คำพูดนั้นทำให้ปอยักไหล่ แล้วยื่นตะกร้าส่งให้ก่อนจะเดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่ดรีมได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้าง ที่กำลังห่างออกไป ก่อนจะก้มมองตะกร้าในมือตัวเอง
“…ฉันจะรอดไหมวะเนี่ย”
แม้จะกังวลแต่สิ่งหนึ่งที่เขาแน่ใจคือ เขาไม่มีทางยอมแพ้ให้เ้าของโฮมสเตย์ปากร้ายคนนี้ง่าย ๆ แน่!
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง ในตอนนี้แม้จะพึ่งหกโมงกว่าๆ แต่บรรยากาศก็มืดและเย็นมาก ทำให้ปอที่แอบเฝ้ามองดูบ้านหลังเล็ก ที่พึ่งต้อนรับผู้เข้ามาพักใหม่ อย่างกังวล
“ทำอะไรกินทำไม..ไม่เห็นมีควันไฟ หรือว่าเก่งแต่ปาก”
ฟากฝั่งบ้านหลังเล็กที่เงียบสงบ
“เฮ้อ!..”
ดรีมถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือขยี้เส้นผมนุ่มยุ่งเหยิงด้วยความหงุดหงิดและหิวโหย เขาไม่ใช่คนที่จะคอยต้องมานั่งคิด ว่าจะทำอาหารอะไร หรือจะทำยังไงให้มันสุก
ในชีวิตที่ผ่านมา อาหารของเขามีแค่สองอย่างเท่านั้น คือของที่มีคนทำมาให้ หรือไม่ก็แค่กดสั่งจากแอปเดลิเวอรี่ แต่เวลานี้… ไม่มีทั้งเชฟ ไม่มีทั้งแอป มีแค่ตะกร้าใบโตที่เต็มไปด้วย ผักสดมากมาย และไข่
“ให้ตายเถอะ!… นี่มันบททดสอบชีวิตหรือไง?”
ดรีมพึมพำกับตัวเอง พลางเอานิ้วจิ้มเปลือกไข่ที่เรียงกันอยู่ในตะกร้า แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คร่ำครวญอะไรมากกว่านี้ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่ดังขึ้นใกล้ ๆ ทำให้เขาหันขวับไปมองที่หน้าประตู
ชายหนุ่มร่างใหญ่ ยืนกอดอกอยู่ตรงนั้น สายตาของเ้าของโฮมสเตย์มองตรงมาทางเขาอย่างจับผิด
“ทำไมไม่มีควันไฟ หรือว่าสุดท้ายก็ทำไม่เป็?”
ปอถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่กลับทำให้ดรีมรู้สึกเหมือนถูกทิ่มแทงเข้าไปกลางใจ จนต้องรีบเบ้ปาก
“ฉันก็แค่… ยังไม่รู้จะทำอะไรดี”
“หรือว่าไม่รู้แม้กระทั่งจะก่อไฟยังไง?”
“นี่! อย่าดูถูกกันได้ไหม!”
ปอเลิกคิ้วเหมือนไม่ได้เชื่อคำพูดนั้นสักนิด เขาสอดมือเข้ากระเป๋ากางเกงแล้วก้าวเข้ามาใกล้
“แล้วทำไมถึงยังไม่ทำ?”
คำพูดนั้นทำให้ดรีมรู้สึกอึกอักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีแล้วส่งเสียงตอบ
“ก็… ฉันแค่กำลังคิดเมนู”
“หืม? คิดเมนู?”
“ใช่!”
“มีแค่ไข่กับผัก คิดนานจัง”
ปอพ่นลมหายใจขำ ๆ ขณะที่ดรีมกำมือแน่น จนเส้นเืขึ้น ยิ่งเห็นแววตาขบขันของอีกฝ่ายก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกท้าทาย
เขาไม่ชอบเลยจริง ๆ ที่ไอ้คนบ้านี้ ทำเหมือนว่าเขาเป็แค่คนอวดดีที่ทำอะไรไม่เป็
“…แล้วมันจะกินได้ไหม?”ปอถามพลางปรายตามองของที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะ
“แน่นอนว่ามันต้องกินได้!” ดรีมเถียงทันควัน ก่อนจะตวัดสายตามองร่างสูงที่ตรงหน้าอย่างเอาเื่
“นายรอดูแล้วกัน!”
“งั้นก็ทำให้ดูหน่อย” ปอยักไหล่
คำพูดนั้นเหมือนฟางเส้นสุดท้าย ที่ทำให้ดรีมลุกพรวด เขาหยิบไข่ขึ้นมาทุบลงบนขอบถ้วยอย่างมั่นใจ…
แจะ! ไข่ทั้งฟองทะลักออกจากเปลือก กระเด็นไปคนละทิศละทาง จนทำให้ดรีมรู้สึกหน้าแตกยิ่งกว่าไข่
“….”
ในขณะที่ปอเงียบไป ก่อนจะเม้มปากแน่นเหมือนกลั้นหัวเราะเต็มที่
“…ฉันตั้งใจให้มันเป็แบบนี้ต่างหาก”
ดรีมเอ่ยเสียงแข็ง ทั้งที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ขณะที่ปอพยักหน้าอย่างเอ็นดู
“อ๋อเหรอ?”
“ใช่! …แล้วก็ช่วยหยุดมองแบบนั้นด้วย!”
“หึ…”
ปอหลุดหัวเราะในที่สุด ก่อนจะส่ายหน้าแล้วเดินไปคว้าฟืนขึ้นมาจัดเตรียม
“เอาล่ะ! วันนี้ ผมต่อปากต่อคำกับคุณมาทั้งวันแล้ว และห้องครัวของผมก็ไม่ใช่สนามเด็กเล่น”
“นี่นาย!”
ดรีมถลึงตาใส่ปออย่างไม่พอใจ แต่ทว่าชายหนุ่มร่างสูงกลับไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านแม้แต่น้อย กลับกัน เขากลับยืนกอดอก มองอีกฝ่ายด้วยสายตากึ่งเอือมระอากึ่งสมเพช
“คุณจะดื้อดึงไปทำไม? ถ้าทำไม่เป็ก็บอกมาตรง ๆ ผมจะได้สอน”
“ใครบอกว่าฉันทำไม่เป็!”
“หืม?” ปอเลิกคิ้ว “งั้นทำให้ดูหน่อยสิ?”
ดรีมชะงักไปวูบหนึ่ง เขากัดริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ นี่มันสถานการณ์บ้าอะไรกัน? เขามาเที่ยวพักผ่อนแท้ ๆ แต่กลับต้องมาเถียงกับเ้าของโฮมสเตย์แบบนี้ เขาไม่ชอบ ไม่ชอบเลยจริง ๆ ที่ถูกมองว่าเป็คุณชายผู้ดีที่ทำอะไรไม่เป็
“ก็ได้! ฉันจะทำให้ดู!”
ดรีมกัดฟันพูดก่อนจะคว้าไข่ไก่ขึ้นมาอีกครั้ง หวังจะโชว์ให้ปอเห็นว่าเขาไม่ใช่คนไร้ประโยชน์ แต่แล้ว ..แจะ! ไข่ทั้งฟองแตกคามือ ไหลเยิ้มลงมาตามซอกนิ้วจนเลอะเต็มโต๊ะ
“...”
ปอขยับมุมปากนิด ๆ เหมือนพยายามกลั้นขำเต็มที่
“คือ... ฉันแค่..”
ดรีมพยายามหาข้อแก้ตัว แต่ปอกลับส่ายหน้าเบา ๆ แล้วเดินเข้ามาหยิบผ้าขี้ริ้วเช็ดโต๊ะอย่างใจเย็น
“พอ ๆ เดี๋ยวก็ไม่มีอะไรปรุงอาหารพอดี เอาเป็ว่าผมเข้าใจแล้วว่าคุณทำไม่เป็จริง ๆ”
“นาย!”
“ก็เห็น ๆ อยู่”
ปอไหวไหล่แล้วเอื้อมมือไปหยิบฟืนขึ้นมาก่อไฟอย่างคล่องแคล่ว ไม่นานเปลวไฟก็ลุกโชนขึ้นอย่างสวยงาม ต่างจากดรีมที่นั่งมองอย่างอึ้ง ๆ
“มองอะไร? มานั่งดี ๆ แล้วดูให้ดี”
ปอเอ่ยเสียงเรียบ ขณะที่ดรีมขมวดคิ้ว แต่ก็ยอมขยับไปนั่งใกล้ ๆ อย่างเสียไม่ได้
เปลวไฟส่องประกายวูบไหวอยู่ตรงหน้า แสงสีส้มเหลืองสะท้อนบนใบหน้าคมเข้มของปอ ทำให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
ดรีมแอบเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว เขาเพิ่งสังเกตว่าปอมีดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่คมลึก จมูกโด่งเป็สัน ใบหน้าของเขามีเสน่ห์ในแบบผู้ชายที่ผ่านการทำงานหนักมาตลอดชีวิต และเป็ครั้งแรกที่ดรีมเผลอคิดว่า ปอดูดีเหมือนกันแฮะ
“เหม่ออะไร?”
เสียงทุ้มต่ำของปอดึงสติของดรีมกลับมา ชายหนุ่มร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนี
“เปล่าสักหน่อย!”
ปอมองดรีมแวบหนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปากอย่างไม่ใส่ใจ อะไรมากนัก “งั้นก็ดี จะได้ตั้งใจดูว่าต้องทำอาหารยังไง”
ดรีมได้แต่เบะปากน้อย ๆ ก่อนจะมองตามมือของปอที่กำลังตอกไข่ลงกระทะด้วยท่าทางคล่องแคล่ว
........................................................................