ซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที

    บทที่ 25. ตอนที่ 2. แผนตีหักเมืองใหญ่

    “พระบาทเจ้า ข้าพเจ้าจักขออาสาร่วมทัพตีทุ่งหลวงในครั้งนี้ด้วยพระเจ้าข้า ศึกนี้หนักหนากว่าเมืองปาวที่เป็นเมืองเล็กกลางหุบเขา ด้วยทุ่งหลวงเป็นเมืองใหญ่กลว้างบนที่ราบ แลข้าพเจ้า ก็พอเข้าใจชัยภูมิเมืองนี้ดี”

    “ดี…ได้เจ้าโยนไปด้วย กูยิ่งอุ่นใจ เจ้าหาญ! มึงจงฟัง...ในเมื่อมึงพูดว่าตนนั้นอ่อนด้อยเชิงดาบ มึงจงใช้ความอ่อนด้อยของมึงให้เป็นประโยชน์ กูจักให้มึงคุมกองทัพสัมภาระเสบียงแลช่างไม้ ล่วงหน้าไปยังท่าหล่ายงาว มึงจงใช้พวกช่างไม้ ให้เร่งต่อแพแลสะพานข้ามจุดลำน้ำงาว ตรงใดที่เลี้ยวลดก็จงตัดให้มันตรงเสีย อย่าให้กองทัพกูต้องเดินอ้อมไปอ้อมมา จนกำลังอ่อนล้าหมดเรี่ยวแรง แล้วมึงต้องดูแลตระเตรียมเสบียงไว้คอยท่า กูมิให้มึงต้องถือดาบฆ่าใคร แต่หากเสบียงขาดหรือทางเดินทัพติดขัดมีปัญหาจนล้าช้า หัวมึงจะหลุดจากบ่าแทนแม่มึง!”

    ทรงหันไปหาแสนเมืองสิงห์แลเจ้าโยนยางคำที่ขันอาสา “แสนเมืองสิงห์ มึงคุมกองกำลังเสือดำห้าพันนาย มุ่งหน้าไปสมทบกับเจ้าโยนยางคำแห่งเชียงลาวที่ชำนาญพื้นที่ เจ้าโยนแลเจ้าสิงหา...มึงจงคุมทัพม้าแลทหารราบไปตามเส้นทางที่ง่ายสำหรับมึง อ้อมไปทางทิศประจิม (ตะวันตก) เพื่อทำการลวง แล้วจุดชนวนไฟเผายุ้งฉางนอกเมือง ให้พวกมันเข้าใจผิดคิดว่าทัพใหญ่บุกทางนั้น”

    “แผนการรบคือ งูกินหาง” ขุนหลวงอธิบายต่อ “ยามที่เจ้าโยนจุดไฟลวงทางทิศตะวันตก ยามนั้นเวรยามที่เหลือน้อยนิดจะแห่กันไปทางนั้น แสนเมืองสิงห์...มึงจงนำทัพเสือดำ บุกทะลวงเข้าทางกำแพงทิศบูรพาที่ทรุดโทรมตามตำแหน่งที่ไอ้พรหมมันว่า มุ่งตรงเข้าสู่หอคำหลวงทันที! จับกุมตัวเจ้านายทุกพระองค์ ไม่ว่าจะเด็กเล็กหรือคนแก่ไว้เป็นตัวประกัน ขุนนางคนใดขัดขืนก็ให้จับตัวมันด้วย"

    “พระบาทเจ้า ข้าพเจ้ากับบุตรชายเจ้าเมืองภูซางมีความสนิทสนมกัน หากข้าสามารถเกลี้ยกล่อมสหายแลเจ้าเมืองภูซางให้เข้ากับเราได้ จักพอละเว้นชาวภูซางไว้ได้หรือไม่” เจ้าหาญพนมมือเอ่ยถาม ด้วยใจนึกห่วงสหายขึ้นมา

    “เจ้าหาญการเป็นจอมคนนั้น มีเมตตาย่อมเป็นเรื่องดี แต่มึงจักอ่อนแอมิได้ ในสงครามย่อมมีทั้งผู้ชนะแลผู้แพ้ มึงนั้นยังต้องเรียนรู้อีกมาก แต่เอาเถิด อย่างไรภูซางก็เป็นทางผ่าน หากเมืองนี้ยอมจำนนเปิดทางให้เราโดยง่าย ก็ถือว่าฝีปากมึงดีจริง”

    เจ้าหาญยิ้มดีใจ “แลหากข้าพระองค์มีวิธีออมชอมที่ดีกว่า ที่จะต้องมีผู้ใดมาเสียเลือดเสียเนื้อเล่าพระบาทเจ้า”

    ขุนหลวงอินทร์ถวายเหล่ตามองหน้ามัน “วิธีของมึงหากดีจริง จงเก็บไว้ใช้ยามจำเป็นเถิด กูไม่ห้าม เพราะอย่างไรศึกนี้กูก็มีแม่มึงเป็นเดิมพัน…เจ้ามาลา กูอนุญาตให้กำลังแก่มึง ไปจับเอาตัวเจ้านางเกสรแลพรรคพวกที่สุมหัวเกี่ยวข้องคิดทรยศกู มาจำตรุยังสุวรรณโคมคำ รอกูกลับมาจากคล้องช้างเผือก คนชั่วทุกคนกูจักเป็นคนตัดสินมันด้วยตัวกูเอง”

    เจ้าหาญที่ได้ยินเช่นนั้นก็ทรุดตัวลงหมอบกราบกรานขอเว้นเสียชีวิตแม่มัน

    “เจ้าหาญ แม่มึงจักรอดหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับศึกทุ่งหลวงครานี้หนา” พญาพรหมเสกกล่าวปลอมมันด้วยรำคาญเสียงร้องไห้ของคนหนุ่ม

    “เจ้าพรหม…คราวนี้ถึงตามึงกับกู" องค์อินทร์ถวายเอ่ยเรียกอนุชาให้สนใจต่อแผนรบ มากกว่าสนใจไอ้หนุ่มผู้อ่อนแอ "โว๊ะ…ไอ้หาญลูกผู้ชายที่ใดกันร้องไห้เช่นนี้ พอที กูมิได้ใจดีเช่นพี่สาวมึงดอกหนา” เจ้าหาญหยุดทันทีแลรีบยกมือขึ้นปาดน้ำตา เหลือแค่เพื่อสะอื้นที่คาอยู่ในอก

    “ศึกครานี้กูมิได้ไปด้วย ทุกอย่างล้วนต้องฝากความหวังไว้ที่ทุกคน รู้หรือไม่เจ้าหาญ…” คำสุดท้ายเน้นชัดไปที่ตัวเด็กหนุ่ม

    “พระเจ้าข้า…” คนทั้งสามขานรับพร้อมกัน

    “พรหมเสก...มึงคือดาบในมือกู เราจักออกไปคล้องช้างเผือกแลช้างพรายช้างพังแรงดีทรงงามมาไว้ใช้งาน แต่กูจักให้มึงแสร้งทำทีว่าช้างของมึงตกมัน แล้วถอยแยกจากกูไปสบทบกับกองกำลังที่เตรียมเอาไว้ เร่งมุ่งหน้าสู่บ้านดงหวาย เจ้ามาลา มึงจงเป็นกำลังสำคัญให้พญาพรหมเสก ไปนำตัวเจ้านางซอมพอ แลบุกจับทำลายขบวนช้างม้าที่มารับตัวเจ้าสาว เอาตัวไอ้เฒ่าทุ่งหลวงกลับมาสุวรรณโคมคำ"

    พญาพรหมเสกแลเจ้ามาลาพยักหน้ารับคำอย่างรู้ใจ

    “พระเจ้าข้า...ข้าจักทำทีเป็นว่า คุมช้างตกมันนั้นไม่อยู่ แล้วอาศัยความชุลมุน แยกตัวพร้อมกองกำลังฝีมือดีออกไปจากขบวนคล้องช้าง มุ่งหน้าตัดป่าเข้าสู่เมืองดงหวาย อันเป็นจุดนัดรับตัวเจ้าสาวของเจ้าหลวงเฒ่าโดยมิให้ใครสงสัย”

    “ดีมาก!” ขุนหลวงตรัสเอ่ยชมเจ้าพรหมเสก ที่เข้าใจเจตนาของพระองค์ พลางทุบพระหัตถ์ลงบนขอบกระบะทราย “พวกมึงในเวียงจงตีให้แตก แต่อย่าเพิ่งฆ่าแกงใครให้เสียเลือดเสียเนื้อจนมากเกินความจำเป็น ส่วนมึงพรหมเสกจงเร่งไปตามที่พี่วางแผนให้ อย่าให้มันได้แม้แต่จะเห็นชายซิ่นของเจ้าซอมพอ อย่าให้มือเหี่ยว ๆ ของมันได้แตะต้องตัวนาง...เลือดของมันกูก็จักมิให้ตกต้องแผ่นดินกู!”

    บรรยากาศในห้องร้อนระอุขึ้นมา ด้วยไอแห่งสงครามและความแค้น ที่ถูกห่อหุ้มด้วยอุบายอันแยบยล หมื่นมั่นอิงและพันแก้วลูนต่างประสานมือรับคำสั่งเตรียมสรรพกำลังหน่วยพิเศษเพื่อภารกิจลับนี้ สนับสนุนนายตนพรหมเสก

    “แผนปลิดดอกไม้ในมือมารนี้ จักเริ่มต้นขึ้นพร้อมเสียงกลองศึกทุ่งหลวง แลเสียงแตรเขาสัตว์ในพิธีคล้องช้างของกู...” ขุนหลวงอินทร์ถวายกล่าวปิดท้าย แววตาที่มองไปยังแผนที่ในกระบะทรายนั้น ไม่มีความโลเลใจเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย “ไปเตรียมตัวเถิด...กูอยากเห็นเจ้าหลวงชราผู้นั่น มันยอมศิโรราบต่อกู! แลหากตรุขังพวกมันไม่พอ ก็ให้ตีไม้ใส่คอกเรียงไว้ตามแนวหาดริมน้ำของ ให้ผู้คนผ่านไปมาได้เห็น ว่ากูมีชัยเหนือทุ่งหลวง แลไอ้เมืองปาวแลสรวงที่คิดคดนั้น มีจุดจบเยี่ยงไร”

    สิ้นสุดแผนการเมื่อเข้าสู้ช่วงบ่ายแก่ ทุกคนเริ่มแยกย้ายเร่งไปเตรียมการในส่วนที่ได้รับคำแนะนำจากเจ้ามหาชีวิต

    “เจ้าโยนยางคำ อยู่กินข้าวแลงที่คุ้มเรือนข้าก่อนดีหรือไม่” พญาพรหมเสกเอ่ยปากชวนเจ้าโยนยางคำที่กำลังเดินออกจากประตูโขงพิมานขุนหลวงอินทร์ถวาย ด้วยความสนิทสนมกันแลให้เกียรติดั่งคนบ้านใกล้เรือนเคียง

    “กูว่าจะเร่งกลับไปเชียงลาว จัดการคัดสรรกำลังพลแลเสบียง”

    “พี่ท่านเร่งกลับไปกว่าจะข้ามน้ำไปเข้าเมืองก็จวนค่ำแล้วกระมัง วันนี้เจ้าน้องนางเกศแก้วลงครัวเองเลยหนา พี่ท่านก็อยู่กินมื้อแลงพร้อมข้าเถิด” เจ้าโยนยางคำหยุดคิดเพียงครู่

    “อย่าเลยเจ้าพรหม คราก่อนแค่กูต่อบทจ้อยขัดคอนางเพียงน้อย ก็พาลนางโกรธเคืองมิมองหน้าไปแรมเดือน ครานี้เห็นหน้ากู จักพาลให้ไม่สบอารมณ์เสียเปล่า”

    เจ้าหาญที่ยืนถัดจากพญาพรหมเสกมองดูบทสนธนาของคนทั้งคู่แล้ว ทำให้รู้ว่าเจ้าโยนยางคำแห่งเชียงลาว มีความสนิทสนมต่อพี่น้องเรือนพิมานพรหมเสกเป็นอย่างดี เห็นทีความน่ารักน่าเอ็นดูของเจ้านางน้อย คงมิได้มีเพียงตนที่มองเห็นเสียแล้ว แต่กลับยังมีพ่อเมืองเชียงลาวที่เห็นก่อนตน

    “พี่ท่านเมืองสิงห์” เจ้าหาญรีบเอ่ยเรียกเจ้าแสนเมืองสิงห์ ที่กำลังเดินออกมาพร้อมเจ้ามหาชีวิตอินทร์ถวาย

    “มีอันใดไอ้หนุ่ม”

    “พี่ท่านกับข้า ต้องเดินทัพร่วมกัน แต่ข้านั้นอ่อนด้อยนัก แลงนี้ที่เรือนพญาพรหมเสก พี่ท่านพอจักไปร่วมมื้อแลงด้วยกันได้หรือไม่ ข้าจักได้ปรึกษาขอรับเอาความรู้จากพี่ท่านไปด้วยหนา”

    “ก็ดี อยู่กันมากหลาย กินดื่มกันไปพูดคุยหาลือกันไปก็ดี ดูไม่พิรุธเฉกเช่นหมู่เราสังสรรค์กัน เช่นนั้นเจ้ามาลาแลเจ้าสิงหาเล่าจักไปด้วยกันหรือไม่” ท้าวเมืองทั้งสองที่ยืนถัดไปรีบน้อมกราบขุนหลวงอินทร์ถวาย

    “ข้าพเจ้าทั้งสอง เห็นจักต้องขอตัวพระเจ้าข้า ข้าจักเร่งไปจัดการเรื่องค่าครั่งที่เรือเตียน วันพรุ่งจักเร่งกลับคืนดงหวาย เพื่อเตรียมการเข้าควบคุมตัวแม่เจ้าเกสรตามรับสั่ง”


    อ่านฟรีจนจบ 143 ตอน ปิดจบติดเหรียญถาวร

    แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :

    เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh

    เล่ม 2   https://shorturl.asia/BxnNW

    เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH

    คล้ายกับเรื่องซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592