อันเยว่ยอดฮูหยิน

    บทที่ 55 เจอโจรเข้าแล้ว

    ร่างผอมบางร่างหนึ่งมาบังอยู่ตรงหน้าเขา กู่หยางสังเกตสตรีตรงหน้าก็ไม่รู้จะพูดอะไรเกี่ยวกับนางจริง ๆ 


    ด้วยรูปร่างของนาง เกรงว่าจะไม่สามารถทนต่อหมัดของผู้อื่นได้อย่างแน่นอน 


    ทว่ากู่หยางก็ไม่เป็นวิชามวยเช่นกัน จึงยืนเงียบ ๆ ข้างกายอันเยว่ ดูเหมือนว่าสตรีผู้นี้จะเป็นตัวซวยจริง ๆ นับตั้งแต่มาอยู่ข้างกายนางก็ไม่เคยเจอเรื่องดี ๆ เลย 


    “เจ้าคงไม่รู้สินะว่าข้าเป็นใคร?”


    ทันทีที่คนบนหลังม้าเอ่ยก็ได้ยินเสียงกีบม้าดังอยู่ไม่ไกล เมื่อฟังจากเสียงก็รู้แล้วว่าอย่างน้อยคงมีเจ็ดถึงแปดคน 


    เป็นเรื่องยากมากที่จะมีคนจำนวนมากขี่ม้าเข้าเมือง ทว่าในหัวของอันเยว่ก็มีเสียงดังหึ่ง ๆ นี่นางคงไม่ได้เจอกับโจรที่นางเคยบอกซูจือฉือหรอกใช่ไหม? 


    หากเจอกับโจรจริง ๆ นางและกู่หยางต่างก็อ่อนแอด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งไม่เพียงพอเป็นกับแกล้มให้พวกนางแน่นอน 


    เมื่อคิดมาถึงตรงนี้อันเยว่ก็อดถอนหายใจไม่ได้ นี่ไม่ง่ายเสียแล้วสิ


    “ช่างเถอะ ๆ ก็แค่ทำรถเข็นข้าล้มเองไม่ใช่หรือ ข้าใช้ไม้ค้ำก็เดินได้เหมือนกัน” 


    อันเยว่พูดจบก็รีบโบกมือ นางคิดแค่ว่ามีเรื่องน้อยก็ทุกข์น้อย ยามนี้เซียวสิงเยี่ยนไม่ได้มาด้วย หากนางยังดึงดัน เกรงว่าจะเป็นการหาเรื่องใส่ตัว


    เป็นมนุษย์ย่อมต้องเรียนรู้การแสวงหาโชคดีและหลีกเลี่ยงความชั่วร้าย อันเยว่แอบดึงแขนเสื้อกู่หยางเพื่อบอกให้เขารีบไป ทั้งยังเอ่ยเสียงเบา ๆ ว่า “อีกฝ่ายยุแหย่ไม่ได้” 


    ไม่รู้ว่าเส้นเอ็นส่วนไหนของกู่หยางที่เชื่อมต่อกันผิด เขากลับจับแขนอันเยว่แล้วเอ่ยว่า “นางตัวคนเดียว มีอะไรต้องกลัว?” 


    ในขณะที่พวกเขาคุยกัน ม้าห้าถึงหกตัวก็มาล้อมพวกเขาสองคนไว้ ถึงตอนนี้จะอยากไปก็ไม่ทันแล้ว 


    คนบนหลังม้ามองหน้ากัน จากนั้นมองไปที่กู่หยางด้วยรอยยิ้มละโมบ ดูก็รู้ว่าพวกนางกำลังคิดเรื่องสกปรกอยู่ในใจ


    “พวกเจ้าจะทำอะไร?”


    ถึงแม้อันเยว่จะโกรธที่กู่หยางดึงดันจะมีเรื่อง แต่นางก็พยายามพาตัวเขามาปกป้องอยู่ข้างหลัง หากแม้แต่นางยังไม่สนใจกู่หยาง เหตุการณ์ในวันนี้ เกรงว่าเขาจะไม่มีทางหนีรอดออกไปได้


    “เราจะทำอะไรหรือ? ข้ายังไม่ถามเจ้าเลยว่าเจ้าจะทำอะไรถึงได้ขวางพี่ใหญ่ของเราไม่ให้ไป” 


    “…”


    ตรรกะของโจรผู้นี้ คนธรรมดาไม่สามารถเข้าใจได้เลย และไม่สามารถพูดอะไรได้เช่นกัน หากพูดมากไปก็จะเป็นการเถียงเปล่า ๆ 


    “ข้าเห็นว่าสามีข้างกายเจ้าหน้าตาไม่เลว หากเจ้ายอมปล่อยเขาออกมา เรื่องในวันนี้จะถือว่าแล้วกันไป” 


    อันเยว่แยกแยะไม่ได้ว่าใครเป็นคนพูด เมื่อนางเงยหน้ามองกลับเห็นใบหน้าของคนที่นั่งอยู่บนม้าไม่ชัดเจน ซึ่งยากที่จะระบุว่าใครเป็นหัวหน้า


    ในขณะที่นางกำลังคิดว่าจะใช้วิธีใดเพื่อหนีไปจากที่นี่ จู่ ๆ ก็มีคนยื่นมือออกมาแล้วพาตัวกู่หยางไป


    อันเยว่รู้สึกร้อนใจมาก นางหยิบยาพิษที่หยูยวนเป็นคนทำออกมาจากกระเป๋า จากนั้นสาดใส่คนที่ลงมือ ซึ่งอีกฝ่ายจะต้องติดกับอย่างแน่นอน! 


    เป็นไปตามคาด คนคนนั้นติดกับจริง ๆ ทว่ากลับมีอีกคนกระชากกู่หยางขึ้นไปบนหลังม้า จากนั้นชี้นิ้วมาที่อันเยว่ 


    “สิ่งที่นางใช้เมื่อครู่คือยาพิษ เร็ว รีบจับตัวนางขึ้นมาแล้วพากลับไป!” 


    ช่างเป็นผีที่ฉลาดมาก แม้แต่การใช้พิษก็มองออกด้วย


    อันเยว่อยากจะหนี แต่ขาข้างหนึ่งของนางยังถูกพันด้วยแผ่นไม้ขนาบ ต่อให้นางอยากหนีก็เปล่าประโยชน์ 


    จึงทำได้เพียงมองตัวเองและกู่หยางถูกจับไปอย่างช่วยไม่ได้ อันเยว่เฝ้าภาวนาในใจ หากเซียวสิงเยี่ยนอยู่ด้วยก็คงดี


    อาจเป็นเพราะอันเยว่และกู่หยางขัดแผนการของพวกนาง พวกนางจึงไม่ได้มุ่งไปยังใจกลางเมืองฮวาตู แต่กลับพาพวกเขาสองคนไปจากถนนตะวันออก


    อันเยว่ที่นั่งโคลงเคลงมาตลอดทางรู้สึกอยากอาเจียนตลอดเวลา นางเกือบอาเจียนออกมาหลายครั้ง แต่ขาของนางเคลื่อนไหวไม่สะดวก แค่เผลอแตะโดนก็ปวดร้าวไปจนถึงขั้วหัวใจ


    เรื่องต้องโทษเช่นนี้ เกรงว่านางไม่เคยพบเจอมาก่อน เว้นเสียจากที่เดินอยู่รอบ ๆ ประตูผีเมื่อคราวก่อน


    ไม่รู้ว่าโจรเหล่านี้โผล่มาจากไหน เหตุใดถึงมาที่นอกเมืองฮวาตูได้ จนกระทั่งจับตัวนางมา 


    “พวกเจ้าเป็นใครกันแน่?”


    เห็นชัดเจนว่าอันเยว่รู้ว่าพวกนางเป็นใคร แต่ก็ยังอดถามไม่ได้ 


    หลังจากได้ยินเสียงกระซิบอย่างเบิกบานใจก็มีคนเอ่ยขึ้น “หากใช้คำพูดของพวกเจ้า เจ้าคงจะเรียกเราว่าโจร” 


    เป็นกลุ่มคนที่นางได้ยินมาจริง ๆ คนเหล่านี้ออกปล้นสะดมชาวบ้านอย่างไม่เกรงกลัว ช่างกล้า


    ทุกครั้งพวกนางมักจะเลือกที่กำแพงเมือง หลังจากออกปล้นสะดมชาวบ้านก็หนีไปที่อื่นเพื่อทำการปล้นรอบต่อไป


    ซึ่งนี่เป็นเพียงเรื่องเล่า และเป็นครั้งแรกที่อันเยว่ได้เจอคนเหล่านี้


    “พวกเจ้าจับข้าทำไม? จับสามีข้าทำไม? เราเป็นแค่คนธรรมดา พวกเจ้ามีอะไรก็พูดตรง ๆ ไม่ได้หรือ? ตัวข้าโคลงเคลงจนแทบอาเจียนอยู่แล้ว!” 


    อันเยว่ตะคอกด้วยความโกรธอย่างอดไม่ได้ แต่ไม่มีใครฟังนางพูดอยู่ดี นางจึงได้แต่คว่ำหน้าบนหลังม้า และรู้สึกคลื่นไส้ไม่หยุด 


    เนื่องจากมองไม่เห็นว่ากู่หยางอยู่ที่ไหน อันเยว่จึงอดเป็นห่วงไม่ได้ หากเกิดเรื่องกับกู่หยางจริง นางคงไม่สามารถอธิบายกับคนในบ้านได้เมื่อกลับถึงบ้าน  


    ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์ แม้แต่วิชามวยก็ไม่เป็นสักนิด เมื่อเผชิญปัญหาก็ไม่สามารถต่อต้าน


    ตอนนี้ไม่รู้ว่าถูกจับตัวมาไกลแค่ไหนแล้ว ด้วยความเร็วเท่านี้หากไม่ใช่หนึ่งร้อยกงหลี่ ก็คงไม่ต่ำกว่าห้าสิบกงหลี่แน่นอน 


    ในที่สุดม้าก็หยุดลง เวลานี้ อันเยว่ตัวโคลงเคลงจนรู้สึกวิงเวียนศีรษะไปหมด ในสมองก็ยุ่งเหยิงมากเช่นกัน 


    “เจ้าอยากรู้ใช่ไหมว่าเหตุใดเราถึงจับตัวเจ้ามา?”


    อันเยว่พูดอะไรไม่ออกแล้ว ทำได้เพียงพยักหน้าถี่ ๆ


    “ใครใช้ให้เจ้าจู่ ๆ ก็ขวางพี่ใหญ่ของเราบนถนนล่ะ นั่นก็เรื่องหนึ่งแล้ว หนำซ้ำเจ้ายังใช้ยาพิษกับพี่ใหญ่ของเราด้วย หากพี่ใหญ่ของเราประสบยาวสามสั้นสอง  เราจะไม่ให้อภัยเจ้าเด็ดขาด!” 


    “ข้า…”


    อันเยว่กำลังจะเถียง แต่ทันทีที่นางอ้าปากความรู้สึกพะอืดพะอมก็ตีตื้นขึ้นมา นางจึงรีบจับกำแพงแล้วอาเจียนอยู่สักพัก 


    เมื่ออาเจียนเสร็จแล้วก็ถูกมือคู่หนึ่งผลักไปข้างหน้าอย่างแรง และเข้าไปอยู่ในคุกที่ทำด้วยไม้


    “พวกเจ้าจะให้ข้าอยู่ที่นี่นานแค่ไหน? การที่ข้าอยู่ต่ออีกหนึ่งวัน ก็เท่ากับว่าต้องกินเสบียงอาหารของพวกเจ้าเพิ่มอีกหนึ่งวันไม่ใช่หรือ?”


    “เจ้ารอก่อน หากเกิดอะไรขึ้นกับพี่ใหญ่ เจ้าจะต้องถูกฝังไปพร้อมกับพี่ใหญ่ของเรา!”


    พูดจบนางก็หมุนตัวจากไป ทิ้งให้อันเยว่ยืนอยู่ในคุกคนเดียวโดยที่ในหัวยุ่งเหยิงไปหมด 


    นางไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ของที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง และไม่รู้ว่าอะไรคือจุดอ่อนของคนเหล่านี้ 


    คนที่สามารถออกปล้นสะดมชาวบ้านจะเป็นคนดีได้อย่างไร?


    ในเวลาที่นางหมดหนทาง กู่หยางก็ถูกส่งเข้ามาในคุกและถูกโยนมาตรงหน้าอันเยว่


    โชคดีที่เสื้อผ้าบนตัวเขายังอยู่ครบ แต่สีหน้าของเขาไม่ค่อยสู้ดีนัก


    “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? พวกเขาทำอะไรเจ้าหรือไม่?”


    อันเยว่รีบประคองกู่หยางให้ลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าของเขาซีดจนไม่เหลือสีเลือด เขาหลับตาปี๋และขมวดคิ้วมุ่น


    ใบหน้านี้เหมือนสตรีเป็นที่สุด กู่หยางซึ่งมีความงามที่น่าหลงใหล ขณะนี้กลับทำให้อดสงสารเขาไม่ได้จริง ๆ

    คล้ายกับเรื่องอันเยว่ยอดฮูหยิน ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730