ทะลุมิติไปเป็นเชฟส่วนตัว

    ดึงดูด

            ผ่านมา 2-3 วัน ฉันใช้ชีวิตปกติ บางวันได้นวดแป้งทำขนมจนกล้ามแขนขึ้นบ้าง บางวันได้ทำอาหารไทยหลาย ๆ ขั้นตอนบ้างก็มี

            “น้องเหมยมาแล้ว นี่พี่วิวหัวหน้าแม่ครัวจ๊ะ”

            “พี่วิวสวัสดีค่ะ เหมยนะคะ”

            “ค่ะพี่ได้ยินกุลเล่าให้ฟังแล้วหล่ะ พอได้เจอตัวจริงหน้าน้องเหมยคุ้นมาก”

            “เหมยหรอคะ ปกติเหมยอยู่แต่กรุงเทพเลยค่ะ ไม่เคยมาแถวนี้ด้วย”

            “นั่นสิเนอะ”


            เป็๞ไปได้ยากมากที่พี่วิวจะเคยเจอฉัน ตอนเรียนก็ก็อยู่แต่มหาลัย ไม่ได้ไปไหน ยิ่งภูเก็ตตอนเรียนไม่เคยมาเที่ยวเลย

            วันนี้พี่วิวถือโอกาสพาไปเลี้ยงต้อนรับอย่างเป็๲ทางการ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพียบ

            “น้องเหมยเอาสักเพลงสิ นาน ๆทีพี่วิวจะเลี้ยงนะ”

            “เหมยไม่ถนัดเลยค่ะ พวกพี่ๆ เต็มที่เลย เดี๋ยวเหมยนั่งฟังตรงนี้” ฉันตอบพี่รักษ์ไป

            “น้องเหมยฝึกงานเสร็จก็เรียนจบเลยใช่ไหม”

            “ใช่ค่ะพี่วิว กลับไปรายงานผลการฝึกงานก็จบแล้ว”


            ทุกคนต่างเมากันได้ที่ พี่รักษ์จึงเสนอให้ทุกคนกลับกันได้แล้ว เพราะพรุ่งนี้ต้องทำงาน แผนกเราไม่มีวันหยุดที่ตายตัว จะสลับกันหยุดเวียนๆ กันไป ใครมีธุระวันไหนก็จองวันหยุดล่วงหน้าได้

            กลับถึงหอพักเที่ยงคืนกว่า ฉันรีบเช็ดเครื่องสำอางค์แล้วอาบน้ำ วันนี้น่าจะเดินเยอะกว่าปกติ แถมยังไปเต้นกับพี่ ๆ อีก ทำเอาตอนนี้เริ่มปวดขา

            ~ กริ้ง กริ้ง ~

            ‘ ห้องครัวค่ะ ๻้๪๫๷า๹สั่งอาหารใช่ไหมคะ’

            ‘ ครับ เอาพาสต้าซอสเห็ด แล้วก็ขอเบคอนทอดกรอบๆ นะ ไวน์ขาวด้วยซักสองสามขวด’

            ‘ ไวน์สามขวดตอนเช้าเลยหรอคะ’

            ‘ครับ เอาขึ้นมาส่งเลยนะ สำนักงานโซน v’

            ‘ได้ค่ะ อาหารเรียบร้อยแล้วจะรีบเอาไปส่งนะคะ’


            ฉันคีย์ออเดอร์เข้าระบบเรียบร้อย ที่นี่ถ้าเป็๞ห้องอาหารของโรงแรมยังไม่ต้องจ่ายค่าอาหาร นอกจากจะทานร้านที่มาเช่าพื้นที่โรงแรมขาย จ่ายเงินพร้อมค่าที่พักเลย

            “พี่ทองคะ มีพาสต้าซอสเห็ด เบคอนกรอบๆ 1 จาน แล้วก็ไวน์ขาวสามขวดค่ะ”

            “ โต๊ะไหนคะน้อยเหมย”

            “สำนักงานโซน V ค่ะ ให้เอาไปส่งด้วย”

            “อ้อ ถ้าโซน V รู้ไว้เลยจ๊ะของพวกผู้บริหารโรงแรมโรงแรม”

            “ตอนรับออเดอร์ เหมยดันถามเค้าไปด้วยว่าจะรับไว์ตอนเช้าเลยหรอคะ”

            “น้องเหมยไปหยิบไวน์ที่ห้องได้เลย ชั้นที่เขียนว่า v น่ะเดี๋ยวมาช่วยพี่ทอดเบค่อน พี่จะทำพาสต้ารอ”

            “ได้ค่ะ ทอดเบค่อนเหมยถนัดอยู่แล้ว”


            อาหารเสร็จแล้วฉันก็ตกแต่งจานอย่างพิถีพิถัน หยิบแก้วไวน์ติดถือไปสองแก้ว เพราะดูจากอาหารน่าจะมีคนทานไม่กี่คน วางทุกอย่างลงบนรถเข็น ปิดฝาเรียบร้อย

            “น้องเหมยไปเองเลยนะ จะได้รู้จักห้องด้วย ปกติเค้าสั่งอาหารอยู่บ่อย ๆ”

            “ได้ค่ะ ตึกเดียวกับห้องบุคคลไหมคะ”

            “ตึกนั้นแหละ น้องเหมยขึ้นจากอีกฝั่งของตึก ชั้น 9 ขึ้นไปก็เจอเลย”

            “ได้ค่ะ”


            ไม่มีรอฉันเข็นรถไปตามทางเดิน ออดด้านหน้าของห้องอาหาร เดินมาตามทางเชื่ออาคารเล็กๆ กดลิฟต์เพื่อขึ้นไปชั้น 9 ภายในฝนลิฟต์ตอนนี้มีแค่ฉันคนเดียว ไม่มีใครขึ้นเลย

            ถึงชั้น 9 ฉันเดินสำรวจดูที่นี่ตกแต่งหรูหรามาก มีโต๊ะทำงานด้านหน้า 3 โต๊ะ ฝ่ายต้อนรับชั้นนี้หนึ่งคน

            “สวัสดีคะ เอาอาหารมาส่งค่ะ”

            “ค่ะ เดินทะลุไปด้านข้างนี้นะคะ ห้องซ้ายมือเลย”

            “ขอบคุณค่ะ”


            ก้าวไปไม่ถึง 10 ก้าวรู้สึกปวดท้อง จุกตรงลิ้นปี่ คิดในใจว่าต้องเป็๲เพราะวันนี้รีบมาทำงานเกินไม่ได้ทานข้าวเช้า ดื่มแค่นมสดไปกล่องเดียวแน่ๆ

            ระหว่างทางเดินไปนั้นกลับสะดุดตากับภาพ ๆ หนึ่ง ภาพหน้าตรงของหญิงสาวชาวจีน ชุดที่สวมนั้นมีสีเขียว ถึงแม้จะเลือนลางไปบ้างแต่ยังมองออก มีรอยน้ำเลอะตรงเอวนิดหน่อย

            “นั่น ๆ มันฉันรึไง”

            มือที่จับรถเข็นอยู่นั้นสั่งเทา ขาทั้งสองข้างเหมือนไม่มีแรง ทำให้ทรุดลงกับพื้น

            “ช่วยด้วยค่ะ ช่วย”


            ตอนนี้เหมือนมีแรงดึงมหาศาลมาดึงที่ข้อมือทั้งสองข้าง ฉันพยายามยื้อตัวเองเอาไว้อย่างสุดชีวิต โดยขยับไปเกาะรถเข็นอาหาร แต่ก็สู้ไม่ไหม แชมเปญที่วางบนรถเข็นตกลงมาแตกกระจาย พร้อมกับร่างที่ถูกคนดึงเข้าไปในภาพวาดนั้น