายน้อยพูดจริงเหรอขอรับ!!"ชายชราดวงตาเปร่งประกาย
“ถ้าได้รับการชี้แนะจากท่านผู้าุโ เราที่ติดอยู่ระดับราชันย์สูงสุดมานานหลายปี คงก้าวผ่านระดับจักรพรรดิได้แน่นอน ส่วนคนในหมู่บ้านที่เหลือส่วนใหญ่อยู่ระดับ์เท่านั้น ถ้าพวกได้รับการสอนโดยผู้าุโ พวกเขาคงก้าวผ่านระดับต่อไปได้ไม่นาน”
"ใช่แล้วละ..อยากจะมาตอนไหนก็ได้เลย แม้ข้าจะเป็คนธรรมดา แต่ข้าพอมีความรู้อยู่บ้างขอรับ"หลงเทียนพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
แต่ทันใดนั้นเองชายชราที่กำลังตื่นเต้นได้มองสำรวจรอบๆสำนัก จนกระทั่งสายตาของเขาได้ชนเข้ากับรูปภาพของัฟีนิกซ์
“นี่…มัน”
“ปะ-เป็ไปได้อย่างไร”
“จิตยุทธับริสุทธิ์!!!”
ชายชราจางอี้คุกเข่าลงด้วยใบหน้าซีดเผือกก่อนจะรีบก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว ถ้าเขายังมองรูปภาพนานกว่านี้จิติญญาของเขาคงถูกทำลายไปแล้ว!!!
"ท่านลุงอย่าฝืนร่างกายเลยขอรับ ถ้ารู้ตัวว่าไม่ไหวท่านควรพักผ่อนบ้างนะขอรับ"หลงเทียนพยุงร่างของชายชราขึ้นมาก่อนจะเอ่ยตักเตือน
“เฮ้อ...น่าสงสารท่านลุงจริงๆที่ลูกหลานไม่สนใจ ปล่อยให้คนแก่มาเดินเล่นคนเดียวอย่างนี้ ถ้าเป็ลมข้างทางจะทำไง?”
"ขอโทษขอรับนายน้อย ข้าผิดไปเอง"ชายชราก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด
“ท่านผู้าุโรู้จริงๆด้วยว่าเพียงครู่หนึ่งเราฝืนตัวเอง้าซึมซับจิตยุทธัในรูปภาพ แต่ว่าร่างกายของเราอ่อนแอเกินกว่าจะซึมซับเศษเสี้ยวของมันได้ ถ้าเราหลบสายตาไม่ทัน จิติญญาของเราคงถูกทำลายไปแล้ว”
“แต่ไม่คิดเลยว่าท่านผู้าุโจะเอารูปภาพที่แฝงด้วยจิตยุทธสูงส่งเหล่านี้มาติดบนกำแพง ทั้งที่รูปภาพเหล่านี้เทียบได้กับอาวุธศักดิ์สิทธิ์”
…
ผ่านไปไม่นานชายชราได้พาหลงเทียนไปร่วมงานเลี้ยงฉลองกับพวกชาวบ้าน
สายตาของพวกเขาต่างมองหลงเทียนด้วยความเคราพสูงสุด ไม่ว่าหลงเทียนอยากกินอะไรพวกเขารีบยกมันให้เขาทันที
จนกระทั่งเวลาได้ล่วงเลยไปถึง่ค่ำ เหล่าชาวบ้านเริ่มแยกย้ายกลับที่พักของตน
แต่ว่าหลงเทียนได้เดินไปยังศาลเ้าขนาดใหญ่กลางหมู่บ้าน เขารับรู้มาว่าศาลเ้านี้เป็ที่เคราพนับถือของคนในหมู่บ้าน
ถ้าเขาไม่เข้ามาสักการะเลย พวกชาวบ้านคงมองเขาไม่ดีแน่ๆ
"คาราวะท่านสิ่งศักดิ์สิทธิ์…ข้า้าเป็ผู้ฝึกตนขอรับ ถ้าท่านสามารถช่วยข้าได้ ข้าน้อยจะถวายหัวหมูร้อยหัวให้เลยขอรับ"
หลงเทียนโค้งคำนับให้กับรูปปั้นชายกลางคนเบื้องหน้า เขาไม่รู้เลยว่าในรูปปั้นได้มีร่างิญญากำลังยืนมองเขาอยู่
“เ้าหนูน้อย…คำขอของเ้าคงไม่มีใครช่วยเหลือเ้าได้”
“ร่างกายของเ้าเกิดมาโดยปราศจากเส้นลมปราณ ไม่ว่าจะเป็เทพองค์ไหนก็ยังไม่สามารถช่วยเหลือเ้าได้”ร่างิญญาถอนหายใจเบาๆก่อนจะหลับตาลงอย่างเดิม
"ขอพรเสร็จแล้วต้องจุดธูปกับเทียนสินะ"หลงเทียนมองหาธูปเทียนครู่หนึ่งหน้ารูปปั้น ก่อนจะตัดสินใจซื้อในร้านค้า"โชคจริงๆที่เรายังเหลือแต้มพอซื้อไฟแช็กกับธูปเทียนเหลืออยู่อีก
เมื่อหลงเทียนวางเทียนเรียบร้อยแล้ว เขาได้หันหลังเดินจากไปทันที ร่างิญญาที่หลับตาก่อนหน้านี้พลันลืมตาขึ้นมาด้วยความใ
โดยที่สายตาของเขาจดจ่อกับเทียนที่พึ่งจุดเบื้องหน้า"ปะ-เปลวเพลิงนิรันดร์..สามารถเผาทุกสรรพสิ้นจนกว่ามันจะหายไป!!"
"ปะ-เป็อย่างนี้ไปได้อย่างไรกันนนนน"
"เ้าเด็กนั้นทำอะไรกับข้าาาา"
"อ้ากกก"
เสียงกรีดร้องทรมานของร่างิญญาได้ดังก้องปกคลุมรอบๆ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครได้ยิน
ร่างิญญาของเขาได้ถูกคลื่นความร้อนจากเปลวเทียนเล็กๆเท่าหัวแม่มือเผาอย่างช้าๆ ถ้าถูกเผาโดยตรงเขาคงไม่ต้องทรมานอะไรมากมาย
แต่นี้เขาได้รับความทุกข์ทรมานทุกวินาทีจนกว่าิญญาจะสลายไป มิหนำซ้ำร่างิญญาของเขาไม่สามารถออกจากรูปปั้นได้…
เหล่าชาวบ้านที่กำลังนอนหลับฝันดีไม่ได้รับรู้เลยว่าเศษิญญาเซียนที่ปกป้องพวกเขามานานหลายปีกำลังถูกทรมานจนกว่าจะตาย